ข้ามาคนเดียว 4 กรุงเทพฯ - แม่สาย เชียงราย
โพสต์: 22 ธ.ค. 2010, 20:59
สืบเนื่องจากภาคก่อนๆ
ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=45585
ข้ามาคนเดียว ภาค 2 กรุงเทพฯ - หนองคาย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=139722
ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=252216
เขียนที่ จังหวัดแพร่
นี่นับเป็นอีกครั้งนึงสำหรับการเดินทางไกลด้วยจักรยานแบบคนเดียว นับตั้งแต่เมื่อต้นปีผมได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังหนองคาย แล้วก็มาคั่นรายการด้วยการเดินทางแบบสองคนดูโอในทริป กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้ยังคงเป็นการเดินทางขึ้นเหนือ แต่เป็นคนละเส้นทางกับครั้งเมื่อตุลาคม โดยเป็นการเดินทางจากกรุงเทพฯ และมีเป้าหมายสิ้นสุดที่ แม่สาย จังหวัดเชียงราย และในขณะที่ผมเขียนเรื่องราวอยู่นี่ผมยังคงอยู่ในระหว่างเดินทาง และยังคงเหลือระยะทางอีกพอสมควรก่อนที่จะไปถึงจุดหมายปลายทาง (ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายจะไปถึงหรือเปล่า) โดยการเดินทางที่ผ่านมาเป็นเวลา 4 วัน และมีรายละเอียดการเดินทางดังนี้
หลักสี่ กรุงเทพฯ – แม่สาย เชียงราย
เริ่มออกเดินทาง 19 ธันวาคม 2553
จักรยาน Merida Speeder T3
ระยะทางโดยประมาณ 850 -900 ก.ม.
น้ำหนักสัมภาระ 14-15ก.ก.
ระยะเวลาในการเดินทาง 6 -7 วัน
ความเร็วเฉลี่ยในการเดินทาง ประมาณ 21-22 ก.ม./ช.ม.
ที่จริงการเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างฉุกละหุกนิดหน่อย เพราะแต่เดิมผมมีความตั้งใจที่จะเดินทางไปยัง ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่จะเปลี่ยนใจเดินทางมุ่งหน้าไปแม่สาย และได้มีโอกาสเตรียมตัวไม่มากนัก แถมยังเปลี่ยนใจกะทันหันเรื่องตัวจักรยาน เพราะทุกครั้งผมจะปั่นเจ้า Jake the Snake คู่ใจของผม แต่ครั้งนี้ผมได้เจ้า Merida T3 คันใหม่เอี่ยมกลับมาอยู่ในครอบครอง ตั้งแต่เคยขายทิ้งไปครั้งก่อน และก็อดใจไม่ได้ที่จะพามันมาปั่นระยะไกล ทั้งที่ผมยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับมันสักเท่าไหร่ ที่สำคัญคือก่อนหน้าการเดินทาง 2 วัน เจ้าเสือชิตคู่หู่ครั้งปั่นไปเชียงใหม่ ยังชวนแกมบังคับให้ไปปั่นขึ้นเขาใหญ่ ซึ่งผมสรุปผมก็ต้องไปขึ้นเขาใหญ่แบบเสียไม่ได้ ทั้งที่ในใจก็กลัวเรื่องการเจ็บอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเกิดการเจ็บขึ้นมาเท่ากับว่าทริป กรุงเทพฯแม่สายคงเป็นอันต้องพับเก็บไปโดยแน่ แต่สุดท้ายผมก็ปั่นขำๆ คลานๆ ขึ้นเขาใหญ่และกลับมาด้วยสภาพร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์แบบปราศจากปัญหาใดๆ และก็กลับมาเก็บข้าวของโดยมิได้มีการปั่นซ้อมเพิ่มเติมแต่อย่างใด
การเดินทางวันที่ 1
หลักสี่ กรุงเทพฯ – อ. เมือง นครสวรรค์
ระยะทาง 230 กิโลเมตร
ระยะทางสำหรับวันนี้เป็นระยะทางที่ถือว่าไกลอยู่พอสมควรอีกทั้งยังเป็นการปั่นมากกว่า 200 กิโลเมตร ที่ต้องเก็บเรี่ยวแรงไว้ใช้ต่ออีกหลายวัน แต่สำหรับวันแรกที่ออกเดินทางแล้ว ผมต้องการไปให้ไกลพอสมควรเลยพร้อมกับประเมินสภาพร่างของของตัวเองแล้ว ผมจึงเลือกที่จะสิ้นสุดการเดินทางวันแรกที่นครสวรรค์
เช้าวันแรกผมตื่นตั้งแต่ตี 4 พร้อมทั้งจัดแจงชงชาจีนร้อนๆ ใส่กระติกไว้จิบระหว่างทางด้วย เสร็จแล้วก็พร้อมออกเดินทางตอนเกือบๆ ตี 5 เห็นจะได้ ค่อยๆ คลานออกจากหน้าประตูบ้าน แล้วไม่ต้องหันกลับไปมอง เพราะปลายทางของเราอยู่ที่แม่สาย เชียงรายเท่านั้น
ผมยังคงเลือกเส้นทางที่คุ้นเคย วางเส้นทางจากหลักสี่ ใช้เส้นโลคอลโรควิ่งยาวจนสุดถนน แล้วต่อด้วยถนนเลียบคลองเปรมจนสุดสายเช่นกัน แยกซ้ายมาออก 347 ก่อนที่จะมาทะลุออกถนนใหญ่ทางหลวง 32 ลากยาวจนมาออกที่ ทางแยกอุทัย แล้วมุ่งหน้าตรงสู่นครสวรรค์ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ผมและเสือชิตได้เลือกเส้นทางสายในเลียบคลองจนกระทั่งไปถึงชัยนาท ซึ่งเป็นระยะทางที่ยาวกว่าใช้ถนนหลักอยู่พอสมควร ครั้งนี้ผมจึงเลือกเส้นทางที่สั้นเป็นหลักเนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล
เมื่อพ้นจากประตูหน้าบ้าน ผมก็วิ่งมาออกโลคอลโรดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลย แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเพราะเส้นทางนี้ผมค่อนข้างคุ้นเคยเป็นอย่างดี มาเริ่มมองเห็นแสงสว่างก็เมื่อตอนปั่นบนถนนเลียบคลองเปรมมาได้สักระยะ ผมก็ปั่นต่อมาเรื่อยๆ เช้านี้อากาศค่อนข้างสบาย จนกระทั่งมาถึงสุดสายถนนเลียบคลอง ผมจึงเลี้ยวซ้ายและมาจอดแวะพักกินข้าวเช้าที่ร้านต้มเลือดหมูร้านเดิมที่เคยมาเมื่อครั้งปั่นขึ้นไปเชียงใหม่ พอลงจากจักรยานเจ้าของร้านก็ทักทันทีว่า “จะปั่นไปไหนอีกครั้งนี้ แล้วทำไมครั้งนี้มาคนเดียวล่ะ” ถือเป็นบทสนทนาแรกของผมในเช้าวันนี้เลยทีเดียว หลังจากทานข้าวเช้าแบบง่ายๆ แล้ว ผมก็มุ่งหน้าสู่ถนน 347 สงสัยว่าผมจะออกมาเช้าเกินไป เพราะเช้านี้ไม่เจอนักปั่นคนไหนเลย เช้าวันนี้ถือว่าลมแรงมาก และมาแบบต่อเนื่องไม่หยุดเลย เรียกว่าเมื่อรวมกับสัมภาระที่หนักอึ้งข้างท้ายทำให้ผมไม่สามารถใช้ความเร็วได้ จนกระทั่งผมมาโผล่ที่ทางหลวงเส้น 32 เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน พอปั่นมาได้ถึงตรงช่วง อ่างทอง – สิงห์บุรี ก็มาปะกับรุ่นน้องคนนึง ไอ้ผมก็งงๆ เพราะปั่นๆ อยู่ก็มีรถมาจอดโบกเรียกเรา พอเข้าไปใกล้ๆ ก็มาเจอกับน้องคนนึงที่กำลังจะขับรถขึ้นไปเชียงใหม่ ทักทายกันพอประมาณก็ต้องปล่อยให้น้องเค้าล่วงหน้าไปก่อนเลย ไอ้เมอร์ริด้าผมคงตามปิ๊กอัพไม่ทันเป็นแน่
พอเข้าช่วงหลังเที่ยงไปนี่อากาศถือว่าเริ่มร้อนทีเดียว และก็ยังคงมีลมแรงป็นระยะๆ ถือเป็นอุปสรรคพอสมควร ผมก็ปั่นมาเรื่อยๆ แวะพักตามศาลาบ้าง ปั๊มน้ำมันบ้าง จนกระทั่งมาถึงแยกเข้าเมืองอุทัยตอนช่วงเย็นๆ แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเมืองนครสวรรค์ในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว วันนี้ทั้งแดดทั้งลมเล่นเอาเหนื่อยพอตัวทีเดียว พอเข้าที่พักปุ๊ป ผมก็จัดแจงอาบน้ำอาบท่า ซักเสื้อผ้าก่อนที่จะเข้านอนในเวลาสัก สามทุ่มกว่าๆ เห็นจะได้ นับเป็นวันแรกที่ปั่นอย่างเดียวจริงๆ สิ้นสุดระยะทางที่ 230 กิโลเมตรสำหรับวันแรก
ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=45585
ข้ามาคนเดียว ภาค 2 กรุงเทพฯ - หนองคาย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=139722
ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=252216
เขียนที่ จังหวัดแพร่
นี่นับเป็นอีกครั้งนึงสำหรับการเดินทางไกลด้วยจักรยานแบบคนเดียว นับตั้งแต่เมื่อต้นปีผมได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังหนองคาย แล้วก็มาคั่นรายการด้วยการเดินทางแบบสองคนดูโอในทริป กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้ยังคงเป็นการเดินทางขึ้นเหนือ แต่เป็นคนละเส้นทางกับครั้งเมื่อตุลาคม โดยเป็นการเดินทางจากกรุงเทพฯ และมีเป้าหมายสิ้นสุดที่ แม่สาย จังหวัดเชียงราย และในขณะที่ผมเขียนเรื่องราวอยู่นี่ผมยังคงอยู่ในระหว่างเดินทาง และยังคงเหลือระยะทางอีกพอสมควรก่อนที่จะไปถึงจุดหมายปลายทาง (ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายจะไปถึงหรือเปล่า) โดยการเดินทางที่ผ่านมาเป็นเวลา 4 วัน และมีรายละเอียดการเดินทางดังนี้
หลักสี่ กรุงเทพฯ – แม่สาย เชียงราย
เริ่มออกเดินทาง 19 ธันวาคม 2553
จักรยาน Merida Speeder T3
ระยะทางโดยประมาณ 850 -900 ก.ม.
น้ำหนักสัมภาระ 14-15ก.ก.
ระยะเวลาในการเดินทาง 6 -7 วัน
ความเร็วเฉลี่ยในการเดินทาง ประมาณ 21-22 ก.ม./ช.ม.
ที่จริงการเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างฉุกละหุกนิดหน่อย เพราะแต่เดิมผมมีความตั้งใจที่จะเดินทางไปยัง ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่จะเปลี่ยนใจเดินทางมุ่งหน้าไปแม่สาย และได้มีโอกาสเตรียมตัวไม่มากนัก แถมยังเปลี่ยนใจกะทันหันเรื่องตัวจักรยาน เพราะทุกครั้งผมจะปั่นเจ้า Jake the Snake คู่ใจของผม แต่ครั้งนี้ผมได้เจ้า Merida T3 คันใหม่เอี่ยมกลับมาอยู่ในครอบครอง ตั้งแต่เคยขายทิ้งไปครั้งก่อน และก็อดใจไม่ได้ที่จะพามันมาปั่นระยะไกล ทั้งที่ผมยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับมันสักเท่าไหร่ ที่สำคัญคือก่อนหน้าการเดินทาง 2 วัน เจ้าเสือชิตคู่หู่ครั้งปั่นไปเชียงใหม่ ยังชวนแกมบังคับให้ไปปั่นขึ้นเขาใหญ่ ซึ่งผมสรุปผมก็ต้องไปขึ้นเขาใหญ่แบบเสียไม่ได้ ทั้งที่ในใจก็กลัวเรื่องการเจ็บอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเกิดการเจ็บขึ้นมาเท่ากับว่าทริป กรุงเทพฯแม่สายคงเป็นอันต้องพับเก็บไปโดยแน่ แต่สุดท้ายผมก็ปั่นขำๆ คลานๆ ขึ้นเขาใหญ่และกลับมาด้วยสภาพร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์แบบปราศจากปัญหาใดๆ และก็กลับมาเก็บข้าวของโดยมิได้มีการปั่นซ้อมเพิ่มเติมแต่อย่างใด
การเดินทางวันที่ 1
หลักสี่ กรุงเทพฯ – อ. เมือง นครสวรรค์
ระยะทาง 230 กิโลเมตร
ระยะทางสำหรับวันนี้เป็นระยะทางที่ถือว่าไกลอยู่พอสมควรอีกทั้งยังเป็นการปั่นมากกว่า 200 กิโลเมตร ที่ต้องเก็บเรี่ยวแรงไว้ใช้ต่ออีกหลายวัน แต่สำหรับวันแรกที่ออกเดินทางแล้ว ผมต้องการไปให้ไกลพอสมควรเลยพร้อมกับประเมินสภาพร่างของของตัวเองแล้ว ผมจึงเลือกที่จะสิ้นสุดการเดินทางวันแรกที่นครสวรรค์
เช้าวันแรกผมตื่นตั้งแต่ตี 4 พร้อมทั้งจัดแจงชงชาจีนร้อนๆ ใส่กระติกไว้จิบระหว่างทางด้วย เสร็จแล้วก็พร้อมออกเดินทางตอนเกือบๆ ตี 5 เห็นจะได้ ค่อยๆ คลานออกจากหน้าประตูบ้าน แล้วไม่ต้องหันกลับไปมอง เพราะปลายทางของเราอยู่ที่แม่สาย เชียงรายเท่านั้น
ผมยังคงเลือกเส้นทางที่คุ้นเคย วางเส้นทางจากหลักสี่ ใช้เส้นโลคอลโรควิ่งยาวจนสุดถนน แล้วต่อด้วยถนนเลียบคลองเปรมจนสุดสายเช่นกัน แยกซ้ายมาออก 347 ก่อนที่จะมาทะลุออกถนนใหญ่ทางหลวง 32 ลากยาวจนมาออกที่ ทางแยกอุทัย แล้วมุ่งหน้าตรงสู่นครสวรรค์ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ผมและเสือชิตได้เลือกเส้นทางสายในเลียบคลองจนกระทั่งไปถึงชัยนาท ซึ่งเป็นระยะทางที่ยาวกว่าใช้ถนนหลักอยู่พอสมควร ครั้งนี้ผมจึงเลือกเส้นทางที่สั้นเป็นหลักเนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล
เมื่อพ้นจากประตูหน้าบ้าน ผมก็วิ่งมาออกโลคอลโรดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลย แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเพราะเส้นทางนี้ผมค่อนข้างคุ้นเคยเป็นอย่างดี มาเริ่มมองเห็นแสงสว่างก็เมื่อตอนปั่นบนถนนเลียบคลองเปรมมาได้สักระยะ ผมก็ปั่นต่อมาเรื่อยๆ เช้านี้อากาศค่อนข้างสบาย จนกระทั่งมาถึงสุดสายถนนเลียบคลอง ผมจึงเลี้ยวซ้ายและมาจอดแวะพักกินข้าวเช้าที่ร้านต้มเลือดหมูร้านเดิมที่เคยมาเมื่อครั้งปั่นขึ้นไปเชียงใหม่ พอลงจากจักรยานเจ้าของร้านก็ทักทันทีว่า “จะปั่นไปไหนอีกครั้งนี้ แล้วทำไมครั้งนี้มาคนเดียวล่ะ” ถือเป็นบทสนทนาแรกของผมในเช้าวันนี้เลยทีเดียว หลังจากทานข้าวเช้าแบบง่ายๆ แล้ว ผมก็มุ่งหน้าสู่ถนน 347 สงสัยว่าผมจะออกมาเช้าเกินไป เพราะเช้านี้ไม่เจอนักปั่นคนไหนเลย เช้าวันนี้ถือว่าลมแรงมาก และมาแบบต่อเนื่องไม่หยุดเลย เรียกว่าเมื่อรวมกับสัมภาระที่หนักอึ้งข้างท้ายทำให้ผมไม่สามารถใช้ความเร็วได้ จนกระทั่งผมมาโผล่ที่ทางหลวงเส้น 32 เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน พอปั่นมาได้ถึงตรงช่วง อ่างทอง – สิงห์บุรี ก็มาปะกับรุ่นน้องคนนึง ไอ้ผมก็งงๆ เพราะปั่นๆ อยู่ก็มีรถมาจอดโบกเรียกเรา พอเข้าไปใกล้ๆ ก็มาเจอกับน้องคนนึงที่กำลังจะขับรถขึ้นไปเชียงใหม่ ทักทายกันพอประมาณก็ต้องปล่อยให้น้องเค้าล่วงหน้าไปก่อนเลย ไอ้เมอร์ริด้าผมคงตามปิ๊กอัพไม่ทันเป็นแน่
พอเข้าช่วงหลังเที่ยงไปนี่อากาศถือว่าเริ่มร้อนทีเดียว และก็ยังคงมีลมแรงป็นระยะๆ ถือเป็นอุปสรรคพอสมควร ผมก็ปั่นมาเรื่อยๆ แวะพักตามศาลาบ้าง ปั๊มน้ำมันบ้าง จนกระทั่งมาถึงแยกเข้าเมืองอุทัยตอนช่วงเย็นๆ แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเมืองนครสวรรค์ในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว วันนี้ทั้งแดดทั้งลมเล่นเอาเหนื่อยพอตัวทีเดียว พอเข้าที่พักปุ๊ป ผมก็จัดแจงอาบน้ำอาบท่า ซักเสื้อผ้าก่อนที่จะเข้านอนในเวลาสัก สามทุ่มกว่าๆ เห็นจะได้ นับเป็นวันแรกที่ปั่นอย่างเดียวจริงๆ สิ้นสุดระยะทางที่ 230 กิโลเมตรสำหรับวันแรก