หน้า 1 จากทั้งหมด 2

เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 17 ธ.ค. 2010, 18:43
โดย sunchirow
เสวนามูลนิธิโลกสีเขียวร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
รูปภาพ
สู่เมืองวิถีจักรยาน :

บทเรียนการรณรงค์จักรยานสัญจรในกรุงลอนดอน

โดย ค่อย สวัสดิวัตน์ ทอมสัน (Koy Svasti Thomson)



วันอาทิตย์ 19 ธันวาคม 2553 เวลา 13.30 – 16.00 น

ณ มูลนิธิโลกสีเขียว



ค่อย สวัสดิวัตน์ ทอมสัน (Koy Svasti Thomson) อดีตผู้บริหารใหญ่ (Chief Executive) องค์กรรณรงค์จักรยานลอนดอน (London Cycling Campaign หรือ LCC) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นองค์กรรณรงค์จักรยานในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสมาชิกมากกว่า 10,000 คน จะมาเล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์การผลักดันวาระจักรยานในกรุงลอนดอน ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายการจราจรอย่างยั่งยืนและการสร้างเมืองน่าอยู่ ในวันที่ 19 ธันวาคม 2553 เวลา 13.30 – 16.00 น ที่มูลนิธิโลกสีเขียว



ในช่วงเวลาสามปี (2007-2010) ที่ค่อย ทอมสัน บริหารองค์กร LCC ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีอิทธิพลที่สุดในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันเขารับตำแหน่งผู้บริหารใหญ่องค์กร Children in Crisis ที่กรุงลอนดอน



ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจทั่วไปมาร่วมฟัง และพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยมีล่ามบริการตลอดรายการ

(ขอบอกว่าค่อย ทอมสัน เป็นคนคุยสนุก มีพลังและอารมณ์ขัน ฉะนั้น อย่าพลาด โอกาสดีอย่างนี้มีไม่มาก :) )



สำรองที่นั่งติดต่อ ศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ (ซัน) 02-622-2250-2 , 083-707-2037

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 17 ธ.ค. 2010, 22:07
โดย omu
ได้ข่าวว่าคุณค่อยชอบ Downhill ด้วยนะครับ

ชาวเชียงใหม่ลองชวนคุณค่อยไปลง Track Bamboo สักรอบไหมครับ

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 18 ธ.ค. 2010, 13:55
โดย P_thep
:( :( :( เสียดายจริงๆ เพิ่งกลับจากกรุงเทพ โอกาสดีๆอย่างนี้คงมีไม่บ่อยนัก ผมเองอยากรณรงค์ให้เรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา สนใจมากเลยครับ มีเอกสารหรือ คลิป แจกมั่งก็ดีนะครับ สำหรับคนที่ไม่มีโอกาสไปฟังครับ :( :( :(

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 18 ธ.ค. 2010, 20:27
โดย Dhandranunda
จะให้กทม เป็นเมืองวิถีจักรยานต้องช่วยกันกระทุ้งผู้บริหารให้ใส่ใจในประเด็นปลีกย่อย เช่น ฝาท่อตะแกรง หันให้เหมือนกันทุกท่อได้มั้ย สำรวจทางไบค์เลนที่มีอยู่แล้วให้อยู่ในสภาพดี
สำรวจจุดอันตรายกับจักรยาน รึทางกทม จะรับอาสาสมัครสำรวจเส้นทาง จุดบอด จุดอันตราย ฯลฯ รายงานให้พวกท่านแก้ไขก็ได้นะครับ ยินดีให้ความร่วมมือ

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 20 ธ.ค. 2010, 06:43
โดย siamman18
ใ้ห้ไปซะใจกลางเมืองเลยแฮะ ก็มานั่งฟังแลกเปลี่ยนกันไปครับ

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 20 ธ.ค. 2010, 16:53
โดย jimmymtb
ขนาดปั่น CM ทุก สิ้นเดือนเกือบ 4 ปี..... ส่งหนังสือ มากครั้งจนจำไม่ได้แล้ว รณรงค์อีกนานับประการ..พวก..ม...น...ยังไม่สนใจที่จะทำเลย..แต่ไม่แน่นะ ต่างชาติมาสะกิด อาจจะได้ผล...หนับ--หนุนๆ

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 21 ธ.ค. 2010, 16:21
โดย kaiyang2029
jimmymtb เขียน:ขนาดปั่น CM ทุก สิ้นเดือนเกือบ 4 ปี..... ส่งหนังสือ มากครั้งจนจำไม่ได้แล้ว รณรงค์อีกนานับประการ..พวก..ม...น...ยังไม่สนใจที่จะทำเลย..แต่ไม่แน่นะ ต่างชาติมาสะกิด อาจจะได้ผล...หนับ--หนุนๆ
+1 :lol:

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 21 ธ.ค. 2010, 18:10
โดย nonlany
ที่ฟังมา ไม่เหมือนกับที่เราทำอยู่ตอนนี้ แตกต่างมากคะ รอได้ present วันที่ฟัง แล้วจะเอามาอธิบาย ตอนนี้มีเป็นตัวหนังสือ อยู่บ้าง

ติดใจอยู่ 1 คำ ถ้า รัฐบาล ทำทางจักรยาน ไม่สำเร็จ ก็แสดงว่าคุณล้มเหลว ไม่มีความสามารถ อย่างนั้นเลยนะ แรงดีจริงๆ

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 21 ธ.ค. 2010, 18:11
โดย nonlany
ถอดประสบการณ์ อดีต ผอ. องค์กรรณรงค์จักรยานลอนดอน ผู้สร้างวิถีจักรยานในเมืองหลวง

เรื่อง : กรวิกา วีระพันธ์เทพา



“ในวันที่ประชากรในเมืองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนคนต้องอาศัยอยู่ในเขตชานเมืองและเดินทางเข้ามาทำงานในใจกลางเมือง จึงทำให้ไม่มีพื้นที่สำหรับรถยนต์อีกแล้ว ขณะที่การลงทุนเพื่อทำระบบขนส่งมวลชนก็ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการใช้จักรยาน”



ค่อย สวัสดิวัฒน์ ทอมสัน อดีตผู้อำนวยการองค์กรรณรงค์จักรยานลอนดอน (London Cycling Campaign : LCC) ถ่ายทอดประสบการณ์ ในงานเสวนา “สู่เมืองวิถีจักรยาน” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิโลกสีเขียว เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา



LCC ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรรณรงค์จักรยานในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับการยกย่องจากสื่อว่าเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีอิทธิพลสูงสุดในสังคม มีสมาชิกกว่า 10,000 คน รณรงค์ผลักดันวาระจักรยานในกรุงลอนดอนเพื่อให้เกิดการจราจรที่มีประสิทธิภาพและการสร้างเมืองที่น่าอยู่



ในโอกาสที่คุณค่อยเดินทางมาเมืองไทย เขาได้ถ่ายทอดประสบการณ์และคำแนะนำไว้หลายประการด้วยกัน



เริ่มต้นคุณค่อยเล่าว่าการรณรงค์ใช้จักรยานในลอนดอนไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนต้องการใช้รถยนต์เพื่อความสบาย แต่เมื่อลอนดอนถึงจุดที่ประชากรมากขึ้นเรื่อยๆ การคมนาคมด้วยรถไม่ใช่ความสะดวกสบายอีกต่อไป เพราะต้องเจอการจราจรที่แสนติดขัด เมื่อเทศมนตรีเก็บภาษีรถติดในอัตรากระเป๋าแทบฉีก (8 ปอนด์ หรือ 400 บาท/วัน/คัน) จักรยานจึงเริ่มมีบทบาทในการเดินทางของชาวเมืองลอนดอน



อย่างไรก็ดี ก่อนหน่วยงานรัฐจะใช้มาตรการลดจำนวนรถ กลุ่ม LCC เขาได้ร่วมกับภาครัฐสร้างแผนที่เส้นทางจักรยาน รวมทั้งมีการรณรงค์ขี่จักรยานทุกวันหยุดมานานแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมีการนำมาตรการทางภาษีมาใช้ ประชาชนจึงไม่ต้องกังวลใจว่าจะไปเส้นทางไหนดี จะปลอดภัยหรือไม่ โดยเริ่มขี่จักรยานออกมานอกบ้านได้ทันที



นอกจากการเก็บภาษีรถติด หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนยังสร้างแรงจูงใจอื่นๆ อีก เช่น มีกฎหมายที่เอื้อต่อการปั่นสองล้อ เป็นข้อบังคับว่าผู้ใช้รถยนต์ต้องให้ทางจักรยานไปก่อนเมื่อถึงทางแยก หรือการที่แบรนด์แฟชั่นออกคอลเลคชั่นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ที่นำสมัย ถูกใจวัยรุ่นและไม่เกะกะต่อการขี่จักรยาน



สิ่งสำคัญที่เป็นตัวคลิกอันหนึ่ง คุณค่อยบอกว่าคือองค์กรของเขามีวิสัยทัศน์ไกล มองเห็นอนาคตของรูปแบบเมือง และมีแผนที่ชัดเจน เมื่อนำแผนรณรงค์การใช้จักรยานไปเสนอต่อบุคคลทางการเมืองว่าสามารถสร้างผังเมืองที่ดีขึ้น แก้ปัญหาการจราจร และปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพประชาชน แน่นอนว่าโดนใจพรรคการเมืองที่ต้องการคะแนนประชานิยม



แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้ในคืนเดียว LCC ดำเนินการมาถึง 30 ปี กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และแน่นอนว่าองค์กรยังไม่หยุดการทำงานเพียงแค่นี้ ผลสำรวจของ LCC พบว่าในปี 2006 การเดินทางในลอนดอนเป็นรถยนต์ 39% ขนส่งมวลชน 39% เดิน 20% และจักรยาน 2% และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2025 สัดส่วนการใช้รถยนต์จะลดเหลือ 32% ในขณะที่ขนส่งมวลชน 41% เดิน 22% และจักรยาน 5% เนื่องจากคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรลอนดอนจะเพิ่มขึ้นอีกราว 8 แสนคนในปี 2025 จากที่ตอนนี้มีอยู่ 7.5 ล้านคน เมื่อจำนวนคนเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีที่สำหรับรถยนต์แล้ว ทางออกคือจักรยานนั่นเอง



“สิ่งสำคัญคือ เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดของคน ถนนคือพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่เฉพาะรถยนต์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้ แต่ถนนต้องถูกออกแบบเพื่อการใช้อื่นๆ ด้วย ทั้งการเดิน การใช้จักรยาน It’s not a road. It’s a public space.” คือแนวคิดหลักที่คุณค่อยเน้น



และเมื่อมองมาที่กรุงเทพฯ ของเรา คุณค่อยบอกว่ากรุงเทพมหานครมีศักยภาพที่จะทำเลนจักรยานได้ดีเนื่องจากถนนกว้างพอ ต่างจากลอนดอนซึ่งถนนหนทางมักเป็นซอยแคบๆ แต่องค์กรรณรงค์ด้านจักรยานอาจจะยังไม่แข็งแรงพอจะมีบทบาทในภาครัฐ



แม้จะมีเสียงทัดทานจากเวทีเสวนาว่า กรุงเทพจะเป็นเมืองจักรยานได้อย่างไรในเมื่อนักการเมืองยังมีผลประโยชน์มหาศาลกับบริษัทผลิตรถยนต์และบริษัทค้าน้ำมัน แต่คุณค่อยก็บอกว่า ไม่ว่าอย่างไรปัญหาการจราจรจะต้องมีวันถึงจุดที่ผู้คนในเมืองไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และการสนับสนุนจักรยานก็ไม่ได้แปลว่าจะต่อต้านรถยนต์ เพราะก็มีประโยชน์ในการบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่คนเมืองต้องการคือความรับรู้ของคนต่อจักรยานในฐานะที่เป็นพาหนะหนึ่งบนท้องถนน มีสิทธิ์มีเสียงเท่ากับรถยนต์ที่ขับผ่านไปมาเช่นกัน



และหากไม่เริ่มสร้างเครือข่ายจักรยานตั้งแต่วันนี้ วันที่มีปัญหาจนนักการเมืองต้องหันมาพึ่งพิงภาคประชาชน มันก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว



สิ่งที่เครือข่ายผู้ใช้จักรยานในกรุงเทพสามารถทำได้ทันทีก็คือ ต้องมีแผนเส้นทางจักรยานที่ขับขี่ได้สะดวกปลอดภัย สร้างกิจกรรมรณรงค์ เช่น ขี่จักรยานทุกวันอาทิตย์ และสร้างจุดจอดที่ปลอดภัย



“การใช้จักรยานไม่เพียงแต่แก้ปัญหาจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถขยายผลแก้ไขปัญหาเมืองได้ด้วย เมื่อคุณมองถนนเป็นพื้นที่สาธารณะ ช่องว่างลดลงไป ผู้คนได้พบหน้ากันมากขึ้น สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจดีขึ้น แถมยังประหยัดเงิน เพอร์เฟค” รอยยิ้มของคุณค่อยส่งกำลังใจไปให้เครือข่ายนักปั่นทุกคน



--------------------------------------

มูลนิธิโลกสีเขียวร่วมกับสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทยและชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เปิดรับอาสาสมัครสำรวจเส้นทางจักรยานที่ใช้ได้จริง รวบรวมไว้ในคู่มือแผนที่เส้นทางจักรยานกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ใช้จักรยานได้มีโอกาสใช้เส้นทางได้ทั่วกรุง และเส้นทางที่ได้รับเลือกจะถูกนำเสนอต่อ กทม. เพื่อการปรับปรุง เพื่อทำแผนที่จักรยานกรุงเทพ รายละเอียดที่ http://goo.gl/DzfHg

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 21 ธ.ค. 2010, 20:33
โดย jimmymtb
หากภาครัฐ ให้การสนับสนุน
*การลงมือทำมันก็ง่ายขึ้น แต่การให้ความร่วมมือแบบขอไปที..
**กรุงเทพฯยังเล็กกว่า LONDON ยังใหม่กว่า สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างเร็วด้วย..
***อย่างกลุ่มของน้าเป็ด ก็ทำอยู่แล้ว แต่ภาค รัฐ ไม่ได้เหลียวแลเลย บางถนนมี BIKE LANE เอาไว้ตั้งหาบเร่ ตั้งแผงลอย จอดรถ ที่ตั้งวินมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง ฯลฯ....
น่าจะเชิญ ผู้ว่ากทม ไปฟัง...(ไปเห็นมาหลายๆเมืองแล้ว น่าจะมีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกลมากกว่านี้)
ต่างจังหวัดเหมือนกัน การขยายเมือง น่าจะจัดระบบการใช้ จักรยาน เข้ามาร่วม ในการวางแผนเลย จะได้ไม่ต้องมาแก้ไข ไม่ต้องมาขัดแย้งกันทีหลัง

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 22 ธ.ค. 2010, 18:36
โดย Dhandranunda
ถ้าประเทศไทยเอาแต่รณรงค์ เชิญชวน ขอร้อง แต่ไม่มีมาตรการบังคับหรือกึ่งบังคับออกมาควบคู่กัน ผมว่าล้มเหลวครับ
แล้วถ้ามีมาตรการมาบังคับแต่สุดท้ายก็ต้องพับไปเพราะถูกคนส่วนนึงต่อต้าน แล้วก็ไปฟังเฉพาะคนส่วนนั้นเพราะวัดกันที่ "เสียงดังกว่า" ก็ล้มเหลวครับ
ผมต้องการให้รัฐใช้มาตรการจากอ่อนไปหาแข็งเพื่อกำราบรถยนต์บนถนน เช่น มาตรการทางภาษี
แม้แต่โครงการ "รถเมล์ฟรี" ก็ควรใช้ภาษีของคนมีรถในกทม มาโปะให้กับ ขสมก คิดว่าถูกต้องมั้ย คือแทนที่จะเอาภาษีจากคนไทย หรือคนกทม ทั้งหมดมาใช้กับโครงการนี้
ก็เรียกเก็บเอาจากคนใช้รถยนต์ส่วนตัวสิครับ นั่นคือ คุณมีส่วนทำให้กทม มีรถยนต์มาก ทำลายสภาวะแวดล้อม สร้างมลพิษ คุณก็ต้องจ่ายให้กับคนที่เขาใช้ขนส่งสาธารณะจึงจะถูกต้อง
ส่งเสริมบริษัทห้างร้านให้พนักงานใช้จักรยาน จะทำยังไงไปคิดดู ประเทศอื่นเขายังทำกันได้และทำมานานแล้ว
อย่าเอาใจคนขับรถส่วนตัวด้วยโครงการนั่นนี่ เช่น ทำให้น้ำมันราคาถูก มันจะแพงก็ให้มันแพง แต่ควรควบคุมเฉพาะน้ำมันที่ใช้กับรถขนส่งสาธารณะเพื่อปชช จะได้ไม่เดือดร้อน
มาตรการ car pool ตกลงเลิกไปนานแล้วใช่มั้ยครับ?
รถวันคู่วันคี่ก็คงเลิกไปนานแล้วเหมือนกัน

งานมอเตอร์โชว์ทั้งหลาย รัฐต้องเรียกเก็บภาษีซะให้มาก เพราะงานพวกนี้มีส่วนส่งเสริมให้คนอยากมาใช้รถ โดยเฉพาะรถราคาแพง

ต้องควบคุมรถ และสนับสนุนจักรยาน และขนส่งสาธารณะ สำคัญที่สุดโครงการขนส่งมวลชนรางทั้งหลายแหล่ต้องคลอดออกมาเร็ว อย่าให้ชนกลุ่มน้อยที่เสียประโยชน์ต่อต้านจนแท้ง

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 22 ธ.ค. 2010, 18:38
โดย Dhandranunda
อีกอย่าง มอเตอร์ไซค์รับจ้างเยอะเกินไปรึเปล่า?

แท๊กซี่เยอะเกินไปรึเปล่า?

ควรจำกัดให้อยู่ในขอบเขตของความพอดี แท๊กซี่ มอเตอร์ไซค์วินก็คือรถที่ใช้น้ำมัน ปล่อยไอเสีย มันวิ่งเพ่นพ่านเกลื่อนถนนไปหมด (มอเตอร์ไซค์วินยังพอว่า เพราะไม่มีผู้โดยสารเขาก็จะจอดที่วินเฉยๆ ต่างจากแท๊กซี่ที่ตะเวนวิ่งรถเปล่าไปทั่วเมือง หรือจอดเฉยๆ ก็เปิดแอร์ ปล่อยไอเสีย)

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 24 ธ.ค. 2010, 11:32
โดย bikemmm
:)

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 24 ธ.ค. 2010, 16:33
โดย sunchirow
สำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวในการเสวนานะครับ
ผมขอส่งคลิปงานเสวนาวันนั้นให้นะครับ
http://www.facebook.com/video/video.php ... 967&ref=mf
ภาพอาจไม่ค่อยชัด
แต่สามารถไปดูppt ประกอบได้ที่
http://www.greenworld.or.th/library/env ... ticle/1084

หรือถ้าจะอ่านสรุปก็อ่านได้ทีนี่ครับ
http://www.greenworld.or.th/greenworld/local/1083

Re: เสวนา "สู่เมืองวิถีจักรยาน"

โพสต์: 24 ธ.ค. 2010, 16:44
โดย nonlany
Dhandranunda เขียน:อีกอย่าง มอเตอร์ไซค์รับจ้างเยอะเกินไปรึเปล่า?

แท๊กซี่เยอะเกินไปรึเปล่า?

ควรจำกัดให้อยู่ในขอบเขตของความพอดี แท๊กซี่ มอเตอร์ไซค์วินก็คือรถที่ใช้น้ำมัน ปล่อยไอเสีย มันวิ่งเพ่นพ่านเกลื่อนถนนไปหมด (มอเตอร์ไซค์วินยังพอว่า เพราะไม่มีผู้โดยสารเขาก็จะจอดที่วินเฉยๆ ต่างจากแท๊กซี่ที่ตะเวนวิ่งรถเปล่าไปทั่วเมือง หรือจอดเฉยๆ ก็เปิดแอร์ ปล่อยไอเสีย)
มาร่วมกันเป็น Bangkok Bike Chic กันเถอะ

อยากเห็นจังว่าแต่ตัว chic แบบไหนคะ ขอชมภาพ ;)