หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 11:03
โดย nir009
ปั่นทางไกล ดื่มน้ำที่ละลายผงเกลือแร่ตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้ข้างซอง จะดีกว่าดื่มน้ำธรรมดารึเปล่าครับ หรือไม่จำเป็น ดื่มแค่น้ำธรรมดาก็พอแล้ว
*** ถาม 1 ข้อ

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 11:12
โดย E29IAN
รอคำตอบดว้ยคน

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 12:00
โดย Reaw
อยากรู้ด้วยครับ ทั้งเชิงวิชาการและประสบการณ์

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 12:08
โดย JohnnyP
ตอบตามประสบการณ์ และ ที่อ่านผ่านๆ มานะครับ

ผมเองจะใช้เกลือแร่หรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ครับ
- ถ้าปั่นเพื่อลด ควบคุมน้ำหนัก ผมจะดื่มน้ำเปล่าครับ เพราะต้องการให้ร่างกายดึงเอาไขมันไปเผาให้มากที่สุด
ผลที่ได้ก็ตามนั้นครับ ช่วงไหนปั่นแบบดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำหนักผมไม่ลงเลย แม้จะปั่นเป็น 100 กม. ก็ตาม
ผิดกับช่วงดื่มน้ำเปล่า น้ำหนักลดลงดีกว่า

- แต่ถ้าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการปั่น เช่นในระยะทางที่เกินวิสัยปกติ หรือเน้นความเร็ว หรือปั่นแข่งขัน ฯลฯ
ก็ดื่มเกลือแร่ดีกว่าครับ เพราะในเกลือแร่มีน้ำตาลอยู่ช่วยเติมพลังงานให้ในเวลาที่หมด (ผมรู้สึกได้ครับว่ากำลังดีขึ้นหลังดื่มเกลือแร่ แต่แป๊ปเดียวหมด)
นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่ แร่ธาตุอยู่ในนั้น ได้ผลดีในการป้องกันการเกิดตะคริวครับ

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 13:46
โดย GT ดำ
เชิญผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์ ช่วยกันตอบเยอะๆหน่อยครับ จะได้เป็นความรู้สำหรับเสือใหม่ๆ กำลังคอยคำตอบครับ

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 14:28
โดย GTX
แล้วเราจะใช้เกลือแร่แบบไหนดี หรือแบบที่มีขายตามร้านขายยาเลยครับ

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 14:32
โดย กระดิ่งทอง
สูตรที่ใช้ประจำกัน 1 ชั่วโมง ขั้นต่ำ 1 ลิตร ไม่ว่าจะเหงือออกหรือไม่ เกลือแร่เป็นส่วนเสริมทดแทนเพิ่มได้ก็เยี่ยม ไม่เพิ่มก็ไม่มีปัญหา

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 14:52
โดย Kirov
:)

ขออนุญาตสำเนาความเห็นของท่าน "เสือแก่" (แพทย์) บางส่วนมาครับ
จากใน http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=7694

1 ชมแรก เต็มที่ไม่เกิน 1.30 ชม สำหรับผู้ที่ฟิตมากๆ ร่างกายของเราก็จะนำเอาไกลโคเจนที่สะสมในกล้ามเนื้อ ตับ นั่นแหละครับ ออกมาใช้ คนที่ฝึก aerobic มาดีๆก็จะได้เปรียบคนอื่นๆตรงที่ยังสามารถนำเอาไขมันมาใช้ด้วย ดังนั้นใน 1-1.30 ชมแรก เราจึงสามารถดื่มน้ำอย่างเดียว

หลังจากนั้นล่ะ ถ้าเรายังจะต้องออกกำลังต่อไปอีก เมื่อไกลโคเจนในกล้ามเนื้อเริ่มหมดไป ถึงตอนนี้ร่างกายก็จะนำน้าตาลในเลือดมาใช้ ทีนี้ก็ยุ่งหละครับ เพราะสมองซึ่งพึ่งพลังงานจากน้ำตาลในเลือดเพียงอย่างเดียวเช่นกัน สมองขาดกลูโคสเมื่อไหร่เราจะรู้สึงโหวงเหวงจะเป็นลม เราจึงต้องเติมน้ำตาลไปในน้ำดื่มด้วย เพื่อที่ร่างกายจะสามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดนำไปใช้ได้ทันที แต่ข้อจำกัดอย่างที่ว่า ขณะที่เรากำลังขี่จักรยานนั้น เราไม่สารถพกน้ำดื่มจำนวนมากๆได้ การจะดื่มนำผสมน้ำตาลที่มีความเข้มข้นมากๆนั้นมีข้อจำกัด ร่างกายไม่สามารดูดซึมได้หมด แถมไม่พอการดูดซึมน้ำตาลนั้นขณะที่ดูดซึมน้ำตาลจะพาน้ำเข้าไปด้วย ทำให้เรากระหายน้ำมาก จึงต้องดื่มน้ำตามมากๆ ดังที่พวกเพาเวอร์บาร์แบบแท่งที่แนะนำว่าถ้ากินต้องดื่มน้ำตามมากๆนั่นแหละ ครับ

สรุป( อย่างยาวที่สุด)
สำหรับน้ำดื่มเกลือแร่ที่ใช้ในระหว่างการขี่ที่นานเกิน1 -1.5ชม ขึ้นไป จะมีข้อจำกัดเรื่อง การดูดซึม, ความสะดวกในการพกพา เราไม่สามารถพกน้ำในปริมาณมากๆได้ ในการแข่งขันรายการใหญ่ๆที่ได้มาตรฐาน ผู้จัดการแข่งขันจะตระหนักและเข้าใจเรื่องน้ำ อาหารเสริม เกลือแร่ เป็นอย่างดีนั้น เค้าจะจัดจุดให้น้ำ เครื่องดื่มต่างๆได้อย่างเพียงพอ เช่นสำหรับการวิ่งมาราธอนในวันที่อากาศร้อนจัดๆ อาจจะต้องมีจุดให้น้ำเกือบทุกๆ10-15นาที ที่นักแข่งจะวิ่งไปถึง เพื่อให้นักกีฬาจะสามารถรีดกำลังม้าออกมาได้อย่าง เต็มที่ จักรยานก็เช่นกัน ทีมservice ต้องพร้อมเสมอเมื่อนักจักรยานต้องการ เราคงเคยเห็นการแข่งขันในระดับTDF ทีมดีๆนี่ เพียงแค่นักแข่งยกมือปุ๊บ กระติกน้ำถึงปั๊บ ส่วนทีมทีต้นทุนน้อยหน่อย นักแข่งอาจจะขอน้ำจากเพื่อนๆในกลุ่ม แม้จะเป็นทีมคู่แข่งก็ตาม เป็นภาพที่น่ารักไปอีกแบบ นี่แหละSpirit และเสน่ห์ ของจักรยานละครับ
ความเข้มข้นของทั้งเกลือแร่และน้ำตาลนั้นจึงต้องพอดีๆที่ร่างกายจะสามารถ ดื่มเข้าไปแล้วดูดซึมได้ดีที่สุดและปริมาณน้ำก็พอที่จะทดแทนส่วนที่ขาดไปได้ แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม ความเข้มข้นของเกลือเราทราบแล้ว ความเข้มข้นของน้ำตาลล่ะ เท่าไหร่ดี เค้าพบว่าความเข้มข้นของน้ำตาลที่เหมาะสมนั้นเพียงแค่6-10%เท่า นั้นเอง ซึ่งเครื่องดื่มเกลือแร่ในท้องตลาด ก็มักจะมีความเข้มข้นในช่วงนี้ทั้งนั้น จะแตกต่างกันก็ตรงที่รสชาติอาจจะไม่เหมือนกันตามชนิดของน้ำตาลที่ใช้ในการ ผสม และชนิดของน้ำตาลที่ต่างกันก็ให้ปริมาณพลังงานที่แตกต่างกัน ซึ่งผมได้เขียนไว้ในกระทู้เมื่อมือใหม่อยากซ้อมเสือหมอบ ตามไปอ่านได้เลยครับ แต่ที่แน่ๆก็คือ รสชาติอาจจะไม่อร่อยเท่าใดนัก จะหวานก็ไม่หวาน แถมมีเกลือมาแตะลิ้นให้กระหายน้ำหน่อยๆ ดังที่โบราณว่าไว้แหละ หวานเป็นลมขมเป็นยา บางยี่ห้อเลยต้องเติมกลิ่นให้น่าดื่มมากขึ้น กลิ่นส้ม กลิ่นมะนาว ให้เลือกดื่มตามความชอบครับ


... ขออนุญาต และขอบคุณท่าน "เสือแก่" มา ณ ที่นี้ด้วยครับ :mrgreen: :mrgreen:

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 16:27
โดย kuppaboy
ความรู้ดีๆ สำหรับ มือใหม่ อย่างผม ขอบคุณ ครับ

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 19:23
โดย ทะเล
เคยอ่านนิตยสารต่างประเทศ มีคนหนึ่งเค้าแนะนำ น้ำมะพร้าวผสมกับน้ำเปล่า ในสัดส่วนอย่างละครึ่ง ลองดูนะครับ แต่ผมว่าน้ำดื่มธรรมดา ก็เพียงพอแล้วครับ

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 03 ธ.ค. 2010, 23:23
โดย Appleลูกใหญ่
JohnnyP เขียน:ตอบตามประสบการณ์ และ ที่อ่านผ่านๆ มานะครับ

ผมเองจะใช้เกลือแร่หรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ครับ
- ถ้าปั่นเพื่อลด ควบคุมน้ำหนัก ผมจะดื่มน้ำเปล่าครับ เพราะต้องการให้ร่างกายดึงเอาไขมันไปเผาให้มากที่สุด
ผลที่ได้ก็ตามนั้นครับ ช่วงไหนปั่นแบบดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำหนักผมไม่ลงเลย แม้จะปั่นเป็น 100 กม. ก็ตาม
ผิดกับช่วงดื่มน้ำเปล่า น้ำหนักลดลงดีกว่า

- แต่ถ้าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการปั่น เช่นในระยะทางที่เกินวิสัยปกติ หรือเน้นความเร็ว หรือปั่นแข่งขัน ฯลฯ
ก็ดื่มเกลือแร่ดีกว่าครับ เพราะในเกลือแร่มีน้ำตาลอยู่ช่วยเติมพลังงานให้ในเวลาที่หมด (ผมรู้สึกได้ครับว่ากำลังดีขึ้นหลังดื่มเกลือแร่ แต่แป๊ปเดียวหมด)
นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่ แร่ธาตุอยู่ในนั้น ได้ผลดีในการป้องกันการเกิดตะคริวครับ
มาเก็บความรู้ไปใช้บ้างค่ะ
ออกกำลังกายทีไร กิน Gaterade ตลอดเลย
เดี๋ยวจะเปลี่ยนมาดื่มน้ำปล่าวสลับกันบ้างค่ะ
(แต่ปกติไม่เคยเอาขวดน้ำติดไปกับรถเลยค่ะ จอดซื้อย่างเดียว ชอบน้ำเย็นๆค่ะ)

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 06 ธ.ค. 2010, 15:05
โดย hydrogen
JohnnyP เขียน:ตอบตามประสบการณ์ และ ที่อ่านผ่านๆ มานะครับ

ผมเองจะใช้เกลือแร่หรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ครับ
- ถ้าปั่นเพื่อลด ควบคุมน้ำหนัก ผมจะดื่มน้ำเปล่าครับ เพราะต้องการให้ร่างกายดึงเอาไขมันไปเผาให้มากที่สุด
ผลที่ได้ก็ตามนั้นครับ ช่วงไหนปั่นแบบดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำหนักผมไม่ลงเลย แม้จะปั่นเป็น 100 กม. ก็ตาม
ผิดกับช่วงดื่มน้ำเปล่า น้ำหนักลดลงดีกว่า

- แต่ถ้าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการปั่น เช่นในระยะทางที่เกินวิสัยปกติ หรือเน้นความเร็ว หรือปั่นแข่งขัน ฯลฯ
ก็ดื่มเกลือแร่ดีกว่าครับ เพราะในเกลือแร่มีน้ำตาลอยู่ช่วยเติมพลังงานให้ในเวลาที่หมด (ผมรู้สึกได้ครับว่ากำลังดีขึ้นหลังดื่มเกลือแร่ แต่แป๊ปเดียวหมด)
นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่ แร่ธาตุอยู่ในนั้น ได้ผลดีในการป้องกันการเกิดตะคริวครับ

เห็นด้วยครับ
ผมปั่น 30-40 กม.ไม่เคยดื่มน้ำเกลือแร่ เพราะคิดว่า ร่างกาย ยังไม่ขาดขนาดนั้น ไม่มีอาการโหยหมดแรงจะเป็นลม
แต่ถ้าปั่น หลัก 100 หรือ ระยะเวลานานๆ 3-4 ชั่วโมง ถึงจะมองหาเกลือแร่มาเติม กันตะคริวขึ้นอย่างหนึ่งด้วย

สำคัญคือ ต้องเติมน้ำตลอด จิบบ่อยๆ ดีกว่าดื่มพรวดๆ ... (อันนี้เฮียสุวิทย์จากสุพรรณบุรีบอกมา พยายามทำอยู่ แหะๆ)

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 28 ก.ย. 2012, 16:29
โดย kinfolk
เกลือแร่...ดื่มมากๆทำให้นำหนักขึ้นครับ

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 28 ก.ย. 2012, 19:11
โดย aroma_GG
ได้ตัวการล่ะว่าทำไมปั่นแล้ว นน.ยังเท่าเดิม อิอิอิ สงสัยต้องลองน้ำเปล่าดูหน่อย

Re: ใส่เกลือแร่ลงในขวดน้ำดื่ม....

โพสต์: 30 ก.ย. 2012, 21:41
โดย yameepai
ข้างบนตอบไว้ได้เยี่ยมยอดครับ
สำหรับตัวผม จากประสบการณ์อันน้อยนิด กับความรู้ที่เรียนมา
เกลือแร่ น่าจะช่วยชดเชยการสูญเสียแร่ธาตุที่ออกมากับน้ำเหงื่อ
ซึ่งหากเสียมากไป ตะคริว จะถามหาแน่นอนครับ
และแนะนำ เกลือแร่ที่เป็นแบบนักกีฬาครับ เช่น Royal D มีขายที่เซเว่น ซองละ 5 บาท มั้ง ไม่แน่ใจ
และมีที่ร้านยาเช่นเดียวกับ เกลือแร่ท้องเสีย
2 อย่างนี้ ใช้แทนกันไม่ได้ครับ เวลาซื้อที่ร้านยา บอกว่า เกลือแร่นักกีฬา เกลือแร่เสียเหงื่อ นะครับ