
"ไพศาล จักรยาน" จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับบริษัท สปอร์ตไบซิเคิล จำกัด ส่งท้ายปีเก่าในเดือนธันวาคม 53 พร้อมตะลุยภาคอีสานเป็นครั้งแรกกับ Trip de Special # 13
เส้นทางไดโนเสาร์ จังหวัดกาฬสินธุ์
พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับร้านไพศาลจักรยาน พร้อมข้อเสนอพิเศษในวันเปิดร้าน และรับของที่ระลึก รางวัลต่างๆมากมาย
กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม 53 เวลาประมาณ 10.00 น. Grand Opening จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษสำหรับลูกค้าในพื้นที่ พร้อมร่วมสนุก
รับของที่ระลึก และร่วมจับฉลากรับของรางวัลต่างๆมากมายจากร้านไพศาลจักรยาน
กิจกรรมในวันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม 53 นั้นเป็น Trip de Special # 13 โดยเริ่มต้นจากบริเวณหน้าร้านไพศาลจักรยาน ถนนธนะผล มุ่งหน้าสู่อำเภอ
สหัสขันธ์ แวะชมสะพานข้ามฝั่งเขื่อนลำปาว แล้ววกกลับมาพักรับประทานผลไม้ และน้ำดื่ม บริเวณพิพิธภัณฑ์สิรินธร จากนั้นปั่นกลับเส้นทางเดิมกลับมายัง
ร้านไพศาลจักรยาน ระยะทางรวมโดยประมาณ 80 กิโลเมตร
สถานที่นัดพบ
ร้านไพศาลจักรยาน (ถนนธนะผล)
พิกัด GPS
N 16.435895
E 103.51228
กำหนดการโดยสังเขป
วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม 53
10.00 - 17.00 น. Grand Opening ร่วมแสดงความยินดี และซื้อสินค้าราคาพิเศษ
พร้อมรับของที่ระลึก และจับฉลากรับของรางวัล
วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม 53
07.00 น. ลงทะเบียน
08.00 น. รวมพล และฟังคำอธิบายเส้นทางการปั่น
08.10 น. เริ่มออกเดินทางจากร้านไพศาลจักรยาน
09.45 น. แวะชมสะพานข้ามฝั่งเขื่อนลำปาว
10.15 น. พักรับประทานผลไม้ และเครื่องดื่ม บริเวณพิพิธภัณฑ์สิรินธร
10.45 น. เริ่มออกเดินทางปั่นกลับมายังร้านไพศาลจักรยาน
12.30 น. ถึงร้านไพศาลจักรยาน (จบทริป)
ระยะเส้นทางรวมโดยประมาณ 80 กิโลเมตร
การเตรียมความพร้อมและข้อแนะนำของผู้เข้าร่วมทริป
- ทริปนี้เป็นทริปเปิด รถจักรยานเสือหมอบและเสือภูเขา สามารถเข้าร่วมทริปได้ โดยไม่จำกัดยี่ห้อ และไม่เสียค่าใช้จ่าย
- เตรียมน้ำดื่มสำหรับดื่มระหว่างทาง อาจใช้กระติกน้ำหรือเป้น้ำก็ได้, ยางใน และอุปกรณ์ปะยาง สูบพกพา (ถ้ามี)
- ใช้รองเท้าจักรยาน หรือรองเท้ากีฬาแบบหุ้มเท้า (ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้าแตะ) , ถุงมือแบบเต็มนิ้วหรือครึ่งนิ้ว , แว่นตา , สนับขา หรือสนับแขน(ถ้ามี),
อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด ยานวด และสวมหมวกกันน็อคตลอดการเดินทาง
- ตรวจเช็คสภาพรถจักรยาน เช่น ระบบเบรค ยาง ระบบจุดหมุนต่างๆ น๊อตที่ขันตามอุปกรณ์ต่างๆได้แก่ แฮนด์ สเตม หลักอาน เบาะ โช๊ค
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันปั่น ทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย
- ควรฝึกซ้อมเพื่อให้ปรับสภาพร่างกายก่อนออกทริป
- หากมีโรคประจำตัว กรุณาแจ้งทีมงานไว้ล่วงหน้า
- สำหรับท่านที่คาดว่าจะหิวก่อนถึงจุดพักควรเตรียมอาหารระหว่างทาง
- ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า ระหว่างการปั่นควรทิ้งระยะห่างจากคันหน้าประมาณ 1 เมตรควรให้สัญญาณเตือนคันหลังหากพบสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายเช่นกิ่งไม้
ก้อนหิน และไม่สนทนาหยอกล้อหรือเล่นในลักษณะก่อให้เกิดอันตราย
- ระหว่างปั่นควรจิบน้ำเป็นระยะ เพื่อลดอาการตะคริว สูญเสียน้ำ
- ประเด็นเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับเรา ดังนั้นผู่ร่วมทริปโปรดฟังคำแนะนำจากทีมงานโดยเคร่งครัด
- รถปิดท้ายขบวน
- จุดพักบริการน้ำดื่มและผลไม้ ***ไม่มีค่าใช้จ่าย
ภาพบรรยากาศบางส่วนครับ














ข้อมูลพื้นที่ที่น่าสนใจ
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
ตั้งอยู่ที่เชิงภู กุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 28 กิโลเมตร (ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร)
มีทางแยกขวาไปอีก 1 กิโลเมตร บริเวณภูกุ้มข้าว ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของวัดสักกะวัน เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก รวมทั้งโครงกระดูกไดโนเสาร์ทั้งตัว
ที่สมบูรณ์ที่ฝังอยู่ในพื้นดินและได้รับ การขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี
พิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ ที่สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้
รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า "พิพิธภัณฑ์สิริธร" การจัดแสดงภายในอาคารแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 การกำเนิดโลก
ส่วนที่ 2 การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตซึ่งรวมถึงไดโนเสาร์ จนถึงการกำเนิดมนุษย์
ส่วนที่ 3 เป็นนิทรรศการหมุนเวียน ปัจจุบันกำลังจัดแสดงนิทรรศการ “ซากดึกดำบรรพ์ปลาภูน้ำจั้น”
ซึ่งเป็นซากปลาน้ำจืดโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีชื่อว่า "เลปิโดเทส" มีความยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตรอยู่ในยุคมีโซโซอิก หรือ 65 ล้านปีที่แล้ว
ช่วงเดียวกับไดโนเสาร์
พิพิธภัณฑ์สิรินธร เปิดให้บริการทุกวัน (ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด) เวลา 8.30-17.30 น. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4387 1014
นอกจากนี้ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของวัดสักกะวัน เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล (หลวงพ่อบ้านด่าน) พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยทวารวดี
ซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง









