ไปเที่ยว สปป.ลาว เจอกลุ่มเสือ
โพสต์: 15 ธ.ค. 2008, 15:02
ทริปนี้เกิดขี้นเมื่อวันที่ (13-14ธ.ค51) ตอนแรกตั้งใจว่าจะนำรถยนต์ไปจอดที่หนองคายแล้วค่อยข้ามไปยัง "เวียงจันทน์" สปป.ลาว
แต่กลุ่มเราอยากนั่งรถไฟ ก็เลยจัดให้
ผมวางแผนจะนั่งรถไฟ รถด่วนขบวนที่ 69 (ราคาท่านละ 35บาท)ออกจากขอนแก่น เวลาประมาณ 05.05 น(ตีห้าห้านาที) โดยที่กลุ่มเราก็ออกจากบ้านประมาณ ตีสี่ครึ่ง เพื่อจะไปนั่งเล่นรอรถไฟ ที่สถานีรถไฟขอนแก่น ...(โทร043221112 043220445) แต่พอซื้อตั๋ว เจ้าหน้าที่บอกว่า รถไฟเสียเวลา มาถึงขอนแก่นก็ประมาณ 6 โมงกว่าๆ เอาละซิ..เปลี่ยนแผนทันที เราก็ขึ้นรถไฟ(ฟรี)(ที่ต้องเสียเงิน เนื่องจากดันไปซื้อตั๋วขบวนที่ 69 ไว้ก่อน) ซึ๋งขบวนรถไฟฟรีก็เสียเวลาเช่นกัน จอดรออยู่สถานที่ตั้งนานแล้ว เวลาจริงๆคือ 04.15 น เป็นรถเร็วขบวนที่ 133 (ประมาณว่าขี้เกียจรอขึ้นขบวน 69)
http://www.khonkaenlink.info/upload
อากาศยามเช้าแสนสดชื่น แล้วก็เย็นจับจิต.. (นานแล้วไม่ค่อยได้นั่งรถไฟยามเช้า เช่นนี้)..
ผู้โดยสารก็เยอะพอควร แต่มาถึงสถานีอุดร ผู้โดยสารลงเกือบหมด เหลือไม่กี่คน รวมทั้งกลุ่มเราด้วย เราก็เลยยึด ตู้โดยสารเป็นที่
เรียบร้อย.. (หมายเหตุ รถไฟ(ฟรี) หนาวมาก)
พอถึงสถานีรถไฟหนองคายประมาณ 8โมง 15 นาที เราก็เหมารถสามล้อเครื่อง(คนละ20บาท) ไปทำใบผ่านแดนที่ อำเภอเมืองหนองคาย ท่านละ 40บาท เสร็จเราก็นั่งรถสามล้อคันเก่า(คิดอีกคนละ 20บาท) เพื่อจะนำกลุ่มเราไปส่งที่ ด่าน
บริเวณ ที่ว่าการอำเภอเมืองหนองคาย เสาร์ อาทิตย์ ก็ทำงานกันครับ เจ้าหน้าที่ น่ารักทุกๆท่านครับ..
ถ่ายมาจากบริเวณห้องรับทำใบผ่านแดน ที่ว่าการอำเภอเมืองหนองคาย..
เราข้ามมาฝั่ง สปป.ลาว (เราเหมารถตู้ วันละ 1,200 บาท รวมทุกอย่างและค่าน้ำมัน คนขับบอกว่า ไม่จำกัดเวลา ราคานี้ไม่รู้ว่าแพงไปเปล่าครับ)เจ้าของรถตู้ท่าทางใจเย็นมาก เราก็เลยไม่ต่อราคา ประมาณว่าถูกชะตา ก็เลยไม่ต่อราคา (แต่ผมก็แอบต่อแล้วนะครับ แต่เพิ่นไม่ยอมลดให้)
ชื่อ ท้าวโต้ เบอร์ 007856205920961
ค่าธรรมเนียมเข้า สปป.ลาว(ถ้าเป็นใบผ่านแดน 65 บาท)(ค่าตั๋ว(ปี้)รถโดยสารข้ามไป คนละ 20 บาท )
โรงแรมมงคล (เวียงจันทน์) ที่เราไปพักครับ ห้องพักนอน 3 คน คิด ราคา 1,100 บาท (รวมอาหารเช้า)
ห้องนอนก็ประมาณ กลางๆครับ มีแอร์ ตู้เย็น โต๊ะเครื่องแป้ง+กระจก ห้องน้ำมีน้ำอุ่น
ที่แรกที่เรามาเที่ยวก็คือ "หอพระแก้ว" (ค่าเข้า 25 บาท/คน)
นักท่องเที่ยวต่างประเทศท่านนี้นั่งเล่น สบายๆ
มุมมอง จาก "หอพระแก้ว" มองออกไปยังบริเวณด้านนอก ครับ
วันที่เราไป แดดค่อนข้างแรง อากาศอบอุ่น ไม่ร้อนมากเท่าไรนัก
วัดศรีสะเกษ(ไม่รู้ว่าเขียนแบบนี้เปล่า)ซึ่งอยู่ตรงข้าม หอพระแก้ว ส่วนนี้ไม่ต้องเสียเงินเข้าชมครับ
หลังจากนั้นเราก็ไปต่อที่ "ศาลหลักเมือง" (วัดศรีเมือง) ในส่วนนี้ไม่เสียเงินเข้าครับ
บริเวณ ศาลหลักเมือง ผมก็ยืนฟัง พ่อใหญ่ เล่นเพลง(ซึ่งฟังแล้วก็มีเพลงไทยด้วยครับ) ก็เลยช่วยท่านไป 20 บาท ครับ
เราไหว้พระที่ ศาลหลักเมือง เดินชมสถานที่เรื่อยเปื่อย ชักหิวข้าว คนรถตู้ก็พาเราไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใกล้ๆกับ "อนุสาวรีย์ดาวแดง"
ชื่อ ร้านโฟนเค็ง (ประมาณเนี่ย) 6 ท่าน หมดไป 350 บาท (แปดสิบสี่พันกีบ) ร้านนี้ในความเห็นผม "อร่อย"ใช้ได้ครับ
แต่ราคา ค่อนข้างแพงไปนิดหนึ่ง(ในความเห็นผมนะ)
หลังอิ่มเสร็จ เราก็ไปต่อที่"วัดพระธาตุหลวง" เห็นว่า ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว (สวยงามมากครับ)
ซะหน่อยน๊า....อิอิ..
บริเวณภายใน "วัดพระธาตุหลวง" ค่าเข้าชม ท่านละ 25 บาท
อีกมุมหนึ่งของ วัดพระธาตุหลวง
ผมหัดฝึกหามุมถ่ายภาพครับ แดดค่อนข้างแรงครับ (มุมนี้ก็สวยครับ)
ซื้อบริเวณปากประตูเข้าวัดครับ
เสร็จจากวัดพระธาตุหลวง เราก็มาเที่ยวต่อที่"ประตูชัย" เวียงจันทน์ สปป.ลาว นักท่องเที่ยวเยอะครับ คนไทยก็เยอะครับ
เราก็ต้องจ่ายเงินเพื่อเดินขึ้นประตูชัย(ท่านละ 15 บาท)
ภาพ-มุมมองจากประตูชัยลงมาครับ
โผล่หน้ามาเก็บภาพ..
เราเดินเที่ยว บริเวณประตูเมือง ดูเรื่อยเปื่อย เล่นซะเมื่อยขา ก่อนจะลากลับที่พักครับ
หลังจากที่เที่ยววันแรก นอนเอาแรงหายเมื่อยแล้ว เช้าวันที่2 ก่อนกลับ ผมก็แวะไปชมสถานที่ต่างๆของ เวียงจันทน์ครับ อันนี้น่าจะเป็นท่ารถของเวียงจันทน์นะครับ
แวะไปยัง ตลาดหัวขวา ใกล้ๆกับ ตลาดเช้า(แต่ตลาดเช้า ยังไม่เปิดครับ) ขอหม่ำขนมปังก่อนครับ ก่อนกลับโรงแรมเพื่อทานอาหารเช้า
หลังจากเดินเล่นตลาดหัวขวา ก็กลับโรงแรมมงคล ได้อาหารเช้าแบบนี้ครับ แต่ยังมีขนมปังอีกนะครับ (ยังไม่ได้มาเสิร์ฟ)
ภายในบริเวณ โรงแรม มงคล (เวียงจันทน์) สปป.ลาว หลังจากอิ่มข้าวเช้าแล้วเราก็เดินทางไปยังด่านเพื่อข้ามกลับประเทศไทยครับ
บริเวณด่านตรวจ สปป.ลาว ก็ได้เจอกับ กลุ่มจักรยานของไทยที่ไปเที่ยว สปป.ลาว
พี่สาวท่านนี้เจอกันตอนไปเที่ยว "วัดพระธาตุหลวง" ก็เลยจำได้ ก่อนจะออกจากด่านก็เลยขอเก็บภาพกันซะหน่อย
หวังว่าคงจำกันได้นะครับ ถ้าได้ดูภาพ
เห็นจอดเรียงกันเป็นกลุ่ม ( ไปช๊อปปิ้งกันสนุกมือครับ เห็นแต่ละท่านหิ้วของติดไม้ติดมือกันล้น )
เห็นคุยกันว่าจะไปรวมกับอีกกลุ่ม ที่ หนองคาย แล้วประมาณ 18.30 น ค่อยกลับกรุงเทพฯ ทางรถไฟ)
ภาพนี้จำได้ว่า ผมอยู่บนรถโดยสารเพื่อข้ามสะพานไปยังฝั่งไทย พี่ท่านก็เล่นปั่นอยู่กลางถนน กลางสะพานเลยครับ
ไม่รู้ว่าพี่ท่านชื่อเสืออะไรละเนี่ย
บริเวณ ท่าเสด็จ
เราแวะทานข้าวเที่ยงที่ "ท่าเสด็จ"(หนองคาย) ครับ ก่อนจะเดินซื้อของที่ตลาด
เบียร์ลาว
ขอจบทริปเที่ยว สปป.ลาว ด้วยภาพน่ารักๆ นี้นะครับ
โอกาสหน้า ว่าจะไป"ปั่นจักรยานเที่ยว เวียงจันทน์ สักครั้ง แล้วอาจจะเผลอไป "หลวงพระบาง" ก็เป็นไปได้
ขอบคุณครับ