ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
โพสต์: 30 ต.ค. 2010, 08:55
อาการเป็นแบบนี้ครับ ปั่นไปประมาณ1ชั่วโมง มักจะมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้านะครับ ไม่รู้ว่าสาเหตุเกินจากอะไร ใครรู้ช่วยแนะนำด้วยครับ

ท่าจะจริงครับ ปั่นไปสักยี่สิบกิโลผมก็มีอาการชาเล็กน้อยที่นิ้วเท้าบางนิ้วเหมือนกัน พอหยุดพักอาการชาก็หายไปแล้วก็ปั่นต่อได้ อาจเป็นที่เชือกรองเท้ารัดแน่นเกินไปก็ได้เสือ Spectrum เขียน:ลองดูที่รองเท้าครับ รองเท้าบางแบบปลายเรียวทำให้บีบปลายเท้า ทีนี้การปั่นจักรยานนั้นเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่องเลือดจะไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้ามาก อ.lucifer เวป Bikeloves.com เคยอธิบายให้ฟังว่าพอเราปั่นฯ ต่อเนื่องเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อยครับ ทีนี้ถ้ารองเท้าบีบรัดเลือดเดินไม่สะดวกมัก็เลยเกิดอาการชา
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
เต็ม 10 ให้ 100 ครับเสือ Spectrum เขียน:ลองดูที่รองเท้าครับ รองเท้าบางแบบปลายเรียวทำให้บีบปลายเท้า ทีนี้การปั่นจักรยานนั้นเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่องเลือดจะไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้ามาก อ.lucifer เวป Bikeloves.com เคยอธิบายให้ฟังว่าพอเราปั่นฯ ต่อเนื่องเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อยครับ ทีนี้ถ้ารองเท้าบีบรัดเลือดเดินไม่สะดวกมัก็เลยเกิดอาการชา
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
จะหาภาพประกอบดูเป็นแนวทางได้ที่ไหนครับ ผมพึ่งติดครีตวันแรก ลองซ้อมปั่นรอบบ้านอยู่ 2-3 รอบแล้วออกถนนใหญ่ไปสวนรถไฟ รู้สึกชาที่ปลายนิ้วก้อยเท้าซ้ายมากเหมือนกัน ทั้งที่ปรกติถ้าสวมรองเท้านี้ตอนยังไม่ติดครีตจะชาข้างขวา (เพราะเท้าขวาเราใหญ่กว่าซ้ายอยู่แล้ว..และเมื่อปั่นนานๆ เช่นกัน)pskorat เขียน:ผมมีวิธีที่คิดและใช้เองมานานแล้วทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา ดังนี้
คิดเอง
1. เมื่อสวมรองเท้าจัดให้เข้าที่เข้าทางดีแล้วอย่าเพิ่งดึงสายรัด(ไม่ว่าจะมีกี่สาย)ให้ตึงจนแน่น ณ เวลานั้น
2. นั่งยองๆโดยทิ้งน้ำหนักลงบนปลายเท้าทั้งสองให้เท่าๆกัน
3. ณ ตำแหน่งนี้ปรับสายรัดด้านหน้าให้แน่นที่ความรู้สึกนี้
4. ยืนขึ้นปรับสายรัดหลังเท้าเส้นแรกให้แน่นตามที่เห็นว่าสบาย เพราะเส้นแรกนี้อาจต้องมีการปรับขณะอยู่บนอานเป็นช่วงๆแน่นอนครับ
มีอีก 1 คำแนะนำจากฝ่ายเทคนิคของ RBR.com เขาเสนอให้แก้ปัญหา Hot Foot โดยปรับตัวสมอ(cleat) ใต้รองเท้าให้ฝ่าเท้าล้ำไปด้านหน้าเล็กน้อย แทนที่จะเล็งตรงบนเส้นลากจากใต้เนินนิ้วโป้งเท้าไปยังเนินนิ้วก้อยตามทฤษฎีที่ยึดถือกันมานานแสนนาน เขาให้เหตุผลว่าได้ประโยชน์สองสถาน
1. ลดแรงกดลงบนเนินนั้นที่มีจุดซับน้พำหนักค่อนข้างบาง
2. ที่ตำแหน่งนี้ท่านจะพบว่าการควงรอบขาของท่านจะราบเรียบกว่าแนวโน้มการกระทืบลงบนลูกบันได(stump the pedal)ตามการปรับแบบดั้งเดิม
ลองดูครับ ได้ผลอย่างไรแจ้งในกระทู้ด้วยนะครับ
ส่วนตัวผมก็ลองตามที่แจ้งข้างต้น..รู่สึกได้ทันทีว่าดี...ครับ
หมายเหตุ..www.roadbikerider.com สามารถสมัครเป็นสมาชิก ฟรี ได้รับจดหมายข่าวทุกๆ 2 อาทิตย์ แต่ก่อนนี้ทุกวันพฤหัสบดี มีอะไรดีๆมากมาย เพราะกองบรรณาธิการยกยวงออกมาจากนิตยสาร Bicycling ครับ จนถึงขณะนี้ฉบับที่ 457 แล้วครับ ผมทำสำเนาเอาไว้ทั้งหมด ถ้ามีเวลาอาจจะ(อาจจะ...)ทยอยคัดลอกนำสาระน่ารู้ลงในหน้าพูดคุยครับ
ผมจะชาเฉพาะที่นิ้วก้อยเท้าข้างซ้ายน่ะครับ แต่ข้างขวาไม่เป็นเสือ Spectrum เขียน:ลองดูที่รองเท้าครับ รองเท้าบางแบบปลายเรียวทำให้บีบปลายเท้า ทีนี้การปั่นจักรยานนั้นเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่องเลือดจะไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้ามาก อ.lucifer เวป Bikeloves.com เคยอธิบายให้ฟังว่าพอเราปั่นฯ ต่อเนื่องเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อยครับ ทีนี้ถ้ารองเท้าบีบรัดเลือดเดินไม่สะดวกมัก็เลยเกิดอาการชา
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
ตกลงใช้วิธีไหนครับ อยากทราบ..tatai_loserdrumer เขียน:หายจริงๆด้วยครับ วันนี้ปั่นไปเกือบ2ชั่วโมง ไม่มีอาการชาเลย ขอบคุณจริงๆครับ![]()