Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
- pskorat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
- Tel: 044-257259
- Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH
Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
Passing Out from Low Blood Sugar (Bonking)
Gabe Mirkin, M.D.
If you watch a major bicycle race on TV, you have to be impressed by how the riders can eat enough to sustain them through races that require more than five hours of near maximum effort. If they do not get enough food during their ride, they can fall off their bikes, lie on the ground unconscious and start to shake all over in a in a massive convulsion. This is called bonking: passing out from low blood sugar.
Your brain gets almost all of its fuel from sugar in your bloodstream. When your blood sugar level drops, your brain cannot get enough fuel to function properly, you feel tired and confused and can pass out. There is only enough sugar in your bloodstream to last three minutes. To keep your blood sugar level from dropping, your liver must constantly release sugar from its cells into your bloodstream, but there is only enough sugar in your liver to last 12 hours at rest. During intense exercise, your muscles draw sugar from your bloodstream at a rapid rate. Your liver can run out of its stored sugar and your blood sugar level can drop, and you bonk.
Bonking is common in bicycle races if a rider does not eat frequently, but is rare in long distance running races. When you run, your leg muscles are damaged from the constant pounding on the roads and you must slow down. However, you pedal in a smooth rotary motion which does not damage your muscles, so you can continue to pedal at a rapid cadence for many hours.
To prevent your blood sugar from dropping too low during intense exercise lasting more than two hours, eat at least every 15 minutes. It doesn't matter what you eat: salted peanuts, a peanut butter and jelly sandwich, chicken, an apple, a banana or anything else. Almost all fit people can take small amounts of food frequently during exercise without developing stomach cramps.
Gabe Mirkin, M.D.
If you watch a major bicycle race on TV, you have to be impressed by how the riders can eat enough to sustain them through races that require more than five hours of near maximum effort. If they do not get enough food during their ride, they can fall off their bikes, lie on the ground unconscious and start to shake all over in a in a massive convulsion. This is called bonking: passing out from low blood sugar.
Your brain gets almost all of its fuel from sugar in your bloodstream. When your blood sugar level drops, your brain cannot get enough fuel to function properly, you feel tired and confused and can pass out. There is only enough sugar in your bloodstream to last three minutes. To keep your blood sugar level from dropping, your liver must constantly release sugar from its cells into your bloodstream, but there is only enough sugar in your liver to last 12 hours at rest. During intense exercise, your muscles draw sugar from your bloodstream at a rapid rate. Your liver can run out of its stored sugar and your blood sugar level can drop, and you bonk.
Bonking is common in bicycle races if a rider does not eat frequently, but is rare in long distance running races. When you run, your leg muscles are damaged from the constant pounding on the roads and you must slow down. However, you pedal in a smooth rotary motion which does not damage your muscles, so you can continue to pedal at a rapid cadence for many hours.
To prevent your blood sugar from dropping too low during intense exercise lasting more than two hours, eat at least every 15 minutes. It doesn't matter what you eat: salted peanuts, a peanut butter and jelly sandwich, chicken, an apple, a banana or anything else. Almost all fit people can take small amounts of food frequently during exercise without developing stomach cramps.
-
pong_pong
- สมาชิก
- โพสต์: 7
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2010, 13:43
- Tel: -
- team: -
- Bike: -
- ติดต่อ:
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
- เสือโค้ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1221
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:17
- team: เต็งหนาม
- Bike: trek
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
เดี๋ยวครับ ไปลงทะเบียนเรียนพิเศษภาษาอังกฤษก่อน เดี๋ยวมาใหม่ครับ
- tamvader
- ขาประจำ
- โพสต์: 937
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 15:58
- team: 99 Craft / storm bike / CMDF line: tamvader
- Bike: TREK BIANCHI
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
แปลจาก google ครับ
ผ่านออกมาจากน้ำตาลในเลือดต่ำ (Bonking)
Gabe Mirkin, แพทยศาสตรบัณฑิต
ถ้าคุณดูการแข่งขันจักรยานที่สำคัญในทีวีคุณจะต้องประทับใจกับวิธีการขับขี่สามารถที่จะกินพอที่จะรักษาพวกเขาผ่านการแข่งขันที่ต้องใช้กว่าห้าชั่วโมงของความพยายามสูงสุดใกล้ หากพวกเขาไม่ได้รับอาหารเพียงพอในระหว่างนั่งพวกเขาพวกเขาสามารถตกออกจักรยานของพวกเขาไม่ได้สติอยู่บนพื้นและเริ่มที่จะสั่นคลอนไปทั่วในในการชักกระตุกใหญ่ นี้เรียกว่า bonking : ผ่านออกมาจากน้ำตาลในเลือดต่ำ
สมองของคุณได้เกือบทั้งหมดของน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำตาลในกระแสเลือดของคุณ เมื่อเลือดหยดระดับน้ำตาลของคุณให้สมองของคุณจะไม่สามารถได้รับเชื้อเพลิงพอที่จะทำงานอย่างถูกต้องแล้วคุณรู้สึกอ่อนล้าและสับสนและสามารถส่งออก มีเพียงน้ำตาลพออยู่ในกระแสเลือดของคุณไปยังหน้าล่าสุดสามนาที เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจากการลดลงตับของคุณอย่างต่อเนื่องจะต้องปล่อยออกมาจากเซลล์ของน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดของคุณ แต่มีเพียงพอน้ำตาลในตับของคุณไปยังหน้าล่าสุด 12 ชั่วโมงที่เหลือ ในระหว่างการออกกำลังกายที่รุนแรงกล้ามเนื้อของคุณวาดน้ำตาลจากกระแสเลือดของคุณในอัตราที่รวดเร็ว ตับของคุณสามารถเรียกใช้ออกจากน้ำตาลที่เก็บไว้และระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสามารถวางและคุณ bonk
Bonking เป็นเรื่องปกติในการแข่งขันขี่จักรยานถ้าไม่กินบ่อย แต่จะหายากในการแข่งขันวิ่งระยะทางไกล เมื่อคุณเรียกใช้กล้ามเนื้อขาของคุณจะเสียหายจากการห้ำหั่นคงที่บนถนนและคุณจะต้องชะลอตัวลง แต่คุณเหยียบในการเคลื่อนไหวแบบหมุนเรียบซึ่งไม่เกิดความเสียหายกล้ามเนื้อของคุณเพื่อให้คุณสามารถดำเนินการต่อไปขี่จักรยานที่จังหวะอย่างรวดเร็วหลายชั่วโมง
เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดของคุณจากการลดลงต่ำเกินไประหว่างการออกกำลังกายที่รุนแรงยาวนานกว่าสองชั่วโมงกินอย่างน้อยทุก 15 นาที มันไม่สำคัญสิ่งที่คุณกิน : ถั่วลิสงเค็ม, เนยถั่วและเยลลี่แซนวิช, ไก่, แอปเปิ้ล, กล้วยหรือสิ่งอื่นใด เกือบทุกคนพอดีสามารถใช้จำนวนน้อยอาหารบ่อยครั้งในระหว่างการออกกำลังกายโดยไม่ต้องพัฒนาปวดท้อง
ผ่านออกมาจากน้ำตาลในเลือดต่ำ (Bonking)
Gabe Mirkin, แพทยศาสตรบัณฑิต
ถ้าคุณดูการแข่งขันจักรยานที่สำคัญในทีวีคุณจะต้องประทับใจกับวิธีการขับขี่สามารถที่จะกินพอที่จะรักษาพวกเขาผ่านการแข่งขันที่ต้องใช้กว่าห้าชั่วโมงของความพยายามสูงสุดใกล้ หากพวกเขาไม่ได้รับอาหารเพียงพอในระหว่างนั่งพวกเขาพวกเขาสามารถตกออกจักรยานของพวกเขาไม่ได้สติอยู่บนพื้นและเริ่มที่จะสั่นคลอนไปทั่วในในการชักกระตุกใหญ่ นี้เรียกว่า bonking : ผ่านออกมาจากน้ำตาลในเลือดต่ำ
สมองของคุณได้เกือบทั้งหมดของน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำตาลในกระแสเลือดของคุณ เมื่อเลือดหยดระดับน้ำตาลของคุณให้สมองของคุณจะไม่สามารถได้รับเชื้อเพลิงพอที่จะทำงานอย่างถูกต้องแล้วคุณรู้สึกอ่อนล้าและสับสนและสามารถส่งออก มีเพียงน้ำตาลพออยู่ในกระแสเลือดของคุณไปยังหน้าล่าสุดสามนาที เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจากการลดลงตับของคุณอย่างต่อเนื่องจะต้องปล่อยออกมาจากเซลล์ของน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดของคุณ แต่มีเพียงพอน้ำตาลในตับของคุณไปยังหน้าล่าสุด 12 ชั่วโมงที่เหลือ ในระหว่างการออกกำลังกายที่รุนแรงกล้ามเนื้อของคุณวาดน้ำตาลจากกระแสเลือดของคุณในอัตราที่รวดเร็ว ตับของคุณสามารถเรียกใช้ออกจากน้ำตาลที่เก็บไว้และระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสามารถวางและคุณ bonk
Bonking เป็นเรื่องปกติในการแข่งขันขี่จักรยานถ้าไม่กินบ่อย แต่จะหายากในการแข่งขันวิ่งระยะทางไกล เมื่อคุณเรียกใช้กล้ามเนื้อขาของคุณจะเสียหายจากการห้ำหั่นคงที่บนถนนและคุณจะต้องชะลอตัวลง แต่คุณเหยียบในการเคลื่อนไหวแบบหมุนเรียบซึ่งไม่เกิดความเสียหายกล้ามเนื้อของคุณเพื่อให้คุณสามารถดำเนินการต่อไปขี่จักรยานที่จังหวะอย่างรวดเร็วหลายชั่วโมง
เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดของคุณจากการลดลงต่ำเกินไประหว่างการออกกำลังกายที่รุนแรงยาวนานกว่าสองชั่วโมงกินอย่างน้อยทุก 15 นาที มันไม่สำคัญสิ่งที่คุณกิน : ถั่วลิสงเค็ม, เนยถั่วและเยลลี่แซนวิช, ไก่, แอปเปิ้ล, กล้วยหรือสิ่งอื่นใด เกือบทุกคนพอดีสามารถใช้จำนวนน้อยอาหารบ่อยครั้งในระหว่างการออกกำลังกายโดยไม่ต้องพัฒนาปวดท้อง
บริการบ้านพัก@เกาะสีชัง
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... 8#p4561448
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... 8#p4561448
- บอดข้างแคร่
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ค. 2010, 15:17
- Bike: จีนแดง
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
สรุปประมาณว่า
Bonk คือ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำมาก จนทำให้เกิดหมดสติ และ ชักอย่างรุนแรง
สมองใด้น้ำตาลจากกระแสเลือด (ซึ่งในเลือดจะมีเพียงพอประมาณ 3 นาที) ตับปล่อยน้ำตาล และควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่อยู่สม่ำเสมอ แต่ก็ทำได้ประมาณ 12 ชม ในสภาวะปกติ แต่ช่วงออกกำลังกายหนัก กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลอย่างรวดเร็ว น้ำตาลที่สะสมในตับเกิดการหมด และนำไปสู่ bonk
bonk มักจะเป็นกับนักขี่จักรยานความเร็ว มากกว่านักวิ่งระยะไกล เพราะเมื่อวิ่ง กล้ามเนื้อจะสะสมอาการบาดเจ็บจากแรงกระทำกับพื้นถนน จนทำให้ความเร็วลดไปเอง แต่การถีบจักรยาน สามารถทำความเร็วได้ต่อเนื่องนับหลายๆชั่วโมง เพราะไม่เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (จนในที่สุดก็ "หมด"
แบบทันทีทันใด)
การป้องกันคือ กินอะไรก็ได้ อย่างน้อย ทุก 15 นาที ของออกกำลังกายอย่างหนักที่เกิน 2 ชม.
เช่น เนยถั่ว แซนด์วิชแยม ไก่ แอปเปิ้ล กล้วย etc กินปริมาณน้อย แต่บ่อย จะช่วยให้ไม่จุกหรือปวดท้อง
Bonk คือ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำมาก จนทำให้เกิดหมดสติ และ ชักอย่างรุนแรง
สมองใด้น้ำตาลจากกระแสเลือด (ซึ่งในเลือดจะมีเพียงพอประมาณ 3 นาที) ตับปล่อยน้ำตาล และควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่อยู่สม่ำเสมอ แต่ก็ทำได้ประมาณ 12 ชม ในสภาวะปกติ แต่ช่วงออกกำลังกายหนัก กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลอย่างรวดเร็ว น้ำตาลที่สะสมในตับเกิดการหมด และนำไปสู่ bonk
bonk มักจะเป็นกับนักขี่จักรยานความเร็ว มากกว่านักวิ่งระยะไกล เพราะเมื่อวิ่ง กล้ามเนื้อจะสะสมอาการบาดเจ็บจากแรงกระทำกับพื้นถนน จนทำให้ความเร็วลดไปเอง แต่การถีบจักรยาน สามารถทำความเร็วได้ต่อเนื่องนับหลายๆชั่วโมง เพราะไม่เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (จนในที่สุดก็ "หมด"
แบบทันทีทันใด)
การป้องกันคือ กินอะไรก็ได้ อย่างน้อย ทุก 15 นาที ของออกกำลังกายอย่างหนักที่เกิน 2 ชม.
เช่น เนยถั่ว แซนด์วิชแยม ไก่ แอปเปิ้ล กล้วย etc กินปริมาณน้อย แต่บ่อย จะช่วยให้ไม่จุกหรือปวดท้อง
-
omu
- สมาชิก
- โพสต์: 80
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2010, 14:34
- Tel: 0897 ha ha 78 ha ha
- Bike: Challenger Sierra Cro-Mo 4130
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
ถ้าคุณชมการแข่งขันจักรยานรายการสำคัญทางโทรทัศน์ คุณคงต้องทึ่งในการที่นักปั่นกิน(ไป ปั่นไป)ได้อย่างพอเพียง ที่จะทำให้เขาเหลานั้นแข่งได้จนจบการแข่งขัน ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า ๕ ชั่วโมง ที่ระดับการออกแรงเกือบสูงสุดpskorat เขียน:Passing Out from Low Blood Sugar (Bonking)
Gabe Mirkin, M.D.
If you watch a major bicycle race on TV, you have to be impressed by how the riders can eat enough to sustain them through races that require more than five hours of near maximum effort.
ถ้าเขาเหล่านั้นไม่ได้อาหารอย่างเพียงพอระหว่างการขี่ เขาอาจจะหล่น(ตุ๊บ) จากรถจักรยาน นอนหมดสติบนพื้น แล้วเริ่มชักกระตุกเป็นเจ้าเข้า สิ่งที่เกิดนี้เรียกว่า "bonking": การหมดสติจากการที่น้ำตาลในกระแสเลือดต่ำเกินไปpskorat เขียน: If they do not get enough food during their ride, they can fall off their bikes, lie on the ground unconscious and start to shake all over in a in a massive convulsion. This is called bonking: passing out from low blood sugar.
ป.ล. bonk ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ (เออ งง - กำลังจะบอกว่าที่ไม่ใช่แบบอเมริกัน) เป็น slang แปลว่า อึ๊บ/ฟัน/มีเพศสัมพันธ์ อะไรแบบนั้น คนนอกวงการอาจจะงงว่า ทำไมขี่จักรยานแล้ว bonk ได้
- ที่เหลือให้คนอื่นแปลมั่ง ภาษาอังกฤษของผมมันระดับ snake snake fish fish, you know me little go.
-
omu
- สมาชิก
- โพสต์: 80
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2010, 14:34
- Tel: 0897 ha ha 78 ha ha
- Bike: Challenger Sierra Cro-Mo 4130
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
สมองของเราได้พลังงานส่วนมากจากน้ำตาลในกระแสเลือด เมื่อระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลง สมองของเราก็จะขาดพลังงานที่จะทำให้มันทำงานได้อย่างปกติ เราจะรู้สึกเหนื่อย มึนงงและหมดสติได้pskorat เขียน: Your brain gets almost all of its fuel from sugar in your bloodstream. When your blood sugar level drops, your brain cannot get enough fuel to function properly, you feel tired and confused and can pass out. There is only enough sugar in your bloodstream to last three minutes. To keep your blood sugar level from dropping, your liver must constantly release sugar from its cells into your bloodstream, but there is only enough sugar in your liver to last 12 hours at rest. During intense exercise, your muscles draw sugar from your bloodstream at a rapid rate. Your liver can run out of its stored sugar and your blood sugar level can drop, and you bonk.
ในกระแสเลือดของเรามีน้ำตาลอยู่มากพอให้สมองทำงานได้เพียง ๓ นาที เพื่อไม่ให้น้ำตาลในกระแสเลือดลดลง ตับของเราต้องคอยปล่อยน้ำตาลจากเซลส์ของตับเข้าสู่กระแสเลือดอย่างสม่ำเสมอ โดยในสภาพที่ร่างกายไม่ได้ออกกำลัง ตับของเรามีน้ำตาลสะสมไว้สำหรับใช้งานได้ ๑๒ ชั่วโมง แต่ในขณะที่่มีการออกกำลังอย่างหนัก กล้ามเนื้อจะดึงน้ำตาลจากกระแสเลือดไปใช้ด้วยอัตราที่สูง ตับของเราอาจสูญเสียน้ำตาลที่สะสมไว้จนหมด น้ำตาลในกระเลือดจะลดลง แล้วเราก็ bonk
-
omu
- สมาชิก
- โพสต์: 80
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2010, 14:34
- Tel: 0897 ha ha 78 ha ha
- Bike: Challenger Sierra Cro-Mo 4130
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
bonking เกิดได้บ่อยในการแข่งขันจักรยาน เมื่อนักแข่งกินได้ไม่บ่อยพอ แต่ไม่ค่อยพบในการแข่งขันวิ่งระยะไกล เนื่องจากเวลาเราวิ่ง กล้ามเนื้อขาจะเกิดความเสียหายจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทำให้เราต้องวิ่งช้าลง แต่การปั่นขาเป็นวงกลมด้วยความราบรื่น ไม่ทำให้เกิดความเสียหายของกล้ามเนื้อ เราจึงปั่นด้วยรอบขาสูงๆ ไปได้หลายชั่วโมงpskorat เขียน: Bonking is common in bicycle races if a rider does not eat frequently, but is rare in long distance running races. When you run, your leg muscles are damaged from the constant pounding on the roads and you must slow down. However, you pedal in a smooth rotary motion which does not damage your muscles, so you can continue to pedal at a rapid cadence for many hours.
To prevent your blood sugar from dropping too low during intense exercise lasting more than two hours, eat at least every 15 minutes. It doesn't matter what you eat: salted peanuts, a peanut butter and jelly sandwich, chicken, an apple, a banana or anything else. Almost all fit people can take small amounts of food frequently during exercise without developing stomach cramps.
เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจนต่ำเกินไปในขณะออกกำลังอย่างหนักที่อาจจะใช้เวลาเกิน ๒ ชั่วโมง ควรกินอย่างน้อยทุก ๑๕ นาที จะเป็นอะไรก็ได้: ถั่วลิสงอบเกลือ แซนวิชใส้เนยถั่วและเยลลี่ ไก่ แอปเปิล กล้วย หรืออย่างอื่น คนที่มีความฟิตพอสมควรส่วนมากสามารถกินอาหารปริมาณน้อยๆ บ่อยๆ ขณะออกกำลังได้โดยไม่เกิดตะคริวที่ท้อง
(คราวหน้าเจอกัน ข้าวเหนียวลาบ 7-11 ไก่ห้าดาว ฯลฯ เอิ้ก)
- kiat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1089
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:05
- Tel: 08-3255-4321
- team: RANONGMTB
- Bike: voodoo,mini zyden,ARAYA,JAVA X1
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
ขอบคุณมากครับ ทั้งคนนำมาเสนอและคนแปล โดยเฉพาะคนแปลขอบคุณอีกครั้งครับ
- pskorat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
- Tel: 044-257259
- Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
ขอบคุณทุกท่านที่ได้กรุณาช่วยแปลบทความให้นะครับ
ผมยังมีนานาสาระแบบนี้อีกเพียบ คราวนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องคนช่วยแปลแล้วละครับ
จะทะยอยคัดสรรสาระมาลงตามโอกาสที่อำนวยนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ผมยังมีนานาสาระแบบนี้อีกเพียบ คราวนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องคนช่วยแปลแล้วละครับ
จะทะยอยคัดสรรสาระมาลงตามโอกาสที่อำนวยนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
-
omu
- สมาชิก
- โพสต์: 80
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2010, 14:34
- Tel: 0897 ha ha 78 ha ha
- Bike: Challenger Sierra Cro-Mo 4130
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
ลืมขอบคุณ จขกท ครับkiat เขียน:ขอบคุณมากครับ ทั้งคนนำมาเสนอและคนแปล โดยเฉพาะคนแปลขอบคุณอีกครั้งครับ
ถ้ามีบทความที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ให้ช่วยแปลอีก ก็ส่งข่าวมาได้นะครับ
-
เสือรถพ่วง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1332
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 21:20
- Tel: 0819555673
- team: SAHAKIJ JOHO..KORATBIKE... P.C.S.Clycling Team Korat
- Bike: KONA KHS TREK GIANT SCOTT ANCHOR
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
ขอบพระคุณมากครับ สำหรับความรู้ดีๆครับ
-
t2t
- สมาชิก
- โพสต์: 44
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ย. 2008, 23:33
- Bike: strida
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
เป็นบทความที่ดีมากครับ
- bigpao
- ขาประจำ
- โพสต์: 510
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2010, 13:36
- Tel: มาหาหน่อยดิ่
- Bike: "อีเสือกระเทยควาย","อีรา..(พัด-ชรา-พา)..หมอบขี้เท่อ"
Re: Bonking_ภาวะขาดน้ำตาลในเลือด
งั้นแปลว่าในเครื่องดื่ม 037 คงมีเกลือแร่และสารอาหารพอเพียง
เห็นเฮียซาเล้งแดง ปั่นไปโดปไป แล้ว อึอ..ถึก..อุด..ปกติผมจะดื่มหลังปั่นเสร็จ 1 กระป๋อง แล้วกินข้าว
ดีจริงหรือไม่..ผู้รู้วานบอก

เห็นเฮียซาเล้งแดง ปั่นไปโดปไป แล้ว อึอ..ถึก..อุด..ปกติผมจะดื่มหลังปั่นเสร็จ 1 กระป๋อง แล้วกินข้าว
ดีจริงหรือไม่..ผู้รู้วานบอก
ความฝัน...ความบ้า...สัจธรรม....
Mode: ..Don.t Worry Be HIPPIE.!!
ฝันอยากให้โลกไร้ เขตแดนสรวง
อีกนรกล้วนคำลวง กล่าวชี้
เพียงฟ้าดาษดาวดวง ประดับ เบื้องบน
ต่างอยู่เพื่อวันนี้ ไม่เน้น แดนสวรรค์
Mode: ..Don.t Worry Be HIPPIE.!!
ฝันอยากให้โลกไร้ เขตแดนสรวง
อีกนรกล้วนคำลวง กล่าวชี้
เพียงฟ้าดาษดาวดวง ประดับ เบื้องบน
ต่างอยู่เพื่อวันนี้ ไม่เน้น แดนสวรรค์
- Ton TWS
- ขาประจำ
- โพสต์: 5302
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2010, 13:38
- team: TWS/Korat Bike
- Bike: TREK
- ตำแหน่ง: NAKHONRATCHASIMA