ผมไม่อยากเสียเวลากับการเดินห้างที่น่าเบื่อ
เลยขอตัวปั่นจักรยานไปไหว้พระที่วัดบางพลีใหญ่
ออกจากบ้านตอน 7.30น. ที่ท่าพระ
มาถึงวงเวียนใหญ่ สี่แยกบ้านแขก เจอเพื่อนนักปั่นที่จะไปร่วมงานคาร์ฟรีเดย์ที่ ลาน กทม.
เลยชวนเขาปั่นขึ้นทางสะพานพุทธด้วยกัน
ปลอดภัยกว่าไปทางสะพานพระปกครับ
ที่แยก SAB เจริญกรุง ได้เจอกับขบวนจักรยานที่มาจากลาน กทม.
จากนั้นก็ปั่นไปเรื่อย → หัวลำโพง → กล้วยน้ำไท → พระโขนง → แล้วเข้าถนนเทพารักษ์
แวะพักกินมื้อเช้าที่นี่
ร้านก๋วยเดี๋ยวสุโขทัย
อยู่ปากทางถนนเทพารักษ์ครับ
กินก๋วยเดี๋ยว+เป๊บซี่น้ำแข็ง 30บาทเท่านั้น
นับว่าถูกกว่าทั่วไปอยู่
สภาพร้านดูน่านั่งพักผ่อนกันนานๆเลย
เ้ก้าอี้ตัวใหญ่่เหมาะเอนหลังกินลมชมวิวที่เดียว
ดูลักษณะแล้ว ก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นกิจการอย่างอื่นมากกว่า ก๋วยเตี๋ยวน่าจะทีหลัง修改





มาถึงก็นั่งพักก่อนที่นี่เป็นจุดแรก
แก้กระหายด้วยหวานเย็น 10บาท
แล้วจึงเข้าไปด้านในไหว้พระนอน



ความศรัทธาชี้วัดได้จากแผ่นทองที่ติดองค์พระ
กระทั่งแว่นตายังมีคนนำถวาย
ขอเพียงทำไปแล้วสบายใจ
ดังวาทะโกวเล้ง มังกรโบราณ
--- คนผู้หนึ่งยามมีชีวิต ขอเพียงอยู่อย่างเบิกบานสำราญใจ แม้มีชีวิตน้อยลงสักหลายวัน จะเป็นอันใดไป หรือคนอายุขัยยาวนานจะสุขสำราญกว่าคนอายุสั้น ---






คำสอนเตือนใจรายทาง
อ่านแล้วคนดีท้อแท้หรือไม่
สวรรค์เงียบเหงากว่านรก





ป้ายเชิญชวนทางขวามือนี่ครับ




กรรมคือเงา ติดตามตัว หนีไม่พัน
ลบเงาไม่ได้ฉันใด ก็ลบกรรมไม่ได้ฉันนั้น
ทว่า ช่วงเวลาที่ร้อนระอุที่สุดก็เป็นช่วงที่เงาสั้นที่สุดเช่นกัน
ธรรมชาติได้บอกอะไรเป็นนัยๆ

ยามเซ่นไหว้ คนตายไม่ได้กิน คนเป็นได้อิ่มท้อง
แล้วก็ดีใจกับตัวเองว่า กตัญญูรู้คุณ เซ่นไหว้ตามพิธี
ทั้งที่พิธีเซ่นไหว้น่าจะมิได้มีไว้เพื่อคนตาย
หากมีขึ้นเพื่อสอนคนเป็น


ทางขึ้นด้านบนนั่นแหละครับ

นี่ครับ หัวใจพระนอนในมหาวิหารใหญ่ตามป้ายเชิญชวนให้เข้ามาปิดทอง




ดาวหางดวงนี้มาวันเดียวกับที่ลูกสาวคนโตลืมตาดูโลก









จริงไม่จริงไม่รู้
เชื่อไม่เชื่อตามใจ
รูปที่ถ่ายได้ตรงนี้ เป็นภาพดำสนิท
ผมลงกราบอธิษฐานอีกครั้ง จึงได้ภาพนี้ครับ
นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 2 ที่เกิดกับผม
ครั้งแรกที่พระปฐมเจดีย์เมื่อหลายปีมาแล้ว



จากนี้ก็ไปต่อที่วัดบางพลีใหญ่ไหว้หลวงพ่อโต
แวะตลาดน้ำบางพลี → มูลนิธิปอเต็กตึ้ง → วัดกิ่งแก้ว ตามลิงค์ครับ
http://picasaweb.google.co.th/petchgasem15/PzJgZE#