TCCชวนปั่นทางไกลเลย-อุบลฯ ระยะทาง 1,111 กม. 26 ธ.ค-4 มค.52
โพสต์: 02 ธ.ค. 2008, 23:50
โครงการจักรยานทางไกลใจถึงใจ ครั้งที่ 4 เลียบแม่น้ำโขง จังหวัดเลย - อุบลราชธานี
26 ธ.ค. 51 - 4 ม.ค.52
ระยะทาง 1,111 กม.
กำหนดการ
ศุกร์ที่ 26 ธ.ค. 51
21.00 น.นำรถจักรยานขึ้นรถบรรทุก ณ ที่ทำการชมรมฯ จุฬาซอย 6 02-612-4747
22.30 น. ผู้ร่วมเดินทางพร้อมกัน ณ ที่ทำการชมรมฯ ขึ้นรถบัสปรับอากาศออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดเลย
เสาร์ที่ 27 ธ.ค.51
6.00 น. ถึงจังหวัดเลยแวะร้าน "ชาโต้ เดอเลย" เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า(คกคจ.)มีก๋วยเตี๋ยวไก่,หมู ตุ๋นเห็ดหอม, บราวนี่มะคาเดเมียนัท และพายสูตรขึ้นชื่อของร้าน"ชาโต้ เดอเลย " พักผ่อนชมความงามของธรรมชาติตามอัธยาศัย
9.00 น.เตรียมตัวปั่นจักรยานท่องเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวอันสวยงามของบริษัท TSA ระยะทางประมาณ 4 กม.
10.00 น.ออกจากบริษัท TSA ไปเข้าสวนองุ่นด้านหลัง ผ่านสนามบินเข้าโรงงานไวน์ชาโต้ เดอ เลย แหล่งผลิตไวน์ไทยที่ใหญ่ที่สุด "ชาโต้ เดอ เลย" ของตระกูลกรรสูต
11.30 น .กลับมาที่ร้าน ชาโต้ เดอ เลย รับประทานอาหารกลางวัน (คกคจ.) ด้วยเมนูเด็ดยอดนิยม กะเพราไก่+ไข่ดาว และแกงจืดฟักหอมพันธ์พื้นเมือง
12.30 น.ออกจากร้านชาโต้ เดอ เลย ปั่นไปที่พักโดยลัดเลาะออกหลังสวนองุ่นอีกด้าน ผ่านไร่ถั่วลันเตาอันงดงาม เพราะคนปลูกยกครัวมานอนในแปลงเอง ผ่านหมู่บ้านนาคูณ ระยะทางประมาน 15 กม.
13.30 น. เข้าที่พักรังเย็นรีสอร์ท เรือนผงมสุข พักผ่อนตามอัธยาศัย
15.00 น รวมตัวกันอีกครั้ง ปั่นจักรยานขึ้นเขาซ้อมขา..ออกไปชมสวนผักปลูกระบบไฮโดรโพนิกส์ ชมการใช้พลังงานทดแทนกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อการปลูกผัก ชมสวนกีวีฟลุ๊ต , สวนมะคาเดเมียนัท หน้านี้พอมีดอกมะคาเดเมียนัทออกบ้างแล้ว
ขากลับพากลับอีกเส้นทางหนึ่ง ระยะทางรวมประมาณ 16 กม. เส้นทางเขาคดเคี้ยว
สำหรับท่านที่ไม่อยากขึ้นเขาสามารถปั่นไปชมโรงผลิตไม้ดอกพิทูเนีย และแปลงปลูกปักระบบแอโรโพนิกส์ขนาดย่อมที่หน้าทางเข้ารีสอร์ทได้เอง
18.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเย็น ( ททท. ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลี้ยงรับรองผู้ร่วมทริปทุกท่าน) ณ อาคารสราญจิต รังเย็นรีสอร์ท
ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนับสนุนที่พักคืนแรก และเลี้ยงรับรองอาหารเย็น
รวมระยะทางวันนี้ 46 กม.
(แก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียด )
อาทิตย์ที่ 28 ธ.ค.51
6.30 น.ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ รังเย็นรีสอร์ท
7.30 น. เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่ที่พักริมโขงรีสอร์ท อำเภอปากชม จ.เลย ริมแม่น้ำโขง พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
ทิวทัศน์แก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน
ระยะทาง 150 กม.
จันทร์ที่ 29 ธ.ค.51
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ ริมโขงรีสอร์ท
7.30 น. เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดหนองคาย ที่พัก เรือนขวัญแก้วรีสอร์ทแอนด์สปา จ.หนองคาย พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
วัดหินหมากเป้ง มนัสการหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี และพระบรมสารีริกธาตุภายในมณฑปอนุสรณ์ฯ ชมสวนพรรณไม้นานา และวิวแม่น้ำโขง วัดหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ
ระยะทาง 150 กม.
อังคารที่ 30 ธ.ค.51
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ เรือนขวัญแก้วรีสอร์ทแอนด์สปา
7.30 น. ออกเดินทางมุ่งสู่อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ที่พักทรายเงินรีสอร์ท พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
ศาลาแก้วกู่ หรือวัดแขก เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแสดงรูปปั้นทางศาสนาต่างๆ เส้นทางช่วงนี้สังเกตดีๆ จะเห็นประติมากรรมต้นไม้เป็นรูปต่างๆตามรายทางมากมาย ดูสวยงาม ผ่านอำเภอโพนพิสัย เมืองบั้งไฟพญานาค ผ่านหาดจอมเพชร ซึ่งอยู่ตรงข้ามปากแม่น้ำงึมฝั่งลาว อาหารกลางวันตามอัธยาศัยที่อำเภอปากคาด แล้วปั่นไปพักผ่อนชมวิวริมน้ำโขงที่วัดสว่างอารมณ์ซึ่งร่มรื่นมีลำธารไหลผ่าน มีพระอุโบสถตั้งอยู่บนโขดหินใหญ่ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบด้าน จากที่นี่รวมพลปั่นไปพร้อมๆกันเป็นขบวน เพราะจะเป็นเส้นทางสายในชมชีวิตชาวบ้านหมู่บ้านต่างๆตามรายทาง ผ่านวัดป่าสุดเขตแดนสยาม จนถึงอำเภอบึงกาฬ ซึ่งอยู่สุดอีสานแดนสยาม
ระยะทาง 145 กม.
พุธที่ 31 ธ.ค.51
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ ทรายเงินรีสอร์ท
7.30 น. ออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดนครพนม ที่พัก โรงแรมโขงแกรนด์วิว จ.นครพนม พักผ่อนตามอัธยาศัยร่วมฉลองวันปีใหม่
จุดที่ชมระหว่างทาง
เริ่มปั่นเลียบโขง เส้นทางขึ้นเนิน ลงเนิน ร่มรื่นเพราะมีอุโมงค์ต้นไม้ตลอดทางเป็นระยะๆ สวยงามมาก ถึงอำเภอบ้านแพง ประมาณ 90 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าตลาดหาอาหารกลางวันรับประทานตามอัธยาศัย จากนั้นปั่นเลียบน้ำโขงชมวิวต่อจนถึงอำเภอท่าอุเทน แวะมนัสการพระธาตุท่าอุเทนซึ่งมีรูปทรงคล้ายพระธาตุพนม
ระยะทาง 180 กม.
พฤหัสบดีที่ 1 ม.ค.52
7.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมโขงแกรนด์วิว
8.00 น. ออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดมุกดาหาร ที่พักโรงแรมพลอยพาเลส จ.มุกดาหาร พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
ชมวิวเลียบเลาะแม่น้ำโขง ประมาณ 50 กม. แวะพักวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร มนัสการพระธาตุพนมศูนย์รวมจิตใจพี่น้องไทย-ลาวสองฝั่งโขงและเป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดปีวอก และผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ว่ากันว่าเพียงได้มนัสการพระธาตุพนมหนึ่งครั้งก็เป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว ปั่นต่อไปชมโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งที่ 2 แวะพักรอขบวนพร้อมกัน พักรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เมืองมุกดาหารได้ชื่อว่าประตูสู่อินโดจีน และเป็นจุดที่มีความกว้างของแม่น้ำโขงมากที่สุดในประเทศ คือ 1,800 เมตร สามารถมองเห็นเมืองคันทะบุรีหรือแขวงสะหวันนะเขตซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของลาวอยู่ตรงข้ามได้
ถ้ามีเวลาแนะนำให้ไปชมหอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นหอสูงจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมือง วิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองสองฝั่งโขง ปิดเวลา 18:00 น. ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท
ระยะทาง 110 กม.
ศุกร์ที่ 2 ม.ค.52
6.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมพลอยพาเลส
7.00 น. เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่พักสาธารณสุขอำเภอโขงเจียม
จุดที่ชมระหว่างทาง
ชมความงดงามเลียบน้ำโขงกันต่อ เป็นเส้นทางที่สวยงามมาก รวมทั้งมีเนินเขาให้ขึ้น และลงหลายเนิน ผ่านอำเภอดอนตาล อำเภอชานุมานซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอำนาจเจริญเป็นอำเภอเดียวที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง และลำน้ำโขงไหลผ่านเป็นระยะทาง 38 กม. ผ่านบ้านสองคอนเป็นบริเวณที่แคบที่สุดของลำน้ำโขงช่วงระหว่างไทย-ลาวมีความกว้างในฤดูแล้งเพียง 56 เมครที่เรียกว่าปากมอง ปั่นต่อมาจนถึงโขงเจียมแวะชมแม่น้ำสองสีที่หน้าวัดโขงเจียมริมตลิ่ง เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขง มองเห็นสีของแม่น้ำที่ต่างกันชัดเจนเรียกกันว่า โขงสีปูน มูลสีคราม สิ้นสุดเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง
ระยะทาง 210 กม.
เสาร์ที่ 3 ม.ค.52
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ สาธารณสุขอำเภอโขงเจียม
7.30 น. ออกเดินทางมุ่งสู่ป่าบุณฑริก ปั่นไปเยี่ยมชมผืนป่าที่พวกเราได้ร่วมกันปลูกไว้ และส่งมอบค่าบำรุงรักษาให้กรมป่าไม้งวดสุดท้าย
ระยะทาง 120 กม.
16.00 น. อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวขึ้นรถบัสออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ แวะเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี
เวลาประมาณ 04.00 น.ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมกับความสุขที่เติมเต็มให้ชีวิต ความประทับใจที่ไม่รุ้ลืมของนักปั่นทางไกล...
รับสมัครจำนวน 50 ท่านเท่านั้น
สนใจรีบสมัครด่วน!!! ภายในวันที่ 17 ธ.ค.51
แจ้งขนาดเสื้อ และความประสงค์เพื่อนร่วมห้องพัก (พักห้องคู่)
รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,111 กม.
นำทริปโดย : น้าหมี ,คณะกรรมการ-ผึ้งงานชมรมฯ
ขอขอบคุณคุณอรเอม เทอดประวัติ ร่วมสำรวจทริปและอำนวยความสะดวก
ขอขอบคุณ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) สนับสนุนเครื่องดื่นเกลือแร่ น้ำแร่ บะหมีสำเร็จรูป และโฟมล้างหน้า
รายละเอียดทริป
- ค่าใช้จ่ายรวมค่าที่พัก 7 คืน รวมอาหารเช้า ค่ารถบัสปรับอากาศไป - กลับ ค่ารถบรรทุกจักรยานไป- กลับ ค่าประกันอุบัติเหตุ รวมราคาสมาชิก 3,950 บาท ไม่ใช่สมาชิก 4,450 บาท
- สมัครได้ที่ชมรมฯ 02-6124747 แจ้งชื่อ นามสกุล อายุ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อสะดวก
ภายในวันที่ 17 ธันวาคม 2551
ชำระเงินได้ที่ทำการชมรมฯ
หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิช สาขาถนนบรรทัดทอง
ชื่อคุณพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ- คุณมงคล วิจะระณะ -คุณศักดิ์รพงค์ เกรียงพิชิตชัย
เลขที่บัญชี 063-250311-5
- มีรถบริการบรรทุกสัมภาระ
- สิ่งที่ต้องเตรียม ยางในอะไหล่ ชุดปะยาง หมวกกันน็อก หมวกผ้า ครีมกันแดด เสื้อกันลมหรือกันหนาว ไฟฉาย ไฟหน้า ไฟท้าย(กรณีอยากปั่นเที่ยวกลางคืนในเมือง) รองเท้าแตะที่สวมสบายเมื่อถึงที่พัก ของใช้จำเป็นแต่ละบุคคล ถุงนอน(ถ้าใครกลัวหนาว)
- สัมภาระควรจัดไปน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพราะงานนี้ต้องสวมเสื้อโครงการทุกวัน
- รายการดังกล่าวข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
สิ่งที่นักจักรยานเข้าร่วมโครงการจะได้รับ
1) เสื้อจักรยาน 1 ตัว และเสื้อยืด 2 ตัว
2) เกียรติบัตรโครงการจักรยานทางไกลใจถึงใจครั้งที่ 4 จากชมรมฯ
3) การได้ร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนในต่างจังหวัดหันมาใช้จักรยานเพื่อสุขภาพและการท่องเที่ยว
4) การทำประโยชน์ให้สังคมด้วยการร่วมส่งเสริมการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ
5) ความสนุกสนานประทับใจในแหล่งท่องเที่ยวและสุขภาพที่ดี
6) ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวอย่างของบุคคลสุขภาพดี ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีต่อเยาวชนและสังคมไทย
7) การได้ท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติที่งดงามบริเวณพื้นที่เลียบแม่น้ำโขง
คุณสมบัติและกฎกติกามารยาทในการเข้าร่วมขี่จักรยานในโครงการ
1) ควรจะสามารถขี่ได้ต่อเนื่องด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 20 กม.ต่อชั่วโมง หรือวันละ 160 กม.ต่อเนื่องกันเจ็ดวัน แต่ในกรณีสุดวิสัยไม่จำเป็นต้องขี่ได้ตลอดเส้นทางในแต่ละวัน
2) มีบุคคลิกภาพอัธยาศัยดี สามารถขี่จักรยานร่วมขบวนกับผู้อื่นอย่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
3) มีจักรยานที่มีสภาพดี สามารถขี่ได้ตลอดเส้นทาง มีหมวกนิรภัยและสวมใส่หมวกในการเดินทาง
4) สวมเสื้อโครงการทุกวันตลอดการเดินทาง
5) ปฏิบัติตามแผนการขี่และคำแนะนำอื่นๆของกรรมการที่รับผิดชอบนำขบวนในการขี่ตลอดเส้นทาง
6) มีเงินติดตัวไว้ใช้ในการซื้ออาหารกลางวัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นตลอดเส้นทาง
7) ละเว้นสุรา ยาเสพติดและของมึนเมาต่างๆตลอดการเดินทาง
8) ห้ามนำอาวุธไปด้วยตลอดเส้นทาง
9) กรรมการผู้รับผิดชอบโครงการมีอำนาจในการเชิญนักจักรยานร่วมขบวนผู้ละเมิดระเบียบออกจากขบวนและถือเป็นการสิ้นสุดความรับผิดชอบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางครั้งนี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaicycling.com/board/viewto ... 7993#p7993
26 ธ.ค. 51 - 4 ม.ค.52
ระยะทาง 1,111 กม.
กำหนดการ
ศุกร์ที่ 26 ธ.ค. 51
21.00 น.นำรถจักรยานขึ้นรถบรรทุก ณ ที่ทำการชมรมฯ จุฬาซอย 6 02-612-4747
22.30 น. ผู้ร่วมเดินทางพร้อมกัน ณ ที่ทำการชมรมฯ ขึ้นรถบัสปรับอากาศออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดเลย
เสาร์ที่ 27 ธ.ค.51
6.00 น. ถึงจังหวัดเลยแวะร้าน "ชาโต้ เดอเลย" เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า(คกคจ.)มีก๋วยเตี๋ยวไก่,หมู ตุ๋นเห็ดหอม, บราวนี่มะคาเดเมียนัท และพายสูตรขึ้นชื่อของร้าน"ชาโต้ เดอเลย " พักผ่อนชมความงามของธรรมชาติตามอัธยาศัย
9.00 น.เตรียมตัวปั่นจักรยานท่องเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวอันสวยงามของบริษัท TSA ระยะทางประมาณ 4 กม.
10.00 น.ออกจากบริษัท TSA ไปเข้าสวนองุ่นด้านหลัง ผ่านสนามบินเข้าโรงงานไวน์ชาโต้ เดอ เลย แหล่งผลิตไวน์ไทยที่ใหญ่ที่สุด "ชาโต้ เดอ เลย" ของตระกูลกรรสูต
11.30 น .กลับมาที่ร้าน ชาโต้ เดอ เลย รับประทานอาหารกลางวัน (คกคจ.) ด้วยเมนูเด็ดยอดนิยม กะเพราไก่+ไข่ดาว และแกงจืดฟักหอมพันธ์พื้นเมือง
12.30 น.ออกจากร้านชาโต้ เดอ เลย ปั่นไปที่พักโดยลัดเลาะออกหลังสวนองุ่นอีกด้าน ผ่านไร่ถั่วลันเตาอันงดงาม เพราะคนปลูกยกครัวมานอนในแปลงเอง ผ่านหมู่บ้านนาคูณ ระยะทางประมาน 15 กม.
13.30 น. เข้าที่พักรังเย็นรีสอร์ท เรือนผงมสุข พักผ่อนตามอัธยาศัย
15.00 น รวมตัวกันอีกครั้ง ปั่นจักรยานขึ้นเขาซ้อมขา..ออกไปชมสวนผักปลูกระบบไฮโดรโพนิกส์ ชมการใช้พลังงานทดแทนกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อการปลูกผัก ชมสวนกีวีฟลุ๊ต , สวนมะคาเดเมียนัท หน้านี้พอมีดอกมะคาเดเมียนัทออกบ้างแล้ว
ขากลับพากลับอีกเส้นทางหนึ่ง ระยะทางรวมประมาณ 16 กม. เส้นทางเขาคดเคี้ยว
สำหรับท่านที่ไม่อยากขึ้นเขาสามารถปั่นไปชมโรงผลิตไม้ดอกพิทูเนีย และแปลงปลูกปักระบบแอโรโพนิกส์ขนาดย่อมที่หน้าทางเข้ารีสอร์ทได้เอง
18.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเย็น ( ททท. ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลี้ยงรับรองผู้ร่วมทริปทุกท่าน) ณ อาคารสราญจิต รังเย็นรีสอร์ท
ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนับสนุนที่พักคืนแรก และเลี้ยงรับรองอาหารเย็น
รวมระยะทางวันนี้ 46 กม.
(แก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียด )
อาทิตย์ที่ 28 ธ.ค.51
6.30 น.ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ รังเย็นรีสอร์ท
7.30 น. เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่ที่พักริมโขงรีสอร์ท อำเภอปากชม จ.เลย ริมแม่น้ำโขง พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
ทิวทัศน์แก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน
ระยะทาง 150 กม.
จันทร์ที่ 29 ธ.ค.51
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ ริมโขงรีสอร์ท
7.30 น. เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดหนองคาย ที่พัก เรือนขวัญแก้วรีสอร์ทแอนด์สปา จ.หนองคาย พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
วัดหินหมากเป้ง มนัสการหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี และพระบรมสารีริกธาตุภายในมณฑปอนุสรณ์ฯ ชมสวนพรรณไม้นานา และวิวแม่น้ำโขง วัดหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ
ระยะทาง 150 กม.
อังคารที่ 30 ธ.ค.51
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ เรือนขวัญแก้วรีสอร์ทแอนด์สปา
7.30 น. ออกเดินทางมุ่งสู่อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ที่พักทรายเงินรีสอร์ท พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
ศาลาแก้วกู่ หรือวัดแขก เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแสดงรูปปั้นทางศาสนาต่างๆ เส้นทางช่วงนี้สังเกตดีๆ จะเห็นประติมากรรมต้นไม้เป็นรูปต่างๆตามรายทางมากมาย ดูสวยงาม ผ่านอำเภอโพนพิสัย เมืองบั้งไฟพญานาค ผ่านหาดจอมเพชร ซึ่งอยู่ตรงข้ามปากแม่น้ำงึมฝั่งลาว อาหารกลางวันตามอัธยาศัยที่อำเภอปากคาด แล้วปั่นไปพักผ่อนชมวิวริมน้ำโขงที่วัดสว่างอารมณ์ซึ่งร่มรื่นมีลำธารไหลผ่าน มีพระอุโบสถตั้งอยู่บนโขดหินใหญ่ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบด้าน จากที่นี่รวมพลปั่นไปพร้อมๆกันเป็นขบวน เพราะจะเป็นเส้นทางสายในชมชีวิตชาวบ้านหมู่บ้านต่างๆตามรายทาง ผ่านวัดป่าสุดเขตแดนสยาม จนถึงอำเภอบึงกาฬ ซึ่งอยู่สุดอีสานแดนสยาม
ระยะทาง 145 กม.
พุธที่ 31 ธ.ค.51
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ ทรายเงินรีสอร์ท
7.30 น. ออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดนครพนม ที่พัก โรงแรมโขงแกรนด์วิว จ.นครพนม พักผ่อนตามอัธยาศัยร่วมฉลองวันปีใหม่
จุดที่ชมระหว่างทาง
เริ่มปั่นเลียบโขง เส้นทางขึ้นเนิน ลงเนิน ร่มรื่นเพราะมีอุโมงค์ต้นไม้ตลอดทางเป็นระยะๆ สวยงามมาก ถึงอำเภอบ้านแพง ประมาณ 90 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าตลาดหาอาหารกลางวันรับประทานตามอัธยาศัย จากนั้นปั่นเลียบน้ำโขงชมวิวต่อจนถึงอำเภอท่าอุเทน แวะมนัสการพระธาตุท่าอุเทนซึ่งมีรูปทรงคล้ายพระธาตุพนม
ระยะทาง 180 กม.
พฤหัสบดีที่ 1 ม.ค.52
7.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมโขงแกรนด์วิว
8.00 น. ออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดมุกดาหาร ที่พักโรงแรมพลอยพาเลส จ.มุกดาหาร พักผ่อนตามอัธยาศัย
จุดที่ชมระหว่างทาง
ชมวิวเลียบเลาะแม่น้ำโขง ประมาณ 50 กม. แวะพักวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร มนัสการพระธาตุพนมศูนย์รวมจิตใจพี่น้องไทย-ลาวสองฝั่งโขงและเป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดปีวอก และผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ว่ากันว่าเพียงได้มนัสการพระธาตุพนมหนึ่งครั้งก็เป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว ปั่นต่อไปชมโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งที่ 2 แวะพักรอขบวนพร้อมกัน พักรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เมืองมุกดาหารได้ชื่อว่าประตูสู่อินโดจีน และเป็นจุดที่มีความกว้างของแม่น้ำโขงมากที่สุดในประเทศ คือ 1,800 เมตร สามารถมองเห็นเมืองคันทะบุรีหรือแขวงสะหวันนะเขตซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของลาวอยู่ตรงข้ามได้
ถ้ามีเวลาแนะนำให้ไปชมหอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นหอสูงจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมือง วิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองสองฝั่งโขง ปิดเวลา 18:00 น. ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท
ระยะทาง 110 กม.
ศุกร์ที่ 2 ม.ค.52
6.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมพลอยพาเลส
7.00 น. เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่พักสาธารณสุขอำเภอโขงเจียม
จุดที่ชมระหว่างทาง
ชมความงดงามเลียบน้ำโขงกันต่อ เป็นเส้นทางที่สวยงามมาก รวมทั้งมีเนินเขาให้ขึ้น และลงหลายเนิน ผ่านอำเภอดอนตาล อำเภอชานุมานซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอำนาจเจริญเป็นอำเภอเดียวที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง และลำน้ำโขงไหลผ่านเป็นระยะทาง 38 กม. ผ่านบ้านสองคอนเป็นบริเวณที่แคบที่สุดของลำน้ำโขงช่วงระหว่างไทย-ลาวมีความกว้างในฤดูแล้งเพียง 56 เมครที่เรียกว่าปากมอง ปั่นต่อมาจนถึงโขงเจียมแวะชมแม่น้ำสองสีที่หน้าวัดโขงเจียมริมตลิ่ง เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขง มองเห็นสีของแม่น้ำที่ต่างกันชัดเจนเรียกกันว่า โขงสีปูน มูลสีคราม สิ้นสุดเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง
ระยะทาง 210 กม.
เสาร์ที่ 3 ม.ค.52
6.30 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้า ณ สาธารณสุขอำเภอโขงเจียม
7.30 น. ออกเดินทางมุ่งสู่ป่าบุณฑริก ปั่นไปเยี่ยมชมผืนป่าที่พวกเราได้ร่วมกันปลูกไว้ และส่งมอบค่าบำรุงรักษาให้กรมป่าไม้งวดสุดท้าย
ระยะทาง 120 กม.
16.00 น. อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวขึ้นรถบัสออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ แวะเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี
เวลาประมาณ 04.00 น.ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมกับความสุขที่เติมเต็มให้ชีวิต ความประทับใจที่ไม่รุ้ลืมของนักปั่นทางไกล...
รับสมัครจำนวน 50 ท่านเท่านั้น
สนใจรีบสมัครด่วน!!! ภายในวันที่ 17 ธ.ค.51
แจ้งขนาดเสื้อ และความประสงค์เพื่อนร่วมห้องพัก (พักห้องคู่)
รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,111 กม.
นำทริปโดย : น้าหมี ,คณะกรรมการ-ผึ้งงานชมรมฯ
ขอขอบคุณคุณอรเอม เทอดประวัติ ร่วมสำรวจทริปและอำนวยความสะดวก
ขอขอบคุณ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) สนับสนุนเครื่องดื่นเกลือแร่ น้ำแร่ บะหมีสำเร็จรูป และโฟมล้างหน้า
รายละเอียดทริป
- ค่าใช้จ่ายรวมค่าที่พัก 7 คืน รวมอาหารเช้า ค่ารถบัสปรับอากาศไป - กลับ ค่ารถบรรทุกจักรยานไป- กลับ ค่าประกันอุบัติเหตุ รวมราคาสมาชิก 3,950 บาท ไม่ใช่สมาชิก 4,450 บาท
- สมัครได้ที่ชมรมฯ 02-6124747 แจ้งชื่อ นามสกุล อายุ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อสะดวก
ภายในวันที่ 17 ธันวาคม 2551
ชำระเงินได้ที่ทำการชมรมฯ
หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิช สาขาถนนบรรทัดทอง
ชื่อคุณพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ- คุณมงคล วิจะระณะ -คุณศักดิ์รพงค์ เกรียงพิชิตชัย
เลขที่บัญชี 063-250311-5
- มีรถบริการบรรทุกสัมภาระ
- สิ่งที่ต้องเตรียม ยางในอะไหล่ ชุดปะยาง หมวกกันน็อก หมวกผ้า ครีมกันแดด เสื้อกันลมหรือกันหนาว ไฟฉาย ไฟหน้า ไฟท้าย(กรณีอยากปั่นเที่ยวกลางคืนในเมือง) รองเท้าแตะที่สวมสบายเมื่อถึงที่พัก ของใช้จำเป็นแต่ละบุคคล ถุงนอน(ถ้าใครกลัวหนาว)
- สัมภาระควรจัดไปน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพราะงานนี้ต้องสวมเสื้อโครงการทุกวัน
- รายการดังกล่าวข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
สิ่งที่นักจักรยานเข้าร่วมโครงการจะได้รับ
1) เสื้อจักรยาน 1 ตัว และเสื้อยืด 2 ตัว
2) เกียรติบัตรโครงการจักรยานทางไกลใจถึงใจครั้งที่ 4 จากชมรมฯ
3) การได้ร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนในต่างจังหวัดหันมาใช้จักรยานเพื่อสุขภาพและการท่องเที่ยว
4) การทำประโยชน์ให้สังคมด้วยการร่วมส่งเสริมการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ
5) ความสนุกสนานประทับใจในแหล่งท่องเที่ยวและสุขภาพที่ดี
6) ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวอย่างของบุคคลสุขภาพดี ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีต่อเยาวชนและสังคมไทย
7) การได้ท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติที่งดงามบริเวณพื้นที่เลียบแม่น้ำโขง
คุณสมบัติและกฎกติกามารยาทในการเข้าร่วมขี่จักรยานในโครงการ
1) ควรจะสามารถขี่ได้ต่อเนื่องด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 20 กม.ต่อชั่วโมง หรือวันละ 160 กม.ต่อเนื่องกันเจ็ดวัน แต่ในกรณีสุดวิสัยไม่จำเป็นต้องขี่ได้ตลอดเส้นทางในแต่ละวัน
2) มีบุคคลิกภาพอัธยาศัยดี สามารถขี่จักรยานร่วมขบวนกับผู้อื่นอย่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
3) มีจักรยานที่มีสภาพดี สามารถขี่ได้ตลอดเส้นทาง มีหมวกนิรภัยและสวมใส่หมวกในการเดินทาง
4) สวมเสื้อโครงการทุกวันตลอดการเดินทาง
5) ปฏิบัติตามแผนการขี่และคำแนะนำอื่นๆของกรรมการที่รับผิดชอบนำขบวนในการขี่ตลอดเส้นทาง
6) มีเงินติดตัวไว้ใช้ในการซื้ออาหารกลางวัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นตลอดเส้นทาง
7) ละเว้นสุรา ยาเสพติดและของมึนเมาต่างๆตลอดการเดินทาง
8) ห้ามนำอาวุธไปด้วยตลอดเส้นทาง
9) กรรมการผู้รับผิดชอบโครงการมีอำนาจในการเชิญนักจักรยานร่วมขบวนผู้ละเมิดระเบียบออกจากขบวนและถือเป็นการสิ้นสุดความรับผิดชอบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางครั้งนี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaicycling.com/board/viewto ... 7993#p7993










