ปั่น(เที่ยว/พิชิต) ภูทับเบิก ขอขอบคุณเสือเพชรบูรณ์ทุกๆท่าน
โพสต์: 01 ธ.ค. 2008, 11:07
ก่อนอื่น ชาวเรา เสือขอนแก่น ก็ขอขอบคุณเสือเพชรบูรณ์ทุกๆท่าน ในทุกๆด้าน ไม่ว่าด้านเสบียง เทคนิคการปั่นขึ้นเขา อื่นๆอีกมากมาย ขอบคุณนะครับ ทริปนี้เดินทางกันทั้งหมด 17 ชีวิต(ปั่นขึ้นเขาบ้าง ไปเที่ยวบ้าง)
เราออกเดินทางจากขอนแก่นในวันเสาร์ที่ 29พ.ย51 โดยนัดกันเวลาประมาณ ตี4 (ล้อหมุน)
(นอนค้างที่ ทับเบิก 1 คืน)
ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน
ภูทับเบิก อยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุด
ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามเป็นที่กล่าวถึง เป็นความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติป่าไม้อุดม
้สมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภู
ูสีเขียว เป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ภูทับเบิก เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมากที่หนึ่ง เพราะเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542
เวลา 15.59 น. ณ สำนักสงฆ์บ้าน ทับเบิก เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ใน
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542เป็นสถานที่ที่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใหญ่
่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวและ ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ชาวบ้านที่ ภูทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่
ปลูกฝิ่นสำหรับจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้านรัฐบาล
แต่เมื่อมีการเข้าปราบปรามและชาวบ้านได้เข้ามอบตัว จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัด
เพชรบูรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2525 โดยชาวบ้านได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการทำแปลงเกษตรแบบขั้นบันได
วิถีชีวิตของชางม้งที่นี่ ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ในทุกๆ ปี จะจัดงานปีใหม่แบบดั้งเดิม และมีการแสดง
วัฒนธรรมด้วย
ที่ยอดภูทับเบิกจะมีไร่กระหล่ำปลีเต็มไปหมดทุกภูเขา เราสามารถ เดินไปดูเก็บกระหล่ำปลี ซึ่งก็เป็น
ชาวเขาม้งจะขอซื้อมาทานก็ได้ ราคาแสนถูก และสดเหนือคำบรรยายครับ และอย่าลืมขับรถไปเที่ยวในเส้นทาง
ไปหมู่บ้าน ที่อยู่ห่างจากยอดทับเบิก 5 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้นับว่า วิวสวยมาก มองไปทางซ้ายก็กระหล่ำปลี ขวากระหล่ำปลี เป็นภูเขากระหล่ำปลี เหนือยอดกระหล่ำปีเป็นปุยหมอกจางๆ สวยมาก
จากสภาพดังกล่าว จึงทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัส
แก่นแท้วิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชน และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังมี
กระแสความนิยมอยู่ทั่วไป ภายใต้คำกล่าวที่ว่า "นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"
คัดลอกจาก http://www.paiduaykan.com/76_province/n ... bberk.html
จากขอนแก่นมายังภูทับเบิกเราจะผ่านจุดชมวิวเขาปากช่อง ซึ่งอยู่เลย อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ก่อนถึง สะพานพ่อขุนผาเมือง
(ผมกับหมอเฉาก๋วย มาถึงก่อนก็เลยเก็บภาพอาทิตย์กำลังพ้นขอบฟ้าครับ)
กองทัพเดินด้วยท้อง
กลุ่มเรารอ เสือเพชรบูรณ์ ก็เลยขอเก็บภาพซะหน่อย หลังจากเก็บภาพ ก็เริ่มทยอย ปั่นขึ้นกันครับ
ระหว่างทางที่ปั่นผมก็เก็บภาพเช่นเคย ภาพนี้เห็นพระรูปหนึ่งกำลังยืนมองดูวิวครับ
ชูสามนิ้วได้ไหมครับ..เห็นแต่ชูสองนิ้ว ทุกภาพเลย...
เส้นทางขึ้นทับเบิก แต่ละโค้งสุดยอดทั้งนั้นครับ
ขอบคุณเสือเพชรบูรณ์ทุกๆท่านที่ให้ ใจและเทคนิคการปั่นขึ้นครับ
อากาศสดชื่นจริงๆครับ บอกว่า งานนี้คุ้มมากครับที่ได้มีโอกาสมาปั่นขึ้นทับเบิก.
ขอเชิญชวนมา เที่ยว ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ นะครับ
แม้จะเหนื่อยเพียงไหน ลำบากเพียงไหน ได้เห็นวิวสองข้างทางละก็ กำลังใจมาเลยครับ..
เส้นทางอีกยาวไกล โน้นยอดเขาลูกโน้นที่เราต้องปั่นไปครับ.
วิวทิวทัศน์ ของทับเบิก เหนือคำบรรยายครับ
ภาพนี้ผมปั่นไปด้วยเก็บภาพไปด้วยครับ เกือบล้ม เนื่องจากมันต้องปั่นขึ้นเขา.
แหม..พี่ท่านก็..ยกสบายเลยนะครับ ผมละทั้งมือทั้งขา สั่นไปหมด
ผมใจชื่นมากขึ้นเมื่อถึงจุดชมวิวจุดนี้ เนื่องจากอีกไม่ไกลเราก็จะพิชิตยอดทับเบิกแล้วครับ
หายเหนื่อยครับ เมื่อได้มาเห็นวิวด้านบน..
แหม เสือนินละก็ บังคับให้ผมเก็บภาพอยู่ได้..แล้วพี่ท่านไปเอาจักรยานใครมาละเนี่ย..แหม..
พ่อหนูเก่งไหมค่ะ..
ต้องหาคนคอยบอกว่าต้องแอ็คชั่นอย่างไร ไม่งั้น มีอยู่ท่าเดียวคือ แบบที่เห็นครับ
ภาพส่วนหนึ่งของสมาชิกทั้งสองจังหวัด เก็บภาพร่วมกันครับผม
เสือเพชรบูรณ์กับเสื้อตัวใหม่..
หลังจากนั้น เราก็ลากันครับ โดยที่เสือเพชรบูรณ์จะไปลุยกันต่อ ส่วนเราก็ขอตัวกันเก็บภาพครับ
จุดกางเต้นท์ของเราครับ
จากนั้น 3 ศิลปิน(ค่ายดัง) ก็เริ่มเปิด มินิคอนเสิร์ต นักท่องเที่ยวดูกันตรึมเลยครับ
(รู้สึกว่านิ้วมันจะไม่ทำงานเลยครับ เนื่องจากไม่ได้เคาะสนิมมานานมากแล้วครับ เอิ๊กๆๆ)
บริเวณจุดกางเต็นท์บนภูทับเบิก ( ถ้าเป็นไปได้ บางจุดไม่อยากให้รถขึ้นมาจอดเลยครับ มันบัง ทัศนียภาพหมดครับ)
เวลาประมาณ บ่ายสามโมง เหลือ 11 องศา
(ผมมาสอบถามภายหลังว่า คืนที่เรานอนกี่องศา ทราบว่าประมาณ 7 องศา ครับ)
กลุ่มเราสนุกสนานกับการเก็บภาพหมู่ครับ เล่นซะเหนื่อยครับ แบบว่าวิ่งไปก็วิ่งมา บนภูทับเบิก ..
เสือตู่ กำลังเก็บภาพวิวเบื้องล่าง แต่ผมกำลังมอง เส้นขอบฟ้า ซึ่งที่ภูทับเบิกมองได้อย่างชัดเจนครับ
ทริปนี้เรามี มือกล้องหลายท่านครับ (เดี๋ยวจะนำภาพของมือกล้องมาลงให้แต่ละคนนะครับ) ส่วนนี้เอากล้องผมลงก่อนนะครับ
คุณหมอโบ๊ด
ได้ความอบอุ่นจากเตาไฟครับ ไม่งั้นแย่แน่ๆเรา..
บนภูทับเบิกมีอาหารตามสั่งอยู่นะครับ แต่กลุ่มเราเลือกกิจกรรม พ่อครัวหัวป่ากันครับ
และแล้วคืนอันหนาวเหน็บ(7องศา) ก็ผ่านไป แบบนอนไม่ค่อยจะหลับ ผ่านพ้นมาก็พบตะวันอันสดใส
ขนาดเราไป วันที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาล นักท่องเที่ยวยังเยอะอยู่เลยครับ
หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ไม่มีใครหลบแดดสักคน เนื่องจากอากาศยังเย็นยะเยือกอยู่ครับ
หลังจากเมื่อคืนยังไม่เต็มอิ่ม ลุกขึ้นมายังมาปิ้งกันต่อ..55+
ทนๆแฟนเพลงเรียกร้องไม่ไหว 3 ศิลปินดัง มาเปิดคอนเสิร์ต อีกรอบ ท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น..กิกิๆๆๆ
ขอบคุณสาวหนองคายที่จะกลับแล้วยังมอบเสบียงที่เหลือให้หนุ่มขอนแก่นไว้สำหรับเดินทางต่อนะครับ..
ด้านบนภูทับเบิก มีอาหารหลากหลายให้เลือกครับ แพนเค้กภูทับเบิก เจ้านี้ผมก็อุดหนุนมาแล้วครับ อร่อยดีครับ..
ฤดูหนาวนักท่องเที่ยวเริ่มเยอะครับ ห้องน้ำก็ยังคงไม่เพียงพอ อย่างไรก็รักษาความสะอาดด้วยนะครับ
กลุ่มเราฝากท้องไว้กับน้องทั้งสองท่านนี้..ขอบคุณหลายเด้อ..(สุกๆ ดิบๆ ก็กินไป เอิ๊กๆๆ)
เสียงตะโกนดังมาว่า เฮียจง เก็บภาพผมหน่อย
ผมเลยจัดให้ครับ...นานๆจะได้มีโอกาสมาสักครั้ง
เราลงจากภูทับเบิก เพื่อจะแวะไปยังบ้านทับเบิก(ทีอยู่ด้านล่าง) วิว ก็จะเป็นเป็นแบบนี้ครับ ลมแรงและเย็นยะเยือกจริงๆครับ
ซากุระ เมืองไทย เริ่มมีให้เห็นแล้วครับ
หลังจากที่เราดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ภูทับเบิก เราก็เดินทางต่อไปยัง วัดป่าบ้านทับเบิก ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก
บริเวณภายในวัดจะมีเจ้าแม่กวมอิม
อนาคตเราต้องมาเยือนวัดที่สูงที่สุดในประเทศ ให้ได้ครับ
สถานที่รับน้ำฟ้ากลางหาว
หลังจากที่เราแวะที่ วัดป่าบ้านทับเบิก เสร็จ เราไม่ย้อนลงกลับทางเก่าที่ขึ้นมา
แต่เราเลือกที่จะไปเที่ยวต่อ ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก
ภูทับเบิก เท่าไรนัก
จุดที่เราแวะพัก ก็คือ โรงเรียนการเมืองการทหาร ครับ
เลยจาก โรงเรียนการเมืองการทหาร ไม่ไกล นัก เราก็แวะเพื่อจะเข้าไปหลบภัยที่แห่งนี้ครับ อิอิ..
เราเดินลงไปยังที่หลบระเบิด ซึ่งสามารถเดินเป็นวงกลมไปโผล่อีกที่หนึ่งได้ครับ
ระยะทางไม่ไกลเท่าไรนัก (ที่นี่สามารถรับคนได้ประมาณ 500-1,000 คน)
(หมายเหตุ น้องนางแบบ สาวน้อยนี้ ถืออ้อยไปกินระหว่างหลบลูกระเบิด ครับ)
แอบมาถ่ายอยู่ 3 คน เพื่อนๆน้องๆ ไปไหนหมดละครับท่าน
น้องแฟร์ที่ลานหินแตก หรือ ลานเลือด
เส้นทางค่อนข้างเดินลำบากนิดหนึ่งครับ..อิอิ
จอดตรงไหน หลานเฟิน แวะซื้อของที่ระลึกตลอด (ดูซิ..กางเกงก็ด๊ามดำ ไปนั่งทับอะไร
มาหนอ เฟิน)
ผมกำลังนั่งพักดื่มน้ำเย็นๆอีกมุมหนึ่ง เห็นน้องเฟิน นำเอากระป๋องโค้กที่กินแล้วให้เด็กๆชาวเขาเพื่อนำไปขายเป็นของเก่าต่อ
(แหม ใจดีจริงๆนะ น้องเฟิน กางเกงดำแถมใจดีอีกต่างหาก เอิ๊กๆๆ)
และแล้วเราก็ถึงเวลาอำลาจาก สถานที่แห่งนี้
ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาชม
และขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกๆท่านครับผม
(ทุกทริป ผมใช้กล้องเจ้าตัวนี้แหละครับ ได้มาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง คุณภาพเลนส์ คับแก้วจริงๆครับ ไม่ได้แต่งภาพ เล่น
กันดิบๆ เลยครับ)
สามัคคีคือ พลัง...
ขอจบทริปนี้นะครับ
สวัสดี..
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=23672
เราออกเดินทางจากขอนแก่นในวันเสาร์ที่ 29พ.ย51 โดยนัดกันเวลาประมาณ ตี4 (ล้อหมุน)
(นอนค้างที่ ทับเบิก 1 คืน)
ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน
ภูทับเบิก อยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุด
ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามเป็นที่กล่าวถึง เป็นความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติป่าไม้อุดม
้สมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภู
ูสีเขียว เป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ภูทับเบิก เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมากที่หนึ่ง เพราะเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542
เวลา 15.59 น. ณ สำนักสงฆ์บ้าน ทับเบิก เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ใน
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542เป็นสถานที่ที่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใหญ่
่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวและ ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ชาวบ้านที่ ภูทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่
ปลูกฝิ่นสำหรับจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้านรัฐบาล
แต่เมื่อมีการเข้าปราบปรามและชาวบ้านได้เข้ามอบตัว จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัด
เพชรบูรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2525 โดยชาวบ้านได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการทำแปลงเกษตรแบบขั้นบันได
วิถีชีวิตของชางม้งที่นี่ ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ในทุกๆ ปี จะจัดงานปีใหม่แบบดั้งเดิม และมีการแสดง
วัฒนธรรมด้วย
ที่ยอดภูทับเบิกจะมีไร่กระหล่ำปลีเต็มไปหมดทุกภูเขา เราสามารถ เดินไปดูเก็บกระหล่ำปลี ซึ่งก็เป็น
ชาวเขาม้งจะขอซื้อมาทานก็ได้ ราคาแสนถูก และสดเหนือคำบรรยายครับ และอย่าลืมขับรถไปเที่ยวในเส้นทาง
ไปหมู่บ้าน ที่อยู่ห่างจากยอดทับเบิก 5 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้นับว่า วิวสวยมาก มองไปทางซ้ายก็กระหล่ำปลี ขวากระหล่ำปลี เป็นภูเขากระหล่ำปลี เหนือยอดกระหล่ำปีเป็นปุยหมอกจางๆ สวยมาก
จากสภาพดังกล่าว จึงทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัส
แก่นแท้วิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชน และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังมี
กระแสความนิยมอยู่ทั่วไป ภายใต้คำกล่าวที่ว่า "นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"
คัดลอกจาก http://www.paiduaykan.com/76_province/n ... bberk.html
จากขอนแก่นมายังภูทับเบิกเราจะผ่านจุดชมวิวเขาปากช่อง ซึ่งอยู่เลย อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ก่อนถึง สะพานพ่อขุนผาเมือง
(ผมกับหมอเฉาก๋วย มาถึงก่อนก็เลยเก็บภาพอาทิตย์กำลังพ้นขอบฟ้าครับ)
กองทัพเดินด้วยท้อง
กลุ่มเรารอ เสือเพชรบูรณ์ ก็เลยขอเก็บภาพซะหน่อย หลังจากเก็บภาพ ก็เริ่มทยอย ปั่นขึ้นกันครับ
ระหว่างทางที่ปั่นผมก็เก็บภาพเช่นเคย ภาพนี้เห็นพระรูปหนึ่งกำลังยืนมองดูวิวครับ
ชูสามนิ้วได้ไหมครับ..เห็นแต่ชูสองนิ้ว ทุกภาพเลย...
เส้นทางขึ้นทับเบิก แต่ละโค้งสุดยอดทั้งนั้นครับ
ขอบคุณเสือเพชรบูรณ์ทุกๆท่านที่ให้ ใจและเทคนิคการปั่นขึ้นครับ
อากาศสดชื่นจริงๆครับ บอกว่า งานนี้คุ้มมากครับที่ได้มีโอกาสมาปั่นขึ้นทับเบิก.
ขอเชิญชวนมา เที่ยว ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ นะครับ
แม้จะเหนื่อยเพียงไหน ลำบากเพียงไหน ได้เห็นวิวสองข้างทางละก็ กำลังใจมาเลยครับ..
เส้นทางอีกยาวไกล โน้นยอดเขาลูกโน้นที่เราต้องปั่นไปครับ.
วิวทิวทัศน์ ของทับเบิก เหนือคำบรรยายครับ
ภาพนี้ผมปั่นไปด้วยเก็บภาพไปด้วยครับ เกือบล้ม เนื่องจากมันต้องปั่นขึ้นเขา.
แหม..พี่ท่านก็..ยกสบายเลยนะครับ ผมละทั้งมือทั้งขา สั่นไปหมด
ผมใจชื่นมากขึ้นเมื่อถึงจุดชมวิวจุดนี้ เนื่องจากอีกไม่ไกลเราก็จะพิชิตยอดทับเบิกแล้วครับ
หายเหนื่อยครับ เมื่อได้มาเห็นวิวด้านบน..
แหม เสือนินละก็ บังคับให้ผมเก็บภาพอยู่ได้..แล้วพี่ท่านไปเอาจักรยานใครมาละเนี่ย..แหม..
พ่อหนูเก่งไหมค่ะ..
ต้องหาคนคอยบอกว่าต้องแอ็คชั่นอย่างไร ไม่งั้น มีอยู่ท่าเดียวคือ แบบที่เห็นครับ
ภาพส่วนหนึ่งของสมาชิกทั้งสองจังหวัด เก็บภาพร่วมกันครับผม
เสือเพชรบูรณ์กับเสื้อตัวใหม่..
หลังจากนั้น เราก็ลากันครับ โดยที่เสือเพชรบูรณ์จะไปลุยกันต่อ ส่วนเราก็ขอตัวกันเก็บภาพครับ
จุดกางเต้นท์ของเราครับ
จากนั้น 3 ศิลปิน(ค่ายดัง) ก็เริ่มเปิด มินิคอนเสิร์ต นักท่องเที่ยวดูกันตรึมเลยครับ
(รู้สึกว่านิ้วมันจะไม่ทำงานเลยครับ เนื่องจากไม่ได้เคาะสนิมมานานมากแล้วครับ เอิ๊กๆๆ)
บริเวณจุดกางเต็นท์บนภูทับเบิก ( ถ้าเป็นไปได้ บางจุดไม่อยากให้รถขึ้นมาจอดเลยครับ มันบัง ทัศนียภาพหมดครับ)
เวลาประมาณ บ่ายสามโมง เหลือ 11 องศา
(ผมมาสอบถามภายหลังว่า คืนที่เรานอนกี่องศา ทราบว่าประมาณ 7 องศา ครับ)
กลุ่มเราสนุกสนานกับการเก็บภาพหมู่ครับ เล่นซะเหนื่อยครับ แบบว่าวิ่งไปก็วิ่งมา บนภูทับเบิก ..
เสือตู่ กำลังเก็บภาพวิวเบื้องล่าง แต่ผมกำลังมอง เส้นขอบฟ้า ซึ่งที่ภูทับเบิกมองได้อย่างชัดเจนครับ
ทริปนี้เรามี มือกล้องหลายท่านครับ (เดี๋ยวจะนำภาพของมือกล้องมาลงให้แต่ละคนนะครับ) ส่วนนี้เอากล้องผมลงก่อนนะครับ
คุณหมอโบ๊ด
ได้ความอบอุ่นจากเตาไฟครับ ไม่งั้นแย่แน่ๆเรา..
บนภูทับเบิกมีอาหารตามสั่งอยู่นะครับ แต่กลุ่มเราเลือกกิจกรรม พ่อครัวหัวป่ากันครับ
และแล้วคืนอันหนาวเหน็บ(7องศา) ก็ผ่านไป แบบนอนไม่ค่อยจะหลับ ผ่านพ้นมาก็พบตะวันอันสดใส
ขนาดเราไป วันที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาล นักท่องเที่ยวยังเยอะอยู่เลยครับ
หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ไม่มีใครหลบแดดสักคน เนื่องจากอากาศยังเย็นยะเยือกอยู่ครับ
หลังจากเมื่อคืนยังไม่เต็มอิ่ม ลุกขึ้นมายังมาปิ้งกันต่อ..55+
ทนๆแฟนเพลงเรียกร้องไม่ไหว 3 ศิลปินดัง มาเปิดคอนเสิร์ต อีกรอบ ท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น..กิกิๆๆๆ
ขอบคุณสาวหนองคายที่จะกลับแล้วยังมอบเสบียงที่เหลือให้หนุ่มขอนแก่นไว้สำหรับเดินทางต่อนะครับ..
ด้านบนภูทับเบิก มีอาหารหลากหลายให้เลือกครับ แพนเค้กภูทับเบิก เจ้านี้ผมก็อุดหนุนมาแล้วครับ อร่อยดีครับ..
ฤดูหนาวนักท่องเที่ยวเริ่มเยอะครับ ห้องน้ำก็ยังคงไม่เพียงพอ อย่างไรก็รักษาความสะอาดด้วยนะครับ
กลุ่มเราฝากท้องไว้กับน้องทั้งสองท่านนี้..ขอบคุณหลายเด้อ..(สุกๆ ดิบๆ ก็กินไป เอิ๊กๆๆ)
เสียงตะโกนดังมาว่า เฮียจง เก็บภาพผมหน่อย
ผมเลยจัดให้ครับ...นานๆจะได้มีโอกาสมาสักครั้ง
เราลงจากภูทับเบิก เพื่อจะแวะไปยังบ้านทับเบิก(ทีอยู่ด้านล่าง) วิว ก็จะเป็นเป็นแบบนี้ครับ ลมแรงและเย็นยะเยือกจริงๆครับ
ซากุระ เมืองไทย เริ่มมีให้เห็นแล้วครับ
หลังจากที่เราดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ภูทับเบิก เราก็เดินทางต่อไปยัง วัดป่าบ้านทับเบิก ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก
บริเวณภายในวัดจะมีเจ้าแม่กวมอิม
อนาคตเราต้องมาเยือนวัดที่สูงที่สุดในประเทศ ให้ได้ครับ
สถานที่รับน้ำฟ้ากลางหาว
หลังจากที่เราแวะที่ วัดป่าบ้านทับเบิก เสร็จ เราไม่ย้อนลงกลับทางเก่าที่ขึ้นมา
แต่เราเลือกที่จะไปเที่ยวต่อ ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก
ภูทับเบิก เท่าไรนัก
จุดที่เราแวะพัก ก็คือ โรงเรียนการเมืองการทหาร ครับ
เลยจาก โรงเรียนการเมืองการทหาร ไม่ไกล นัก เราก็แวะเพื่อจะเข้าไปหลบภัยที่แห่งนี้ครับ อิอิ..
เราเดินลงไปยังที่หลบระเบิด ซึ่งสามารถเดินเป็นวงกลมไปโผล่อีกที่หนึ่งได้ครับ
ระยะทางไม่ไกลเท่าไรนัก (ที่นี่สามารถรับคนได้ประมาณ 500-1,000 คน)
(หมายเหตุ น้องนางแบบ สาวน้อยนี้ ถืออ้อยไปกินระหว่างหลบลูกระเบิด ครับ)
แอบมาถ่ายอยู่ 3 คน เพื่อนๆน้องๆ ไปไหนหมดละครับท่าน
น้องแฟร์ที่ลานหินแตก หรือ ลานเลือด
เส้นทางค่อนข้างเดินลำบากนิดหนึ่งครับ..อิอิ
จอดตรงไหน หลานเฟิน แวะซื้อของที่ระลึกตลอด (ดูซิ..กางเกงก็ด๊ามดำ ไปนั่งทับอะไร
มาหนอ เฟิน)
ผมกำลังนั่งพักดื่มน้ำเย็นๆอีกมุมหนึ่ง เห็นน้องเฟิน นำเอากระป๋องโค้กที่กินแล้วให้เด็กๆชาวเขาเพื่อนำไปขายเป็นของเก่าต่อ
(แหม ใจดีจริงๆนะ น้องเฟิน กางเกงดำแถมใจดีอีกต่างหาก เอิ๊กๆๆ)
และแล้วเราก็ถึงเวลาอำลาจาก สถานที่แห่งนี้
ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาชม
และขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกๆท่านครับผม
(ทุกทริป ผมใช้กล้องเจ้าตัวนี้แหละครับ ได้มาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง คุณภาพเลนส์ คับแก้วจริงๆครับ ไม่ได้แต่งภาพ เล่น
กันดิบๆ เลยครับ)
สามัคคีคือ พลัง...
ขอจบทริปนี้นะครับ
สวัสดี..
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=23672

























