อีกหนึ่งบทเรียนที่ผ่านพ้นไป
โพสต์: 21 ส.ค. 2010, 20:23
อีกหนึ่งบทเรียนที่ผ่านพ้นไป
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า สาเหตุหลักๆของเรื่องนี้มีหลายประการ
ค่อยๆอ่านค่อยๆดูไปเเล้วกันนะครับทุกท่าน
ผมเริ่มปั่นจักรยานเสือหมอบคันเเรกเมื่อ 19 ปีที่เเล้วหลังจากนั้น 5 ปีถัดมาก็เริ่มปั่นเสือภูเขาเพิ่มมาอีกอย่าง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 19 ปีเต็ม ผมผ่านอะไรมายมายหลายอย่าง ทั้งประสพการณ์ที่ดีเเละเเย่ของการ
ใช้ชีวิตอยู่บนหลังอาน
หลายๆคนเห็นผมใช้ชีวิตบนหลังอานเเล้วอาจคิดไปต่างๆนานๆทั้งชอบเเละเกลียด บางคนอาจหมั่นไส้ด้วยซ้ำไป
ผมปั่นจักรยานใช้ชีวิตบนอานจักรยานด้วยเจตนาที่ไม่ได้คิดร้ายกับใคร เเต่ใครจะมองเจตนาผมไปเป็นเเบบไหนนั้น
ผมคงไม่อาจทราบได้
หลายคนที่เคยทราบเรื่องราวการปั่นของผมคงมีคำถามว่า ทริป one day classic ปั่นวันละ 200-300 กม.นั้น
ผมทำทำไม อยากโชว์ว่ากูเก่งเหรอ หรืออยากเเสดงถึงอะไร ผมบอกได้เลยว่าผมมีเจตนาเเค่ว่า อยากทดสอบศักยภาพ
ทั้งของตัวเองเเละรถ ว่าเราจะสามารถทำได้มั้ย อยากเอาชนะเป้าหมายของตัวเองที่ตั้งไว้ เเค่นั้นไม่ได้มีเจตนาจะเบ่งใส่ใคร
ส่วนเรื่องการเเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ผมไม่ได้มีเจตนาให้ร้ายเเก่สินค้าใดๆ เเต่ผมคิดว่าการที่ได้เเชร์ประสพการณ์
การใช้กันนั้นอาจจะช่วยชีวิตคนบางคนได้ เช่น ผมบอกว่า ยางอันนี้ผมใช้มา 3 พันกม.กว่าเเล้วจู่ๆเกิดระเบิดตูมขึ้นมา
เเสดงว่าใช้งานมาจนถึงที่สุดของยางเเล้ว
ผมคิดว่าท่านที่ได้อ่านก้อาจจะ เออ เเฮะ บางเราใช้มานานเเล้วน่าจะตรวจเช็คดูบ้าง ผมคิดว่าเเค่ให้ท่านเอ๊ะใจก็ถือเป็นการเซพ
ชีวิตให้ท่านขี่จักรยานได้ปลอดภัยระดับหนึ่งเเล้ว ก้เเค่นั้นเองไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น เเต่ถ้าบางท่านอาจไม่ชอบใจเนื่องด้วย
เหตุผลอะไรซึ่งผมก็ไม่อยากจะพูดถึง ผมต้องขออภัยท่านเหล่านั้นด้วย
ส่วนเรื่องผู้คนในวงการจักรยานเเต่ละที่เเต่ละเเห่ง ก็ต่างๆนานๆกันไป ผมเข้าใจว่าเราคงไม่สามารถที่จะทำให้คนชอบเรา
ทุกคนได้ เเต่ผมก็เชื่อว่าคงไม่มีคนเกลียดทุกคนเหมือนกัน ในชีวิตผม ผมคิดว่าคงได้ทำทั้งสิ่งดีๆหรือสิ่งเเย่ๆไว้เยอะ
ทั้งการกระทำเเละคำพูด ยังงัยผมขออภัยทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ หวังว่าคงให้อภัย
มีหลายๆครั้ง เมื่อผมผิดหรือทำอะไรที่ไม่สมควรลงไป ผมคิดว่าเราควรเเก้ไข เเละพยายามจะปรับปรุงทั้งในเรื่องคำพูดเเละการกระทำ
บางครั้งผมเคยทำถึงกับว่า ต่อไปนี้ปั่นไปเจอใครก็จะเเค่พยักหน้า เเละขอไม่พูดไม่คุยอะไรกับใครเเล้วทั้งนั้น
เพราะบางครั้งเราไม่รู้ว่าคน คนนั้นเค้าชอบ หรือเค้าเกลียดเรา ถ้าเค้าชอบเรามันก็ไม่มีอะไร เเต่ถ้าเค้าเกลียดเราล่ะ
ผลที่ตามมามันอาจจะเเย่กว่าที่เราไม่ทักเค้าเลยเยอะมากก็ได้
เเต่ละครั้งที่มีเรื่องเเย่ๆไม่เคยทำให้ผมท้อเเท้กับชีวิตบนหลังอานเลยเเม้เเต่น้อย เเต่ทุกๆครั้งผมบอกตรงๆว่าผมหมดศรัทธาในการทำความดี
เพราะผมรู้สึกว่า ถึงผมทำดีไปเเล้วยังงัย เวลาผมมีปัญหาหรือมีเรื่องผิดใจอะไรบางอย่างกับใคร คนดีที่ชอบผมก้ไม่เคยออกมา
เเก้ต่างให้ผมนี่ เค้าก็ปล่อยให้เราเจอกับปัญหาไป เเต่ผมไม่โทษเค้าหรอกนะครับ คนเราใครๆก็ต้องปกป้องตัวเองกันทั้งนั้น
การที่จะหาเรื่องมาใส่ตัวนั้นมันไม่ใช่ ส่วนคนที่เกลียดเรานั้น เเน่นอนครับ ยามเรามีปัญหาเค้ายิ่งต้องหาจังหวะที่จะซ้ำเติมเราอยู่เเล้ว
ผมจึงไม่เเปลกใจหรอกครับที่มีทั้งคนชอบเเละคนเกลียด เเต่ผมถือว่า ณ วันนี้ผมทำหน้าที่เเละบทบาทของตัวเองเท่าที่ผมจะทำได้เเล้ว
ส่วนหลังจากนี้ ผมคงต้องขอยุติบทบาทตัวเองในหลายๆด้าน เพื่อปกป้องตัวเองจากสังคมบ้าง
ในเมื่อสังคมทำร้ายชีวิตเเละจิตใจผม ผมว่าผมคงถึงเวลาที่จะปกป้องตัวเองบ้างเเล้ว ผมไม่ได้ร่ำรวยเเบบใครๆเค้า บางครั้งเสียงของผม
อาจดังไม่เท่าเสียงของคนบางคนที่เค้ามีสิทธิในสังคมมากกว่าผมก็ได้ ถึงได้เป็นเเบบนี้ เเต่ผมไม่เคยโทษใครหรอกครับ
จะดีจะชั่วก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง
อ่านมาถึงตอนนี้ หลายๆท่านคงคิดว่า ผมมาพิมพ์ให้ท่านอ่านกันทำไม สังคมทุกวันนี้ใครๆก็โดน ผมเเค่เพียงอยากจะบอกใครสักคนที่
ได้อ่านบทความนี้เเละหวังว่าเค้าคงเข้าใจผมบ้างก็เท่านั้น
จากนี้ไป ผมก็จะเป็นคนดีต่อไปครับ เเต่ ผมไม่เชื่อว่าทำดีเเล้วจะได้ดีเสมอไป หลังนี้หากท่านได้เจอผมบนเส้นทางจักรยานเเล้วละก็
หากอยากทักทายคนอย่างผม ก็ทักทายกันได้นะครับ เเต่ถ้าไม่อยากทักก็ไม่ว่ากันครับ ตัวผมต่อจากจะพยายามปกป้อง
ความรู้สึกของตัวเองให้มากที่สุด ทั้งในการกระทำเเละคำพูดเเล้วกัน ถ้าเห็นผมไม่ค่อยพุดไม่ค่อยจาก็อย่าหาว่าหยิ่งนะครับ
สุดท้ายนี้เรื่องอะไรที่ผมเคยพูดหรือกระทำไม่ดีต่อใครไว้ก็ ขอให้ ให้อภัยผมด้วยเเล้วกันครับ ขอโทษอีกครั้งครับ
เเละขอบคุณทุกๆท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
ขอบคุณมากครับ
เเละ ขอบคุณไทยเอ็มทีบี ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่ต้องเข้าทุกวัน ที่เป็นช่องทางให้ผมได้ชี้เเจงตัวเองด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า สาเหตุหลักๆของเรื่องนี้มีหลายประการ
ค่อยๆอ่านค่อยๆดูไปเเล้วกันนะครับทุกท่าน
ผมเริ่มปั่นจักรยานเสือหมอบคันเเรกเมื่อ 19 ปีที่เเล้วหลังจากนั้น 5 ปีถัดมาก็เริ่มปั่นเสือภูเขาเพิ่มมาอีกอย่าง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 19 ปีเต็ม ผมผ่านอะไรมายมายหลายอย่าง ทั้งประสพการณ์ที่ดีเเละเเย่ของการ
ใช้ชีวิตอยู่บนหลังอาน
หลายๆคนเห็นผมใช้ชีวิตบนหลังอานเเล้วอาจคิดไปต่างๆนานๆทั้งชอบเเละเกลียด บางคนอาจหมั่นไส้ด้วยซ้ำไป
ผมปั่นจักรยานใช้ชีวิตบนอานจักรยานด้วยเจตนาที่ไม่ได้คิดร้ายกับใคร เเต่ใครจะมองเจตนาผมไปเป็นเเบบไหนนั้น
ผมคงไม่อาจทราบได้
หลายคนที่เคยทราบเรื่องราวการปั่นของผมคงมีคำถามว่า ทริป one day classic ปั่นวันละ 200-300 กม.นั้น
ผมทำทำไม อยากโชว์ว่ากูเก่งเหรอ หรืออยากเเสดงถึงอะไร ผมบอกได้เลยว่าผมมีเจตนาเเค่ว่า อยากทดสอบศักยภาพ
ทั้งของตัวเองเเละรถ ว่าเราจะสามารถทำได้มั้ย อยากเอาชนะเป้าหมายของตัวเองที่ตั้งไว้ เเค่นั้นไม่ได้มีเจตนาจะเบ่งใส่ใคร
ส่วนเรื่องการเเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ผมไม่ได้มีเจตนาให้ร้ายเเก่สินค้าใดๆ เเต่ผมคิดว่าการที่ได้เเชร์ประสพการณ์
การใช้กันนั้นอาจจะช่วยชีวิตคนบางคนได้ เช่น ผมบอกว่า ยางอันนี้ผมใช้มา 3 พันกม.กว่าเเล้วจู่ๆเกิดระเบิดตูมขึ้นมา
เเสดงว่าใช้งานมาจนถึงที่สุดของยางเเล้ว
ผมคิดว่าท่านที่ได้อ่านก้อาจจะ เออ เเฮะ บางเราใช้มานานเเล้วน่าจะตรวจเช็คดูบ้าง ผมคิดว่าเเค่ให้ท่านเอ๊ะใจก็ถือเป็นการเซพ
ชีวิตให้ท่านขี่จักรยานได้ปลอดภัยระดับหนึ่งเเล้ว ก้เเค่นั้นเองไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น เเต่ถ้าบางท่านอาจไม่ชอบใจเนื่องด้วย
เหตุผลอะไรซึ่งผมก็ไม่อยากจะพูดถึง ผมต้องขออภัยท่านเหล่านั้นด้วย
ส่วนเรื่องผู้คนในวงการจักรยานเเต่ละที่เเต่ละเเห่ง ก็ต่างๆนานๆกันไป ผมเข้าใจว่าเราคงไม่สามารถที่จะทำให้คนชอบเรา
ทุกคนได้ เเต่ผมก็เชื่อว่าคงไม่มีคนเกลียดทุกคนเหมือนกัน ในชีวิตผม ผมคิดว่าคงได้ทำทั้งสิ่งดีๆหรือสิ่งเเย่ๆไว้เยอะ
ทั้งการกระทำเเละคำพูด ยังงัยผมขออภัยทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ หวังว่าคงให้อภัย
มีหลายๆครั้ง เมื่อผมผิดหรือทำอะไรที่ไม่สมควรลงไป ผมคิดว่าเราควรเเก้ไข เเละพยายามจะปรับปรุงทั้งในเรื่องคำพูดเเละการกระทำ
บางครั้งผมเคยทำถึงกับว่า ต่อไปนี้ปั่นไปเจอใครก็จะเเค่พยักหน้า เเละขอไม่พูดไม่คุยอะไรกับใครเเล้วทั้งนั้น
เพราะบางครั้งเราไม่รู้ว่าคน คนนั้นเค้าชอบ หรือเค้าเกลียดเรา ถ้าเค้าชอบเรามันก็ไม่มีอะไร เเต่ถ้าเค้าเกลียดเราล่ะ
ผลที่ตามมามันอาจจะเเย่กว่าที่เราไม่ทักเค้าเลยเยอะมากก็ได้
เเต่ละครั้งที่มีเรื่องเเย่ๆไม่เคยทำให้ผมท้อเเท้กับชีวิตบนหลังอานเลยเเม้เเต่น้อย เเต่ทุกๆครั้งผมบอกตรงๆว่าผมหมดศรัทธาในการทำความดี
เพราะผมรู้สึกว่า ถึงผมทำดีไปเเล้วยังงัย เวลาผมมีปัญหาหรือมีเรื่องผิดใจอะไรบางอย่างกับใคร คนดีที่ชอบผมก้ไม่เคยออกมา
เเก้ต่างให้ผมนี่ เค้าก็ปล่อยให้เราเจอกับปัญหาไป เเต่ผมไม่โทษเค้าหรอกนะครับ คนเราใครๆก็ต้องปกป้องตัวเองกันทั้งนั้น
การที่จะหาเรื่องมาใส่ตัวนั้นมันไม่ใช่ ส่วนคนที่เกลียดเรานั้น เเน่นอนครับ ยามเรามีปัญหาเค้ายิ่งต้องหาจังหวะที่จะซ้ำเติมเราอยู่เเล้ว
ผมจึงไม่เเปลกใจหรอกครับที่มีทั้งคนชอบเเละคนเกลียด เเต่ผมถือว่า ณ วันนี้ผมทำหน้าที่เเละบทบาทของตัวเองเท่าที่ผมจะทำได้เเล้ว
ส่วนหลังจากนี้ ผมคงต้องขอยุติบทบาทตัวเองในหลายๆด้าน เพื่อปกป้องตัวเองจากสังคมบ้าง
ในเมื่อสังคมทำร้ายชีวิตเเละจิตใจผม ผมว่าผมคงถึงเวลาที่จะปกป้องตัวเองบ้างเเล้ว ผมไม่ได้ร่ำรวยเเบบใครๆเค้า บางครั้งเสียงของผม
อาจดังไม่เท่าเสียงของคนบางคนที่เค้ามีสิทธิในสังคมมากกว่าผมก็ได้ ถึงได้เป็นเเบบนี้ เเต่ผมไม่เคยโทษใครหรอกครับ
จะดีจะชั่วก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง
อ่านมาถึงตอนนี้ หลายๆท่านคงคิดว่า ผมมาพิมพ์ให้ท่านอ่านกันทำไม สังคมทุกวันนี้ใครๆก็โดน ผมเเค่เพียงอยากจะบอกใครสักคนที่
ได้อ่านบทความนี้เเละหวังว่าเค้าคงเข้าใจผมบ้างก็เท่านั้น
จากนี้ไป ผมก็จะเป็นคนดีต่อไปครับ เเต่ ผมไม่เชื่อว่าทำดีเเล้วจะได้ดีเสมอไป หลังนี้หากท่านได้เจอผมบนเส้นทางจักรยานเเล้วละก็
หากอยากทักทายคนอย่างผม ก็ทักทายกันได้นะครับ เเต่ถ้าไม่อยากทักก็ไม่ว่ากันครับ ตัวผมต่อจากจะพยายามปกป้อง
ความรู้สึกของตัวเองให้มากที่สุด ทั้งในการกระทำเเละคำพูดเเล้วกัน ถ้าเห็นผมไม่ค่อยพุดไม่ค่อยจาก็อย่าหาว่าหยิ่งนะครับ
สุดท้ายนี้เรื่องอะไรที่ผมเคยพูดหรือกระทำไม่ดีต่อใครไว้ก็ ขอให้ ให้อภัยผมด้วยเเล้วกันครับ ขอโทษอีกครั้งครับ
เเละขอบคุณทุกๆท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
ขอบคุณมากครับ
เเละ ขอบคุณไทยเอ็มทีบี ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่ต้องเข้าทุกวัน ที่เป็นช่องทางให้ผมได้ชี้เเจงตัวเองด้วยครับ
ขอบคุณครับ