๘๘๘๘ ปั่นทะลุเมฆที่ภูทับเบิก ๘๘๘๘
โพสต์: 09 ส.ค. 2010, 20:48
ปั่นทะลุเมฆที่ภูทับเบิกครั้งที่4 เป็นทริปประเพณีที่จัดขึ้นที่อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการปั่นทดสอบของตัวเอง มีความสูงกว่า1700เมตร เส้นทางเรียบแต่ไม่ราบ ระยะทาง21กิโลเมตร มีนักปั่นจากทั่วสาระทิศ มาร่วมสนุกกับทริปโหดๆมันส์ๆ กว่า200ชีวิต ทั้งเด็ก ผู้หญิง คนหนุ่ม จนถึงคนสูงวัย สำหรับผมเองมาทราบข่าวประมาณต้นอาทิตย์ โดยพี่ชายผมโทรมาชวน ผมค่อนข้างลังเลเพราะ จักรยานตัวใหม่ ยังไม่ได้ปรับแต่งตามที่คิดไว้ จนวันพุธก็นำไปโปรไบค์ เพื่อยุบโช๊คจาก100 เป็น ยุบ80 พอเสร้จกลับมาบ้านตอนเช้าตื่นขึ้นมา ลมโช๊คหายหมดต้องนำกลับไปทำใหม่ในวันพฤหัส เพราะยางซีลรั่ว วันศุกร์ออกไปทดสอบปั่นที่สวนรถไฟระยะทาง80กิโล วันเสาร์ออกเดินทางเช้าจากกรุงเทพมุ่งสู่เพชรบูรณ์ ด้วยescapeสามคนพ่อแม่ลูก พอใกล้ถึงก็โทรหาพี่ผึ้งพี่หนุ๋ย ซึ่งเป็นคุณครูอยู่ที่เพชรบูรณ์ เพื่อสอบถามที่พักและเส้นทาง พี่ผึ้งพี่หนุ๋ยพร้อมน้องเมย์ลูกสาว ก็มาจอดรถรอ ที่ตรงข้ามโลตัส พาไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่หล่มเก่า แล้วพาไปพักที่โรงแรม หลังจากเช็คอินแล้วพี่ๆยังกรุณาพาไปที่จุดปล่อยตัว ต้องขอขอบคุณความมีนำ้ใจ ต้อนรับเราสามคนเป็นอย่างดี แม้กระทั่งวันรุ่งขึ้น ยังนำรถ มารับแฟนผมกับลูกสาว ขึ้นไปบนภูท้บเบิกเพื่อถ่ายบรรยากาศ การปั่นด้วย
เช้าวันอาทิตย์มาถึง นักปั่นจากทั่วสาระทิศ เดินทางมาร่วมงานกัน อย่างคับคั่ง ผมได้มีโอกาสพบกลุ่มสวนลุมที่มากันหลายคน รวมถึงลุงนำชัยที่ผมเคารพนับถือ ตามมาด้วยกลุ่มพี่ชายผมพวกอีก4คนที่เดินทางมาจากตะพานหิน เป็นกลุ่มที่ผมเคยไปปั่นด้วยเมื่อเดือนพฤษภาคม ได้เจอพี่จุกกับพี่อีกท่านที่ปั่นกับกลุ่ม99(ต้องขออภัยที่ไ่ม่ทราบชื่อ) ได้พบเสือขุนแผนนักปั่นขาแรงจากเพชรบูรณ์ที่คอยดูแลงาน และได้พบกับอ.ปัญญานักปั่นขาแรงอีกท่าน เสือเพชรบูรณ์ที่เป็นแม่งานในวันนี้ งานปั่นวันนี้เป็นการปั่นแบบแรลลี่ สนุกๆ ไม่เน้นแข่ง ผมเอาเสือตัวใหม่ไป ด้วยความที่เป็นเฟรมคาร์บอน ได้เบา น่าจะเหมาะกับการขึ้นเขา ตอนปล่อยตัวอากาศค่อนข้างร้อน เริ่มก็ดันเนินขึ้นไปเรื่อยๆ และก็เรื่อยๆ พอผ่านไปได้ซัก2-3กิโล ก็เริ่มเห็นเสือภูเข็นแล้วครับ ผ่านไปพักใหญ่เสือของผมเริ่มมีอาการรวน จานหน้าไม่ยอมลงจานเล็ก ลากด้วยจานกลางซักพัก ก้สามารถตบลงจานเล็กได้ แต่พอจะให้ขึ้นก็ไม่ยอมขึ้นซะงั้น ต้องเล่นกับจานหน้าอยู่พักใหญ่ ลงได้บ้างไม่ได้บ้างตามอารมณ์ เฟืองหลังก็มีโดข้ามบ้าง ทนปั่นมาได้ประมาณ8กิโล จานหน้าไม่ยอมลงจานเล็กอีก และอยู่ในจังหวะที่ต้องซิกแซก เพื่อไต่ขึ้น สมาธิหลุดเพราะมัวผวงเรื่องเกียร์ เสือตัวใหม่ก็ล้มลงแบบสโลว์โมรชั่น ผมยอมแพ้ที่จุดนี้ ได้แต่ยืนมองนักปั่นคนอื่น และคอยให้กำลังใจทุกคนที่ผ่านมา ต่อสู้กับความชัน คนแล้วคนเล่า หลายคนตะโกนถามไถ่ผม จนลุงนำชัยขึ้นมาถึง ลุงก็ตะโกนบอกให้ปรับที่ตรงสายเคเบิลใกล้ชิบเตอร์ แต่ผมทำไม่เป็นครับ ปั่นอย่างเดียว และช่วงที่ผมจอดนั้นเป็นช่วงที่ค่อนข้างชัน หลายคนลงมาจอดพัก ผมตัดสินใจโทรบอกแฟนให้พี่หนุ๋ยช่วยเอารถมารับ ขึ้นไปจอดที่ทำการอุทยาน ช่วงนี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก พักกินกาแฟเสร็จ ผมเอาจักรยานมาลองดูอีกครั้ง แล้วตัดสินใจปั่นต่อไปเส้นชัยที่อยู่ห่างไปประมาณ2กิโล มีทางลงเขาสั้นๆแต่ลื่นมาก มีอาการสะบัดบางช่วง ถึงแม้ว่าจะถึงเส้น แต่ไม่ถือว่าจบทริป เพราะทำระยะได้ประมาณ10กิโลจาก21 ต้องไปซ่อมอีกครั้งปีหน้า



ขอเบรคก่อนนะครับ เดี๋ยวมาลงรูปต่อ มีเยอะมาก
เช้าวันอาทิตย์มาถึง นักปั่นจากทั่วสาระทิศ เดินทางมาร่วมงานกัน อย่างคับคั่ง ผมได้มีโอกาสพบกลุ่มสวนลุมที่มากันหลายคน รวมถึงลุงนำชัยที่ผมเคารพนับถือ ตามมาด้วยกลุ่มพี่ชายผมพวกอีก4คนที่เดินทางมาจากตะพานหิน เป็นกลุ่มที่ผมเคยไปปั่นด้วยเมื่อเดือนพฤษภาคม ได้เจอพี่จุกกับพี่อีกท่านที่ปั่นกับกลุ่ม99(ต้องขออภัยที่ไ่ม่ทราบชื่อ) ได้พบเสือขุนแผนนักปั่นขาแรงจากเพชรบูรณ์ที่คอยดูแลงาน และได้พบกับอ.ปัญญานักปั่นขาแรงอีกท่าน เสือเพชรบูรณ์ที่เป็นแม่งานในวันนี้ งานปั่นวันนี้เป็นการปั่นแบบแรลลี่ สนุกๆ ไม่เน้นแข่ง ผมเอาเสือตัวใหม่ไป ด้วยความที่เป็นเฟรมคาร์บอน ได้เบา น่าจะเหมาะกับการขึ้นเขา ตอนปล่อยตัวอากาศค่อนข้างร้อน เริ่มก็ดันเนินขึ้นไปเรื่อยๆ และก็เรื่อยๆ พอผ่านไปได้ซัก2-3กิโล ก็เริ่มเห็นเสือภูเข็นแล้วครับ ผ่านไปพักใหญ่เสือของผมเริ่มมีอาการรวน จานหน้าไม่ยอมลงจานเล็ก ลากด้วยจานกลางซักพัก ก้สามารถตบลงจานเล็กได้ แต่พอจะให้ขึ้นก็ไม่ยอมขึ้นซะงั้น ต้องเล่นกับจานหน้าอยู่พักใหญ่ ลงได้บ้างไม่ได้บ้างตามอารมณ์ เฟืองหลังก็มีโดข้ามบ้าง ทนปั่นมาได้ประมาณ8กิโล จานหน้าไม่ยอมลงจานเล็กอีก และอยู่ในจังหวะที่ต้องซิกแซก เพื่อไต่ขึ้น สมาธิหลุดเพราะมัวผวงเรื่องเกียร์ เสือตัวใหม่ก็ล้มลงแบบสโลว์โมรชั่น ผมยอมแพ้ที่จุดนี้ ได้แต่ยืนมองนักปั่นคนอื่น และคอยให้กำลังใจทุกคนที่ผ่านมา ต่อสู้กับความชัน คนแล้วคนเล่า หลายคนตะโกนถามไถ่ผม จนลุงนำชัยขึ้นมาถึง ลุงก็ตะโกนบอกให้ปรับที่ตรงสายเคเบิลใกล้ชิบเตอร์ แต่ผมทำไม่เป็นครับ ปั่นอย่างเดียว และช่วงที่ผมจอดนั้นเป็นช่วงที่ค่อนข้างชัน หลายคนลงมาจอดพัก ผมตัดสินใจโทรบอกแฟนให้พี่หนุ๋ยช่วยเอารถมารับ ขึ้นไปจอดที่ทำการอุทยาน ช่วงนี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก พักกินกาแฟเสร็จ ผมเอาจักรยานมาลองดูอีกครั้ง แล้วตัดสินใจปั่นต่อไปเส้นชัยที่อยู่ห่างไปประมาณ2กิโล มีทางลงเขาสั้นๆแต่ลื่นมาก มีอาการสะบัดบางช่วง ถึงแม้ว่าจะถึงเส้น แต่ไม่ถือว่าจบทริป เพราะทำระยะได้ประมาณ10กิโลจาก21 ต้องไปซ่อมอีกครั้งปีหน้า



ขอเบรคก่อนนะครับ เดี๋ยวมาลงรูปต่อ มีเยอะมาก




























