ยิ่งสูงยิ่งหนาว ไปไต่ระห่ำกันครับ 3740 เมตร จิ๊บๆ
โพสต์: 01 ส.ค. 2010, 15:11
สวัสดีครับ กลับมาจากชิงไห่ได้สักสามสี่วันแล้ว วันนี้ว่าง เลยมาปั่นกระทู้เล่นครับ..
ในชีวิตการปั่นจักรยานของแต่ละคนต้องเคยและมีคำว่า "ที่สุด" สำหรับผมชีวิตบนอาน นั้นมันมีหลายอย่างมากมายครับ แต่คำว่า ที่สุดของแต่ละอย่างที่ผ่านเข้ามา
มันมักจะมี "ที่สุดกว่า" เข้ามาเรื่อยๆ แต่คราวนี้บอกได้คำเดียวครับว่า หาที่สุดกว่ายากมากๆ และน่าจะทำไม่ได้ด้วย ตามไปดูกันครับ..
ผมเดินทางไปทำหน้าที่ ผู้จัดการทีม ในการแข่งขัน Tour of Qinghai lake UCI 2.HC ซึ่งเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียแล้วในขณะนี้
เงินรางวัลรวม สามแสนกว่ายูเอส กับ 21 ทีมชั้นนำในเอเซีย และ 2 โปรคอนติเนนทัลทีมคือ skill Shimano จาก ฮอลแลนด์ และ ISD neri จากอิตาลี่
สำหรับภาพการแข่งขัน ไว้เปิดอีกกระทู้ละกันครับ เที่ยวนี้พาไปไต่ "เนิน" กันก่อน..
เมื่อเดินทางไปถึงเมือง Xinning เครื่องลงปั๊บ สัมผัสได้ทันทีถึงอากาศที่แห้งๆ ชอบกล ผมเคยมาที่นี่แล้วครั้งนึงเมื่อปี 08 แต่ตอนนั้นไม่ได้ปั่นจักรยานมาหลายปี เลยไม่ค่อยเซ้นท์ เหมือนตอนนี้
เหลือบดูนาฬิกา ของลูกทีมหน้าจอแสดงผลว่า ตอนนี้อยู่ที่ระดับความสูง 2300 เมตรจากระดับน้ำทะเล โห..สูงนะเนี่ย พอๆ กับยอดดอยอินทนนท์ แล้วเราจะต้องตะเวณรอนแรมแข่งอยู่ในละแวกนี้
อีกตั้ง 10 วัน ในใจคิดเป็นห่วง ประจักษ์ ว่ามันจะหายใจได้มั๊ยเนี่ย แต่พอวันแรกที่มาถึงก็ประกอบรถไปออกรอบกัน แค่เบาๆ ปรากฎว่า ปั่นไม่ค่อยออกแฮะ อุปทานรึเปล่าวะเนี่ยตู ลองไปอีกซักพัก
เออ ทุกอย่างรอบตัวเรามันทำไม่ช้าลงนะ รอบขาก็หาไม่เจอ เจ้ามี่ "ประจักษ์" ก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่พอปั่นไปซักพัก ก็เริ่มดีขึ้น ขากลับปั่นได้ฉิวเลย แต่พอมาดู โปรไฟล์ เส้นทางแล้ว ปรากฎว่า ขาไปเรา
ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่ค่อยรู้ตัวเพราะมันเป็น ถนนไฮเวย์ ขึ้นไปเลี้ยวกลับที่ระดับ 2800 เมตร มิน่าล่ะ ขากลับถึงสบายเลย ลมส่งท้ายอีกต่างหาก..
ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลายวัน พอเสตจที่ 4 วันที่รอคอยก็มาถึง เป็นเสตจสั้น เข้าเส้นที่ ทะเลสาบชิงไห่ ซึ่งมีภูเขาอยู่หนึ่งลูก และมองมาตลอดว่า ต้องไปพิชิตให้ได้ ที่ระดับความสูง สามพันกว่าเมตร
ตอนแรกไม่รู้ว่าเท่าไหร่แน่ แต่ต้องไป จึงเตรียมเสื้อกันลม ผ้าปิดจมูกพร้อม ออกไปปั่นหนืดๆ บนถนนทางตรงที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งสัก 40 นาที แล้ววกมาตั้งลำ ที่ตีนเขาลูกนี้ ระดับความสูงตอนนี้ 2800 เมตร
เอาล่ะพร้อมแล้ว ออกรถได้ ก็ปั่นไปเรื่อยๆ ทางตรงยาวๆ ประมาณ 4 กม.เห็นจะได้ ไม่มีโค้งเลย หลังจากนั้น จะพับๆ พับมา หลายพับมากๆ ครับ ค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ บันทึกภาพ หน้าจอระดับความสูง
โดยที่ไม่หยุดปั่น และสังเกตุอาการ ตัวเอง ผมรู้สึกว่า มันโอเคนะ ไม่หอบเหนื่อยมาก แต่เร่งไม่ได้ เพราะอาการเหนื่อยจะมาเร็ว และหายช้า ค่อยๆ ไปเรื่อยๆ ดีกว่า ความชันน่าจะอยู่ที่ ประมาณ 8-10 %
แต่พอเริ่มเข้าสู่ 3500 เมตร เริ่มหายใจเข้าไปแล้วเหมือน ไม่มีอะไรเข้าไปในปอด เอาแล้วไง หายใจแห้งๆน่ะครับ แขนก็แห้งสนิท ไม่มีเหงื่อให้แตกสักหยด มันแห้งมากๆ
แต่ก็ฝืนต่อไป สามพันหกร้อย เหมือนเดิม แต่มองเห็นยอดเขาแล้ว ปั่นไปแบบไม่ตัองคิดมาก ระยะทางตั้งแต่ตีนเขาขึ้นมาถึงยอดเขา ไต่ขึ้นมา 11 กม. ที่ระดับความสูงเปลี่ยนจาก 2800 - 3740 น่าจะชันที่ 9%
มาถึงนี่แล้วยังไงก็ต้องปีนไปให้ถึง ผมขึ้นไปถึงยอดเขาลูกนี้ ที่ความสูง 3740 เมตรครับ ถือเป็นการปั่นจักยานขึ้นที่สูงที่สูง "ที่สุด" แล้วในชีวิต พอถึงแล้วมีป้ายบอกระดับความสูงอยู่ จอดถ่ายรูปเล่นและ
จ้องมองความสวยงามของทะเลสาบ ชิงไห่ อยู่พักนึ่งก็ปั่นลงมา ทีนี้เริ่มหนาวแล้วครับ ต้องเอาเสื้อกันลมมาใส่ ปั่นดิ่งลงมาแบบมันส์มากๆ บางช่วงวิวสวยก็จอดถ่ายรูปเล่น แล้วก็ไปต่อ พอลงมาข้างล่างแล้ว
หันไปมองเขาลูกนี้ เหมือนมีอะไรกวักมือเรียกให้ขึ้นไปอีก แต่ผมก็ลงไปปั่นทางราบอีกสี่สิบนาที จะกลับที่พักแล้ว เจอช่างไชยา ปั่นเล่นมาสวนกัน และถามผมว่าขึ้นไปมารึยัง ผมบอกว่า ไปมาแล้ว ไม่ยากหรอก
ไปดิ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อนอีกรอบนึง ปรากฎว่า มันหลงกลผม ลากขึ้นไปได้สักครึ่งทาง พี่ยา ลงไปนอนกลางถนนเลย หายใจไม่ออก แต่พอควักกล้องถ่ายรูปมาถ่าย พี่แกก็เต๊ะท่า อย่างกะนางแบบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซะงั้น เอาล่ะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมขึ้นมาอีกครึ่งทาง ไม่น่าจะพอซะแร้ววว..เครื่องมันติดแล้ว ผมตัดสินใจ กระทืบลูกบันใด ปั่งๆๆๆๆ ซัดรวดเดียวถึงยอดเขาเลย เที่ยวนี้ ขึ้นเร็วกว่าเดิม แต่เหนื่อยมากๆ และฟื้นตัวช้า
ข้างบนรอบสองเนี่ยหนาวกว่าเดิมอีก ต้องเอาผ้ามาปิดจมูก แล้วลงมาเจอไชยาที่กลางทาง แล้วปั่นกลับมาโรงแรมที่พักพร้อมกัน ที่นี่สองทุ่มยังไม่มืด แต่ห้องอาหารจะปิด เลยต้องไปกินข้าวกันก่อน เพราะถ้าไปอาบน้ำก่อน
จะไม่มีอะไรเหลือ วันนี้หลับเป็นตายเลยครับ แต่ว่านอนอมยิ้ม และคิดว่า โห ตูนี่ถ้าจะบ้า ขึ้นไปตั้งสองรอบ เกิดน๊อคมา ใครจะเอาลงมาวะเนี่ย.. ไปดูรูปกันครับ
ในชีวิตการปั่นจักรยานของแต่ละคนต้องเคยและมีคำว่า "ที่สุด" สำหรับผมชีวิตบนอาน นั้นมันมีหลายอย่างมากมายครับ แต่คำว่า ที่สุดของแต่ละอย่างที่ผ่านเข้ามา
มันมักจะมี "ที่สุดกว่า" เข้ามาเรื่อยๆ แต่คราวนี้บอกได้คำเดียวครับว่า หาที่สุดกว่ายากมากๆ และน่าจะทำไม่ได้ด้วย ตามไปดูกันครับ..
ผมเดินทางไปทำหน้าที่ ผู้จัดการทีม ในการแข่งขัน Tour of Qinghai lake UCI 2.HC ซึ่งเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียแล้วในขณะนี้
เงินรางวัลรวม สามแสนกว่ายูเอส กับ 21 ทีมชั้นนำในเอเซีย และ 2 โปรคอนติเนนทัลทีมคือ skill Shimano จาก ฮอลแลนด์ และ ISD neri จากอิตาลี่
สำหรับภาพการแข่งขัน ไว้เปิดอีกกระทู้ละกันครับ เที่ยวนี้พาไปไต่ "เนิน" กันก่อน..
เมื่อเดินทางไปถึงเมือง Xinning เครื่องลงปั๊บ สัมผัสได้ทันทีถึงอากาศที่แห้งๆ ชอบกล ผมเคยมาที่นี่แล้วครั้งนึงเมื่อปี 08 แต่ตอนนั้นไม่ได้ปั่นจักรยานมาหลายปี เลยไม่ค่อยเซ้นท์ เหมือนตอนนี้
เหลือบดูนาฬิกา ของลูกทีมหน้าจอแสดงผลว่า ตอนนี้อยู่ที่ระดับความสูง 2300 เมตรจากระดับน้ำทะเล โห..สูงนะเนี่ย พอๆ กับยอดดอยอินทนนท์ แล้วเราจะต้องตะเวณรอนแรมแข่งอยู่ในละแวกนี้
อีกตั้ง 10 วัน ในใจคิดเป็นห่วง ประจักษ์ ว่ามันจะหายใจได้มั๊ยเนี่ย แต่พอวันแรกที่มาถึงก็ประกอบรถไปออกรอบกัน แค่เบาๆ ปรากฎว่า ปั่นไม่ค่อยออกแฮะ อุปทานรึเปล่าวะเนี่ยตู ลองไปอีกซักพัก
เออ ทุกอย่างรอบตัวเรามันทำไม่ช้าลงนะ รอบขาก็หาไม่เจอ เจ้ามี่ "ประจักษ์" ก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่พอปั่นไปซักพัก ก็เริ่มดีขึ้น ขากลับปั่นได้ฉิวเลย แต่พอมาดู โปรไฟล์ เส้นทางแล้ว ปรากฎว่า ขาไปเรา
ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่ค่อยรู้ตัวเพราะมันเป็น ถนนไฮเวย์ ขึ้นไปเลี้ยวกลับที่ระดับ 2800 เมตร มิน่าล่ะ ขากลับถึงสบายเลย ลมส่งท้ายอีกต่างหาก..
ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลายวัน พอเสตจที่ 4 วันที่รอคอยก็มาถึง เป็นเสตจสั้น เข้าเส้นที่ ทะเลสาบชิงไห่ ซึ่งมีภูเขาอยู่หนึ่งลูก และมองมาตลอดว่า ต้องไปพิชิตให้ได้ ที่ระดับความสูง สามพันกว่าเมตร
ตอนแรกไม่รู้ว่าเท่าไหร่แน่ แต่ต้องไป จึงเตรียมเสื้อกันลม ผ้าปิดจมูกพร้อม ออกไปปั่นหนืดๆ บนถนนทางตรงที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งสัก 40 นาที แล้ววกมาตั้งลำ ที่ตีนเขาลูกนี้ ระดับความสูงตอนนี้ 2800 เมตร
เอาล่ะพร้อมแล้ว ออกรถได้ ก็ปั่นไปเรื่อยๆ ทางตรงยาวๆ ประมาณ 4 กม.เห็นจะได้ ไม่มีโค้งเลย หลังจากนั้น จะพับๆ พับมา หลายพับมากๆ ครับ ค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ บันทึกภาพ หน้าจอระดับความสูง
โดยที่ไม่หยุดปั่น และสังเกตุอาการ ตัวเอง ผมรู้สึกว่า มันโอเคนะ ไม่หอบเหนื่อยมาก แต่เร่งไม่ได้ เพราะอาการเหนื่อยจะมาเร็ว และหายช้า ค่อยๆ ไปเรื่อยๆ ดีกว่า ความชันน่าจะอยู่ที่ ประมาณ 8-10 %
แต่พอเริ่มเข้าสู่ 3500 เมตร เริ่มหายใจเข้าไปแล้วเหมือน ไม่มีอะไรเข้าไปในปอด เอาแล้วไง หายใจแห้งๆน่ะครับ แขนก็แห้งสนิท ไม่มีเหงื่อให้แตกสักหยด มันแห้งมากๆ
แต่ก็ฝืนต่อไป สามพันหกร้อย เหมือนเดิม แต่มองเห็นยอดเขาแล้ว ปั่นไปแบบไม่ตัองคิดมาก ระยะทางตั้งแต่ตีนเขาขึ้นมาถึงยอดเขา ไต่ขึ้นมา 11 กม. ที่ระดับความสูงเปลี่ยนจาก 2800 - 3740 น่าจะชันที่ 9%
มาถึงนี่แล้วยังไงก็ต้องปีนไปให้ถึง ผมขึ้นไปถึงยอดเขาลูกนี้ ที่ความสูง 3740 เมตรครับ ถือเป็นการปั่นจักยานขึ้นที่สูงที่สูง "ที่สุด" แล้วในชีวิต พอถึงแล้วมีป้ายบอกระดับความสูงอยู่ จอดถ่ายรูปเล่นและ
จ้องมองความสวยงามของทะเลสาบ ชิงไห่ อยู่พักนึ่งก็ปั่นลงมา ทีนี้เริ่มหนาวแล้วครับ ต้องเอาเสื้อกันลมมาใส่ ปั่นดิ่งลงมาแบบมันส์มากๆ บางช่วงวิวสวยก็จอดถ่ายรูปเล่น แล้วก็ไปต่อ พอลงมาข้างล่างแล้ว
หันไปมองเขาลูกนี้ เหมือนมีอะไรกวักมือเรียกให้ขึ้นไปอีก แต่ผมก็ลงไปปั่นทางราบอีกสี่สิบนาที จะกลับที่พักแล้ว เจอช่างไชยา ปั่นเล่นมาสวนกัน และถามผมว่าขึ้นไปมารึยัง ผมบอกว่า ไปมาแล้ว ไม่ยากหรอก
ไปดิ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อนอีกรอบนึง ปรากฎว่า มันหลงกลผม ลากขึ้นไปได้สักครึ่งทาง พี่ยา ลงไปนอนกลางถนนเลย หายใจไม่ออก แต่พอควักกล้องถ่ายรูปมาถ่าย พี่แกก็เต๊ะท่า อย่างกะนางแบบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซะงั้น เอาล่ะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมขึ้นมาอีกครึ่งทาง ไม่น่าจะพอซะแร้ววว..เครื่องมันติดแล้ว ผมตัดสินใจ กระทืบลูกบันใด ปั่งๆๆๆๆ ซัดรวดเดียวถึงยอดเขาเลย เที่ยวนี้ ขึ้นเร็วกว่าเดิม แต่เหนื่อยมากๆ และฟื้นตัวช้า
ข้างบนรอบสองเนี่ยหนาวกว่าเดิมอีก ต้องเอาผ้ามาปิดจมูก แล้วลงมาเจอไชยาที่กลางทาง แล้วปั่นกลับมาโรงแรมที่พักพร้อมกัน ที่นี่สองทุ่มยังไม่มืด แต่ห้องอาหารจะปิด เลยต้องไปกินข้าวกันก่อน เพราะถ้าไปอาบน้ำก่อน
จะไม่มีอะไรเหลือ วันนี้หลับเป็นตายเลยครับ แต่ว่านอนอมยิ้ม และคิดว่า โห ตูนี่ถ้าจะบ้า ขึ้นไปตั้งสองรอบ เกิดน๊อคมา ใครจะเอาลงมาวะเนี่ย.. ไปดูรูปกันครับ