บันทึกการเดินทาง หล่มสัก ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า
โพสต์: 27 ก.ค. 2010, 21:10
สวัสดีครับ พี่น้องผองเพื่อน ผมอ้วน พระราม2 ขอรายงานสรุปทริป หล่มสัก ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า เขื่อนแควน้อยอุตรดิตถ์ ทริปนี้เป็นการจัดของ อ.สุจิตร (เสือ อ.ต.) เป็นลักษณะปั่นแบบท่องเที่ยว ผู้ร่วมทริป หลากหลายมากันหลายจังหวัด เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก ราชบุรี ชุมพร พัทลุง โคราช กรุงเทพ รวมแล้วประมาณ 30 คัน ปั่นแบบเอื้ออาทรช่วยเหลือกันครับ ผมจะบันทึกวันต่อวัน เผื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนที่จะปั่นในเส้นทางสายนี้ครับ
วันที่23 ก.ค. 53 ผมเดินทางจากบ้านพระราม2 ปั่นไปขึ้นรถ กรุงเทพ-หล่มสัก เป็นรถปรับอากาศชั้น1 ค่ารถ 295 บาท ออกที่หมอชิตเที่ยว 22.45 น. ถึงหล่มสัก เช้าวันที่ 24 ก.ค.53 ประมาณตี 5
วันที่ 24 ก.ค. 53 พี่โส เสือดำ เอารถมารับผมที่ท่ารถ ขอขอบคุณพี่โสและเพื่อนพี่มากครับ มารวมตัวกับพี่ๆที่ปากทางขึ้นภูเขาทับเบิก ทานอาหารเช้าร่วมกัน ล้อหมุนประมาณ 7 โมงเช้า อากาศดี สดชื่นมาก เริ่มต้นก็ปั่นขึ้นเลยครับ พึ่งกินข้าวใหม่ๆด้วยและผมเครื่องร้อนช้า เหนื่อยมาก เหงื่อออกเป็นน้ำ ทั้งที่อากาศหนาวเย็น แต่พอสักพักขึ้นไปสัก 3 กม. เริ่มปรับตัวได้ ธรรมชาติรอบด้านสวยงาม สำหรับเกียร์ที่ใช้ขึ้นภูทับเบิกผมใช้เกียร์เดียวครับ เกียร์หน้าเล็กสุด เกียร์หลังใช้ใหญ่สุด ค่อยๆปั่นขึ้นไปเรื่อยๆความเร็วเฉลี่ย 4.7 ก.ม. ต่อ ชม. ใช้เวลาเกือบ 6 ชม. กับระยะทาง 24 กม.เส้นทางขึ้นอย่างเดียวไม่มีลง เลี้ยวลด คดเคี้ยว สูงชัน บางช่วงมีหมอกลงจัด มองข้างหน้าเห็นประมาณ 3 ม. ปั่นอยู่ในสายหมอก เกาะกลุ่มกันไปเป็นระยะ บางช่วงฟ้าเปิด มองเห็นทิวทัศน์ด้านล่าง ก็จอดและถ่ายรูป สองข้างทางมีไร่กระหล่ำปลี มันฝรั่ง แครอท เป็นแนวไปทั่วหุบเขา ช่วงปลายทางใกล้จะถึง มีฝนตกโปรยปราย ลงมาสลับกับสายหมอก สวยงามมาก เป็นเส้นทางน่าปั่นมากทีเดียวและถนนตอนนี้ทำใหม่แล้วครับลาดยางอย่างดีไม่มีหลุมบ่อเลยอยากให้มาลองปั่นดูครับ พอถึงหน่วยทับเบิก เป็นจุดชมวิวมองไปด้านล่าง เห็นถนนคดเคี้ยว ที่เราปั่นขึ้นมารู้สึกภูมิใจที่เราปั่นขึ้นมาได้ วันนี้ปั่นแค่นี้ครับ บ่าย 2 โมง ก็กางเต็นท์พักผ่อน คุยกันในเรื่องราวที่ผ่านมา อาหารเย็นเป็นข้าวกล่อง
ค่ำคืนนี้ไร้ดาวและแสงจันทร์ มีแต่ หมอกฝน สายลม กระหน่ำทั้งคืน เสียงสายน้ำในหุบด้านล่างดังสนั่น เต็นท์สั่นไหวด้วยสายลม ความเหน็บหนาวมาเยือน ผมไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวและถุงนอนมาไม่คิดว่าจะหนาวขนาดนี้ เลยนอนหนาวสั่นสะท้าน กว่าจะผ่านถึงเช้าได้เวลาดูช่างยาวนานเหลือเกิน
วันที่25 ก.ค. 53 ตื่นมาตี 5 ครึ่ง ฝนยังกระหน่ำ สายลมหวีดหวิวอากาศยังหนาวเหน็บ ยิ่งออกนอกเต็นท์ยิ่งหนาว เลยนอนอยู่ต่อถึง 6 โมง ค่อยเก็บสัมภาระ เครียมตัวเดินทาง ไปภูหินร่องกล้า ตอนเช้ากินข้าวกล่องรองท้อง เส้นทางจากทับเบิกไปภูหินร่องกล้าเป็นทางเขา แต่ไม่ยากเท่าเมื่อวาน มีขึ้นลงสลับกัน ประมาณขึ้น50% ลง50% สองข้างทางเป็นป่าทึบ แวะกินข้าวเที่ยงที่หมู่บ้านร่องกล้า ถึงที่ทำการอุทยาน ประมาณ บ่าย2โมง เฮียตี๋ปั่นล่วงหน้ามาติดต่อที่พักก่อน วันนี้โชคดีไม่ต้องกางเต็นท์ นอนกลางแจ้ง ได้กางในหอประชุม พักผ่อนคุยกัน ร้องเพลง อาหารในอุทยานมีขายมากมาย ตอนเย็นกินข้าวร่วมกัน ค่ำคืนนี้ไม่มีแสงดาวและแสงจันทร์ มีแต่เมฆหมอก ฝนตก แต่ก่อนนอนมีเสียงเพลงขับหล่อมจาก พี่โส เสือดำ พี่จิ๋ว อุตรดิตถ์ เป็นนักร้องนำฝ่ายชาย และ ฝ่ายหญิง และเพื่อนๆช่วยกันร้อง คืนนี้นอนหลับสบายต่างกับเมื่อวาน
ระยะทางปั่นวันนี้ 32 กม.
ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม.
ความเร็วเฉลี่ย 12 กม./ชม.
วันที่ 26 ก.ค. 53 ภูหินร่องกล้า – พิษณุโลก
ตื่นตี 5 เก็บสัมภาระ อาบน้ำ ปั่นไปรวมตัวกันที่ลานหินแตกถ่ายรูป ชมวิว ปั่นลงเขา ระยะทาง 10 กม. แรกลงอย่างเดียว ปล่อยไหล ประคองเบรคเรื่อยๆ หลังจากนั้นมีขึ้นลง สลับกัน แต่ลงมากกว่า มารวมตัวกันรอจนครบที่ นครไทย แล้วปั่นไปเป็นกลุ่ม ตอนแรกผมคิดว่าเป็นทางเรียบตลอด แต่ไม่ใช่ครับ เป็นทางเขาอีก ขึ้นยาวๆ ลงยาวๆ
ปั่นไปถึงบ้านแยง เป็นจุดพักที่2 เลี้ยวขวา ไปทางพิษณุโลกมีขึ้นมีลง แต่ลงมากกว่า ปั่นไปถึงทรัพย์ไพรวัลย์ กินข้าวเที่ยง ผมขอแยกตัวกลับก่อน เพื่อนๆพี่ๆปั่นไปนอนที่เขื่อนแควน้อย ส่วนผมไปลงไปทางพิษณุโลกทาง ส่วนมากจะไหลลง มีขึ้นเล็กน้อย ปั่นไม่นานก็ถึงพิษณุโลกครับ ขึ้นรถทัวร์ กลับถึงหมอชิต ประมาณ 4 ทุ่ม ปั่นกลับบ้านพระราม 2 ถึงประมาณ เที่ยงคืน ผมขอจบทริปแด่เพียงเท่านี้
มีโอกาสข้างหน้าต้องมาปั่นร่วมกันอีกให้ได้ คิดถึงพี่ๆทุกคน ทริปนี้จะอยู่ในความทรงจำผมตลอดไป
เขา สูง สูง ฟ้า ใส ใส
คือ ลม หายใจ ของ คน เสรี
วันที่23 ก.ค. 53 ผมเดินทางจากบ้านพระราม2 ปั่นไปขึ้นรถ กรุงเทพ-หล่มสัก เป็นรถปรับอากาศชั้น1 ค่ารถ 295 บาท ออกที่หมอชิตเที่ยว 22.45 น. ถึงหล่มสัก เช้าวันที่ 24 ก.ค.53 ประมาณตี 5
วันที่ 24 ก.ค. 53 พี่โส เสือดำ เอารถมารับผมที่ท่ารถ ขอขอบคุณพี่โสและเพื่อนพี่มากครับ มารวมตัวกับพี่ๆที่ปากทางขึ้นภูเขาทับเบิก ทานอาหารเช้าร่วมกัน ล้อหมุนประมาณ 7 โมงเช้า อากาศดี สดชื่นมาก เริ่มต้นก็ปั่นขึ้นเลยครับ พึ่งกินข้าวใหม่ๆด้วยและผมเครื่องร้อนช้า เหนื่อยมาก เหงื่อออกเป็นน้ำ ทั้งที่อากาศหนาวเย็น แต่พอสักพักขึ้นไปสัก 3 กม. เริ่มปรับตัวได้ ธรรมชาติรอบด้านสวยงาม สำหรับเกียร์ที่ใช้ขึ้นภูทับเบิกผมใช้เกียร์เดียวครับ เกียร์หน้าเล็กสุด เกียร์หลังใช้ใหญ่สุด ค่อยๆปั่นขึ้นไปเรื่อยๆความเร็วเฉลี่ย 4.7 ก.ม. ต่อ ชม. ใช้เวลาเกือบ 6 ชม. กับระยะทาง 24 กม.เส้นทางขึ้นอย่างเดียวไม่มีลง เลี้ยวลด คดเคี้ยว สูงชัน บางช่วงมีหมอกลงจัด มองข้างหน้าเห็นประมาณ 3 ม. ปั่นอยู่ในสายหมอก เกาะกลุ่มกันไปเป็นระยะ บางช่วงฟ้าเปิด มองเห็นทิวทัศน์ด้านล่าง ก็จอดและถ่ายรูป สองข้างทางมีไร่กระหล่ำปลี มันฝรั่ง แครอท เป็นแนวไปทั่วหุบเขา ช่วงปลายทางใกล้จะถึง มีฝนตกโปรยปราย ลงมาสลับกับสายหมอก สวยงามมาก เป็นเส้นทางน่าปั่นมากทีเดียวและถนนตอนนี้ทำใหม่แล้วครับลาดยางอย่างดีไม่มีหลุมบ่อเลยอยากให้มาลองปั่นดูครับ พอถึงหน่วยทับเบิก เป็นจุดชมวิวมองไปด้านล่าง เห็นถนนคดเคี้ยว ที่เราปั่นขึ้นมารู้สึกภูมิใจที่เราปั่นขึ้นมาได้ วันนี้ปั่นแค่นี้ครับ บ่าย 2 โมง ก็กางเต็นท์พักผ่อน คุยกันในเรื่องราวที่ผ่านมา อาหารเย็นเป็นข้าวกล่อง
ค่ำคืนนี้ไร้ดาวและแสงจันทร์ มีแต่ หมอกฝน สายลม กระหน่ำทั้งคืน เสียงสายน้ำในหุบด้านล่างดังสนั่น เต็นท์สั่นไหวด้วยสายลม ความเหน็บหนาวมาเยือน ผมไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวและถุงนอนมาไม่คิดว่าจะหนาวขนาดนี้ เลยนอนหนาวสั่นสะท้าน กว่าจะผ่านถึงเช้าได้เวลาดูช่างยาวนานเหลือเกิน
วันที่25 ก.ค. 53 ตื่นมาตี 5 ครึ่ง ฝนยังกระหน่ำ สายลมหวีดหวิวอากาศยังหนาวเหน็บ ยิ่งออกนอกเต็นท์ยิ่งหนาว เลยนอนอยู่ต่อถึง 6 โมง ค่อยเก็บสัมภาระ เครียมตัวเดินทาง ไปภูหินร่องกล้า ตอนเช้ากินข้าวกล่องรองท้อง เส้นทางจากทับเบิกไปภูหินร่องกล้าเป็นทางเขา แต่ไม่ยากเท่าเมื่อวาน มีขึ้นลงสลับกัน ประมาณขึ้น50% ลง50% สองข้างทางเป็นป่าทึบ แวะกินข้าวเที่ยงที่หมู่บ้านร่องกล้า ถึงที่ทำการอุทยาน ประมาณ บ่าย2โมง เฮียตี๋ปั่นล่วงหน้ามาติดต่อที่พักก่อน วันนี้โชคดีไม่ต้องกางเต็นท์ นอนกลางแจ้ง ได้กางในหอประชุม พักผ่อนคุยกัน ร้องเพลง อาหารในอุทยานมีขายมากมาย ตอนเย็นกินข้าวร่วมกัน ค่ำคืนนี้ไม่มีแสงดาวและแสงจันทร์ มีแต่เมฆหมอก ฝนตก แต่ก่อนนอนมีเสียงเพลงขับหล่อมจาก พี่โส เสือดำ พี่จิ๋ว อุตรดิตถ์ เป็นนักร้องนำฝ่ายชาย และ ฝ่ายหญิง และเพื่อนๆช่วยกันร้อง คืนนี้นอนหลับสบายต่างกับเมื่อวาน
ระยะทางปั่นวันนี้ 32 กม.
ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม.
ความเร็วเฉลี่ย 12 กม./ชม.
วันที่ 26 ก.ค. 53 ภูหินร่องกล้า – พิษณุโลก
ตื่นตี 5 เก็บสัมภาระ อาบน้ำ ปั่นไปรวมตัวกันที่ลานหินแตกถ่ายรูป ชมวิว ปั่นลงเขา ระยะทาง 10 กม. แรกลงอย่างเดียว ปล่อยไหล ประคองเบรคเรื่อยๆ หลังจากนั้นมีขึ้นลง สลับกัน แต่ลงมากกว่า มารวมตัวกันรอจนครบที่ นครไทย แล้วปั่นไปเป็นกลุ่ม ตอนแรกผมคิดว่าเป็นทางเรียบตลอด แต่ไม่ใช่ครับ เป็นทางเขาอีก ขึ้นยาวๆ ลงยาวๆ
ปั่นไปถึงบ้านแยง เป็นจุดพักที่2 เลี้ยวขวา ไปทางพิษณุโลกมีขึ้นมีลง แต่ลงมากกว่า ปั่นไปถึงทรัพย์ไพรวัลย์ กินข้าวเที่ยง ผมขอแยกตัวกลับก่อน เพื่อนๆพี่ๆปั่นไปนอนที่เขื่อนแควน้อย ส่วนผมไปลงไปทางพิษณุโลกทาง ส่วนมากจะไหลลง มีขึ้นเล็กน้อย ปั่นไม่นานก็ถึงพิษณุโลกครับ ขึ้นรถทัวร์ กลับถึงหมอชิต ประมาณ 4 ทุ่ม ปั่นกลับบ้านพระราม 2 ถึงประมาณ เที่ยงคืน ผมขอจบทริปแด่เพียงเท่านี้
มีโอกาสข้างหน้าต้องมาปั่นร่วมกันอีกให้ได้ คิดถึงพี่ๆทุกคน ทริปนี้จะอยู่ในความทรงจำผมตลอดไป
เขา สูง สูง ฟ้า ใส ใส
คือ ลม หายใจ ของ คน เสรี














































