หน้า 1 จากทั้งหมด 2

ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 25 ก.ค. 2010, 19:04
โดย KIT_DBT
ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ใช้ดีไหมครับ
ไม่ทราบว่ามีอาการรวน เดี๋ยวขึ้น-เดี๋ยวหายไหม
อยากรองเห็นราคาถูกดีถ้าเทียบกับ Polar
ท่านใดเคยใช้ช่วยแชร์กันหน่อยครับ ขอบคุณครับ

รูปภาพ

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 25 ก.ค. 2010, 19:48
โดย chan ja
มารอคำตอบอีกคนครับ ว่าอาทิตย์หน้าจะไปสอยอยู่ ;)
ใครสนใจเข้าไปลองเล่นได้ที่นี่ครับ
พอเข้าไปแล้วมองด้านขวาหาคำว่า product demo พอกดแล้วเลื่อนลงมาด้านล่างกดคำว่า Start Demo ลองเล่นเลยครับผมใช้เป็นตั้งแต่ยังไม่ได้ซื้อเครื่องเลย :mrgreen:
http://www.sigmasport.com/en/produkte/p ... t=features

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 25 ก.ค. 2010, 20:53
โดย somchaisuwan
ผมใช้อยู่ 2 ตัว 6-7 ปีแล้วยังไม่เสีย แต่ตอนซื้อมาใหม่ต้องกลับไป worldbike หลายรอบเพราะมีปัญหาต้องกลับไปเคลม เก็บใบเสร็จไว้ ร้านก็บริการดีนะครับ ตัวนึงใช้ไป12เดือนใกล้หมดประกัน สายรัดหน้าอกเสียไม่ส่งสัญญาน ที่จริงออกอาการกินถ่านมาก่อนเอาไปเคลมเขาเปลี่ยนสายรัดให้ไหม่ ใช้ได้จนวันนี้ อีกตัวหน้าจอดับบ่อยแกะเองอยู่หลายรอบในที่สุดพบว่าสปริงข้างในกดไม่แน่น แก้เองไม่ได้เอาไปร้าน บ้านอยู่ไกล วันนี้ก็ยังใช้อยู่ครับ

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 25 ก.ค. 2010, 20:54
โดย PlyMunGaw
ของผมสั่งจาก e-bay มาราคา 2 พันมีทอน(นิดๆ) เท่าที่ใช้มาซัก 2-3 เดือนแล้วยังไม่พบปัญหาอะไรนะครับ ประหยัด ใช้งานได้ดีเป็นที่พอใจ ยังไม่มีอาการโดดให้เห็นนะครับ จะมีที่ตินิดนึงเรื่องรัศมีทำการระหว่างนาฬิกา กับ สายคาดอก มันค่อนข้างสั้นไปนิดนึง (พอดีผมติดที่แฮนด์ไม่ได้ใส่ข้อมือ) เวลาจอดเิดินห่างจากจักรยานซัก 1 ก้าวยาวๆ สัญญาณก้อขาดแล้ว แต่ก้อไม่มีปัญหาอะไรพอเดินเข้ามามันก้อ Detect เจอเองใช้งานต่อได้ไม่มีปัญหา ซึ่งถ้าท่านไหนใช้ผูกกับข้อมือก้อคงไม่มีปัญหานี้คับ สรุปว่า ซื้อเลยๆๆๆ อิ อิ

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 25 ก.ค. 2010, 22:16
โดย buffield
ใช้ดีครับติดข้อมือไม่มีปัญหา

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 25 ก.ค. 2010, 22:33
โดย sunny
เห็นถูกดีซื้อมายังไม่ได้ใช้เลยครับ เพราะอันเก่ายังใช้ได้

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 26 ก.ค. 2010, 07:27
โดย green_t
ผมซื้อในเวปนี้แหละ 1850 ใช้งานได้ดีครับของใหม่นะ

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 26 ก.ค. 2010, 21:03
โดย scapel
ผมใช้มา3 ปีกว่าแล้ว ไม่มีปัญหา ระวังเรื่องความชื้นเข้าที่ใส่ถ่านตัวคาดอก นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ผมใช้จนสายนาฬิกาขาด ก็ใช้เข็มขัอรัดสายไฟแทน

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 26 ก.ค. 2010, 23:23
โดย น้าอ๊อด
ผมก็ใช้อยู่ครับใครสนใจ PM มาเลยครับ ของใหม่ราคาพิเศษ มีประกันด้วยครับ

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 27 ก.ค. 2010, 14:02
โดย arthit_new
กำลลังจะหามาใส่ซัก อัน

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 01 ส.ค. 2010, 01:26
โดย idonat
สนใจอยู่ครับ...ตอนนี้ในกลุ้มใช้กัน 3 ตัว ไม่รู้ว่าสัญญาณจะกวนกัรึป่าว ถ้าผมเอาก็จะเป็น 4 ตัว

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 11 ก.ย. 2010, 16:56
โดย Phirapat...
ใครๆก็มีหัวใจเหมือนๆกัน ทำไมบางคนออกกำลังเพียงชั่วครู่ก็เหนื่อยแทบขาดใจ แต่บางคนเห็นตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานเหมือนกับแก้บนทีละ 2 ชั่วโมงยังดูแค่เหนื่อยนิดๆ หากเป็นสมัยก่อนยังไม่มีใครสนใจนักว่าคนที่เล่นกีฬาสามารถฝึกให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกหัวใจแต่ใช้วิธีใจถึง จนในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาวิทยาศาสตร์การกีฬาได้เข้ามามีส่วนช่วยให้นักกีฬาเก่งขึ้น สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ค้นพบคือหัวใจที่ผ่านการฝึกมาอย่างถูกต้อง เป็นขั้นเป็นตอนไม่หักโหมก็จะแข็งแรงขึ้นทีละน้อย ในที่สุดผู้ที่เคยขี่จักรยานเพียงยี่สิบนาทีแล้วนอนหอบแทบเป็นแทบตาย ก็จะขี่จักรยานได้นานขึ้น หากฝึกต่อไปเรื่อยๆก็จะขี่ได้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น นักจักรยานที่ขี่ได้ดีอยู่แล้วก็มีโอกาสทำได้ดีขึ้นอีก แล้วนักจักรยานอย่างเราจะฝึกให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร คงต้องมาติดตามดูกันจากนี้ไป
จากการค้นคว้า นักวิทยาศาสตร์การกีฬาได้แบ่งการทำงานของหัวใจเป็นโซน ซึ่งแต่ละโซนนั้นแบ่งเป็นค่าเปอร์เซนต์ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจที่แต่ละช่วงของอายุ ทำใจไว้เลยครับว่าทุกๆปีที่อายุมากขึ้นก็จะทำให้ตัวเลขอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจลดลงอย่างน้อย 1 ครั้งต่อนาที เป็นสิ่งที่เราเรียกกันว่าสังขาร ทุกคนหนีไม่พ้น
Zone 1

เป็นโซนที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 60%-70% บางครั้งเราเรียกกันว่า Recovery zone หรือโซนสำหรับผ่อนคลาย ผู้ที่เริ่มออกกำลังมือใหม่ควรจะควบคุมตนเองให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในโซนนี้ ซึ่งเป็นโซนที่สร้างความทนทานขั้นพื้นฐานรวมทั้งขีดความสามารถของแอโรบิคเบื้องต้น หลังจากวันที่ฝึกซ้อมหนักหน่วงแล้วนักจักรยานควรจะใช้ประโยชน์จากโซนนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้พลังงานหลักจากไขมันแล้วยังเป็นการเติมไกลโคเจน (glycogen) ซึ่งถูกใช้ไปในระหว่างการฝึกซ้อมหนักหรือการแข่งขันให้กับกล้ามเนื้อได้ดี
Zone 2

เป็นโซนที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 70%-80% เรียกกันคุ้นหูว่า โซนแอโรบิค การฝึกในโซนนี้เป็นการการฝึกร่างกายให้เรียนรู้การลำเลียงออกซิเจนสู่กล้ามเนื้อและผ่องถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อนักจักรยานฟิตมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น ก็จะสามารถออกขี่จักรยานระยะทางไกลในช่วงวันหยุดได้ โดยคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่ประมาณ 75% นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีมากแล้วยังเพิ่มขีดความสามารถทางแอโรบิคได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
Zone 3

เป็นโซนที่ค่อนข้างจะหนักหน่วงขึ้นเพราะหัวใจจะทำงานอยู่ที่ระดับ 80%-90% ถ้านักจักรยานไม่มีพื้นฐานการฝึกซ้อมที่ดีพอแล้วข้ามขั้นมาบริเวณนี้บ่อยๆอาจเกิดอาการโอเวอร์เทรนด์ได้ง่ายๆ การฝึกในระดับนี้เป็นการฝึกเพื่อหาและพัฒนาระดับความทนทานของกล้ามเนื้อต่อกรดแลคติคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานของกล้ามเนื้อ การฝึกในระดับนี้แทบจะไม่ใช่ไขมันในการเผาผลาญให้เกิดพลังงานเลย แต่ร่างกายจะใช้ไกลโคเจนที่นักจักรยานจะสะสมในกล้ามเนื้อจากการฝึกเบื้องต้นต่างๆเป็นระยะเวลานานๆเป็นแหล่งพลังงานหลัก ลองนึกภาพดูว่าเราพยายามปั่นจักรยานตามคนที่ขี่ได้เร็วกว่าเรามาก หรือปั่นจักรยานขึ้นเขา จะมีอยู่จุดหนึ่งที่เราเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างหนัก จนเราต้องถอยออกมา จุดนี้เป็นจุดที่ร่างกายไม่สามารถลำเลียงกรดแลคติคออกจากกล้ามเนื้อได้เร็วพอ เราเรียกจุดนี้ว่า อานาโรบิค เธรชโชลด์ (AT หรือ Anarobic Threshold) ไม่ต้องตกใจว่าพอขึ้นเขาไปได้สักสองสามร้อยเมตรแล้วจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด หรือปั่นตามนักจักรยานเร็วๆได้เพียง 4-5 นาทีก็หลุดกลุ่ม พวกที่ขึ้นเขาเก่งๆหรือพวกที่ปั่นกันเร็วๆก็เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนทั้งนั้น แต่ต้องผ่านการฝึกฝนตามขั้นตอนที่ถูกต้องและระมัดระวัง ร่างกายก็จะปรับตัวทีละน้อยให้ยืดจุด AT ออกไปให้นานขึ้นได้
Zone 4

โซนสุดอันตรายหรือที่นักจักรยานบางคนเรียกกันว่า เรดโซน (Red zone) ไม่ต้องกล่าวถึงก็คงทราบว่าหัวใจจะทำงานหนักมากอยู่ที่ระหว่าง 90%-100% การฝึกในโซนนี้หรือไม่ว่าจะทำอะไรอย่างไรจะใช้เวลาเพียงสั้นๆแบบอินเทอวัล (Interval) เท่านั้น การฝึกกล้ามเนื้อที่ยืดหดตัวเร็วจะฝึกกันในโซนนี้ แต่ต้องฝึกอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ แน่นอนว่าผู้ที่จะหาญเข้ามาฝึกในโซนนี้จะต้องฟิตมากพอตัว
สิ่งที่นักจักรยานที่ต้องการเพิ่มความน่าสนใจกับการออกกำลังควรจะมีคือ เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งทุกวันนี้มาในหลายรูปแบบทั้งแบบที่ใส่ข้อมือเหมือนนาฬิกา และแบบที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์วัดความเร็วซึ่งมีผู้ผลิตหลายรายเช่น Bontrager,Cateye,และPolar เป็นต้น คราวนี้สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจคือศัพท์แสงบางคำหรืออักษรย่อที่จะเห็นบ่อยขึ้น

MHR = Maximum Heart Rate (อัตราการเต้นสูงสุด)
RHR = Rest Heart Rate (อัตราการเต้นของหัวใจในสภาวะผ่อนคลาย)
WHR = Working Heart Rate (อัตราการเต้นของหัวใจที่ต่ำที่สุดที่มีผลต่อการออกกำลังกาย)
THR = Target Heart Rate (เป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจของการฝึกซ้อม)
BPM = Beat per minute (อัตราการเต้นของหัวใจคิดเป็นจำนวนครั้งต่อนาที)
เราพูดกันถึงอัตราการเต้นหัวใจว่าต้องซ้อมกันกี่เปอร์เซนต์ๆ แล้วมันคืออะไรกัน ในเบื้องต้นเราสามารถคำนวณอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจได้โดยใช้สูตรง่ายๆดังต่อไปนี้
220 – อายุ = อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดที่อายุนั้นๆ
ตัวอย่างเช่น นักจักรยานมีอายุ 45 ปี ค่าของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ (MHR) คือ
220 – 45 = 175 ครั้ง / นาที

อันที่จริงแล้วตัวเลขนี้ยังมีความแปรผันได้ตามชนิดกีฬาที่เล่นและพื้นฐานความแข็งแรงของนักกีฬาแต่ละคน ถ้าไม่ซีเรียสนักก็คำนวณค่าเปอร์เซนต์ตรงๆจากตัวเลขเบื้องต้นได้เลยเช่น ต้องการซ้อมใน Zone 1 ก็นำตัวเลข MHR (อัตราการเต้นหัวใจสูงสุด) ซึ่งในกรณีนี้คือ 175 ครั้ง/นาที คูณด้วย 0.6 และ 0.7 ซึ่งตัวเลขที่ได้คือ
175 X 0.6 = 105
175 X 0.7 = 123
ดังนั้นผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเบาๆในโซนนี้ ควรจะควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างปั่นจักรยานให้อยู่ระหว่าง 105 – 123 ครั้ง/นาที และถ้าซีเรียสมากขึ้นต้องการปั่นที่ Zone 2 เราก็คำนวณได้จาก 175 X 0.8 = 140 ก็หมายความว่าถ้าเราอายุ 45 ปี และต้องการออกกำลังระดับแอโรบิคที่สูงขึ้นมาหน่อย เราควรจะคุมไม่ให้อัตราการเต้นของหัวใจเกิน 140 ครั้ง/นาที เป็นวิธีการง่ายๆครับ ค่าต่างๆที่คำนวณได้เป็นเป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจที่โซนต่างๆ (THR)
มาถึงตรงนี้หลายคนคงจะนึกค้านกันในใจ เอาละครับนักจักรยานหลายคนอาจจะผ่านการฝึกซ้อมหรือผ่านชั่วโมงบินมามากพอสมควร นักจักรยานหรือนักกีฬาประเภททนทานที่มีชั่วโมงบินสูงมักจะมีค่าอัตราการเต้นของหัวใจในสภาวะผ่อนคลาย (RHR) ต่ำกว่าคนปกติ บางคนอาจมีค่า RHR ต่ำเพียง 45 ครั้งต่อนาทีเท่านั้นเมื่อเทียบกับคนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังบ่อยๆ ทั้งนี้เนื่องจากพวกที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะมีหัวใจที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปกติ

ค่า RHR หาได้โดยหาที่สบายๆ นั่งพักเอนหลังฟังเพลงเบาๆ ไม่ต้องตื่นเต้นสัก 20 นาที พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด ใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆให้น้อยที่สุด หากมีนาฬิกาข้างฝาที่มีเข็มวินาทีก็จะดี ยิ่งมีเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจแบบคาดอกติดไว้ยิ่งจะทำให้เราเคลื่อนไหวน้อยลง เมื่อครบ 20 นาทีให้เช็คอัตราการเต้นของหัวใจช่วงนั้น เช็คใหม่อีกครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ยเพื่อใช้ในการคำนวณ
เมื่อได้ค่า MHR และ RHR เราสามารถหาค่าของ THR ใหม่ดังมีลำดับการคำนวณเป็นขั้นๆโดยยกตัวอย่างจากค่าของผู้ที่มีอายุ 45 ปี ซึ่งมีค่า RHR 50 ครั้งต่อนาที ดังต่อไปนี้
MHR – RHR = WHR(Working Heart Rate) 175 – 50 = 125
สิ่งที่เริ่มน่าสนใจคือถ้าบุคคลเดียวกันนี้ต้องการออกกำลังที่ 80% เราต้องคำนวณต่อดังนี้
0.8 X 125 = 100
THR ค่าใหม่ที่เราจะได้คือ 100 + RHR = 100 + 50 = 150 ครั้ง/นาที ซึ่งมากกว่าการคำนวณแบบเบสิคถึง 10 ครั้ง/นาที ไม่ต้องตกใจว่าคนที่ค่า RHR สูงๆค่า THR อาจจะสูงกว่านี้เล็กน้อย
สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะตัวเลข 220 ซึ่งเป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยที่นักวิทยาศาสตร์สมัยก่อนสุ่มเช็คมาจากกลุ่มวัยรุ่น ทำให้ค่าเฉลี่ยนี้มีความคลาดเคลื่อนอยู่ประมาณ +/- 11 ครั้ง/นาที

ดังนั้นเพื่อให้การฝึกซ้อมสำหรับนักจักรยานที่ค่อนข้างจะซีเรียสกับพัฒนาการต่างๆ นักจักรยานจึงควรจะคอยเช็คค่า RHR สม่ำเสมอหรือทุกเดือนเพื่อที่จะปรับค่าในการฝึกซ้อมตลอดเวลา

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 23 ส.ค. 2011, 16:01
โดย HAPPY FEET
เก็บข้อมูลครับ

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 24 ส.ค. 2011, 14:34
โดย aaeonline
ใช้อยู่ครับ ช่วงแรก ใช้ได้ดี ไม่มีปัญหา

แต่พอเข้าเดือนที่ 3 เหมือนว่ามันจะ Sync ไม่ค่อยเจอ
อ่านในกระทู้ เห็นว่ามีใช้พวก KY หรืออะไรลื่นๆ
ผมก็ใช้สบู่เหลวลูบบริเวณหน้าอก ก่อนใช้งาน ก็ Sync ได้ตามปกติ

ตอนนี้ใช้มาประมาณ 6 เดือนก็ไม่ติดปัญหาอะไร ครับ ใช้เป็นนาฬิกากาข้อมือใส่ทำงานได้ด้วย

Re: ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ดีไหมครับ

โพสต์: 24 ส.ค. 2011, 15:52
โดย เสืออ้วน 129
aaeonline เขียน:ใช้อยู่ครับ ช่วงแรก ใช้ได้ดี ไม่มีปัญหา

แต่พอเข้าเดือนที่ 3 เหมือนว่ามันจะ Sync ไม่ค่อยเจอ
อ่านในกระทู้ เห็นว่ามีใช้พวก KY หรืออะไรลื่นๆ
ผมก็ใช้สบู่เหลวลูบบริเวณหน้าอก ก่อนใช้งาน ก็ Sync ได้ตามปกติ

ตอนนี้ใช้มาประมาณ 6 เดือนก็ไม่ติดปัญหาอะไร ครับ ใช้เป็นนาฬิกากาข้อมือใส่ทำงานได้ด้วย
ตามคู่มือ บอกว่า ใช้ water (น้ำปล่าว) ได้เลยครับ
idonat เขียน:สนใจอยู่ครับ...ตอนนี้ในกลุ้มใช้กัน 3 ตัว ไม่รู้ว่าสัญญาณจะกวนกัรึป่าว ถ้าผมเอาก็จะเป็น 4 ตัว
ไม่แน่ใจนะครับ ถ้าใช้หลายๆคน แนะนำ pc25.10 ดีกว่าครับ เพิ่มราคานิดหน่อย มีการใส่รหัสซิงค์ ระหว่างอุปกรณ์ของมันเอง (ไม่ใช่ใส่รหัสแบบ password นะ)
ราคาประมาณ 20-21 พัน
KIT_DBT เขียน:ฮาร์ตเรท Sigma PC15 ใช้ดีไหมครับ
ไม่ทราบว่ามีอาการรวน เดี๋ยวขึ้น-เดี๋ยวหายไหม
อยากรองเห็นราคาถูกดีถ้าเทียบกับ Polar
ท่านใดเคยใช้ช่วยแชร์กันหน่อยครับ ขอบคุณครับ

รูปภาพ
pc15 ดีกว่า polar ตรงที่ สามารถเปลี่ยนถ่าน นาฬิกา และสายรัดหน้าอกได้
polar ก็เปลี่ยนได้ แต่ต้องเป็นรุ่น 30-40 พันขึ้นไป

8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-) 8-)