หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 13 ก.ค. 2010, 19:54
โดย komkrich
ไม่ได้ขี่ประมาณสองเดือนแล้วปรากฏว่าเวลาบิดเกียร์ต้องใช้แรงเยอะมากแล้วก็ไม่ยอมเปลียนเกียร์ด้วยครับ เปลี่ยน shifter จะหายไหมครับ
Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 13 ก.ค. 2010, 20:07
โดย เสือ Spectrum
เอาจักรยานไปให้ช่างที่ร้านตรวจดีกว่าครับ สายเกียร์อาจจะฝืด เป็นสนิม ตัว Shifter อาจจะไม่เป็นอะไร หรืออาจจะแค่หล่อลื่นใส่จารบีก็หายครับ
อีกทีก็อาจจะแค่มีอะไรผิดเพี้ยน ปรับตั้งเกียร์ใหม่ก็หาย
ค่าซ่อมไม่แพงหรอกครับ
Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 13 ก.ค. 2010, 20:27
โดย thaicom
เช็คสายก่อนเลยครับ สายเสื่อมสภาพรึปร่าว
Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 13 ก.ค. 2010, 21:03
โดย bancha.2518
เอาน้ำมันชะโลมก็ได้มั้ง

Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 13 ก.ค. 2010, 23:37
โดย ละอองดาว
ปั่นเกือบทุกวัน แต่ไม่ค่อยเปลี่ยนเกียร์ ต่อไปจะมีปัญหาแบบนี้ไหม

Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 13 ก.ค. 2010, 23:45
โดย ผาจันทน์
ลุยฝนมาหรือเปล่าครับ จอดนานอาจฝืดได้
หล่อลืนสายดูครับ
Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 14 ก.ค. 2010, 13:01
โดย เสือติดปีก
ละอองดาว เขียน:ปั่นเกือบทุกวัน แต่ไม่ค่อยเปลี่ยนเกียร์ ต่อไปจะมีปัญหาแบบนี้ไหม

เข้ามาเจออีกแล้ว ขยันหาความรู้จริง
เกียร์ พยามยามหัดใช้ หัดเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และกำลังของเรา อย่างที่เคยตอบไปกระทู้อยากแต่งรถ อัฟรถนั่นแหละ
อยากให้เปรียบเทียบการเปลี่ยนเกียร์ของจักรยาน เทียบกับมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ จะเหมือนกัน คือ
1.ออกตัว จะใช้เกียร์ต่ำ รอบสูง พละกำลังมหาศาล แต่รถวิ่งช้า ถ้าเป็นจักรยานเราจะถีบลูกบันไดได้เบา รอบเยอะ ออกตัวได้ง่าย ลืน และเร็ว
2.เมื่อรถออกตัวมาสักพัก รอบขาเราจะสูงขึ้น เพราะมีแรงส่งจากข้อ1 เวลาถีบมันจะเบา แต่รถก็ยังวิ่งช้าอยู่ ถ้าเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เราเร่งเครื่องยังไง มันก็ยังวิ่งช้าเช่นกัน แต่จะมีเสียงเครื่องยนต์ดังจนหน้ารำคาญ
3.ให้เปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น เพื่อที่ความเร็วจะเพิ่มขึ้น แต่รอบขาจะช้าลง (ออกแรงขากดลูกบันไดจะหนักขึ้น/ไม่เบาเหมือนเกียร์ที่1แล้ว) ถ้าเป็นรถยนต์ /มอเตอร์ไซค์ ก็จะเปลี่ยนเป็นเกียร์สอง ผลที่ได้ก็คือ รถวื่งเร็วขึ้น ลืนขึ้น ไหลดีขึ้น เสียงเครื่องยนต์ก็จะเบาลง
4.ถ้ารอบขายังเบา อีก ก็ให้ย้อนไปทำตามข้อ3 ทำไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าแรงขาที่กดลูกบันไดหนักเกินไป ก็ลดเกียร์ลง ทำเหมือนข้อ3 แต่ทำตรงกันข้าม ผลก็คือเราออกแรงกดลูกบันไดน้อยลง แต่รถก็วิ่งช้าลงด้วย
5.การเปลี่ยนเกียร์ เราควรเปลี่ยนไปมาตลอด เมื่อสู้ว่ากดลูกบันไดว่าหนัก หรือ เบาจนเกินไป เพื่อให้ได้รอบขาที่เหมาะสม ความเร็วที่ดี ทั้งนี้ มันก็ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างด้วย เช่น
5.1รถจะออกตัว กระแสลมที่ปะทะตัวเรา(ขี่สวนลม) ทางข้างหน้าเป็นเนิน ก็ต้องใช้เกียร์ต่ำ รอบขาสูง รถจะวิ่งช้า แต่ก็ไปได้ดี
5.2รถออกตัวไปแล้ว กระแสลมพัดไล่หลัง(ขี่ตามลม) ทางข้างหน้าลงเนิน ก็ต้องใช้เกียวร์สูง รอบขาจะต่ำ รถจะวิ่งเร็ว เหนื่อยน้อยลง
เข้าคำถามเลยน่ะ เกียร์ ถ้าไม่เปลี่ยน ไม่ใช้ หรือใช้น้อย และขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง มันก็ฝืด ก็เสียทั้งนั่นแหละครับ ต้องรู้จักวิธีใช้ให้ถูกต้อง แบบที่บอกไปแล้ว (ใช้ผิดวิธีมันก็เสียง่ายเหมือนกัน) จักรยานทั้งคันอะไหล่มันต้องการใช้ที่ถูกต้อง การดูแลรักษาที่ถูกต้องทั้งคัน จึงจะอยู่กับเราไปนานๆ ไม่เชื่อลองจอดดูเฉยๆ ไม่ขี่ไม่จับ ไม่ถึงเดือน ยางก็เริ่มแบนแล้ว บางที่อาจมีสนิมตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะที่โซ่ด้วย ถ้าไม่จอดในร่ม
ยินดีอย่างยิ่งครับ ที่ผู้หญิงให้ความสนใจที่จะหันมาใช้จักรยานมากขึ้น (หายากมาก) แต่อยากจะบอกว่า ขี่จักรยาน มันให้อะไรเราหลายอย่าง ที่เราคาดไม่ถึง เชื่อใหม รถจักรยาน ทำให้ผมเป็นคนดี จิตใจดีกว่าเมื่อก่อนที่เอาแต่ขี่รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ช็อปเปอร์ มีเรื่องให้เล่าอีกเยอะ

Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 15 ก.ค. 2010, 08:39
โดย GT2008
ว่าต่อเลย.....พี่

Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 15 ก.ค. 2010, 15:07
โดย Wita
Re: ไม่ได้ใช้นานแล้วเปลี่ยนเกียรไม่ได้์ครับ
โพสต์: 15 ก.ค. 2010, 20:54
โดย komkrich
ขอบคุณทุกท่านครับ พอดีเป็นรถใช้งานเลยโดนแดดโดนฝนบ้างครับ
ว่าแต่การหล่อลื่นสายนี่เราสามารถทำด้วยตนเองได้หรือไม่ ถ้าได้ต้องทำอย่างไรครับ