อธิบายค่อนข้างยากครับ มันมีรายละเอียดเยอะ
เอาเป็นว่าอัตราทดเกียร์ระหว่างจานหน้าและเฟืองหลัง มีเพื่อให้เราปั่นฯ สบายขึ้น
สำหรับจักรยานยุคปัจจุบัน ล้อ 26 นิ้ว ถ้าเป็นจักรยานเกียร์เดียว อัตราทดที่ทำให้ปั่นฯ สบาย (เฉพาะทางเรียบ) ก็อยู่ที่ประมาณ 2:1 หรือใกล้เคียง
ถ้าเราใช้จานหน้า 42 ฟัน เฟืองหลังที่ให้อีตราทด 2:1 ก็จะอยู่ที่ 21 ฟัน
ถ้าเราใช้จานหน้า 44 ฟัน เฟืองหลังที่ให้อีตราทด 2:1 ก็จะอยู่ที่ 22 ฟัน
และถ้าเราใช้จานหน้า 48 ฟัน เฟืองหลังที่ให้อีตราทด 2:1 ก็จะอยู่ที่ 24 ฟัน
แต่จักรยานเกียร์เดียวทำให้เรามีปัญหาบางอย่างเพราะกำลังขาของเราไม่สามารถปรับรอบขาได้หลากหลายเหมือนรอบเครื่องของเครื่องยนต์ รอบขาของคนปรกติจะเริ่นที่ประมาณ 60 รอบนาที ไปถึงประมาณ 80 รอบ/นาที พอเร็วกว่านั้นไปถึง 90 + หรือ 100 รอบ/นาที เราก็ชักจะรู้สึกว่า "เหนื่อย-ปั่นฯ ไม่ทัน"
จับมาตีความก็หมายความว่าหากเป็นจักรยานเกียร์เดียว เราจะรู้สึกว่าปั่นฯ สบาย "ปั่นฯ ใหว" ที่ย่านความเร็วประมาณ 15 - 20 กม./ชม.ปั่นฯ ช้ากว่านั้นก็ "หนักแรง-เมื่อยขา" เร็วกว่านั้นก็ "เหนื่อย-ปั่นฯ ไม่ทัน"
ถ้าเราอยาก(ปั่นฯ)ได้ความเร็วย่าน 25 - 30 กม./ชม. ก็ต้องหาเกียร์อัตราทดใหม่ที่ทำให้สามารถยืนความเร็วระหว่าง 25 - 30 กม./ชม. ได้นานๆ อย่างจานหน้า 42 ฟัน เฟืองหลังที่พอจะเข้าเกณฑ์คงจะอยู่ราวๆ เฟือง 13 ฟัน เป็นต้น
จาน 42/21 ให้อัตราทด 2:1 ทำความเร็วได้ประมาณ 15 - 20 กม./ชม.
จาน 42/13 ให้อัตราทด 3.2:1 ทำความเร็วได้ประมาณ 23 - 30 กม./ชม.
ถ้าเราจะวางระบบเกียร์ที่ให้อัตราทดที่ปั่นฯ แล้ว
"นิ่มนวล" ก็ต้องมาหาว่าระหว่างเฟือง 21 ฟัน ไปถึง 13 ฟัน ถ้าใส่เฟืองได้ 8 เฟือง
"ควรจะ" เป็นเฟืองอะไรบ้างที่ทำให้การปั่นฯ รู้สึกสบายเหมือนเดินขึ้นบันใดที่ขั้นแต่ละขั้นไม่ห่างกันมาก ทำให้การ
"ใต่ความเร็ว" ทำได้อย่างที่ต้องการหรือหากต้องการเอาไปปั่นฯ ขึ้นสะพาน ชึ้นเขาด้วยก็ต้องมีเฟืองสำหรับปั่นฯ ทางชันซึ่งแน่นอนว่าจำนวนฟันต้องมากกว่า 21 ฟัน และถ้าข้อจำกัดของเฟืองคือมีได้ไม่เกินจำนวน X เฟืองก็ต้องมาเลือกคัดออกทีละเฟืองแบบรักพี่-เสียดายน้องครับ
นี่คือพื้นฐานของระบบเกียร์ครับ
โจทย์ก็คือเฟืองหลังมีได้ไม่เกิน 10 เฟือง (สำหรับปัจจุบัน) จานหน้าก็สูงสุด 3 ใบ ทำอย่างไรให้ได้ทั้ง ปั่นฯ เร็วบนพื้นราบ และใต่เขาได้ดี ชึ้นสะพานไม่ต้องเข็น ฯลฯ คำตอบก็ออกมาที่เรื่องของเกียร์นั่นแหละครับ
แล้วถ้าเกิดว่าเราเอาอุปกรณ์เสือหมอบมาผสมกับเสือภูเขา เช่นจานหน้าหมอบแต่ใส่เฟืองภูเขา กับจากหน้าภูเขาใส่เฟืองหมอบ กับจานหน้าหมอบใส่เฟืองหมอบในเฟรมเสือภูเขา มันจะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
แตกต่างตรงที่ว่าเสือภูเขาพอเปรียบเทียบได้กับรถยนต์ประเภท รถบรรทุก รถ 4 X 4 ส่วนรถเสือหมอบเหมือนรถสปอร์ต เสือภูเขาน้ำหนักค่อนข้างมาก ใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์แข็งแรง เน้นไปทางระบบกันสะเทือนสำหรับทางวิบาก ใช้ยางใหญ่ ส่วนเสือหมอบก็ใช้ตัวรถน้ำหนักเบา ยางเล็กสำหรับทางเรียบ การสลับระบบขับเคลื่อนก็เหมือนเอาเครื่องยนต์รถสปอร์ตไปใส่ในตัวถังรถกระบะ อาจจะทำให้
"วิ่งไม่ออก" ก็ได้ครับ
จับคู่ให้ถูกตัว-ถูกฝา ดีที่สุดครับ ไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องแต่งเสือภูเขาให้เป็น
"เสือทางเรียบ" ใช้ยางเล็กแบบเดียวกับเสือหมอบ ลดน้ำหนักตัวถังด้วยการถอดโช๊คเปลี่ยนไปใส่ตะเกียบ ถึงจะพอจะเอามาใส่จานหน้าเสือหมอบ เฟืองหลังเสือหมอบแล้ว
"Work" ครับ
เสือหมอบในกรณีที่ไม่เน้นความเร็วบนทางเรียบมาก แต่เอาไปปั่นฯ และบรรทุกของแบบ Touring เขาก็เอาระบบเกียร์ของเสือภูเขามาใช้นะครับ เหตุผลก็เพื่อให้บรรทุกของและปั่นฯ ขึ้นเขาได้ดีขึ้นครับ
แล้วจำนวนฟันเฟืองที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง มันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ
จาน 42 ฟัน เฟือง 14 ยางเสือภูเขาทางเรียบประมาณ 26 x 1.25 นิ้ว ทำความเร็วเดินทางได้ประมาณ 28 กม./ชม.
จาน 42 ฟัน เฟือง 12 ยางเสือภูเขาทางเรียบประมาณ 26 x 1.25 นิ้ว ทำความเร็วเดินทางได้ประมาณ 33 กม./ชม.
ถ้าคุณใช้เฟือง 12 - 14 ฟันการจะใต่ความเร็วจาก 28 กม./ชม. ไป 33 กม./ชม. ต้องเร่งรอบขาไปที่ประมาณ 95 รอบ/นาที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเฟือง 12 ได้อย่าง
"ไม่สะดุด"
แต่หากมีเฟือง 13 ฟันมาคั่นคุณจะใช้หรือเพิ่มรอบขาจากปรกติ 80 รอบ/นาทีเพียงทีละ +5 รอบหรือ 85 รอบ/นาที ทำให้การใต่ความเร็วจาก 28 กม./ชม. ไป 33 กม./ชม. ทำได้
"'ง่ายขึ้น" ครับ