Tour de France
โพสต์: 10 ก.ค. 2010, 08:47
การแข่งขัน จักรยานทางไกล Tour de France
Tour de France เป็นการแข่งขันจักรยานในรายการ แกรนทัวร์ บางคนก็เรียกว่า "ตูร์เดอฟร็องซ์" ตามภาษาฝรั่งเศส บ้างก็เรียก "ทัวร์ออฟฟรานซ์" ตามภาษาอังกฤษ หรือบางทีก็เรียก " ลากรองด์บูกล์ (La Grande Boucle)" และ" เลอตูร์ (Le Tour)" ล้วนแล้วแต่เป็ฯรายการเดียวกันทั้งนั้น

ตูร์เดอฟรองซ์ การแข่งขันจักรยานที่ เป็นที่สุดในโลกของ สามรายการใหญ่ ที่จัดการแข่งขันในยุโรป รวมเรียกว่า แกรนด์ทัวร์
ตูร์เดอฟรองซ์ (Tour de France) จัดใน ฝรั่งเสศ ช่วงเดือน กรกฎาคม
จีโรดีตาเลีย (Giro d'Italia) จัดในอิตาลี ช่วงเดือนพฤษภาคม-ต้นมิถุนายน
วูเอลตาอาเอสปันญา (Vuelta a España) จัดในสเปน ช่วงเดือนกันยายน
จุดกำเนิดเริ่มต้น ตูร์เดอฟร็องค์นั้น เริ่มมาจาก นักข่าวที่ชื่อว่า จีโอ เลอแฟฟร์จากหนังสือพิมพ์ลอโต
ร่วมกับบรรณาธิการ อ็องรี เดส์กร็องเจ่อะ ตั้งวัตถุประสงค์ว่า การเพิ่มยอดขายของหนังสือพิมพ์ สุดท้าย ลงตัวที่ จัดการแข่งขันจักรยานทางไกลขึ้นมา แล้วกลายมาเป็น การผูกขาดทางลิขสิทธิ์การรายงานข่าวเพียงเจ้าเดียว หากสนใจหรืออยากติดตามอ่าน ต้องซื้อหนังสือพิมพ์ของเขาเท่านั้น ผลของการจัดการครั้งนั้น เขาทำสำเร็จ สามารถกลับมาเป็น แถวหน้า หนังสือพิมพ์คู่แข่งเจ้าอื่นๆ เป็นผู้นำของ วงธุรกิจได้สำเร็จ
การแข่งขันครั้งแรก จัดให้มีขึ้น วันที่ 1 กรกฎาคม 1903 หรือเมื่อ 106 ปีที่แล้ว (นานมาก) มีผู้เข้าแข่งขัน 60 คน มีผู้แข่งขัน ทำการแข่งขันจนจบเพียง 21 คน ผู้ที่ชนะในครั้งที่ 1 เป็นชาวฝรั่งเศสที่ชื่อว่า "มอริช กาแร็ง" นับแต่นั้นมา ตูร์เดอฟร็องซ์ ก็เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ความยากลำบากของการแข่งขันรายการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งในระยะทางที่ไกลแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น สภาพสนามในแต่ละสเตจ ความพร้อมของจักรยาน คน และ สภาพอากาศ ซึ่งในสมัยนั้น เทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนปัจจุบัน ทำให้จักรยานในยุคแรก ๆ สามารถปั่นได้ความเร็ว เฉลี่ยแค่ 26-29 Km/h เท่านั้น นับว่านักปั่นจักรยานในยุคแรก ๆ ต้องอึดและแกร่งจริง ๆ
ในการแข่งขันครั้งนั้นไม่มีรถ เซอร์วิส คอยวิ่งตามหลัง ใครจะลงแข่งรายการนี้ ต้องพกยางนอก ยางใน และ อุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นไปเอง เพราะในกฏการแข่งขันบอกไว้ว่า "ห้ามรับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นเด็ดขาด" แตกต่างจาก สมัยปัจจุบันนี้ ที่มีเทคโนโลยีห่างกันไกลมาก ๆ วิทยาศาสตร์การกีฬาก็มีวิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่อง ทำให้การออกแบบตัวรถ หรือ การออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ การลดน้ำหนักของตัวรถ ระบบกลไก ฯลฯ ส่งผลให้ปั่นกันได้ง่าย ไกล เร็ว และ สะดวกสบายกว่าแต่ก่อน รวมถึงความปลอดภัยในการแข่งขัน ให้มีรถเซอร์วิสคอยวิ่งตามมาข้างหลัง ซึ่งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นพร้อมการบริการอยู่ตลอดเส้นทาง
สีเสื้อ ของนักแข่งบ่งบอกอะไร
ในการแข่งขัน ผู้ชนะ (ในแต่ละช่วง) จะมีการประกาศผล และมอบเสื้อรางวัล ให้สวมใส่
เพื่อเป็นการยกย่อง รวมทั้งสร้างพลังในการแข่งขัน กำหนดไว้แตกต่างกันไป
สีเหลือง - มายโย จอน (maillot jaune - yellow jersey) สำหรับผู้ที่ได้คะแนนนำโอเวอร์ออลทำเวลาทุกสเตจรวมกันได้น้อยที่สุด

รวม แถวสำหรับผู้นำ ใน สเตจที่ผ่านมา
แล้วจะต้องมี การสวมเสื้อที่ได้ชัยชนะ เพื่อทำการแข่งขันในสเตจถัดไป

Tour de France เป็นการแข่งขันจักรยานในรายการ แกรนทัวร์ บางคนก็เรียกว่า "ตูร์เดอฟร็องซ์" ตามภาษาฝรั่งเศส บ้างก็เรียก "ทัวร์ออฟฟรานซ์" ตามภาษาอังกฤษ หรือบางทีก็เรียก " ลากรองด์บูกล์ (La Grande Boucle)" และ" เลอตูร์ (Le Tour)" ล้วนแล้วแต่เป็ฯรายการเดียวกันทั้งนั้น

ตูร์เดอฟรองซ์ การแข่งขันจักรยานที่ เป็นที่สุดในโลกของ สามรายการใหญ่ ที่จัดการแข่งขันในยุโรป รวมเรียกว่า แกรนด์ทัวร์
ตูร์เดอฟรองซ์ (Tour de France) จัดใน ฝรั่งเสศ ช่วงเดือน กรกฎาคม
จีโรดีตาเลีย (Giro d'Italia) จัดในอิตาลี ช่วงเดือนพฤษภาคม-ต้นมิถุนายน
วูเอลตาอาเอสปันญา (Vuelta a España) จัดในสเปน ช่วงเดือนกันยายน
จุดกำเนิดเริ่มต้น ตูร์เดอฟร็องค์นั้น เริ่มมาจาก นักข่าวที่ชื่อว่า จีโอ เลอแฟฟร์จากหนังสือพิมพ์ลอโต
ร่วมกับบรรณาธิการ อ็องรี เดส์กร็องเจ่อะ ตั้งวัตถุประสงค์ว่า การเพิ่มยอดขายของหนังสือพิมพ์ สุดท้าย ลงตัวที่ จัดการแข่งขันจักรยานทางไกลขึ้นมา แล้วกลายมาเป็น การผูกขาดทางลิขสิทธิ์การรายงานข่าวเพียงเจ้าเดียว หากสนใจหรืออยากติดตามอ่าน ต้องซื้อหนังสือพิมพ์ของเขาเท่านั้น ผลของการจัดการครั้งนั้น เขาทำสำเร็จ สามารถกลับมาเป็น แถวหน้า หนังสือพิมพ์คู่แข่งเจ้าอื่นๆ เป็นผู้นำของ วงธุรกิจได้สำเร็จ
การแข่งขันครั้งแรก จัดให้มีขึ้น วันที่ 1 กรกฎาคม 1903 หรือเมื่อ 106 ปีที่แล้ว (นานมาก) มีผู้เข้าแข่งขัน 60 คน มีผู้แข่งขัน ทำการแข่งขันจนจบเพียง 21 คน ผู้ที่ชนะในครั้งที่ 1 เป็นชาวฝรั่งเศสที่ชื่อว่า "มอริช กาแร็ง" นับแต่นั้นมา ตูร์เดอฟร็องซ์ ก็เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ความยากลำบากของการแข่งขันรายการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งในระยะทางที่ไกลแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น สภาพสนามในแต่ละสเตจ ความพร้อมของจักรยาน คน และ สภาพอากาศ ซึ่งในสมัยนั้น เทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนปัจจุบัน ทำให้จักรยานในยุคแรก ๆ สามารถปั่นได้ความเร็ว เฉลี่ยแค่ 26-29 Km/h เท่านั้น นับว่านักปั่นจักรยานในยุคแรก ๆ ต้องอึดและแกร่งจริง ๆ
ในการแข่งขันครั้งนั้นไม่มีรถ เซอร์วิส คอยวิ่งตามหลัง ใครจะลงแข่งรายการนี้ ต้องพกยางนอก ยางใน และ อุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นไปเอง เพราะในกฏการแข่งขันบอกไว้ว่า "ห้ามรับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นเด็ดขาด" แตกต่างจาก สมัยปัจจุบันนี้ ที่มีเทคโนโลยีห่างกันไกลมาก ๆ วิทยาศาสตร์การกีฬาก็มีวิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่อง ทำให้การออกแบบตัวรถ หรือ การออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ การลดน้ำหนักของตัวรถ ระบบกลไก ฯลฯ ส่งผลให้ปั่นกันได้ง่าย ไกล เร็ว และ สะดวกสบายกว่าแต่ก่อน รวมถึงความปลอดภัยในการแข่งขัน ให้มีรถเซอร์วิสคอยวิ่งตามมาข้างหลัง ซึ่งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นพร้อมการบริการอยู่ตลอดเส้นทาง
สีเสื้อ ของนักแข่งบ่งบอกอะไร
ในการแข่งขัน ผู้ชนะ (ในแต่ละช่วง) จะมีการประกาศผล และมอบเสื้อรางวัล ให้สวมใส่
เพื่อเป็นการยกย่อง รวมทั้งสร้างพลังในการแข่งขัน กำหนดไว้แตกต่างกันไป
สีเหลือง - มายโย จอน (maillot jaune - yellow jersey) สำหรับผู้ที่ได้คะแนนนำโอเวอร์ออลทำเวลาทุกสเตจรวมกันได้น้อยที่สุด

รวม แถวสำหรับผู้นำ ใน สเตจที่ผ่านมา
แล้วจะต้องมี การสวมเสื้อที่ได้ชัยชนะ เพื่อทำการแข่งขันในสเตจถัดไป

























