
...
ผมเองก็เริ่มนับ 1 กับจักรยานพับได้ ด้วยการที่เมียผมซื้อรถพับเชพโรเล็ตมือสอง ล้อ 16 นิ้วให้ลูกชาย
พอดีมีพี่แถวบ้าน แกมีร้านจักรยานอยู่แถว ๆ เชียงกง วังน้อย วันดีคืนดี แกไปประมูลเปิดตู้คอนเทนเนอร์
ขนจักรยานพับได้ใส่ท้ายปิ๊คอัพมาเกือบ 10 คัน แล้วแกก็ขับเข้ามาทำธุระกับน้องชายแกที่หมู่บ้าน
เด็ก ๆ แห่กันไปล้อมดูรถ ไอ้ตัวแสบผมก็เข้าไปแจม ผลสุดท้ายได้มาในราคา 3 พัน 8 ..
แค่นั้นก็แทบจะตอบคำถามญาติพี่น้องแทบไม่ทันแล้วว่า ซื้อจักรยานราคาขนาดนี้ให้ลูกขี่เลยเหรอ
แต่ผมเฉย ๆ ... เพราะผมชอบที่ประโยชน์ใช้สอยของมันมากกว่า ตอนนั้นยังแย่งรถลูกขี่เล่น ขี่ไปซื้อ
ของหน้าปากซอยบ่อย ๆ หนัก ๆ เข้าก็เลยคิดจะหามาใช้เองสักคัน เพราะเริ่มหลงเสน่ห์ของจักรยานพับได้
ได้ YEAH คันคู่ใจคันนี้มาตอนปี 2008 ว่าจะแค่ขี่ออกกำลังกายบ้าง แต่แล้วมันก็พาผมออกไปไกลจากบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในช่วงปีแรก ผมยังไม่ได้ติดไมล์วัดความเร็ว และระยะทาง ผมก็ไม่รู้หรอกว่าผมขี่มันไปมากน้อยแค่ไหน
ขึ้นปีที่ 2 มาถึงปัจจุบัน ... เวลาปีกว่า ๆ ..... ไมล์รถจักรยานผมวิ่งไปที่ 1,200 กว่ากิโลเมตรแล้ว ...
ผู้ชาย กับรถ ... ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง หรือแม้แต่จักรยาน ไม่ช้าก็เร็ว .. มันต้องแต่งรถ
ยิ่งออกไปพบเจอเพื่อน ๆ มากหน้าหลายตา เห็นของแต่ง อุปกรณ์ประกอบดี ๆ .... ผมไม่โกหกตัวเองหรอกว่า
ผมก็อยากได้ ....
แต่ก็อีกแหละ ไม่ใช่คนมีฐานะอะไรมาก แค่พออยู่พอกิน แต่งจักรยานก็เอาแค่พอหอมปากหอมคอ ขี่ไปไหนไม่อายใคร
อันไหนโมดิฟายเองได้ก็ลุยเลย ความสุขในการได้ลงมือทำ มันเป็นความภูมิใจลึก ๆ รถเราไม่เหมือนใคร และไม่มีวันที่
จะมีรถคันไหนมาเหมือนรถเราเป๊ะ ๆ ...
ออกทริป ไปปั่นกับเพื่อน ๆ ... ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้ไปเจอประสพการณ์ใหม่ ๆ .... นับวันจักรยานคันนี้มันได้พาผม
ห่างจากจุดเริ่มต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ......
.............................................................
ถามตัวเองนะครับ ว่าอะไรที่มันพอดีกับเรา ผมตอบแทนใครไม่ได้หรอก ... แต่จักรยานของผมกับตัวผมเนี่ย
พอดี๊ .... พอดี ...........
