หน้า 1 จากทั้งหมด 2

ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 05 ก.ค. 2010, 23:08
โดย เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
ภาพการฝึกขี่จักรยานทางไกล ฝึกเด็ก 9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122 กม

ภาพทั้งหมดทุกภาพ ถ่ายจากกล้องที่ถืออยู่ในมือซ้ายครับ โดยผมขี่นำด้วย ฝึกด้วย
แล้วถ่ายด้วย แบบเบ็ดเสร็จครับโดยไม่มีรถเซอร์วิส


เด็กที่ใส่เสื้อสีเขียว ขี่อยู่ข้างหน้า อายุ 9 ขวบครับ[/size][/color]

http://www.youtube.com/user/superkakinung

[youtube]<object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/_Bjtk8uKxeA&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/_Bjtk8uKxeA&hl=en_US&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object>[/youtube]

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 03:31
โดย FRANK เองครับ
แข็งแรงมากครับ

แต่ผมว่าน่าจะปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนนะครับ

น้องเค้า 9 ขวบเอง เพราะระยะทางไกลพอสมควรเลยที่เดียว

อาจจะเกิดผลเสียมากกว่าดีก็ได้นะครับ

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 05:58
โดย tntm
FRANK เองครับ เขียน:แข็งแรงมากครับ

แต่ผมว่าน่าจะปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนนะครับ

น้องเค้า 9 ขวบเอง เพราะระยะทางไกลพอสมควรเลยที่เดียว

อาจจะเกิดผลเสียมากกว่าดีก็ได้นะครับ
+1

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 06:49
โดย เณรแอร์
แฮนด์กว้างไป :P หรือเปล่าจร้า

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 08:26
โดย จรวจmisile
รูปภาพ

อันนี้ 7 ขวบกว่า ครับ (นอกเรื่องนิดนึ่ง :D )

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 08:49
โดย tngkrn
ขี่ได้ไกลกว่าผมอีก :mrgreen:

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 09:04
โดย ตู่
ไม่น่าห่วง นะครับ ที่ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพมหาสารคาม ออกทริปลาวใต้ 3 คืน 4 วัน ระยะทางโดยเฉลี่ยวันละ 140 กม รวมระยะทางกว่า 400 กม ครับ ออกแต่เช้ามืดถึงที่หมายก็มืดทุกวัน มีเด็กอายุ 9 ขวบเหมือนกันร่วมทริปด้วย ทั้งบรรทุกสัมภาระเองด้วย ไม่มีรถservice ตอนนี้อายุ 12 ปี ก็ยังปั่นแข็งแรงดีครับ และล่าสุดพิชิตเขาเขียวจุดสูงสุดภาคกลางมาเมื่อ 2 วันที่แล้วนะครับ คาดว่าปีนี้จะพาไปลองดอยอินทนนท์ครับ
ปั่นเถอะครับ สุขภาพแข็งแรง ลูกไม่เจ็บ ไข้มากกว่า 3 ปีแล้ว สนใจตามดูกิจกรรมชมรมที่ www.mccthailand.com

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 09:19
โดย เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
ไม่มีอันตรายใดๆทั้งสิ้นครับ เพราะควบคุมการขี่ไม่เกินโซน 2 ครับ แล้วใช้การขยายขอบเขตทางแอโรบิคครับ
บางทีการขี่จักรยานแค่วันละ10กม อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ถ้าศึกษาไม่ดีพอครับ


แล้วต้องขี่ตามกฎเกณท์นี้ทุกคนครับ ฝ่าฝืนไม่ได้ครับ เพราะผมไม่ได้ตั้งกฎนี้มาเพื่อตัวผมเอง
แต่ตั้งมาเพื่อทุกๆคน แล้วผมก็ต้องขี่ตามกฎเกณท์นี้ด้วยเช่นกันครับ


ปั่นแบบท่องเที่ยวนะครับ ความเร็วเป้าหมาย ลมนิ่ง 25 กม/ชม ครับ(สวนลมจะเป็น20หรือตามลมจะเป็น30 ก็แล้วแต่สถานะการณ๋ แต่จะออกแรงที่ลูกบันไดเท่ากับ 25กม/ชม ตลอดการเดินทางครับ)
- เดินทางเป็นกลุ่มครับ
- ในกลุ่มใหญ่ จะรอสมาชิกทุกคนครับ
- เวลาหยุดพัก ตามลูกทีมที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ปั่นเพื่อพัฒนาการขี่ท่องเที่ยวด้วยจักรยานแทนรถยนต์ครับ
-ยางแตก รถเสียหยุดรอทั้งกลุ่มครับ เน้นสามัคคีครับ
-ทุกคนจะปั่นได้ถึงจุดหมายปลายทางแบบสบายและสนุกกับการเดินทาง
ด้วยทักษะการปั่นจักรยานท่องเที่ยวระยะไกลเป็นกลุ่มครับ
-เน้นสามัคคีครับ



แต่ต้องขี่ภายใต้กฎเกณฑ์ นี้เท่านั้นครับ

ผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือ
เพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ

-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%
ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด
ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ
ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมาก
และร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ


การขี่จักรยานแล้วใช้พฤติกรรมแบบข้อห้าที่กล่าวถึงข้างบนนี้ มีค่าเท่ากับ คุณกำลังทำร้ายตัวเอง หรือ
คุณกำลังพยายามฆ่าตัวตายนั่นเองครับ




หนึ่งในความรู้ที่นักจักรยานควรรู้ จากชมรมจักรยานทางไกลนครปฐม

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 10:11
โดย tntm
เมธา เปรมแสง เขียน:ไม่มีอันตรายใดๆทั้งสิ้นครับ เพราะควบคุมการขี่ไม่เกินโซน 2 ครับ แล้วใช้การขยายขอบเขตทางแอโรบิคครับ
บางทีการขี่จักรยานแค่วันละ10กม อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ถ้าศึกษาไม่ดีพอครับ


แล้วต้องขี่ตามกฎเกณท์นี้ทุกคนครับ ฝ่าฝืนไม่ได้ครับ เพราะผมไม่ได้ตั้งกฎนี้มาเพื่อตัวผมเอง
แต่ตั้งมาเพื่อทุกๆคน แล้วผมก็ต้องขี่ตามกฎเกณท์นี้ด้วยเช่นกันครับ


ปั่นแบบท่องเที่ยวนะครับ ความเร็วเป้าหมาย ลมนิ่ง 25 กม/ชม ครับ(สวนลมจะเป็น20หรือตามลมจะเป็น30 ก็แล้วแต่สถานะการณ๋ แต่จะออกแรงที่ลูกบันไดเท่ากับ 25กม/ชม ตลอดการเดินทางครับ)
- เดินทางเป็นกลุ่มครับ
- ในกลุ่มใหญ่ จะรอสมาชิกทุกคนครับ
- เวลาหยุดพัก ตามลูกทีมที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ปั่นเพื่อพัฒนาการขี่ท่องเที่ยวด้วยจักรยานแทนรถยนต์ครับ
-ยางแตก รถเสียหยุดรอทั้งกลุ่มครับ เน้นสามัคคีครับ
-ทุกคนจะปั่นได้ถึงจุดหมายปลายทางแบบสบายและสนุกกับการเดินทาง
ด้วยทักษะการปั่นจักรยานท่องเที่ยวระยะไกลเป็นกลุ่มครับ
-เน้นสามัคคีครับ



แต่ต้องขี่ภายใต้กฎเกณฑ์ นี้เท่านั้นครับ

ผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือ
เพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ

-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%
ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด
ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ
ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมาก
และร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ


การขี่จักรยานแล้วใช้พฤติกรรมแบบข้อห้าที่กล่าวถึงข้างบนนี้ มีค่าเท่ากับ คุณกำลังทำร้ายตัวเอง หรือ
คุณกำลังพยายามฆ่าตัวตายนั่นเองครับ




หนึ่งในความรู้ที่นักจักรยานควรรู้ จากชมรมจักรยานทางไกลนครปฐม
ขอบคุณครับ :D

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 10:19
โดย *TTT*
ให้ 10 ปั่น เลยครับ :D
ขอนำกฎนี้ไปใช้เป็นแนวทางในอนาคตนะครับ

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 11:24
โดย อ่านไม่ออก
ขอคำแนะนำเรื่อง heat stroke และแนวทางการแก้ไขด้วยครับ
ขอบคุณครับ

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 19:17
โดย mozilla555
ปั่นเร็วไม่ใช่เ่ล่นๆ เลยนะครับเนี่ย
เก่งครับ

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 22:12
โดย เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
ทุกทริปการเดีนทางผมใช้แบบนี้ตลอดครับ เพราะ



การขี่จักรยานไม่ใช่ทำเลียนแบบนักแข่งทีมชาติหรือพวกแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์ ครับ เพราะไม่มืเหตุผล
อะไรที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะพถติกรรมต่างๆก็ไม่เหมือนกัน ผมถามจริงๆครับ ว่า มีอะไรบ้างที่ทำแล้วเป็น
ประโยชน์แก่เรา ขี่แบบนั้นทำแบบนั้นแล้วเราจะได้เป็นแชมป์ ตรู เดอร์ ฟรองต์หรีอครับ รวมทั้งพวกที่
ชอบแข่งในสนามและนอกสนาม ต้วยครับ มันภูมิใจนักหรือที่เราได้ชนะคนอื่นๆแค่ไม่กี่คนแค่คิดก็แพ้แล้วครับ
เราทำได้ก็แค่เลียนแบบครับ แต่ความเสียหายที่เกิดกับเรา ลองคิดดูนะ นักจักรยานที่ชอบแข่งขันทั้งหลาย
คุณรู้ไหมขี่อัดๆ 40-50 นะกดบันไดที ท่องไว้เลยครับ แลคติค แอนดีนาลีน ครับ นี่ยังไม่รวม หัวใจโต
และความไม่สมดุล ของการใช้พลังงานก็คือ ไขมัน กับ คาร์โบไฮเดรต ซึ่งก่อให้เกิดโรคครับ ยิ่งทำทุกวัน
ยิ่งเปรียบเสมือน การพยายามฆ่าตัวตายครับ ไม่เห็นมันจะน่าสนใจอะไรเลยครับกับการขี่แบบนั้น
ถ้าเป็นเครื่องยนต์มันพังก็ยังพอเปลี่ยนได้ แต่นี่ตัวเรานะ พังแล้วจะโยนทิ้งก็ไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มีครับ
เราต้องพยายามรักษาเครื่องยนต์ตัวนี้ให้ทนทานและอยู่ได้นานที่สุดครับ อย่าทำกันเลยครับผมไม่เห็นจะมีความสุขตรง
ไหน เพราะความสุขที่เราทำสนองใจเรา แต่มันไปทำร้ายร่างกายเราอย่างมหันต์ครับ ตอนขี่นะเหนื่อยก็เหนื่อยแสนจะทรมานถ้าเป็นทำงาน
นะเราหยุดแล้ว แต่นียังทนขี่กันอยู่ได้ คนอะไรไม่รู้หาวิธีทรมานร่างกายได้ดีเหลือเกินครับ
มีสิ่งดีๆที่เราต้องทำกับจักรยานอีกเยอะครับ อย่างเช่น วิธีที่ผมแนะนำ ขี่ก็สนุก มีความสุขกับมัน ร่างกายก็แข็งแรง สมาธิก็ดี
ได้ฝึกจิตใจที่จะไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง ได้รับแอนโดฟินทุกวันเพราะหลังการขี่แล้วเราจะรู้สึกสดชื่น เท่ากับเราทำให้ร่างกายแข็งแรงครับ
เพราะเราขี่ในขอบเขตของแอโรบิคร่างกายก้ไม่ขาดออกซิเจน เลือดก็ไม่เป็นกรด ยิ่งขี่ยิ่งแข็งแรง เมื่อขี่ต่อไปเรื่อยๆการขยายขอบเขตทางแอโรบิค
ก็จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆครับ ถ้าเรานำทักษะนี้ไปใช้ขี่จักรยานทางไกลแบบความเป็นเลิศเราจะขี่ได้อย่างแข็งแกร่งครับ ไม่ภูมิใจหรือครับ
ถ้าเราขี่จักรยานทางไกล200กม/วัน แต่นักแข่งที่ชอบขี่40-50 เมื่อไปกับเรา ไม่สามารถขี่ได้ดีเท่าเรา หรืออาจทำไม่ได้เลย เพราะร่างกาย
เขาได้เสียหายไปแล้วจากการที่เขาทำร้ายร่างกายตัวเองทุกวันครับ
สำหรับผมภูมิใจครับที่ผมจะก้าวไปสูนักจักรยานทางไกลที่มีความสามารถในการพัฒนาการขี่จักรยานทางไกลได้มากที่สุดคนหนึ่ง
นักจักรยานหลายทีม ที่ได้สัมผัสกับผมในการขี่จักรยานทางไกล ยอมรับในวิธีการขี่จักรยานทางไกลแบบที่ผมพัฒนาขึ้นมาครับ

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 06 ก.ค. 2010, 22:27
โดย เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
แต่ถ้าต้องการขี่เร็วเราควรจะวอร์ม ร่างกายให้ขยายขอบเขตทางแอโรบิคก่อนครับ
แล้วเมื่อเราขี่เข้าโซน อแนโรบิค คือขี่เร็วแบบแข่งกันไป เราควรจะขี่แบบวัน เว้นไป2วัน
คือขี่เร็ว 1วัน แล้วขี่ควบคุมโซนแอโรบิค 2วันครับ
ถ้าฝึกขยายขอบเขตทางแอโรบิค จนร่างกายปรับตัวได้ บางที่ขี่35-40 ลมนิ่ง ก็ยังอยู่ใน
โซน แอโรบิคอยู่ครับ

Re: ภาพการฝึกเด็ก9 ขวบขี่จักรยานทางไกล 122กม

โพสต์: 07 ก.ค. 2010, 17:23
โดย banku
ขอบคุณมากจ้า ได้ประโยชน์มากเลยครับ :D