สรุปความอ้างอิงจากเวปไซท์ของ Twin Cities Bicycle Club(TCBC) เรื่องคำแนะนำสำรหับ winter ride ที่ผมเคยอ่านเมื่อร่วมๆสองปีก่อนนะครับ
ต้องบอกก่อนว่า มันเป็นคำแนะนำสำหรับเมืองหนาว ชนิดหนาวแบบโค ตะ ระ หนาว อันดับสองของอเมริกา รองจาก อะลาสก้า ครับ
อันดับแรกต้องรู้อุณหภูมิที่เราจะปั่นก่อน
เช็คสภาพอากาศและอุณหภูมิของวันที่จะปั่นให้ดี เพราะเพียงลมหนาวพัดครืนลงมา ฉับพลันอากาศที่เย็นพอทนได้ก็กลายเป็นหนาวจนจับจิต (ในกรณีฝรั่งมันหมายถึง อยู่ๆหนาวจนถึงขั้นอันตรายได้) บ้านเราเมืองเหนือตอนนี้ก็ไม่แพ้ฤดูใบไม้ผลิแถวๆนั้นแล้วครับ ถ้าเป็นที่นั่น หิมะจะเริ่มละลายแล้วแต่ด้วยหิมะที่ยังไม่หมดนี่แหละ แม้ว่าอุณหภูมิในอากาศจะบอกว่า 1-2 องศาเซลเซียส แต่กลายเป็นว่าเราอยู่ใกล้ๆหิมะ มันทำให้เรารู็สึกหนาวกว่านั้นมาก สำหรับบ้านเราผมว่า แค่โผล่่หัวไปดูอากาศข้องนอกเสียหน่อยก็คงพอแล้ว
เตรียมเสื้อผ้าต่อสู้ความหนาว
ลำตัว
ลำตัวเป็นส่วนสำคัญเพราะปอดที่เย็นจนเกินไปจะส่งผลร้ายได้อย่างคาดไม่ถึง รักษาช่วงหน้าอกของเราให้อุ่นคงที่เสมอ ช้อนี้หากปั่นหนักเพียงพอจะไม่ยากเลย เพราะอุณหภูมิจากการปั่นนั้นขึ้นมาสูงมาก แต่สำหรับฝรั่งบทความนี้มันสำหรับปั่นกันที่ -10 องศาโน่น อันตรายมากๆครับ ต้องรักษาร่างกายให้ดี มันถึงได้มีเสื้อปั่นแบบขนสัตว์ขายด้วย ผมไม่เคยแบบนั้นเหมือนกันเคยแค่ -3 ก็สุดๆแล้ว วิธีการของผมเวลาเจอหนาวหนักๆตอนนั้นคือ เสื้อยืดธรรมดาหนึ่งชั้น เสื้อปั่นหนึ่งชั้น แจ็คเก็ทที่กันลมเข้าและกันความร้อนออกอีกหนึ่งตัว สามชั้นนี้ อบอุ่นอยู่แน่นอน(ระหว่างปั่น) เปิดซิปมาปุ้บ ไอร้อนออกฟู่......
แขน-ขา
แขนและขานั้นขยับน้อยมากๆ แม้ว่าขาเราจะทำงานตลอดเวลาแต่กระบวนการนั้นไม่ได้สร้างความร้อนมากนัก leg/arm warmer จึงเป็นตัวเลือกที่สำคัญที่ควรสวมใส่ขณะปั่นในอากาศหนาวจัด หากละเลย สิ่งแรกที่จะเกิดก็ข้ออาการปวดจี๊ดที่ข้อต่อต่างๆตามแขนขา และไม่นาน การปั่นจักรยานก็เป็นนรกดีๆนี่เอง ผมไม่มีเจ้า leg/arm warmer หรอกครับเพราะซื้อแล้วบ้านเราให้ตายก็ไม่ได้ใส่ ตอนนั้นช่วงสั้นๆที่ต้องปั่นตอนหนาวจริงๆ ใช้กางเกงปั่น แล้วทับด้วยกางเกงวอร์มที่มันค่อนข้างพอดีๆ ไม่หลวม เป็นแบบผ้าที่ใส่แล้วร้อนตายชักบ้านเราครับ แต่มันกันอุณหภูมิสูญเสียออกไปได้ดีมากๆ ลองหาซื้อตามร้าน outlet บ้านเราก็มีครับ(เพราะซื้อจากบ้านเราไป)
มือ หน้า และใบหู
มือ หน้า และใบหู คือส่วนที่รับการปะทะจากลมเต็มๆ แถมมันอยู่ปลายของร่างกาย เส้นเลือกฝอยเล็กละเอียด จัดการกับอุณหภูมิได้ไม่ดีเท่าร่างกายส่วนอื่นๆ ปั่นแบบไม่ระวังไม่นานก็มือชา นิ้วชา หูชา หน้าชา สำหรับมือนั้นถ้าไม่ใช้ถุงมือเต็มแบบหน้าหนาวผมใช้ถุงมือไหมพรมใส่ด้านในแล้วทับด้วยถุงมือจักรยานครับ เพราะถ้าเอาถุงมือไหมพรมอยู่ด้านนอก มันลื่น ไม่กระชับ ไม่ถนัดเท่าที่ควร ส่วนใบหูนั้นใส่เจ้าหมวกไหมพรมแบบพวกเด็ก hip-hop ที่ปิดถึงหู(skul cap) แล้วใส่หมวกจักรยานทับ เท่านี้ก็ผ่านแล้วครับ
เกร็ดวิธีหาความพอดีของเสื้อผ้าปั่นก็คือ ก่อนวอร์มอัพ เราควร"หนาวนิดๆ" ครับ คือเย็นๆ ยะเยือกๆหน่อยๆ อย่าให้รู้สึก"สบาย"ก่อนวอร์ม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นปั่นไปแล้วก็ร้อนตับแตกแทน ในทางกลับกัน ถ้าก่อนวอร์มยืนสั่นกั่กๆๆๆ ก็ไม่ได้แปลว่าปั่นแล้วจะไม่หนาวนะครับ ต้องทดลองเอง
อาจจะงงว่ามาบอกทำไมบ้านเราไม่ได้หนาวขนาดนั้น ก็มาถึงตัวแปรตัวต่อมานี่แหละครับ
"ลม"
ลมสามารถทำให้อุณหภูมิที่สบายๆกลายเป็นหนาว และอากาศหนาวกลายเป็นหนาวสุดๆได้ เวลาเราปั่นจักรยานนอกจากลมแรงนั้นจะทำให้หนาวเย็นกว่าเดิมแล้ว มันพัดพาเอาความร้อนออกไปจากรอบตัวเราด้วย นั่นแหละครับ หายนะ ดังนั้นที่บ้านเรา ตอนนี้ถ้าไปปั่นขึ้นเขาสูงๆที่เลยหรืออินทนน อุณหภูมิซัก 3-5 องศา ขาลงดิ่งลงมาเร็วๆ ตอนนั้น ร่างกายอาจได้รับผลลัพธ์ไม่ต่างจากปั่นที่จุดเยือกแข็งซักเท่าใหร่ แค่เขาใหญ่ ลงมาเร็วๆ ฝนตกหนักๆอากาศเย็นช่วงหน้าฝน ยังหนาวสะท้านเลยครับ ที่ภาคเหนือ อะไรจะเหลือ!!
ข้อสำคัญที่สุดข้อสุดท้าย
ดื่มน้ำตามปกติ
อากาศหนาวไม่ได้แปลว่าร่างกายเสียน้ำน้อยลง!! อาการดีไฮเดรทอาจมาถามหาได้ง่ายๆถ้าคิดว่าหนาวแล้วดื่มน้ำน้อยลงก็ได้ ยิ่งบ้านเราอากาศหน้าหนาวจะแห้งกว่าปกติมาก นั่นทำให้ร่างกายสูญเสียความชื่นและของเหลวเร็วกว่าเดิมครับ ดังนั้นชดเชยน้ำและเกลือแร่ในอัตราส่วนปกติเอาใว้
สุดท้าย บทความนี้ผมจำได้แม่นเลยว่าเค้าบอกว่า
อย่าอาย อย่าลังเลที่จะลดหรือเพิ่มเสื้อผ้าต่อสู้ความหนาว คนแต่ละคน ต่างสภาพ ต่างสถานะ ต่างสิ่งแวดล้อม ย่อมต้องการการป้องกันไม่เท่ากัน ดังนั้น ทดลองก่อนเสมอๆ ยิ่งปั่นบ่อยเท่าใหร่ ยิ่งได้ทดลองมาก ก็ยิ่งหาความพอดีได้มาก
โดยส่วนตัวแล้ว ถ้าอากาศขึ้นมาถึงซัก 10 องศา ตัวผมเองใส่แบบธรรมดาๆนี่แหละครับ แต่ไม่รูดซิปเสื้อลงเลยปิดคอสนิท เท่านี้ก็สบายตัวดีแล้ว
อ้อ!!! มีสิ่งหนึ่งที่ผมโดนกับตัวเอง "รองเท้าและถุงเท้า"ครับ คือไอ้รองเท้าผมยี่ห้อ Specialized ที่หลังเท้ามันเป็นเหมือนมุ้งตาข่ายโปร่งๆเสียเยอะ เพื่อระบายอากาศ ไม่อยากบรรยายครับว่าช่วงหนาวๆมันเป็นยังไง น้ิวเท้าชาครับ สุดท้ายเจอถุงเท้าสามชั้นซะ ที่เมืองไทยเคยเจอครั้งนึงที่เขาใหญ่ช่วงหน้าหนาวตอนลงเชา ลมเข้าแล้วเท้าชาครับ
สุดท้าย....และท้ายสุด หมาดๆวันนี้เอง ทาลิปมันตอนปั่นหน้าหนาวด้วยก็ดีเยี่ยมเลยครับ

วันนี้ปากแห้ง ปากแตกเลย อากาศมันแห้ง ยิ่งหายใจทางปากมากๆด้วยแล้ว... ริมฝีปากมันแห้งจริงๆ
ถ้าพี่พอล Windy City ผ่านมาทางนี้ รบกวนแนะนำด้วยครับ เพราะพี่จะปั่นอยู่กับอากาศแบบหนาวเย็นลมแรงสุดๆชิคาโกตลอด น่าจะมีเคล็ดลับการป้องกันตัวที่ลึกซึ้งเป็นกิจวัตรครับ.....
ผมคงบอกได้เพียงเท่านี้(เพราะจำได้เท่านี้ จะเอามาแปลให้ก็ดูจะเกินความจำเป็นของบ้านเราครับ)