24-26 กค ซำเหมาเจ็ดสาวน้อย The National Park 7- Sao Noi
โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 15:20
Cycling keeps me lean, fit, healthy, and happy ปั่นจักรยานทำให้ผมรู้จักการพอเพียง รู้จักตัดสิ่งเกินจำเป็นได้ ทำให้สุขภาพดี แข็งแรง และสบายดีมีสุขครับ
6 เหตุผลสำคัญที่หันมาปั่นจักรยานทุกวัน
1) Cycling is fun.สนุกเหมือนตอนเด็กเด็ก เพราะ จกย เหมือนของเล่นชิ้นหนึ่ง มีจักรยานมีเงินติดกระเป๋านิดเดียวก็ทำให้สนุกไปวันวันได้แล้ว เหมือนเด็กเลยครับ...
2) Cycling is an opportunity to know a different world.ทำให้ผมมีเวลาและโอกาสไปพบเห็นสิ่งใหม่ไกลออกไปจากเดิมได้ทุกวัน ไม่ซ้ำซาก เท่าที่อยากไป การปั่นจักรยานทุกวันไปไหนต่อไหนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่หมูหมู ชอบใช้จักรยานเพราะด้วยเหตุอีกอย่างหนึ่งคือเหมือนได้ทำในสิ่งที่คนอื่นยังทำแบบนี้ไม่ได้ เราทำได้แล้วเกิดความภูมิใจ ยิ่งมีใครมาถามว่าทำไมมาปั่นจักรยานด้วยแล้วยิ่งทำให้เกิดความอยากเล่าให้เขาฟังในสิ่งที่เราเห็นเราพบจังเลย
3) Cycling is healthy.อันนี้ชัวร์ครับไม่มั่วนิ่ม ทำให้สุขภาพดีแข็งแรง แต่ขออธิบายรายละเอียดนิดหนึ่งว่าไม่ใช่ปั่นแบบนักจักรยานหรือปั่นแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนนักแข่งนะครับ
4) Cycling is economical.ใช้เงินน้อยกว่าการเดินทางด้วยรูปแบบอื่น น้อยกว่านั่งรถเมล์ ประหยัดกว่ารถไฟฟ้าไม่ว่าใต้ดินบนดินลอยฟ้า ไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนใช้รถยนต์ ประหยัดสุดสุด มีเงินเก็บแน่นอน เอาไปใช้แก้จนในชีวิตประจำวันได้ ไม่มีลิขสิทธิ์ ใช้เงินเพียงน้อยนิดแต่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเกินจำนวนเงินลงทุนร้อยเท่าหมื่นเท่า
5) Cycling is ecologically sound.หลายคนหันมาปั่นจักรยานเพราะว่าช่วยเสริมสร้างบรรยากาศของการรักษาทรัพยากรโลกที่มีอย่างจำกัด เรื่องของพลังงานน้ำมัน แก๊ส ชวนให้คนทั้งโลกฉุกคิดเรื่องของพลังงานเหล่านนี้ที่จะหมดลงทุกวัน แต่อีกหลายหลายคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยปั่นจักรยานแต่อยากปั่น หากแต่ว่าติดอยู่ที่กลัวร้อน กลัวฝุ่น กลัวเปียกฝน กลัวสาระพัด ลองไปดูข้อมูลของอเมริกาครับ เขาบอกว่า
The amount of carbon dioxide which motor vehicles produce is enormous. The average car in the US burns about 650 gallons of gas, producing eight tons of CO2 (total production is 20 tons per person). Although fuel economy has increased to 19 mpg, travel has reached 1.6 trillion miles a year, so (adding truck usage) we burn 338 million tons of gasoline and 246 million tons of diesel and other fuels each year. The world consumption of oil has now increased to 3.2 billion tons of oil, thus 10 billion tons of CO2 are produced yearly from oil alone.
ถ้าบ้านเราคนหนึ่งคนหนึ่งมาใช้จักรยานได้ทุกวันจะช่วยลดCO2 คาร์บอนไดออกไซด์ สารพิษตัวนี้ตัวเดียวได้คนละ 20 ตันต่อปี ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องปรับตัวเราเพื่อลดการใช้พลังงานครับ...อย่ารีรอเลยนะ ถ้าไม่จำเป็นในการใช้รถยนต์เมื่อใด เอาจักรยานออกมาใช้เลยดีกว่าครับ
6) Cycling is environmentally sound.เกี่ยวเนื่องจากทุกข้อข้างต้น การใช้จักรยานนั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เห็นได้ชัดเจน
24-25-26 กรกฎาคม 2553 Cycling Campground in The National Park 7 - Sao Noi
3 วัน 2 คืน จักรยานแค้มปิ้งที่ อทช เจ็ดสาวน้อย สระบุรี
เชิญทุกท่านปั่นไปด้วยกันครับ เริ่มจากบ้านท่านนัดเจอกันที่เจ็ดสาวน้อย วันที่ 24 กรกฎาคม 53 เวลาก่อนเย็น
สิ่งที่คุณต้องเตรียมเอาไปด้วย(แนะนำ)
1.เต็นท์และเครื่องนอน เพื่อไม่เร่งจูงใจให้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร อาคารบ้านช่องหรือรีสอร์ท ส่งเสริมโฮมเสตย์(แม้ว่าต้นกำเนิดเรื่องโฮมสเตย์ที่อเมริกาหรือยุโรปต้นกำเนิดแต่ปัจจุบันยืนตายซากหายหมดไปแล้วก็ตาม ฟังจากคุณjackal2008มาแต่ผมอยากให้บ้านเราเป็นโฮมสเตย์อยู่ครับ)
2.เครื่องครัวสนาม ทำอาหารการกินง่ายง่าย เพื่อยังชีพเหมือนเดินป่า เหมือนไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่ไปสร้างกระแสให้สถานที่ที่เราไปหันให้มาสร้างสิ่งต่างต่างเพื่ออำนวยความสะดวกเข้ากับตัวเรา เรื่องน้ำอุ่น เรื่องปรับอากศ หรือเรื่องอื่นใดเราไม่เอา...แต่เราจะไปปรับตัวเราให้เข้ากับบรรยากาศที่เราจะไป (ผมจำคำพูดของเฮียเล็ก ปากน้ำไม่ได้ ว่างแล้วจะถามแกใหม่ครับ)
3.แชร์ค่าใช้จ่ายส่วนรวม(ถ้ามี) เรื่องของทุนนิยมในอนาคตกาลเพื่อนชาวเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งกล่าวว่า ในยุคข้างหน้าอันไม่ไกลนี้ จะเกิดระบบทุนนิยมใหม่ เป็นแบบใครกินใครจ่าย ถ้าหมายถึงในการท่องเที่ยว จะหมดยุคเรื่องทัวร์ท่องเที่ยว จะค่อยค่อยวายตายจากไป ด้วยเพราะเหตุปัจจัยหลายประการเช่น
การปั่นจักรยานไปด้วยกันด้วยคนหมู่มาก เป็นการยากที่จะให้ถึงที่หมายในเวลาเดียวกัน ไปนั่งลงแล้วกินพร้อมกัน กินอิ่มเหมือนกัน และเมื่อเป็นเช่นนี้จึงยากที่จะเก็บเงินเท่ากัน เพราะความต่างกันของหลายเรื่อง...แม้แต่นอนที่เดียวกัน การที่จะก่อให้เกิดความสุขความพอใจเท่าเทียมกันก็วัดยาก...
ทริปนี้หรือหลายทริปของหลายชมรมฯที่จัดกันในลักษณะเดียวกันแบบนี้มีเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว ในยุคปัจจุบัน และผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่าเพื่อนผมจะทำนายได้อย่างถูกต้อง ในอนาคตอันใกล้นี้เนื่องจากโลกของอินเตอร์เน็ทนี้เอง จะเกิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่คือการไปแบบใครกินใครจ่าย และจะยั่งยืน จะดีกว่าแน่นอน...เพื่อนผมไม่ได้ว่าประโยคสุดท้าย ผมว่าของผมเอง...
การนัดกันทางอินเตอร์เน็ท ออนไลน์ การท่องเที่ยวแบบที่ว่านี้ ...
คุณพร้อมไปกับผมหรือยัง...ครับ
น้าเป็ด...081 0789 532
6 เหตุผลสำคัญที่หันมาปั่นจักรยานทุกวัน
1) Cycling is fun.สนุกเหมือนตอนเด็กเด็ก เพราะ จกย เหมือนของเล่นชิ้นหนึ่ง มีจักรยานมีเงินติดกระเป๋านิดเดียวก็ทำให้สนุกไปวันวันได้แล้ว เหมือนเด็กเลยครับ...
2) Cycling is an opportunity to know a different world.ทำให้ผมมีเวลาและโอกาสไปพบเห็นสิ่งใหม่ไกลออกไปจากเดิมได้ทุกวัน ไม่ซ้ำซาก เท่าที่อยากไป การปั่นจักรยานทุกวันไปไหนต่อไหนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่หมูหมู ชอบใช้จักรยานเพราะด้วยเหตุอีกอย่างหนึ่งคือเหมือนได้ทำในสิ่งที่คนอื่นยังทำแบบนี้ไม่ได้ เราทำได้แล้วเกิดความภูมิใจ ยิ่งมีใครมาถามว่าทำไมมาปั่นจักรยานด้วยแล้วยิ่งทำให้เกิดความอยากเล่าให้เขาฟังในสิ่งที่เราเห็นเราพบจังเลย
3) Cycling is healthy.อันนี้ชัวร์ครับไม่มั่วนิ่ม ทำให้สุขภาพดีแข็งแรง แต่ขออธิบายรายละเอียดนิดหนึ่งว่าไม่ใช่ปั่นแบบนักจักรยานหรือปั่นแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนนักแข่งนะครับ
4) Cycling is economical.ใช้เงินน้อยกว่าการเดินทางด้วยรูปแบบอื่น น้อยกว่านั่งรถเมล์ ประหยัดกว่ารถไฟฟ้าไม่ว่าใต้ดินบนดินลอยฟ้า ไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนใช้รถยนต์ ประหยัดสุดสุด มีเงินเก็บแน่นอน เอาไปใช้แก้จนในชีวิตประจำวันได้ ไม่มีลิขสิทธิ์ ใช้เงินเพียงน้อยนิดแต่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเกินจำนวนเงินลงทุนร้อยเท่าหมื่นเท่า
5) Cycling is ecologically sound.หลายคนหันมาปั่นจักรยานเพราะว่าช่วยเสริมสร้างบรรยากาศของการรักษาทรัพยากรโลกที่มีอย่างจำกัด เรื่องของพลังงานน้ำมัน แก๊ส ชวนให้คนทั้งโลกฉุกคิดเรื่องของพลังงานเหล่านนี้ที่จะหมดลงทุกวัน แต่อีกหลายหลายคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยปั่นจักรยานแต่อยากปั่น หากแต่ว่าติดอยู่ที่กลัวร้อน กลัวฝุ่น กลัวเปียกฝน กลัวสาระพัด ลองไปดูข้อมูลของอเมริกาครับ เขาบอกว่า
The amount of carbon dioxide which motor vehicles produce is enormous. The average car in the US burns about 650 gallons of gas, producing eight tons of CO2 (total production is 20 tons per person). Although fuel economy has increased to 19 mpg, travel has reached 1.6 trillion miles a year, so (adding truck usage) we burn 338 million tons of gasoline and 246 million tons of diesel and other fuels each year. The world consumption of oil has now increased to 3.2 billion tons of oil, thus 10 billion tons of CO2 are produced yearly from oil alone.
ถ้าบ้านเราคนหนึ่งคนหนึ่งมาใช้จักรยานได้ทุกวันจะช่วยลดCO2 คาร์บอนไดออกไซด์ สารพิษตัวนี้ตัวเดียวได้คนละ 20 ตันต่อปี ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องปรับตัวเราเพื่อลดการใช้พลังงานครับ...อย่ารีรอเลยนะ ถ้าไม่จำเป็นในการใช้รถยนต์เมื่อใด เอาจักรยานออกมาใช้เลยดีกว่าครับ
6) Cycling is environmentally sound.เกี่ยวเนื่องจากทุกข้อข้างต้น การใช้จักรยานนั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เห็นได้ชัดเจน
24-25-26 กรกฎาคม 2553 Cycling Campground in The National Park 7 - Sao Noi
3 วัน 2 คืน จักรยานแค้มปิ้งที่ อทช เจ็ดสาวน้อย สระบุรี
เชิญทุกท่านปั่นไปด้วยกันครับ เริ่มจากบ้านท่านนัดเจอกันที่เจ็ดสาวน้อย วันที่ 24 กรกฎาคม 53 เวลาก่อนเย็น
สิ่งที่คุณต้องเตรียมเอาไปด้วย(แนะนำ)
1.เต็นท์และเครื่องนอน เพื่อไม่เร่งจูงใจให้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร อาคารบ้านช่องหรือรีสอร์ท ส่งเสริมโฮมเสตย์(แม้ว่าต้นกำเนิดเรื่องโฮมสเตย์ที่อเมริกาหรือยุโรปต้นกำเนิดแต่ปัจจุบันยืนตายซากหายหมดไปแล้วก็ตาม ฟังจากคุณjackal2008มาแต่ผมอยากให้บ้านเราเป็นโฮมสเตย์อยู่ครับ)
2.เครื่องครัวสนาม ทำอาหารการกินง่ายง่าย เพื่อยังชีพเหมือนเดินป่า เหมือนไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่ไปสร้างกระแสให้สถานที่ที่เราไปหันให้มาสร้างสิ่งต่างต่างเพื่ออำนวยความสะดวกเข้ากับตัวเรา เรื่องน้ำอุ่น เรื่องปรับอากศ หรือเรื่องอื่นใดเราไม่เอา...แต่เราจะไปปรับตัวเราให้เข้ากับบรรยากาศที่เราจะไป (ผมจำคำพูดของเฮียเล็ก ปากน้ำไม่ได้ ว่างแล้วจะถามแกใหม่ครับ)
3.แชร์ค่าใช้จ่ายส่วนรวม(ถ้ามี) เรื่องของทุนนิยมในอนาคตกาลเพื่อนชาวเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งกล่าวว่า ในยุคข้างหน้าอันไม่ไกลนี้ จะเกิดระบบทุนนิยมใหม่ เป็นแบบใครกินใครจ่าย ถ้าหมายถึงในการท่องเที่ยว จะหมดยุคเรื่องทัวร์ท่องเที่ยว จะค่อยค่อยวายตายจากไป ด้วยเพราะเหตุปัจจัยหลายประการเช่น
การปั่นจักรยานไปด้วยกันด้วยคนหมู่มาก เป็นการยากที่จะให้ถึงที่หมายในเวลาเดียวกัน ไปนั่งลงแล้วกินพร้อมกัน กินอิ่มเหมือนกัน และเมื่อเป็นเช่นนี้จึงยากที่จะเก็บเงินเท่ากัน เพราะความต่างกันของหลายเรื่อง...แม้แต่นอนที่เดียวกัน การที่จะก่อให้เกิดความสุขความพอใจเท่าเทียมกันก็วัดยาก...
ทริปนี้หรือหลายทริปของหลายชมรมฯที่จัดกันในลักษณะเดียวกันแบบนี้มีเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว ในยุคปัจจุบัน และผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่าเพื่อนผมจะทำนายได้อย่างถูกต้อง ในอนาคตอันใกล้นี้เนื่องจากโลกของอินเตอร์เน็ทนี้เอง จะเกิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่คือการไปแบบใครกินใครจ่าย และจะยั่งยืน จะดีกว่าแน่นอน...เพื่อนผมไม่ได้ว่าประโยคสุดท้าย ผมว่าของผมเอง...
การนัดกันทางอินเตอร์เน็ท ออนไลน์ การท่องเที่ยวแบบที่ว่านี้ ...
คุณพร้อมไปกับผมหรือยัง...ครับ
น้าเป็ด...081 0789 532



















