หน้า 1 จากทั้งหมด 2

ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 29 มิ.ย. 2010, 17:32
โดย saint@klein
⇒ ขี่จักรยาน
การขี่จักรยานเป็นการออกกำลังเพื่อเสริมสุขภาพที่ดีประเภทหนึ่ง เป็นการออกกำลังที่เป็นจังหวะไม่หนักต่อไขข้อต่างๆ ให้ประโยชน์แก่หัวใจได้ดี และถ้าสามารถไปขี่จักรยานตามเขตชนบทได้ ก็จะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามข้างทางประกอบไปด้วย

⇒ ประสิทธิภาพสูง
ในแง่ของวงการวิศวกรรม เราถือกันว่าการเคลื่อนที่ไปบนจักรยานนี่เป็นวิธีการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพสูงมากวิธีหนึ่ง คือใช้แรงหน่อยเดียวแต่ไปได้ไกลเยอะ ถ้าเทียบกับแรงที่ออกไปเท่าๆกัน (กล่าวคือเทียบกับน้ำหนักของเจ้าตัวและระยะทางด้วยแล้ว) คนขี่จักรยานนี้จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลาบางชนิด เสียอีก

ทำไมถึงว่าประสิทธิภาพดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะในการขี่จักรยาน น้ำหนักตัวส่วนบน นับจากส่วนที่นั่งบนอานขึ้นไปจนถึงหัวของคนขี่ จะถูกถ่ายลงไปบนอานและมือจับ ขาไม่ต้องรับน้ำหนักส่วนนี้เลย จึงเบาแรงไปตั้งเยอะ และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับเคลื่อน ก็เป็นกล้ามเนื้อชุดที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายมนุษย์ คือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อน่อง

นอกจากนี้การทำงานหรือขยับขาถีบของเรายังเป็นการถีบออกจากตัวในทิศทางลงดิน ซึ่งเป็นท่าที่เราถนัดที่สุด จึงเป็นการใช้งานได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพที่สุด พูดถึงตรงนี้ มีของแถมนิดหนึ่งว่า นักจักรยานเขามีทฤษฎีของเขาว่าตัวโครงจักรยานถ้ายิ่งแข็งแกร่ง (ไม่อ่อนตัวได้) จะยิ่งเปลืองแรงในการถีบน้อยลง แต่ถ้ายิ่งแข็งแกร่งนั้นไปหมายถึงยิ่งแข็งแรงและต้องใช้เหล็กหนาๆหนักๆ ก็จะกลับกลายเป็นเปลืองแรงเพิ่มไปเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องระวังหน่อยเวลาไปเลือกซื้อจักรยาน

⇒ ขี่แค่ไหนดี

คราวนี้มาพูดถึง “หนักพอ” ว่าเป็นอย่างไร ถ้าขี่จักรยานบนทางราบด้วยความเร็วน้อยกว่า 20 กม./ชม. อย่างนี้เราถือว่าช้าไป จะไม่เกิดสภาพแอโรบิคที่ต้องการ อย่าลืมว่าการขี่จักรยานเป็นการออกกำลัง ที่ตัวจักรยานมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมาก ถ้าขี่ช้าๆ ตัวจักรยานจะเป็นตัวช่วยเสียส่วนใหญ่ ประโยชน์ต่อหัวใจก็ไม่มี หรือมีก็น้อย แต่ผู้รู้กล่าวได้ว่า ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้

โดยสรุป เราจึงควรถีบจักรยานอยู่ในช่วงความเร็วประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม. จึงจะได้ออกแรงสมกับที่ตั้งใจมาออกกำลังกันความเร็วที่พูดถึงในตอนนี้ เป็นความเร็วเฉลี่ยที่ฝรั่งเขาทำได้กัน แต่คนไทยเราโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังมานาน ก็อย่าได้เผลอไผลยึดข้อมูลนี้เป็นบรรทัดฐานในการฝึกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรจะลองขี่ไปลองจับชีพจรไป ก็จะรู้ได้ว่าแค่ไหนจึงจะได้ 75-80% ของอัตราหัวใจเต้นสูงสุดของตัวเอง ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นๆ


⇒ วิธีการขี่ให้ถูกต้อง

พวก ขี่จักรยานใหม่ๆมักเข้าใจผิดและพยายามใช้เกียร์สูงสำหรับการขี่โดยส่วนใหญ่ ไม่พิจารณาว่าทางจะเป็นอย่างไร ทางที่ถูกแล้วควรเลือกเกียร์ต่ำไว้ก่อน และถีบให้วิ่งไปเรื่อยๆอย่างราบเรียบ โดยถีบซอยขาด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาที พยายามถีบให้ขาซอยคงที่ขนาดนี้ ถ้ามีทางขึ้นเนินลงเนินหรือมีลมต้าน ก็ค่อยสับเกียร์ต่ำเกียร์สูงตามไปอีกที คือพยายามปรับการซอยให้คงที่อย่างที่ว่าไว้ ไอ้รอบซอยขาคงที่ขนาดนี้ นักจักรยานฝรั่งเขาเรียกว่า ‘เคเดนซ์’ หรือ cadence แปลตรงตัวว่า จังหวะเคาะตอนเล่นดนตรี ในที่นี้คงหมายถึงการทำอะไรให้เป็นจังหวะคงที่สำหรับพวกเราๆ เอาเป็นว่าพยายามซอยขาให้คงที่ด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาทีที่ว่านี้ก็แล้วกัน

ตอนเริ่มใหม่ๆ ถีบไปสัก 20 นาทีก็พอ แล้วพักจนชีพจรกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เริ่มซอยขาใหม่ต่ออีกจนคุณรู้สึกเหนื่อยแบบสบายๆ คือเหนื่อย แต่ไม่ใช่เหนื่อยจนเดินไม่ได้ หัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกหล่นไปกองกับพื้น จนเกือบถูกจักรยานที่ขี่อยู่ทับเอา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันเหนื่อยเกินไป เอาแค่เหนื่อยไม่มากก็เป็นพอ

⇒ โปรแกรมซ้อม
วิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งอเมริกา หรือ The American College of Sports Medicine แนะนำโปรแกรมซ้อมสำหรับการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อความฟิต ไว้น่าสนใจ ดังนี้

หนึ่ง ให้ซ้อมสัปดาห์ละสามถึงห้าครั้ง (หรือวัน) คือต้องบ่อยพอนั่นเอง
สอง ซ้อมด้วยความเร็วที่ทำให้หัวใจเต้นประมาณ 60-90% ของชีพจรสูงสุด อันนี้ก็ตรงกับที่ว่า ต้องหนักพอ
สาม ซ้อมครั้งละ 15-60 นาที อันนี้คุณคงทายได้แล้ว คือต้องนานพอเป็นประการที่สามนั่นเอง แต่สำหรับพวกที่มาขี่ใหม่ๆควรจะขี่แค่ประมาณครั้งละ 20-30 นาทีก็พอแล้ว

ตอนขี่ถ้าเรานั่งตัวตรงขึ้นมาและใช้มือวางอยู่บนมือจับส่วนบน (ที่เป็นแกนตรงขวางกับตัวโครงจักรยาน) ลำตัวเราก็จะต้านลม ในกรณีที่ลมแรงก็จะเกิดแรงต้านสูง อาจถึง 90% ของแรงต้านทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้เราก็ควรก้มตัวลง เอามือไปวางไว้ที่จับส่วนล่าง (ที่โค้งลงมาต่ำที่สุด) ตัวเราจักได้ไม่ต้านลม การขี่ก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าเกิดต้องการฝึกกล้ามเนื้อ ไม่ต้องการขี่ง่ายๆ เราก็อาจยืดตัวมานั่งตรงให้ต้านลม แบบนี้เราก็จะเหนื่อยเร็วหน่อย ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร ต้องการยากก็นั่งตรง ต้องการง่ายก็หมอบลงไป

⇒ ดียังไง ไม่ดียังไง
ที่ แน่ๆก็คือทำให้สุขภาพดี ร่างกายฟิต กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงดังที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้การขี่จักรยานโดยเฉลี่ยจะใช้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม.
ซึ่งการใช้พลังงานขนาดนี้ถ้าทำสม่ำเสมอก็จะสามารถลดความอ้วนได้อีกด้วย

....หยิบยกมาจากบทความตอนหนึ่งเพื่อจะมีประโชน์บ้างครับ...

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 29 มิ.ย. 2010, 17:43
โดย veenono
ขอบคุณที่นำมาแบ่งกันอ่านครับ

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 29 มิ.ย. 2010, 18:49
โดย BB_GUN
ความเร็วประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม.ปั่นไม่ถึง...แต่ส่วนมากปั่นขึ้นเนินขึ้นเขา..อย่างนี้จะดีป่าวครับ..ระยะทางเกือบ 20 กม.

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 29 มิ.ย. 2010, 22:24
โดย ford_te
กรณีรถพับ ล้อ 16 นิ้ว ไม่มีเกียร์
น่าจะ 15-18 ก.ม./ ชม คงพอได้นะครับ

ผมใช้รถพับอยู่ 28 กม ไปไม่ถึงอะ 555

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 29 มิ.ย. 2010, 23:58
โดย waad
very goooooood :D

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 07:53
โดย อังลัง
ขอบคุณครับ :D

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 08:12
โดย สมประสงค์
ประโยชน์ที่เห็นๆสำหรับผมคือได้เพื่อนเพิ่มขึ้นเยอะเลย :D

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 08:48
โดย sakchai234
เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณที่เอามาให้อ่านครับ +10 เลยครับ

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 09:04
โดย keaows
ขอบคุณครับ ที่แบ่งปั่นความรู้
:P

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 09:10
โดย NaRaKa
เป็นประโยชน์มากเลย ขอบคุณครับ

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 11:58
โดย hydrogen
ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้


เรทนี้คือ เสือภูเขาหรือเสือหมอบอ่ะ

ถ้าเป็นเสือหมอบ ผมว่า มันช้าไปนะ

แต่ถ้าเป็นเสือภูเขา อยู่ในเรทที่ทำได้

ปัญหา คือ ปั่นขนาดนี้ 30-32 ถือว่าเร็วมากแล้ว
แล้วพวกที่ปั่น 35 อัพนี่ ... จะเรียกเป็นการทรมานร่างกายไหมนี่ ???

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 12:16
โดย โรส
hydrogen เขียน:ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้


เรทนี้คือ เสือภูเขาหรือเสือหมอบอ่ะ

ถ้าเป็นเสือหมอบ ผมว่า มันช้าไปนะ

แต่ถ้าเป็นเสือภูเขา อยู่ในเรทที่ทำได้

ปัญหา คือ ปั่นขนาดนี้ 30-32 ถือว่าเร็วมากแล้ว
แล้วพวกที่ปั่น 35 อัพนี่ ... จะเรียกเป็นการทรมานร่างกายไหมนี่ ???
คำถามดีคะ อยากรู้เหมือนกันจ้า ท่านกูรูช่วยตอบด้วยนะคะ

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 12:24
โดย series8
ขอบคุณที่นำความรู้ DD มาแนะนำกัน

:lol: :lol: :lol:

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 13:29
โดย taed
โรส เขียน:
hydrogen เขียน:ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้


เรทนี้คือ เสือภูเขาหรือเสือหมอบอ่ะ

ถ้าเป็นเสือหมอบ ผมว่า มันช้าไปนะ

แต่ถ้าเป็นเสือภูเขา อยู่ในเรทที่ทำได้

ปัญหา คือ ปั่นขนาดนี้ 30-32 ถือว่าเร็วมากแล้ว
แล้วพวกที่ปั่น 35 อัพนี่ ... จะเรียกเป็นการทรมานร่างกายไหมนี่ ???
คำถามดีคะ อยากรู้เหมือนกันจ้า ท่านกูรูช่วยตอบด้วยนะคะ
รอฟังคำตอบด้วยอีกคนครับ :?: :?:

Re: ประโยชน์ของการขี่จักรยาน

โพสต์: 30 มิ.ย. 2010, 16:04
โดย sddcom
ขอบคุณครับ :D