######ท่านที่ชอบของสวย อ่านตรงนี้ก่อนครับ @@@@@@@@@@
โพสต์: 27 มิ.ย. 2010, 12:47
-ขอพูดเรื่องสวยต่อครับ แบบไม่ประณีประนอมเลยครับ(พึ่งกลับจากไปขี่จักรยานมาครับ)
ผมว่าหลายท่าน หรือทุกท่านก็ว่าได้ ที่ซื้อจักรยานที่ร้านผม มีจักรยานอยู่แล้ว แล้วก็สวยด้วย
เพราะเวลาซื้อ ก็ซื้อที่ตรงมันสวยนี่แหละ แล้วมันก็ขี่ไม่ได้ ก็เลยต้องหาซื้อใหม่อีก
ผมว่าถ้าหาจักรยานสวยนะ เดินออกจากบ้านมามีขายทั่วฟ้าเมืองไทยเยอะแยะไปหมด
ขี่ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ซื้อเสร็จขี่เข้าร้าน ออกจากร้าน ทุกวัน ปรับไม่ได้ที่สักทีจนกระทั่งต้อง
ขายแล้วซื้อคันใหม่ ก็เป็นเพราะเรานี่แหละที่มีความรู้น้อยกว่าคนขาย ไม่ใช่โง่นะครับ
หรือว่าคนขายก็อาจจะไม่รู้ เพราะบางร้านคนขายขี่จักรยานยังไม่ตรงทางเลยครับ
ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงทุกวัน ที่เจอครับ
ตัวอย่างแรก ลูกค้าขี่จักรยานมาที่ร้านมาหาซื้อจักรยานใหม่ ผมเลือกให้ให้ลองขี่ดู ลูกค้า
ลองขี่แล้ว บอกว่าดี แต่ติว่าไม่สวยเหมือนคันที่ขี่มา ผมพูดแบบไม่ประณีประนอมเลย
ว่า มันสวยแล้วทำไมไม่ขี่ต่อครับ ต้องพูดแบบนี้ครับ มันจะได้เกิด สัจจธรรม เพราะว่า
ตัวท่านเองไม่เคยคิดถึงความผิดพลาดที่ผ่านมา ยังพยายามใช้พฤติกรรมเดิมมาใช้อีก
เพราะว่าจุดม่งหมายเลือกที่สวยถูกใจ ไม่ได้เลือกที่ขี่ดีครับ
เหมือนปัจจุบัน นี้ครับ ตามร้านอาหารรับสมัคร นักร้องสาวสวย ไม่ได้รับนักร้องเสียงดีครับ
ตัวอย่างสอง มีเยอะมากเลยลูกค้าประเภทนี้ ขี่จักรยานมาเช่นเดียวกัน มาหารถคันไหม่
ผมให้ทดลองขี่ หลายคัน สรุป ถุกใจมากอยู่หนึ่งคัน ถุกใจแบบว่าทุกอย่างดีหมด
ขี่ได้พอดีท่าทางเปะครับ สุดท้ายหันมาถามผมว่า รถไซด์อะไรครับ ผมบอกว่า
ไซด๋17 ลูกค้ารีบพูดเลย ไซด์นี้ผมขี่ไม่ได้ครับ ของผมต้องไซด์ 16 ตอนนี้ผมนึก
เลยว่ากำลังพูดกับกระบือแอนด์โค ครับไม่ใช่พูดแรงนะครับ ไม่ใช่เขาไม่รู้นะครับ
แต่พอดีเขารู้มากเกินความจำเป็นครับ เพราะรถก็ขี่แล้ว สัมผัสแล้ว ไม่ใช่สั่ง
ประกอบนะครับ หรือถามผมว่าไซด์อะไรอย่างนี้เป็นธรรมดาครับ ถามได้ ตอบได้ครับ
แต่นี่ไม่ใช่ครับ ยืนยันเลยครับว่าไอ้คันที่ขี่เมื่อกี้นี้ที่ว่าดีนะ ตอนนี้ขี่ไม่ได้เพราะไม่ใช่ไซด์ 16
ผมเลยถามต่อครับ ว่า แล้วคันที่ขี่มานั่นไซด์อะไรครับ ผมต้องแกล้งโง่ทำตัวเป็นกระบือแอนด์โค
แทนลูกค้าเพราะรถลูกค้าก็อยู่ตรงหน้าผมนี่แหละ
ลูกค้าตอบ รถผมไซด์16ครับ ผมถามต่อ แล้วทำไมไม่ขี่ต่อครับ ก็ไซด์มันก็ตรงแล้วนี่ครับ
คำตอบของลูกค้านั่นแหละคือคำถามที่ตัวเขาจะต้องตอบตัวเองครับ
ท่านอาจถามผมว่า แล้วไม่กลัวลูกค้าโกรธหรือครับ ผมไม่กลัวครับ เพราะผมหวังดีต่อท่านๆ
แล้วก็ประสงค์ดีต่อท่านๆ ถ้าเราคิดกับลูกค้าแบบนี้ ผมไม่กลัวลูกค้าโกรธหรอกครับ เพราะความจริง
มันก็คือความจริงครับ เขากลับไปเขาคิดได้เขาก็จะคิดถึงความหวังดีของเราเองครับ ไม่ช้า
ก็เร็วครับ เพราะสุดท้ายเงินที่เสียก็เงินของท่านๆเองครับ
ที่การซื้อของเราเอาสวย ก็เหมือนการเลือกสาว โคโยตี้ครับใช้ดีไม่ดีหลุดลอกทั้งตัวครับ
เพราะซิลิโคนที่ไปอุดไปเสริมมา การเลือกฉไหนเลยจะสู้สาวบ้านนาได้ เนื้อแท้เรามองเห็นเลยครับ
ว่าดีไม่ดี การเลือกรถเหมือนสาว โคโยตี้ ทำให้เราต้องเข้าออกร้านจักรยานมากกว่าที่ทำงาน
ของเราเสียอีกครับ ผมว่าเงินทองมีเก็บใว้ให้ลูกเมียใช้น่าจะดีกว่าครับ ไม่ใช่เอาไปเลี้ยงดู
พ่อค้าจักรยานหมดครับ มีเก็บใว้ให้พ่อ แม่บ้าง บางท่านมีงานทำ ใช้จ่ายฟุ่ม เฟือย มีรถยนต์นั่ง
มีเงินผ่อนบ้านราคาเป็นล้าน พ่อ แม่อยู่ลำบาก ไม่เคยเหลียวแล ท่านไม่ได้อยู่จนกระทั่งเรา
ตายนะครับ ถ้าตามอายุขัย ท่านต้องจากเราไปก่อนครับ นึกถึงท่านบ้างครับ ถ้าคิดไม่ได้จริงๆ
คิดตามผมครับ นึกถึงเมื่อตอนเราเป็นเด็ก ท่านเลี้ยงเราๆอยากกินอยากได้อะไร ท่านหามาให้
บางครั้งท่านไม่ได้กิน แต่เราได้กิน แต่วันนี้เรามีกิน แต่ท่านอดอยาก หรืออาจไม่ได้อยู่
แบบเรา ทุกวันตอนที่เราเป็นเด็กท่านไม่เคยจากเราไป เราเห็นท่านทุกวัน ท่านไปทำงานแต่เช้า
เย็นกลับบ้าน บางทีไกลแสนไกล ท่านก็กลับบ้านมาดูเราทุกวัน จนกระทั่งเราโตมีงานทำ
แต่วันนี้ ท่านอยู่กันแค่สองคน รอเรากลับไปดูท่านบ้าง บางทีรอเป็นปี ลูกก็ไม่เคยกลับ
บางท่านรอลูกกลับมาไม่ทันครับ คุณเคยไหม ตอนเราเป็นเด็ก เย็นมาพ่อ แม่ยังไม่กลับบ้าน
เราก็รอ คิดว่าเมื่อไรท่านจะกลับมาเสียที วันนี้ท่านก็รอเราครับว่าเมื่อไรเราจะกลับไปหาท่านเสียที
ผมเองแยกครอบครัวมา28ปี รับเงินเดือนๆแรก เดือนพค ปี2525 ผมก็เริ่มให้แม่ท่านทุกเดือน
ครับ ไม่เคยขาดแม้กระทั่งเดือนเดียว เดือนไหนผมไม่ได้ให้ท่าน ผมก็รวมไปให้ท่านในเดือนต่อไป
เพราะท่านต้องกิน ต้องใช้ครับ แล้วก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำด้วยครับ ส่วนพ่อผมท่านได้ไปอยู่ที่
อ. เทิงจังหวัดเชียงราย 18ปีแล้วครับ ผมก็พยายามไปหาท่านปีละหลายครั้ง ทุกๆปีครับ แม้ปัจจุบัน
ไปแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายเดีนทางครั้งละ เลขห้าหลัก ผมก็พยายามแบ่งเวลาไปให้ได้ครับ
ตั้งใจว่าจะไปปีละ อย่างน้อย4ครั้ง เพราะสักวันหนึ่งผมคงไม่ต้องไปหาพ่อผม ผมคงไม่ได้
ส่งเงินให้แม่ แต่ผมไม่อยากให้ถึงวันนั้น ผมจะรักษาวันนั้นให้ยาวนานที่สุดครับ
บางท่านพ่อ แม่ ทิ้งเราไปให้เราอยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เลยบอกว่า อย่างนี้ไม่ต้องดูแลท่าน
เพราะท่านทิ้งเราไป ไม่ใช่นะครับ โดยหน้าที่เราต้องดูแลท่านครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของ
ลูกครับ ส่วนพ่อ แม่ ที่ท่านทิ้งเราไป ท่านไม่ได้ดูแลเรา ท่านแค่ไม่ได้ทำหน้าที่ของท่านที่มีต่อ
ลูกครับ คือขาดหน้าที่ของการเป็น พ่อ แม่ครับ ส่วนเราถ้าไม่ได้ดูแลท่านเราขาดหน้าที่ของ
ลูกที่ต้องกระทำต่อ พ่อ แม่ ครับ แยกกันให้ออกนะครับ ( นอกเรื่องไปบ้างคงไม่ว่ากันนะครับ)
ขอบคุณครับ
บทความทุกบทความประโยชนืนี้เพื่อ ท่านๆ นะครับ น้อยบ้าง มากบ้าง เพื่อสร้างจิตสำนึกครับ
การฝึกขี่จักรยานเป็นส่วนนึ่งครับ การฝึกการคิดก็เป็นอีกส่วนนึงครับ
ผมว่าหลายท่าน หรือทุกท่านก็ว่าได้ ที่ซื้อจักรยานที่ร้านผม มีจักรยานอยู่แล้ว แล้วก็สวยด้วย
เพราะเวลาซื้อ ก็ซื้อที่ตรงมันสวยนี่แหละ แล้วมันก็ขี่ไม่ได้ ก็เลยต้องหาซื้อใหม่อีก
ผมว่าถ้าหาจักรยานสวยนะ เดินออกจากบ้านมามีขายทั่วฟ้าเมืองไทยเยอะแยะไปหมด
ขี่ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ซื้อเสร็จขี่เข้าร้าน ออกจากร้าน ทุกวัน ปรับไม่ได้ที่สักทีจนกระทั่งต้อง
ขายแล้วซื้อคันใหม่ ก็เป็นเพราะเรานี่แหละที่มีความรู้น้อยกว่าคนขาย ไม่ใช่โง่นะครับ
หรือว่าคนขายก็อาจจะไม่รู้ เพราะบางร้านคนขายขี่จักรยานยังไม่ตรงทางเลยครับ
ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงทุกวัน ที่เจอครับ
ตัวอย่างแรก ลูกค้าขี่จักรยานมาที่ร้านมาหาซื้อจักรยานใหม่ ผมเลือกให้ให้ลองขี่ดู ลูกค้า
ลองขี่แล้ว บอกว่าดี แต่ติว่าไม่สวยเหมือนคันที่ขี่มา ผมพูดแบบไม่ประณีประนอมเลย
ว่า มันสวยแล้วทำไมไม่ขี่ต่อครับ ต้องพูดแบบนี้ครับ มันจะได้เกิด สัจจธรรม เพราะว่า
ตัวท่านเองไม่เคยคิดถึงความผิดพลาดที่ผ่านมา ยังพยายามใช้พฤติกรรมเดิมมาใช้อีก
เพราะว่าจุดม่งหมายเลือกที่สวยถูกใจ ไม่ได้เลือกที่ขี่ดีครับ
เหมือนปัจจุบัน นี้ครับ ตามร้านอาหารรับสมัคร นักร้องสาวสวย ไม่ได้รับนักร้องเสียงดีครับ
ตัวอย่างสอง มีเยอะมากเลยลูกค้าประเภทนี้ ขี่จักรยานมาเช่นเดียวกัน มาหารถคันไหม่
ผมให้ทดลองขี่ หลายคัน สรุป ถุกใจมากอยู่หนึ่งคัน ถุกใจแบบว่าทุกอย่างดีหมด
ขี่ได้พอดีท่าทางเปะครับ สุดท้ายหันมาถามผมว่า รถไซด์อะไรครับ ผมบอกว่า
ไซด๋17 ลูกค้ารีบพูดเลย ไซด์นี้ผมขี่ไม่ได้ครับ ของผมต้องไซด์ 16 ตอนนี้ผมนึก
เลยว่ากำลังพูดกับกระบือแอนด์โค ครับไม่ใช่พูดแรงนะครับ ไม่ใช่เขาไม่รู้นะครับ
แต่พอดีเขารู้มากเกินความจำเป็นครับ เพราะรถก็ขี่แล้ว สัมผัสแล้ว ไม่ใช่สั่ง
ประกอบนะครับ หรือถามผมว่าไซด์อะไรอย่างนี้เป็นธรรมดาครับ ถามได้ ตอบได้ครับ
แต่นี่ไม่ใช่ครับ ยืนยันเลยครับว่าไอ้คันที่ขี่เมื่อกี้นี้ที่ว่าดีนะ ตอนนี้ขี่ไม่ได้เพราะไม่ใช่ไซด์ 16
ผมเลยถามต่อครับ ว่า แล้วคันที่ขี่มานั่นไซด์อะไรครับ ผมต้องแกล้งโง่ทำตัวเป็นกระบือแอนด์โค
แทนลูกค้าเพราะรถลูกค้าก็อยู่ตรงหน้าผมนี่แหละ
ลูกค้าตอบ รถผมไซด์16ครับ ผมถามต่อ แล้วทำไมไม่ขี่ต่อครับ ก็ไซด์มันก็ตรงแล้วนี่ครับ
คำตอบของลูกค้านั่นแหละคือคำถามที่ตัวเขาจะต้องตอบตัวเองครับ
ท่านอาจถามผมว่า แล้วไม่กลัวลูกค้าโกรธหรือครับ ผมไม่กลัวครับ เพราะผมหวังดีต่อท่านๆ
แล้วก็ประสงค์ดีต่อท่านๆ ถ้าเราคิดกับลูกค้าแบบนี้ ผมไม่กลัวลูกค้าโกรธหรอกครับ เพราะความจริง
มันก็คือความจริงครับ เขากลับไปเขาคิดได้เขาก็จะคิดถึงความหวังดีของเราเองครับ ไม่ช้า
ก็เร็วครับ เพราะสุดท้ายเงินที่เสียก็เงินของท่านๆเองครับ
ที่การซื้อของเราเอาสวย ก็เหมือนการเลือกสาว โคโยตี้ครับใช้ดีไม่ดีหลุดลอกทั้งตัวครับ
เพราะซิลิโคนที่ไปอุดไปเสริมมา การเลือกฉไหนเลยจะสู้สาวบ้านนาได้ เนื้อแท้เรามองเห็นเลยครับ
ว่าดีไม่ดี การเลือกรถเหมือนสาว โคโยตี้ ทำให้เราต้องเข้าออกร้านจักรยานมากกว่าที่ทำงาน
ของเราเสียอีกครับ ผมว่าเงินทองมีเก็บใว้ให้ลูกเมียใช้น่าจะดีกว่าครับ ไม่ใช่เอาไปเลี้ยงดู
พ่อค้าจักรยานหมดครับ มีเก็บใว้ให้พ่อ แม่บ้าง บางท่านมีงานทำ ใช้จ่ายฟุ่ม เฟือย มีรถยนต์นั่ง
มีเงินผ่อนบ้านราคาเป็นล้าน พ่อ แม่อยู่ลำบาก ไม่เคยเหลียวแล ท่านไม่ได้อยู่จนกระทั่งเรา
ตายนะครับ ถ้าตามอายุขัย ท่านต้องจากเราไปก่อนครับ นึกถึงท่านบ้างครับ ถ้าคิดไม่ได้จริงๆ
คิดตามผมครับ นึกถึงเมื่อตอนเราเป็นเด็ก ท่านเลี้ยงเราๆอยากกินอยากได้อะไร ท่านหามาให้
บางครั้งท่านไม่ได้กิน แต่เราได้กิน แต่วันนี้เรามีกิน แต่ท่านอดอยาก หรืออาจไม่ได้อยู่
แบบเรา ทุกวันตอนที่เราเป็นเด็กท่านไม่เคยจากเราไป เราเห็นท่านทุกวัน ท่านไปทำงานแต่เช้า
เย็นกลับบ้าน บางทีไกลแสนไกล ท่านก็กลับบ้านมาดูเราทุกวัน จนกระทั่งเราโตมีงานทำ
แต่วันนี้ ท่านอยู่กันแค่สองคน รอเรากลับไปดูท่านบ้าง บางทีรอเป็นปี ลูกก็ไม่เคยกลับ
บางท่านรอลูกกลับมาไม่ทันครับ คุณเคยไหม ตอนเราเป็นเด็ก เย็นมาพ่อ แม่ยังไม่กลับบ้าน
เราก็รอ คิดว่าเมื่อไรท่านจะกลับมาเสียที วันนี้ท่านก็รอเราครับว่าเมื่อไรเราจะกลับไปหาท่านเสียที
ผมเองแยกครอบครัวมา28ปี รับเงินเดือนๆแรก เดือนพค ปี2525 ผมก็เริ่มให้แม่ท่านทุกเดือน
ครับ ไม่เคยขาดแม้กระทั่งเดือนเดียว เดือนไหนผมไม่ได้ให้ท่าน ผมก็รวมไปให้ท่านในเดือนต่อไป
เพราะท่านต้องกิน ต้องใช้ครับ แล้วก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำด้วยครับ ส่วนพ่อผมท่านได้ไปอยู่ที่
อ. เทิงจังหวัดเชียงราย 18ปีแล้วครับ ผมก็พยายามไปหาท่านปีละหลายครั้ง ทุกๆปีครับ แม้ปัจจุบัน
ไปแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายเดีนทางครั้งละ เลขห้าหลัก ผมก็พยายามแบ่งเวลาไปให้ได้ครับ
ตั้งใจว่าจะไปปีละ อย่างน้อย4ครั้ง เพราะสักวันหนึ่งผมคงไม่ต้องไปหาพ่อผม ผมคงไม่ได้
ส่งเงินให้แม่ แต่ผมไม่อยากให้ถึงวันนั้น ผมจะรักษาวันนั้นให้ยาวนานที่สุดครับ
บางท่านพ่อ แม่ ทิ้งเราไปให้เราอยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เลยบอกว่า อย่างนี้ไม่ต้องดูแลท่าน
เพราะท่านทิ้งเราไป ไม่ใช่นะครับ โดยหน้าที่เราต้องดูแลท่านครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของ
ลูกครับ ส่วนพ่อ แม่ ที่ท่านทิ้งเราไป ท่านไม่ได้ดูแลเรา ท่านแค่ไม่ได้ทำหน้าที่ของท่านที่มีต่อ
ลูกครับ คือขาดหน้าที่ของการเป็น พ่อ แม่ครับ ส่วนเราถ้าไม่ได้ดูแลท่านเราขาดหน้าที่ของ
ลูกที่ต้องกระทำต่อ พ่อ แม่ ครับ แยกกันให้ออกนะครับ ( นอกเรื่องไปบ้างคงไม่ว่ากันนะครับ)
ขอบคุณครับ
บทความทุกบทความประโยชนืนี้เพื่อ ท่านๆ นะครับ น้อยบ้าง มากบ้าง เพื่อสร้างจิตสำนึกครับ
การฝึกขี่จักรยานเป็นส่วนนึ่งครับ การฝึกการคิดก็เป็นอีกส่วนนึงครับ