เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของ"รถพับ" โดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ
ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
vanox
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2005
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2010, 07:09
ติดต่อ:

เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา

โพสต์ โดย vanox »

เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา หมายถึงอะไรครับ (มือใหม่)
รูปประจำตัวสมาชิก
au_7
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 94
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2010, 17:22
team: ไม่แรง ไม่แข่ง ไม่หลุด ..ขี่คนเดียว
Bike: araya & bw
ตำแหน่ง: BKK

Re: เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา

โพสต์ โดย au_7 »

เข้ามารอรับความรู้ครับ

(ที่เคยฟังมาอย่าเล่นเกียร์ขณะที่รถหยุด
ต้องเปลี่ยนขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัว โดยอาศัยแรงเฉื่อยจากการขับขี่หมุนจานพาสายโซ่ไปยังร่องเกียร์ที่ต้องการ มิใช่ขณะใช้กำลังปั่นสุดฤทธิ์จะเกิดแรงเค้นทำให้อุปกรณ์เสียหายง่าย)
รักษ์น้ำใจ
รูปประจำตัวสมาชิก
kutoto
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1638
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2009, 12:01
Tel: 089-200-2606
team: TOTO BIKE
Bike: = จักรยาน

Re: เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา

โพสต์ โดย kutoto »

อ่านแล้วงงๆ แต่คาดว่าน่าจะหมายถึงการเข้าเกียร์ที่ไม่ต้องรอรอบขาของเกียร์ดุมมั้งครับ

รูปภาพ

เกียร์แบบนี้ไม่ต้องใช้ระยะการเคลื่อนตัวของโซ่ในการเปลี่ยนเกียร์ แต่ใช้การดึง/ดันฟันเฟืองข้างในดุมครับ :mrgreen:

ปล.ความคิดเห็นส่วนตัวผิดพลาดขออภัยนะครับ
กดเลย TOTO BIKE กทม.(วัดอรุณ)

Strava (IOS, Adroid และ ไมล์ที่มี GPS) แอฟดีๆสำหรับนักปั่น+วิ่ง
ID = Anuwat Itthikamollert
t2t
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 44
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ย. 2008, 23:33
Bike: strida

Re: เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา

โพสต์ โดย t2t »

ใช้เกียรื ดุมอยู่เหมือนกันครับ
เห็นมีเหล็ก แทงเข้าไปกดเปลี่ยนเกียร์ เพิ่มเห็นว่าข้างในเป็นแบบนี้นี่เอง
เชย จังเลยเรา

ใครเข้าใจหลักการของมันอธิบายผมหน่อยสิครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
baby83
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 319
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:37

Re: เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา

โพสต์ โดย baby83 »

ถ้าเกียร์ดุม ต้องคอยเฮียคากิครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: เข้าเกียร์ไม่ต้องรอรอบขา

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

จริงๆ น่าจะถามเจ้าของคำพูดเลย ไม่ทราบว่าได้ประโยคนี้มาจากกระทู้ใหนครับ ถ้าอ้างอิงให้ตามไปดูข้อความเต็มๆ ได้น่าจะดีครับ เพราะจะได้เห็นรายละเอียด

แต่หากเดาหรือประมาณเอาจากประโยคคำพูด แนวการปั่นฯ จักรยานมีคร่าวๆ ประมาณ 2 แบบครับ

ปั่นฯ แบบแข่งขันความเร็ว ซึ่งลักษณะนี้อุปกรณ์ก็ต้องมีลักษณะเสริมกันด้วยเช่นใช้จานหน้าไม่ใหญ่มาก (เสือภูเขา/จาน 42 หรือ 44 ฟัน) และเฟืองหลังที่มีจำนวนฟันไล่กันแบบเฟืองเสือหมอบ (11-12-13-14....) การใช้รอบขาสูงๆ และรักษาความเร็วรอบขาไว้ให้ได้ระดับใกล้เคียงกันตลอดช่วยให้การใต่หรือเพิ่มความเร็วทำได้ดี (แต่เหนื่อยยยย นะครับ :mrgreen: )

ปั่นฯ แนว Touring หรือแนวท่องเที่ยว อันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้รอบขาสูงตลอดเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ เนื่องจากความเร็วที่ได้ในแต่ละเกียร์นั้นช่วงรอบขาช้าอาจจะอาศัยการเพิ่มแรงกดบันใดช่วยแทนก็ได้ครับ ปั่นฯ ยังไงก็ได้ที่ไม่รู้สึกว่ากินแรง และเหนื่อยมากเกินไป ดังนั้นปั่นฯ สไตล์หลังนี้เน้นปั่นฯ สบายๆ ไม่เหนื่อยเท่านั้นเองครับ

เกียร์ดุมก็เช่นเดียวกันครับ

เพดานรอบขาที่รู้สึกว่าปั่นฯ เร็วมากในเกียร์ 1 อาจจะอยู่ที่ 18 - 20 กม./ชม. แต่พอไปต่อเกียร์ 2 ความเร็ว 18 - 20 กม./ชม. หรือ 20 - 22 กม./ชม. อาจจะยังเป็นรอบขาช้าๆ อยู่เลยครับ ดังนั้นหากเราใช้วิธีรักษารอบขากับเกียร์ดุมก็อาจจะทำให้กดลูกบันใดไม่ใหวครับเพราะรอบขาเร็วที่เกียร์ 2 อาจจะกระโดดไปอยู่ที่ความเร็ว 25 - 27 กม./ชม. อย่างนี้เป็นต้นครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
ตอบกลับ

กลับไปยัง “รถพับ”