ภารกิจแสนง่ายแต่อาจมีได้มีได้แค่ครั้งดียวในชีวิต
โพสต์: 10 พ.ย. 2008, 08:23
ภารกิจแสนง่ายแต่อาจมีได้มีได้แค่ครั้งดียวในชีวิต
ความไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้จักรยานคันเล็กๆ ที่มันทำหน้าที่พาร่างกายอันใหญ่โตของผมขึ้นไปชมบรรยากาศบนสะพานได้หรือยัง ทำให้ผมรวบรวมความกล้าและบ้าบิ่นนิดๆ ตัดสินใจปั่นจักรยานทัวร์ริ่งคันใหม่(ที่ตอนนี้มันแลดูเก่า) ขึ้นไปบนสะพานพระนั่งเกล้า ๒............
ผ่านไปไม่กี่นาที ผมหยุดและจอดมันไว้อย่างสงบเงียบตรงกลางถนน ณ ตำแหน่งสูงสุดของสะพานที่จะทำหน้าที่เชื่อมวิถีชีวิตของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เจ้าทัวร์ริ่งสีขาวมันยืนตระหง่านอย่างสงบเงียบและเต็มไปด้วยความสง่างาม แววตา CAT EYE ของมันไม่มีความหวาดกลัวต่อรถยนต์เลยแม้แต่น้อย มันได้พักผ่อนชั่วคราวหลังจากที่ได้ร่วมเดินทางไปให้ความสุขกับผมและเพื่อนๆในกลุ่ม Tour Bike มาตลอดระยะทางราว ๑๕๐ กิโลเมตรของวันนี้.....…..
ลมที่ทำหน้าที่พัดอยู่เป็นประจำมาชั่วนาตาปีได้หอบเอาอากาศที่ปราศจากควันพิษใดๆพัดมาสัมผัสร่างกายของผมตลอดเวลา เหงื่อที่อาบร่างกายอยู่นั้น ค่อยๆเหือดแห้งลงไปเรื่อยๆ สายตาของผมถูกตรึงไว้ด้วยธรรมชาติอันสวยงามที่ยังคงอยู่ตามริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ผมกวาดตามองไปทางสะพานปากเกร็ด ตาซ้ายของผมมองเห็นสภาพที่ยังเป็นสวนผลไม้ในฝั่งท่าอิฐ วัดวาอารามที่เรียงรายกันอยู่ริมน้ำ ในขณะที่ตาขวาของผมมองเห็นฝั่งสนามบินน้ำที่เต็มไปด้วยตึกเล็กๆที่เรียงรายกันอยู่ แซมด้วยภาพของหลังคาบ้านเป็นระยะๆ.............
ภาพของคุ้งน้ำเจ้าพระยาอันกว้างใหญ่และวัดวาอารามที่เรียงรายกันตามสองฝั่งมหานทีที่หล่อเลี้ยงชีวิตและวัฒนธรรมของคนนนทบุรีมาเป็นเวลาช้านานในช่วงนั้นทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยืนหลับตาแล้วมองมันด้วยหัวใจและจินตนาการแทน...............
ช่างแตกต่างกันจริงๆ เมื่อผมหลับตา จินตนาการของผมกลับทำให้ผมมองเห็นอดีตของนนทบุรีที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้อันระบือนามมา ผมเห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสีสัน เห็นผู้คนพายเรืออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างขวักไขว่ เห็นความเจริญรุ่งเรืองของหลายศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบมาแต่ครั้งโบราณ
ทันใดนั้น ผมก็ตัดสินใจหันตัวกลับ และเดินข้ามแผ่นคอนกรีตที่กั้นไว้กลางถนนไปอย่างช้าๆ ผมมองไปทางฝั่งบางกรวยที่เต็มไปด้วยสีเขียวของสวนนนท์ที่ยังคงอยู่ วัดวาอารามที่เรียงรายกันเต็มไปหมด มันเป็นภาพที่มิได้แตกต่างจากสิ่งที่ผ่านเข้ามาในตาผมเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาเลย แต่ทันใดที่ผมกวาดสายตาจากกึ่งกลางของแม่น้ำ มองลอดเส้นสายอันโยงยายของสะพานพระรามที่ ๘ และไปจบลงที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ผมได้เห็นตึกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านเต็มอยู่ไปหมด ได้เห็นตึกที่ผมรู้จักแถวสาทรและพระราม ๓ ได้เห็นตึกที่ผมได้อาศัยทำมาหากินมาหลายปี บนถนนพหลโยธิน เวลานี้ ทุกตึกต่างถูกแต้มด้วยแสงไฟที่สวยงามเต็มไปหมด จะขาดก็เพียงแต่..ความงามของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกแต้มไว้ด้วยแสงของประทีปยามค่ำคืนของคืนวันลอยกระทงเท่านั้น.........
สิ่งที่แวบเข้ามาในความคิดก็คือ....มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่าที่ผมจะควบเสือคู่ใจขึ้นมาดูภาพอันสวยงามเหล่านั้นในคืนวันลอยกระทงท่ามกลางรถราที่วิ่งกันอย่างขวักไขว่ ในเมื่อสะพานแห่งนี้จะถูกเปิดใช้อย่างไม่เป็นทางการในวันจันทร์ ตอน ๙ นาฬิกา ไม่เป็นไร...อย่างไรผมก็อยากเห็นบรรยากาศตอนเช้าบนสะพานนี้อีกครั้งหนึ่งอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากเก็บภาพที่เจ้าเสือคู่ใจจอดอยู่ตรงกลางถนน และในทันใดนั้นเอง....จินตนาการของผมก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์และได้ออกคำสั่งให้ผมจะต้องไม่พลาดโอกาสที่มีอยู่ครั้งเดียวในชีวิตนี้เป็นอันขาด........และแล้วเช้าวันจันทร์ผมก็ทำภารกิจนี้อีกครั้งก่อนที่จะปั่นจักรยานไปทำงาน......
ถึงตอนนี้ผมอาจไม่ใช่จักรยานคันแรกที่ขึ้นไปจอดกลางถนนอย่างสง่างามบนสะพานแห่งนี้ แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างตัวเองว่า ผมอาจเป็นจักรยานคันสุดท้ายที่ได้จอดกลางถนนบนสะพานแห่งนี้ก็เป็นได้..................
ความไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้จักรยานคันเล็กๆ ที่มันทำหน้าที่พาร่างกายอันใหญ่โตของผมขึ้นไปชมบรรยากาศบนสะพานได้หรือยัง ทำให้ผมรวบรวมความกล้าและบ้าบิ่นนิดๆ ตัดสินใจปั่นจักรยานทัวร์ริ่งคันใหม่(ที่ตอนนี้มันแลดูเก่า) ขึ้นไปบนสะพานพระนั่งเกล้า ๒............
ผ่านไปไม่กี่นาที ผมหยุดและจอดมันไว้อย่างสงบเงียบตรงกลางถนน ณ ตำแหน่งสูงสุดของสะพานที่จะทำหน้าที่เชื่อมวิถีชีวิตของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เจ้าทัวร์ริ่งสีขาวมันยืนตระหง่านอย่างสงบเงียบและเต็มไปด้วยความสง่างาม แววตา CAT EYE ของมันไม่มีความหวาดกลัวต่อรถยนต์เลยแม้แต่น้อย มันได้พักผ่อนชั่วคราวหลังจากที่ได้ร่วมเดินทางไปให้ความสุขกับผมและเพื่อนๆในกลุ่ม Tour Bike มาตลอดระยะทางราว ๑๕๐ กิโลเมตรของวันนี้.....…..
ลมที่ทำหน้าที่พัดอยู่เป็นประจำมาชั่วนาตาปีได้หอบเอาอากาศที่ปราศจากควันพิษใดๆพัดมาสัมผัสร่างกายของผมตลอดเวลา เหงื่อที่อาบร่างกายอยู่นั้น ค่อยๆเหือดแห้งลงไปเรื่อยๆ สายตาของผมถูกตรึงไว้ด้วยธรรมชาติอันสวยงามที่ยังคงอยู่ตามริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ผมกวาดตามองไปทางสะพานปากเกร็ด ตาซ้ายของผมมองเห็นสภาพที่ยังเป็นสวนผลไม้ในฝั่งท่าอิฐ วัดวาอารามที่เรียงรายกันอยู่ริมน้ำ ในขณะที่ตาขวาของผมมองเห็นฝั่งสนามบินน้ำที่เต็มไปด้วยตึกเล็กๆที่เรียงรายกันอยู่ แซมด้วยภาพของหลังคาบ้านเป็นระยะๆ.............
ภาพของคุ้งน้ำเจ้าพระยาอันกว้างใหญ่และวัดวาอารามที่เรียงรายกันตามสองฝั่งมหานทีที่หล่อเลี้ยงชีวิตและวัฒนธรรมของคนนนทบุรีมาเป็นเวลาช้านานในช่วงนั้นทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยืนหลับตาแล้วมองมันด้วยหัวใจและจินตนาการแทน...............
ช่างแตกต่างกันจริงๆ เมื่อผมหลับตา จินตนาการของผมกลับทำให้ผมมองเห็นอดีตของนนทบุรีที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้อันระบือนามมา ผมเห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสีสัน เห็นผู้คนพายเรืออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างขวักไขว่ เห็นความเจริญรุ่งเรืองของหลายศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบมาแต่ครั้งโบราณ
ทันใดนั้น ผมก็ตัดสินใจหันตัวกลับ และเดินข้ามแผ่นคอนกรีตที่กั้นไว้กลางถนนไปอย่างช้าๆ ผมมองไปทางฝั่งบางกรวยที่เต็มไปด้วยสีเขียวของสวนนนท์ที่ยังคงอยู่ วัดวาอารามที่เรียงรายกันเต็มไปหมด มันเป็นภาพที่มิได้แตกต่างจากสิ่งที่ผ่านเข้ามาในตาผมเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาเลย แต่ทันใดที่ผมกวาดสายตาจากกึ่งกลางของแม่น้ำ มองลอดเส้นสายอันโยงยายของสะพานพระรามที่ ๘ และไปจบลงที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ผมได้เห็นตึกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านเต็มอยู่ไปหมด ได้เห็นตึกที่ผมรู้จักแถวสาทรและพระราม ๓ ได้เห็นตึกที่ผมได้อาศัยทำมาหากินมาหลายปี บนถนนพหลโยธิน เวลานี้ ทุกตึกต่างถูกแต้มด้วยแสงไฟที่สวยงามเต็มไปหมด จะขาดก็เพียงแต่..ความงามของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกแต้มไว้ด้วยแสงของประทีปยามค่ำคืนของคืนวันลอยกระทงเท่านั้น.........
สิ่งที่แวบเข้ามาในความคิดก็คือ....มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่าที่ผมจะควบเสือคู่ใจขึ้นมาดูภาพอันสวยงามเหล่านั้นในคืนวันลอยกระทงท่ามกลางรถราที่วิ่งกันอย่างขวักไขว่ ในเมื่อสะพานแห่งนี้จะถูกเปิดใช้อย่างไม่เป็นทางการในวันจันทร์ ตอน ๙ นาฬิกา ไม่เป็นไร...อย่างไรผมก็อยากเห็นบรรยากาศตอนเช้าบนสะพานนี้อีกครั้งหนึ่งอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากเก็บภาพที่เจ้าเสือคู่ใจจอดอยู่ตรงกลางถนน และในทันใดนั้นเอง....จินตนาการของผมก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์และได้ออกคำสั่งให้ผมจะต้องไม่พลาดโอกาสที่มีอยู่ครั้งเดียวในชีวิตนี้เป็นอันขาด........และแล้วเช้าวันจันทร์ผมก็ทำภารกิจนี้อีกครั้งก่อนที่จะปั่นจักรยานไปทำงาน......
ถึงตอนนี้ผมอาจไม่ใช่จักรยานคันแรกที่ขึ้นไปจอดกลางถนนอย่างสง่างามบนสะพานแห่งนี้ แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างตัวเองว่า ผมอาจเป็นจักรยานคันสุดท้ายที่ได้จอดกลางถนนบนสะพานแห่งนี้ก็เป็นได้..................