เข้ามาเล่าเป็นการเตือนเพื่อนนักปั่นครับโดยเฉพาะปั่นคนเดียว
โพสต์: 10 มิ.ย. 2010, 17:05
เนื่องจาก เมืื่อประมาณเดือนที่แล้ว เพื่อนในกลุ่มผมออกปั่นจักรยานตอนเช้าแล้วเกิดอุบัติเหตุ
ทำให้กรามหักเป็น 3 ชิ้น และมีแตกละเอียดอยู่ด้านในมากมาย ปากล่าง ฉีกห้อยลงมาทางด้านขวา(จากคำบอกเล่าของคนที่เห็นเหตุการณ์นะครับ) ขามีรอยช้ำทั้ง 2 ข้าง
ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ตอนนี้กลับบ้านได้แล้ว
และถูกที่บ้านห้ามจับจักรยานอีกเลย ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาปั่นอีกหรือเปล่า
แม้กระทั่งเข้าไปจับจักรยานเพื่อตรวจดูความเสียหายยังถูกมองเลยครับ
เหตุที่เกิดคือโดยปกติจะปั่นกันเป็นกลุ่มทุกเช้าครับ แต่มาช่วงหลังต่างคนต่างไม่ว่าง
ต่างคนต่างออกครับ แล้วเจ้าเพื่อนคนนี้เค้ากลัวหมาครับ ถ้าไปด้วยกัน จะช่วยกันไล่หมาครับ
แต่มีจุดนึงหมามันด้านครับชอบไล่ตอนมาคนเดียว ทีนี้พอเค้าไปคนเดียวเค้าก็เลยข้ามฝั่ง
ไปปั่นที่ถนนอีกฝั่ง ปกติเค้าจะปั่นแบบระวังมากครับ แล้วคราวนี้เป็นคราวเคราะห์ของเพื่อนครับ
เจอหมาตัวนึง ไม่รู้ว่าเป็นไอ้เจ้าหมาตัวนั้นหรือเปล่าที่ดันข้ามไปเที่ยวอยู่ฝั่งนั้นพอดี
พอมาเจอกันคงจะตกใจทั้งคู่ (จากคำบอกเล่าของเพื่อนนะครับเล่าแบบ งง ๆ เพราะหลังจากนั้นเค้าจำช่วงที่เกิดอุบัติเหตุไม่ได้เลย)
เพื่อนก็เลยหักหลบออกมานอกถนน ขณะนั้นมีมอเตอร์ไซค์สวนทางมาพอดีครับ
แล้วก็ .........วูบครับ เพื่อนบอกจำไม่ได้เลยครับมาฟื้นอีกทีทีีโรงพยาบาลครับ
สิ่งที่จะบอกก็คือ เจ้าเพื่อนผู้โชคร้ายคนนี้ เค้า"ลืมใส่หมวกกันน็อค"ครับ
โชคยังดีครับที่สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน ยังปกติดียังจำครอบครัวและเพื่อนๆได้หลังฟื้นขึ้นมา
ตอนนี้หลังจากเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว 1 เดือนยังทานอาหารได้แต่โจ๊กปลาและข้าวต้มปลาบดครับ
แล้วหยอดลงทางช่องปากที่หมอเหลือไว้นิดเดียว เพราะต้องยึดส่วนใหญ่ไว้ให้มันติดกัน
ข้างในกรามล่าง ยึดเหล็กไว้ทั้งหมด ต้องใส่ไว้อีกหลายปีจนกว่าจะรำคาญจึงจะเอาออก
โดยการผ่าออก หรือถ้าไม่รำคาญก็ไม่ต้องเจ็บตัว เก็บไว้กับตัวจนตาย ครับ
อีกอย่างที่จะเตือนสำหรับเพื่อนนักปั่นที่ปั่นคนเดียว คือ เรื่องเอกสารสำหรับติดตัวเวลาปั่นจักรยานครับ
ผมและเพื่อนจะถ่ายเอกสารสำคัญทั้งบัตรประชาชน บัตรประกันสังคม บัตรของบริษัทประกัน
และเขียนหมายเลขโทรศัพท์ของที่บ้านและคนที่ติดต่อได้เวลาฉุกเฉิน
ไว้ในกระดาษใบเดียวกัน แล้วพับใส่ซองพลาสติกเอาใส่ไว้ในกระเป๋าใต้อาน
แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับในเหตุการณ์เฉพาะหน้า (ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ)
เพราะตอนที่เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็เข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยแล้วก็นำตัวส่งโรงพยาบาล
ส่วนรถจักรยานเป็นหน้าที่ของตำรวจจะนำกลับโรงพัก ไปเป็นหลักฐานประกอบคดี
ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลไม่สามารถติดต่อญาติของเพื่อนได้เลยครับ เพราะเพื่อนสลบไป
จนในที่สุดปฐมพยาบาลให้ฟื้นแล้วจึงถามเบอร์โทรศัพท์จากเพื่อน จึงติดต่อญาติได้
แต่เพื่อนบอกว่าเค้าจำอะไรไม่ได้เลยนะว่าบอกให้ตอนไหน เหมือนความจำตอนนั้นมันหายไปเลย
ถ้าเพื่อนไม่สามารถบอกเบอร์โทรศัพท์ของที่บ้านได้ คงจะลำบากน่าดูเลยนะครับ
กว่าทางโรงพยาบาลจะถามไปทางตำรวจให้ค้นหาหลักฐาน ที่อาจจะมีในกระเป๋าใต้อาน
(หรือถ้ามันกระเด็นหลุดหายไปก็แย่เข้าไปอีก)
ผมจึงคิดกันเองว่าเอกสารที่ทำไว้ดีแล้วนะ แต่เอาไว้ไม่ถูกที่ น่าจะเอาไว้ในกระเป๋าหลังของเสื้อปั่นจักรยาน
แต่ก็สรุปไม่ได้ครับเพราะบางครั้งใส่เสื้อยืดธรรมดาก็ไม่รู้ว่าจะเอาไว้ที่ไหนเหมือนกัน
เอาไว้ให้ลองคิดกัน
ยังไงก็ระวังกันหน่อยนะครับ ถือว่าเป็นกรณีตัวอย่างครับ บางครั้งแค่วูบเดียวชีวิตเปลี่ยนไปเลยนะครับ
ปล.ตอนนี้ที่แก้มข้างขวาของเพื่อนเป็นแผลเป็นประมาณยาว 2 นิ้วจากมุมปากเหมือน Joker ในเรื่อง batman เลยครับ
ทำให้กรามหักเป็น 3 ชิ้น และมีแตกละเอียดอยู่ด้านในมากมาย ปากล่าง ฉีกห้อยลงมาทางด้านขวา(จากคำบอกเล่าของคนที่เห็นเหตุการณ์นะครับ) ขามีรอยช้ำทั้ง 2 ข้าง
ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ตอนนี้กลับบ้านได้แล้ว
และถูกที่บ้านห้ามจับจักรยานอีกเลย ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาปั่นอีกหรือเปล่า
แม้กระทั่งเข้าไปจับจักรยานเพื่อตรวจดูความเสียหายยังถูกมองเลยครับ
เหตุที่เกิดคือโดยปกติจะปั่นกันเป็นกลุ่มทุกเช้าครับ แต่มาช่วงหลังต่างคนต่างไม่ว่าง
ต่างคนต่างออกครับ แล้วเจ้าเพื่อนคนนี้เค้ากลัวหมาครับ ถ้าไปด้วยกัน จะช่วยกันไล่หมาครับ
แต่มีจุดนึงหมามันด้านครับชอบไล่ตอนมาคนเดียว ทีนี้พอเค้าไปคนเดียวเค้าก็เลยข้ามฝั่ง
ไปปั่นที่ถนนอีกฝั่ง ปกติเค้าจะปั่นแบบระวังมากครับ แล้วคราวนี้เป็นคราวเคราะห์ของเพื่อนครับ
เจอหมาตัวนึง ไม่รู้ว่าเป็นไอ้เจ้าหมาตัวนั้นหรือเปล่าที่ดันข้ามไปเที่ยวอยู่ฝั่งนั้นพอดี
พอมาเจอกันคงจะตกใจทั้งคู่ (จากคำบอกเล่าของเพื่อนนะครับเล่าแบบ งง ๆ เพราะหลังจากนั้นเค้าจำช่วงที่เกิดอุบัติเหตุไม่ได้เลย)
เพื่อนก็เลยหักหลบออกมานอกถนน ขณะนั้นมีมอเตอร์ไซค์สวนทางมาพอดีครับ
แล้วก็ .........วูบครับ เพื่อนบอกจำไม่ได้เลยครับมาฟื้นอีกทีทีีโรงพยาบาลครับ
สิ่งที่จะบอกก็คือ เจ้าเพื่อนผู้โชคร้ายคนนี้ เค้า"ลืมใส่หมวกกันน็อค"ครับ
โชคยังดีครับที่สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน ยังปกติดียังจำครอบครัวและเพื่อนๆได้หลังฟื้นขึ้นมา
ตอนนี้หลังจากเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว 1 เดือนยังทานอาหารได้แต่โจ๊กปลาและข้าวต้มปลาบดครับ
แล้วหยอดลงทางช่องปากที่หมอเหลือไว้นิดเดียว เพราะต้องยึดส่วนใหญ่ไว้ให้มันติดกัน
ข้างในกรามล่าง ยึดเหล็กไว้ทั้งหมด ต้องใส่ไว้อีกหลายปีจนกว่าจะรำคาญจึงจะเอาออก
โดยการผ่าออก หรือถ้าไม่รำคาญก็ไม่ต้องเจ็บตัว เก็บไว้กับตัวจนตาย ครับ
อีกอย่างที่จะเตือนสำหรับเพื่อนนักปั่นที่ปั่นคนเดียว คือ เรื่องเอกสารสำหรับติดตัวเวลาปั่นจักรยานครับ
ผมและเพื่อนจะถ่ายเอกสารสำคัญทั้งบัตรประชาชน บัตรประกันสังคม บัตรของบริษัทประกัน
และเขียนหมายเลขโทรศัพท์ของที่บ้านและคนที่ติดต่อได้เวลาฉุกเฉิน
ไว้ในกระดาษใบเดียวกัน แล้วพับใส่ซองพลาสติกเอาใส่ไว้ในกระเป๋าใต้อาน
แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับในเหตุการณ์เฉพาะหน้า (ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ)
เพราะตอนที่เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็เข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยแล้วก็นำตัวส่งโรงพยาบาล
ส่วนรถจักรยานเป็นหน้าที่ของตำรวจจะนำกลับโรงพัก ไปเป็นหลักฐานประกอบคดี
ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลไม่สามารถติดต่อญาติของเพื่อนได้เลยครับ เพราะเพื่อนสลบไป
จนในที่สุดปฐมพยาบาลให้ฟื้นแล้วจึงถามเบอร์โทรศัพท์จากเพื่อน จึงติดต่อญาติได้
แต่เพื่อนบอกว่าเค้าจำอะไรไม่ได้เลยนะว่าบอกให้ตอนไหน เหมือนความจำตอนนั้นมันหายไปเลย
ถ้าเพื่อนไม่สามารถบอกเบอร์โทรศัพท์ของที่บ้านได้ คงจะลำบากน่าดูเลยนะครับ
กว่าทางโรงพยาบาลจะถามไปทางตำรวจให้ค้นหาหลักฐาน ที่อาจจะมีในกระเป๋าใต้อาน
(หรือถ้ามันกระเด็นหลุดหายไปก็แย่เข้าไปอีก)
ผมจึงคิดกันเองว่าเอกสารที่ทำไว้ดีแล้วนะ แต่เอาไว้ไม่ถูกที่ น่าจะเอาไว้ในกระเป๋าหลังของเสื้อปั่นจักรยาน
แต่ก็สรุปไม่ได้ครับเพราะบางครั้งใส่เสื้อยืดธรรมดาก็ไม่รู้ว่าจะเอาไว้ที่ไหนเหมือนกัน
เอาไว้ให้ลองคิดกัน
ยังไงก็ระวังกันหน่อยนะครับ ถือว่าเป็นกรณีตัวอย่างครับ บางครั้งแค่วูบเดียวชีวิตเปลี่ยนไปเลยนะครับ
ปล.ตอนนี้ที่แก้มข้างขวาของเพื่อนเป็นแผลเป็นประมาณยาว 2 นิ้วจากมุมปากเหมือน Joker ในเรื่อง batman เลยครับ