ลุงตาบอด-อัจฉริยะ รับซ่อมจักรยานเลี้ยงชีพ
โพสต์: 10 มิ.ย. 2010, 12:46
ชีวิตน่าทึ่งของนายอวบ ศิริคำ หรือ "ลุงแกะ" อายุ 72 ปี เฒ่าพิการตาบอดทั้งสองข้างตั้งแต่เกิดจนอายุล่วงเข้าวัยชรา แต่ไม่เคยย่อท้อ ยังคงทำงานสู้ชีวิต หาเลี้ยงชีพด้วยการรับซ่อมจักรยาน แถมทำได้เหมือนกับคนตาดี ที่ใครๆ เห็นแล้วต่างก็พากันยอมรับในความสามารถ โดยมาอุดหนุนเป็นลูกค้าขาประจำ ทั้งเติมลม ปะยาง เปลี่ยนล้อ รอรับได้ทันที
"ลุงแกะ" อยู่บ้านไม่มีเลขที่ ถนนริมคลองชลประทาน ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมครอบครัวเคยประกอบอาชีพทำประมง แต่ตนเองไม่สามารถออกหาปลาได้ และไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะตาบอดมาตั้งแต่เกิด
"เท่าที่จำความได้ จะเห็นเพียงแสงไฟจุดเล็กเท่านั้น แล้วก็เริ่มมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ชอบทำอะไรด้วยตัวเองตลอด สนใจซ่อมแซมอุปกรณ์ ก็เรียนรู้ด้วยการจับและคลำเอา ว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนชื่ออะไร และในช่วงอายุประมาณ 15 ปี รู้สึกชอบจักรยานมาก ก็จับคลำดูหลายๆ รุ่น หลายแบบ และอยากขี่จักรยานเป็น ก็อาศัยเพื่อนคอยมองทางข้างหน้า และจับแฮนด์ แต่ตัวเองเป็นคนถีบ"
"ลุงแกะ" เล่าถึงชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ กระทั่งต่อมาตามเพื่อนไปอยู่ที่ร้านซ่อมจักรยานในตัวเมืองและขอเจ้าของร้านมาช่วยทำงาน เจ้าของร้านเห็นใจ ให้อยู่ด้วยแต่ไม่มีค่าแรง ก็ได้ความรู้ในการซ่อมจักรยานจาก ที่ร้านเพิ่มเติม จนสามารถจำเครื่องมือและหยิบจับได้ถูกชิ้น ต่อมาก็ซ่อมให้ลูกค้าเองได้ จนเพื่อนในร้านหลายคนก็ทึ่ง ที่สามารถทำได้ ก็เรียนรู้เรื่อยมา จนสามารถซ่อมได้ทุกรุ่นในสมัยนั้น
ต่อมาบิดามารดา ได้เสียชีวิต "ลุงแกะ" ก็ต้องกลับมาอยู่ที่บ้านหลังปัจจุบัน และใช้ชีวิตตามลำพังคนเดียว ประกอบกับไม่มีรายได้ จึงติดป้ายรับซ่อมจักรยาน ในตอนแรกก็ไม่มีใครเชื่อถือ มักจะถูกพูดจาดูถูกว่าตาบอดแล้วจะ ซ่อมได้หรือ จนกระทั่งได้มีลูกค้ามาใช้บริการ ก็ทำให้มีความเชื่อมั่นขึ้น และก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นปะเปลี่ยนยาง ตั้งโซ่ ต่อโซ่ เปลี่ยนลูกปืนล้อ ซ่อมเบรก จึงทำให้มีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง
สำหรับรายได้ประจำ นั้นมีเพียงเงินช่วยเหลือจากเทศบาลนครระยอง เดือนละ 500 บาท ก็ใช้สำหรับซื้อข้าวสารมาเก็บไว้ ส่วนกับข้าวนั้นบางครั้งเพื่อนบ้านก็นำมาให้ พอประทังไปได้ ส่วนค่าซ่อมนั้นเฉลี่ยแล้วได้เงินครั้งละเพียง 10-20 บาท เท่านั้น เพราะคิดแต่ค่าแรง ส่วนอะไหล่ก็ให้ลูกค้าไปซื้อมาเอง
นายโยธิน ศิริวงศ์ อายุ 37 ปี เปิดเผยว่า เป็นลูกค้าขาประจำของลุงแกะ จะมาใช้บริการตลอดและเชื่อมั่นในฝีมือของลุงมาก เพราะทำได้ทั้งหมด นับว่าน่าทึ่งมากกับฝีมือในการซ่อมที่ไม่แตกต่างจากช่างซ่อมสายตาดีทั่วไป แถมราคาถูกอีกด้วย สำหรับเด็กในหมู่บ้านลุงแกก็จะซ่อมให้ฟรี
"ลุงแกะ" อยู่บ้านไม่มีเลขที่ ถนนริมคลองชลประทาน ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมครอบครัวเคยประกอบอาชีพทำประมง แต่ตนเองไม่สามารถออกหาปลาได้ และไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะตาบอดมาตั้งแต่เกิด
"เท่าที่จำความได้ จะเห็นเพียงแสงไฟจุดเล็กเท่านั้น แล้วก็เริ่มมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ชอบทำอะไรด้วยตัวเองตลอด สนใจซ่อมแซมอุปกรณ์ ก็เรียนรู้ด้วยการจับและคลำเอา ว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนชื่ออะไร และในช่วงอายุประมาณ 15 ปี รู้สึกชอบจักรยานมาก ก็จับคลำดูหลายๆ รุ่น หลายแบบ และอยากขี่จักรยานเป็น ก็อาศัยเพื่อนคอยมองทางข้างหน้า และจับแฮนด์ แต่ตัวเองเป็นคนถีบ"
"ลุงแกะ" เล่าถึงชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ กระทั่งต่อมาตามเพื่อนไปอยู่ที่ร้านซ่อมจักรยานในตัวเมืองและขอเจ้าของร้านมาช่วยทำงาน เจ้าของร้านเห็นใจ ให้อยู่ด้วยแต่ไม่มีค่าแรง ก็ได้ความรู้ในการซ่อมจักรยานจาก ที่ร้านเพิ่มเติม จนสามารถจำเครื่องมือและหยิบจับได้ถูกชิ้น ต่อมาก็ซ่อมให้ลูกค้าเองได้ จนเพื่อนในร้านหลายคนก็ทึ่ง ที่สามารถทำได้ ก็เรียนรู้เรื่อยมา จนสามารถซ่อมได้ทุกรุ่นในสมัยนั้น
ต่อมาบิดามารดา ได้เสียชีวิต "ลุงแกะ" ก็ต้องกลับมาอยู่ที่บ้านหลังปัจจุบัน และใช้ชีวิตตามลำพังคนเดียว ประกอบกับไม่มีรายได้ จึงติดป้ายรับซ่อมจักรยาน ในตอนแรกก็ไม่มีใครเชื่อถือ มักจะถูกพูดจาดูถูกว่าตาบอดแล้วจะ ซ่อมได้หรือ จนกระทั่งได้มีลูกค้ามาใช้บริการ ก็ทำให้มีความเชื่อมั่นขึ้น และก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นปะเปลี่ยนยาง ตั้งโซ่ ต่อโซ่ เปลี่ยนลูกปืนล้อ ซ่อมเบรก จึงทำให้มีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง
สำหรับรายได้ประจำ นั้นมีเพียงเงินช่วยเหลือจากเทศบาลนครระยอง เดือนละ 500 บาท ก็ใช้สำหรับซื้อข้าวสารมาเก็บไว้ ส่วนกับข้าวนั้นบางครั้งเพื่อนบ้านก็นำมาให้ พอประทังไปได้ ส่วนค่าซ่อมนั้นเฉลี่ยแล้วได้เงินครั้งละเพียง 10-20 บาท เท่านั้น เพราะคิดแต่ค่าแรง ส่วนอะไหล่ก็ให้ลูกค้าไปซื้อมาเอง
นายโยธิน ศิริวงศ์ อายุ 37 ปี เปิดเผยว่า เป็นลูกค้าขาประจำของลุงแกะ จะมาใช้บริการตลอดและเชื่อมั่นในฝีมือของลุงมาก เพราะทำได้ทั้งหมด นับว่าน่าทึ่งมากกับฝีมือในการซ่อมที่ไม่แตกต่างจากช่างซ่อมสายตาดีทั่วไป แถมราคาถูกอีกด้วย สำหรับเด็กในหมู่บ้านลุงแกก็จะซ่อมให้ฟรี