หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 15:45
โดย ลูกแม่รำเพย

ชวนปั่นคืนสู่เหย้าลูกแม่รำเพย
โรงเรียนเทพศิรินทร์
พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′51″N 100°30′52″E / 13.747590°N 100.514310°
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 15:52
โดย ลูกแม่รำเพย
สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8 )
ที่โรงเรียน
จากนั้น ปั่นต่อไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร
เพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8 )
ที่วัดสุทัศนเทพวราราม
วัดสุทัศนแห่งนี้ เป็นวัดอารามหลวงชั้นเอกซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 ในพระวิหารนั้นมีพระศรีศากยมุนี เป็นพระประธานหล่อด้วยโลหะหน้าตักกว้าง 3 วา 1 คืบ เป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
คติของวัดนี้ กราบไหว้พระวัดสุทัศน วิสัยทัศน์ก้าวไกล และมีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 15:54
โดย ลูกแม่รำเพย
พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ถือเป็นวัดประจำรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ ดังนั้น จึงมีการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้น ณ บริเวณลานประทักษิณ ชั้นล่างมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พระวิหารหลวง พระบรมรูปหล่อด้วยสำริด ขนาดเท่าพระองค์จริง ทรงฉลองพระองค์ชุดจอมทัพ ประทับยืน ประดิษฐานบนแท่นหินอ่อนยกพื้นสูง มีแผ่นทองเหลืองจารึกเกี่ยวกับกำหนดการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ เบื้องหลังเป็นแผ่นหินอ่อนวงโค้ง ประดิษฐานพระปรมาภิไธยย่อ "อปร" ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 15:55
โดย ลูกแม่รำเพย
พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษา ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2475 เลขประจำพระองค์ 2329 หลังจากนั้นอีกเพียง 2 ปี พระองค์เจ้าอานันทมหิดลก็ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ครองสิริราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีความผูกพันกับ โรงเรียนเทพศิรินทร์มาโดยตลอด ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมาคมนักเรียนเก่าฯ ตลอดจนมวลหมู่ลูกแม่รำเพยทุกคน ซึ่ง พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ มีขนาดเท่าพะรองค์จริง ทรงฉลองพระองค์ชุดจอมทัพ ประทับยืน เช่นเดียวกับ พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ด้วยพระองค์เอง โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกๆปีเวียนมาบรรจบครบ ทางโรงเรียนเทพศิรินทร์ อันประกอบด้วย คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียนเก่า นักเรียนปัจจุบัน และ บุคลากรของโรงเรียน ได้จัดพิธีวางพวกมาลาและถวายราชสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทุกปีเพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 15:56
โดย Maytee Jidsey
เริ่มกี่โมงครับ
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 16:02
โดย ลูกแม่รำเพย
ตามสะดวกครับ
สำหรับคนที่ยังไม่มีทริป
เพราะวันตรงนั้นทุกคนคงต้องทำงาน
ให้ดีซื้อพวงมาลัยไปสักการะด้วยนะครับ
ระหว่างทางมีจุดพักทานอาหารได้หลายที่
ผมว่ามนต์นมสดก็ดีครับ
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 16:08
โดย ลูกแม่รำเพย
ก่อนถึงวัดสุทัศน์

สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ลานพลับพลามหาเจษฏาบดินทร์
พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เนื่องจากทรงสถาปนาวัดราชนัดดารามวรวิหาร และโลหะปราสาท ลักษณะของพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นพระบรมรูปขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของพระองค์ จริง ประทับพระที่นั่งกง มีแท่นฐานหินอ่อนรองรับ ๒ ชั้น ด้านหลังพระบรมรูปเป็นฉากรูปพระวิมาน อันเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์และพระราชลัญจกรประจำพระองค์ พื้นฉากด้านหน้าเป็นหินอ่อนเรียบ ฉากด้านหลังเป็นหินอ่อนจารึกพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ลวดลายรูปพระวิมานเป็นกระเบื้องเคลือบ พื้นลานที่รองรับแท่นฐานรวมทั้งกระถางต้นไม้ตามมุมเป็นหินแกรนิต ประติมากรผู้ปั้นหล่อพระบรมรูปคือ นายสุภร ศิระสงเคราะห์
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 16:13
โดย ลูกแม่รำเพย
March 09
จะไม่ลืม...เทพศิรินทร์
จะไม่ลืม...เทพศิรินทร์
จะไม่ลืม...ตึกเยาวมาลย์ฯ ที่เคยเรียนตอน ม.ต้น
จะไม่ลืม... ร.8 ที่เคารพรัก
จะไม่ลืม...แม่รำเพย ของพวกเรา
จะไม่ลืม...ตึกแม้นฯ ที่ร่ำเรียน
จะไม่ลืม...ตึกเทิดพระเกียรติ
จะไม่ลืม...หน้าเสาธง ที่เคยเข้า
จะไม่ลืม...ธงเขียว-เหลือง ที่ปลิวไหว
จะไม่ลืม...เจ้าคุณนรฯ ที่เคารพ
จะไม่ลืม... วัดเทพฯ ที่เคยเข้าไปเล่น
จะไม่ลืม...สามล้อ หน้า รร.
จะไม่ลืม... คติประจำใจ
จะไม่ลืม... ต้นตาล คู่ตึกแม้นฯ
จะไม่ลืม...สนามบาส ที่เคยเล่น
จะไม่ลืม...ทางเดิน ที่เคยเดิน
จะไม่ลืม...บันได ที่เคยขึ้น
จะไม่ลืม...315 ที่เคยเรียน
จะไม่ลืม...หน้าต่าง ที่คอยมอง
จะไม่ลืม...โต๊ะเรียน ที่เคยเรียน
จะไม่ลืม...อาจารย์ ที่ขี้บ่น
จะไม่ลืม...เฟรนชิป ที่เคยเขียน
จะไม่ลืม...เสื้อ ที่เคยเขียน
จะไม่ลืม...ความวุ่นวาย ในห้องเรียน
จะไม่ลืม...ท.ศ. บนหน้าอก
จะไม่ลืม...ลาแล้วเทพ
จะไม่ลืม...วันปัจฉิม ที่ผ่านมา
จะไม่ลืม...เหตุการณ์ในวันนั้น
จะไม่ลืม...ภาพรวม ณ หน้าตึกแม้นฯ
จะไม่ลืม...เข็ม รร. ที่ต้องปักบนหน้าอกมา 3 ปี
จะไม่ลืม...แหวนรุ่น 46-49 ของสำคัญ
จะไม่ลืม...ดอกรำเพย สิ่งคู่เทพศิรินทร์
จะไม่ลืม...ป้าย รร. ที่รัก
จะไม่ลืม...เทพศิรินทร์ ตลอดไป...
http://championkrub.spaces.live.com/
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 19:45
โดย ลูกแม่รำเพย
ก่อนเสด็จลับเลือนหาย
ผู้เขียน กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, ม.ร.ว. หญิง
ราคาปกติ 199.00 บาท
ส่วนลด 9.95 บาท
ราคาพิเศษ 189.05 บาท
---------------------------------------------------------------------
จากความฝันในช่วงใกล้รุ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วของม.ร.ว.หญิง กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ที่ได้นิมิตเห็นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันทมหิดล ทรงฉายรัศมีแห่งความสูงศักดิ์อยู่ในงานมหาสมาคมที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย กำลังยืนสังสรรค์กันอยู่ในห้องโถงงดงาม อีกทั้งยังมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ และก้มลงกราบแทบเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งพระองค์ท่านตรัสด้วยพระพักตร์หม่นเศร้าว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีใครรู้จักพระองค์แล้ว หนังสือเรื่อง "ก่อนเสด็จ...ลับเลือนหาย" จึงเกิดขึ้นด้วยเหตุผลนี้จากฝีมือการประพันธ์ของเจ้าของความฝัน ม.ร.ว.หญิง กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ซึ่งจัดงานเปิดตัวไปเรียบร้อยเมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอา นันทมหิดล ทรงเป็นพระยุวกษัตริย์ที่ทรงมีพระชนมายุน้อยที่สุดในราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2477 ขณะที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา
หลังการสละราชสมบัติของพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2477 คณะรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรได้อัญเชิญเสด็จ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ซึ่งเป็นเจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์พระองค์ที่ 1 ในลำดับพระราชสันตติวงศ์แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ และได้รับการเฉลิมพระนามเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2477 ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ม. ร.ว.หญิง กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ถ่ายทอดความทรงจำตั้งแต่วัยเพียง 5 ขวบที่มีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รวมถึงเหตุการณ์ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรหรือการเสด็จพระราช ดำเนินตามพระราชอัธยาศัยในสถานที่ต่างๆ จวบจนวันสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพที่สร้างความโศกเศร้าให้พสกนิกรทั่วประเทศ
คุณ หญิงกล่าวว่า ครั้งแรกที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จนั้นตัวเองยังอายุแค่ 5 ขวบ ตั้งแต่ปี 2481 ตัวเองได้ตามหม่อมยาย (หม่อมละออง กิติยากร) ไปเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง ซึ่งตอนนั้นตัวเองยังไม่รู้เลยว่าในหลวงคือผู้ใด หม่อมยายก็พานั่งรถแท็กซี่ไปบริเวณถนนราชดำเนิน จำได้ว่ามีประชาชนมาเฝ้าฯ รอรับเสด็จมากมาย และการเสด็จนิวัตครั้งนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ประชาชนชาวไทยจะได้ชมพระบารมี ของพระองค์ เพราะนับตั้งแต่รัฐบาลกราบบังคมทูลเชิญให้เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากรัชกาล ที่ 7 ก็ทรงศึกษาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ตลอดมา
ในปี 2488 ตอนนั้นอายุ 12 ปีแล้วเป็นอีกครั้งที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมี การเสด็จนิวัตคราวนี้ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเสด็จฯ กลับมาพร้อมพระอนุชาและพระชนนี จำได้ว่าวันที่ได้รับเสด็จครั้งนั้นตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 2488 พอดี และก็เหมือนครั้งแรกคือหม่อมยายเป็นคนพาไปเฝ้ารับเสด็จที่ราชดำเนินเหมือน เดิม จำได้ว่าภาพที่เห็นคือประชาชนต่างโห่ร้องส่งเสียงไชโยกันเต็มสองข้างทาง รถยนต์พระที่นั่งสีงาช้างประดับด้วยธงมหาราชเคลื่อนช้าๆ ผ่านมาตรงที่ตัวเองยืนอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระอนุชาธิราชประทับอยู่คู่กัน ทรงโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จและทรงยิ้มเล็กน้อย
ส่วน ในครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ คือวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อตัวเองได้กราบถวายบังคมพระบรมศพบนพระเมรุมาศด้วยความเคารพอันสูงสุด แล้ว ได้นึกกราบบังคมทูลในใจว่า ขอให้พระบรมศพพระองค์ท่านจงเป็นพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและ พระองค์สุดท้ายในชีวิตของตัวเองที่จะได้ถวายพระเพลิง
ซิสเตอร์บุญ ประจักษ์ ทรรทรานนท์ ประธานกิติมศักดิ์โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย นักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียน เมื่อครั้งรัชกาลที่ 8 ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เสด็จมาเข้าเรียนในชั้นอนุบาลเมื่อปี 2473 ซิสเตอร์เล่าว่า ตอนนั้นนักเรียนทุกคนต่างพากันตื่นเต้นที่ทราบข่าวว่าหม่อมสังวาลย์ มหิดล นำพระโอรสพระองค์โตมาเข้าเรียนในชั้นอนุบาล โดยหม่อมสังวาลย์บอกกับท่านอธิการว่าให้ปฏิบัติกับลูกท่านเหมือนเด็กธรรมดา พระองค์เจ้าอานันทมหิดลทรงเป็นเด็กนักเรียนที่น่ารัก ทรงปฏิบัติองค์เหมือนเด็กทั่วไป ทรงมีความเป็นกันเองกับนักเรียนทุกคน โดยในช่วงพักกลางวันนักเรียนทั้งโรงเรียนจะมีโอกาสเล่นด้วยกัน โปรดที่จะเล่นเกมวิ่งเยวและกระโดดเชือกมาก ตัวเองก็มีโอกาสได้แกว่งเชือกถวายให้ทรงกระโดดด้วย ทรงเป็นนักเรียน เป็นเพื่อนที่น่ารักของทุกคน
สำหรับหนังสือ "ก่อนเสด็จลับเลือนหาย" ยังมีเนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 8 อาทิ การเสด็จฯ เยี่ยมประชาชนย่านสำเพ็งในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวไทยและชาวจีนส่ง ผลให้สถานการณ์คลี่คลายและสงบลงอย่างรวดเร็ว การเสด็จฯ ไปทรงพิจารณาคดีความที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการเสด็จสวรรคตกะทันหันเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2489 ที่สร้างความโศกเศร้าให้ประชาชนทั้งประเทศ การสอบสวนกรณีสวรรคต และการถวายพระเพลิงพระบรมศพในปี 2493 อีกด้วย
-------------
ที่มา:ข่าวสด
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 19:46
โดย ลูกแม่รำเพย
คำนิยม
ด้วย ภาษาที่งดงาม น่าอ่าน ชวนติดตาม ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของหม่อมราชวงศ์หญิง กิติวัฒนา เมื่อครั้งยังเยาว์วัยที่ได้มีโอกาสติดตามท่านแม่ (หม่อมเจ้าหญิงพัฒนคณนา (กิติยากร) ไชยันต์) ในการเฝ้ารับเสเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 ทำให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการย้อนกาลเวลากลับไปเมื่อกว่าหกสิบปีก่อนเสมือน หนึ่งได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ได้มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีแห่งยุวกษัตริย์ ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยอดีตผ่านความทรงจำของญาติผู้ใหญ่ผู้มีความ จงรักภักดีอย่างล้นเหลือ ทั้งยังมีความเมตตาเอ็นดูลูกหลานรุ่นหลังให้ได้รับรู้เรื่องราวอันทรงคุณค่า
(คำนิยม โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย)
"พระองค์นันท" ของพวกเราในขณะนั้นท่านเป็นเด็กที่มีชีวิตชีวาและทรงสนุก ไม่ต่างไปจากเด็กนักเรียนคนอิ่น ๆ ด้วยความที่นักเรียนของโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยในยุคนั้น ยังมีจำนวนน้อยเพียง 200 คนเท่านั้น และมีนักเรียนชายหญิงครึ่งต่อครึ่ง ใช้ชั้นคินเดอร์การ์เตน และ FORM A, B นักเรียนทั้งหมดจึงมักจะเล่นด้วยกัน พระองค์นันททรงโปรดเกมวิ่งเปรี้ยวและกระโดดเชือกเป็นที่สุด ดิฉันและเพื่อน ๆ ชั้นโตจึงเป็นผู้แกว่งเชือกถวาย ท่านทรงเป็นกันเองกับเพื่อนนักเรียนทุกคน พร้อมกับที่พระชนนีได้ทรงรับสั่งกับท่านอธิการไว้ว่า ขอให้ดูแลและอบรมพระโอรสของท่านเช่นเดียวกับเด็กอื่น ๆ เหล่านี้จึงทำให้ ซิสเตอร์ ครู และเพื่อนรักเรียนรักพระองค์นันทกันทุกคน
(คำนิยม โดย ซิสเตอร์บุญประจักษ์ ทรรทรานนท์)
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 23:20
โดย breezent
ลูกแม่รำเพย เขียน:คำนิยม
ด้วย ภาษาที่งดงาม น่าอ่าน ชวนติดตาม ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของหม่อมราชวงศ์หญิง กิติวัฒนา เมื่อครั้งยังเยาว์วัยที่ได้มีโอกาสติดตามท่านแม่ (หม่อมเจ้าหญิงพัฒนคณนา (กิติยากร) ไชยันต์) ในการเฝ้ารับเสเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 ทำให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการย้อนกาลเวลากลับไปเมื่อกว่าหกสิบปีก่อนเสมือน หนึ่งได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ได้มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีแห่งยุวกษัตริย์ ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยอดีตผ่านความทรงจำของญาติผู้ใหญ่ผู้มีความ จงรักภักดีอย่างล้นเหลือ ทั้งยังมีความเมตตาเอ็นดูลูกหลานรุ่นหลังให้ได้รับรู้เรื่องราวอันทรงคุณค่า
(คำนิยม โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย)
"พระองค์นันท" ของพวกเราในขณะนั้นท่านเป็นเด็กที่มีชีวิตชีวาและทรงสนุก ไม่ต่างไปจากเด็กนักเรียนคนอิ่น ๆ ด้วยความที่นักเรียนของโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยในยุคนั้น ยังมีจำนวนน้อยเพียง 200 คนเท่านั้น และมีนักเรียนชายหญิงครึ่งต่อครึ่ง ใช้ชั้นคินเดอร์การ์เตน และ FORM A, B นักเรียนทั้งหมดจึงมักจะเล่นด้วยกัน พระองค์นันททรงโปรดเกมวิ่งเปรี้ยวและกระโดดเชือกเป็นที่สุด ดิฉันและเพื่อน ๆ ชั้นโตจึงเป็นผู้แกว่งเชือกถวาย ท่านทรงเป็นกันเองกับเพื่อนนักเรียนทุกคน พร้อมกับที่พระชนนีได้ทรงรับสั่งกับท่านอธิการไว้ว่า ขอให้ดูแลและอบรมพระโอรสของท่านเช่นเดียวกับเด็กอื่น ๆ เหล่านี้จึงทำให้ ซิสเตอร์ ครู และเพื่อนรักเรียนรักพระองค์นันทกันทุกคน
(คำนิยม โดย ซิสเตอร์บุญประจักษ์ ทรรทรานนท์)
อยากไปเหมือนกันครับ แต่ติดงานลาไม่ได้
ฝากสักการะด้วยนะครับ
_____________________________
34674 ทศ 43-46 (118)
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 23:48
โดย yappyhappy
ติดบรรยายที่มหาวิทยาลัยไปด้วยมิได้ แต่อยากไปมากมาย ฝากใจไปสักการะพระองค์ท่าน ด้วยคนครับ ปกติเวลาผ่านไป จะแวะไปสักการะทุกครั้งเพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเอง
ทศ 24678 เทพศิรินทร์ 31-34 (106)
ก่อนจาก ขอฝากกลอนจากนิตยสารรั้วรำเพยยุคต้นๆ(ขออภัยจำนานผู้แต่งมิได้)ที่ใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิตตลอดมาตั้งแต่ใช้ชีวิตหกปีที่ "เทพศิรินทร์" จนกระทั่งปัจจุบัน ให้กับสุภาพบุรุษลูกแม่รำเพยทุกท่าน
เบื้องหน้าปัญหาที่เราพบ
จะสยบแพ้พ่ายสบายไหม
เป็นกบฎกับกฎเกณฑ์อันเลวร้าย
ดีกว่าเป็นไอ้บ้าใบ้ยอมจำนน
จงเป็นเหมือนดอกรำเพยที่เคยเห็น
สี "เขียว" "เหลือง" บานเด่นในทุกหน
บนกิ่งก้านบนดานดินในใจคน
รำเพยบานอย่างคงทนตลอดมา
ขอให้ "เขียว" คือพืชพันธุ์การสรรสร้าง
ที่เติบโตทุกที่ทางอย่างมีค่า
ขอให้ "เหลือง" คือแสงแห่งศรัทธา
นำพาเรารุดหน้าท้าภัยพาล
จงร่วมกัน สร้างสรรค์ สังคมไทย
หลอมดวงใจ เพื่อนคือชน คนแสนล้าน
ด้วยศรัทธายึดมั่น "ปณิธาณ"
"ลูกรำเพย" คือลูกหลานประชาชน
ปล. ว่างๆ นัดไปขี่จักรยานเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์กันครับ มีเรื่องราวเล่าให้ฟังมากมาย
Re: ชวนปั่นวันที่ 6 มิถุนายน---สุภาพบุรุษลูกแม่รำเพย
โพสต์: 05 มิ.ย. 2010, 23:59
โดย breezent
yappyhappy เขียน:ติดบรรยายที่มหาวิทยาลัยไปด้วยมิได้ แต่อยากไปมากมาย ฝากใจไปสักการะพระองค์ท่าน ด้วยคนครับ ปกติเวลาผ่านไป จะแวะไปสักการะทุกครั้งเพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเอง
ทศ 24678 เทพศิรินทร์ 31-34 (106)
ก่อนจาก ขอฝากกลอนจากนิตยสารรั้วรำเพยยุคต้นๆ(ขออภัยจำนานผู้แต่งมิได้)ที่ใช้เป็นนแวทางดำเนินชีวิตตลอดมาตั้งแต่ใช้ชีวิตหกปีที่ "เทพศิรินทร์" จนกระทั่งปัจจุบัน ให้กับสุภาพบุรุษลูกแม่รำเพยทุกท่าน
เบื้องหน้าปัญหาที่เราพบ
จะสยบแพ้พ่ายสบายไหม
เป็นกบฎกับกฎเกณฑ์อันเลวร้าย
ดีกว่าเป็นไอ้บ้าใบ้ยอมจำนน
จงเป็นเหมือนดอกรำเพยที่เคยเห็น
สี "เขียว" "เหลือง" บานเด่นในทุกหน
บนกิ่งก้านบนดานดินในใจคน
รำเพยบานอย่างคงทนตลอดมา
ขอให้ "เขียว" คือพืชพันธุ์การสรรสร้าง
ที่เติบโตทุกที่ทางอย่างมีค่า
ขอให้ "เหลือง" คือแสงแห่งศรัทธา
นำพาเรารุดหน้าท้าภัยพาล
จงร่วมกัน สร้างสรรค์ สังคมไทย
หลอมดวงใจ เพื่อนคือชน คนแสนล้าน
ด้วยศรัทธายึดมั่น "ปณิธาณ"
"ลูกรำเพย" คือลูหลานประชาชน
ปล. ว่างๆ นัดไปขี่จักรยานเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์กันครับ มีเรื่องราวเล่าให้ฟังมากมาย
คิดถึงรั้วรำเพยจังครับ ผมเคยเป็นประธานชุมนุมวารสารรั้วรำเพยปี 45 / เป็นบก.รั้วรำเพยปีที่ 16
เสียดายที่เดี๋ยวนี้รั้วรำเพยไม่มีแล้ว เล่มสุดท้ายฉบับปีที่ 19 ปิดตัวไปพร้อมกับอ.พรรฌี ที่เกษียน
