หน้า 1 จากทั้งหมด 2
บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 10 ก.ค. 2019, 23:05
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
หาอ่านทริปปั่นจักรยานเข้าพม่าอยู่หลายปี แต่ก็ไม่กระจ่างใจ จึงเป็นที่มาของทริปนี้ครับ เราจะเดินทางเข้าสู่พม่าได้ 2 วิธีคือ 1 ไปทางเครื่องบินไม่ต้องขอวีซ่า การเข้าช่องทางอื่นทาง ด่านชายแดนต้องขอวีซ่า ขอวีซ่าส่วนกลางที่สถานทูตพม่าถนนสาธร ภาคเหนือขอที่กงสุลพม่าจังหวัดเชียงใหม่ การทำวีซ่าต้องใช้เวลา 3 วัน เดี๋ยวนี้การทำวีซ่าด่วนใน 1 วันไม่มีแล้ว การขอวีซ่าที่เชียงใหม่ ต้องยื่นด้วยตนเอง หมายความว่า ต้องเอาหน้าไปให้เขาเห็น ส่วนการยื่นขอวีซ่าที่กรุงเทพฯ ไม่ต้องยื่นด้วยตัวเองก็ได้ การขอวีซ่าใช้พาสปอร์ตตัวจริง รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบ(ฉากหลังสีขาว) สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ ผมทำที่กทม.สะดวกกว่า เมื่อส่งเอกสารหลักฐานเขาแล้ว (ผู้รับทำวีซ่า ID.line 0863716527)ก็ใช้เงินประมาณ 2,000 กว่าบาทเป็นค่าวีซ่าและค่าจัดการบริการ ลองสอบถามดูนะครับ ประมาณ 3 วันเขาก็ส่งพาสปอร์ตให้เราทางไปรษณีย์ได้ ในกรณีที่ไม่ขอวีซ่า ก็ให้ไปทำบัตรผ่านแดนหรือ Border Pass ที่ด่านแม่สอด มีสำนักงานอยู่ใกล้ๆสนามบินแม่สอด ให้ค่าบริการ 30 บาท ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว เข้าไปเที่ยวแค่ในจังหวัดเมวดีได้ 7 วันเท่านั้น ไม่สามารถที่จะไปนอกเหนือจากนั้นได้ ใครที่นำรถยนต์ไปก็ไปฝาก ได้ มีแห่งหนึ่งใกล้หัวสะพานด้านซ้าย ค่าฝากวันละ 100 บาท เมื่อจะข้ามประเทศ ก็นำพาสปอร์ตแนบเอกสารที่ต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษ หรือบัตรผ่านแดนไปยื่น ทางด่านด้านซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ประทับตราเสร็จแล้วก็จูงรถจักรยานไปตามทางคนเดิน จนถึงฝั่งพม่า ก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่พม่าอีกครั้งหนึ่ง Border Pass จะ ต้องจ่ายอีก 20 บาท ส่วนพาสปอร์ตไม่ต้องเสียเพิ่ม หลังจากที่เข้าไปเขตพม่าแล้ว ก็จูงรถขี่รถไปทางด้านขวา ก็เสร็จขั้นตอนการเข้าประเทศ สำหรับท่านใด ที่กรอกเป็นภาษาอังกฤษไม่เป็น ก็ให้เจ้าหน้าที่ที่แถวนั้นแหละเขียนให้ เขาจะขอสัก 1,000 - 2,000 จ๊าต ก็ให้เขาไป ถ้าเขาไม่ขอก็ไม่ต้องจ่ายขอบคุณเขาก็พอ ก็เป็นข้อความเกี่ยวกับพาสปอร์ตนั่นแหละครับ เขียนทั้งขาไปและ ขากลับสำหรับด่านไทยไม่ต้องเขียน
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 11 ก.ค. 2019, 20:11
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
คณะของเราอีก 2 คนที่ไม่ทันได้ขอวีซ่า จึงทำแค่ บัตรผ่านแดนหรือ Border Pass ซึ่งอนุญาตให้ไปเพียง 7 วันแค่จังหวัดเมียวดีเท่านั้น คือบุญน้อมกับผู้กองแดง 2 คน เขาทั้งสองจะเที่ยวที่เมียวดีรอ ส่วนเรา 3 คนมีผมจิตกับสุรินทร์ 3 คนที่ได้ขอ Visa สามารถจะไปได้ทั่วประเทศมีกำหนด 28 วัน เมื่อข้ามสะพานไปฝั่งเมียวดีแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกตลอดเวลาเราจึงต้องรีบหาที่พักเพราะใกล้ค่ำแล้วบังเอิญเลี้ยวขวาไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใกล้กับตลาดสดและท่ารถไปย่างกุ้ง เราได้พักห้องใหญ่จุคนได้ 6 คน
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 11 ก.ค. 2019, 21:48
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
เช้าวันต่อมา หลังอาหารเช้าเช็คเอาท์ แล้วก็ปั่นไปตามเส้นทางเมืองกอกะเร็ก บุญน้อมกับผู้กองแดง ปั่นไปส่งแต่ว่าไปได้ไม่เท่าไรฝนก็ลงมาเรื่อยจนเราต้องตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเดินทาง ความตั้งใจที่จะปั่นเที่ยวไปเรื่อยๆก่อน ถ้าไม่สนุกหรือมีภารกิจทางบ้านก็ขึ้นรถกลับไทยประกอบกับพยากรณ์อากาศว่าจะ มีฝนตกตลอดทั้งสัปดาห์ เราสามคนจึง ตัดสินใจว่าจะ ขึ้นรถไปถึงย่างกุ้งเลยแล้วค่อยปั่นกลับมาแม่สอด ทั้งหมดจึงปั่นกลับมาที่โรงแรมเดิม ทั้งสองคือพี่น้อมกับผู้กองแดงจึงเข้าพักที่โรงแรมเดิมอีกครั้งหนึ่งแต่เป็นห้องเล็กกว่่า ทางโรงแรมก็ใจดีเปิดห้องฟรีให้เราสามคนได้เข้าพักฟรีรอรถทัวร์ออกในเวลา 10.00น.
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 03:27
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
โชคดีเราได้นั่งแถวแรกเหนือคนขับ คนขายตั๋วขึ้นมาขอค่าระวางจักรยาน3คัน 40,000จ๊าด ต่อได้ 35,000 มาคิดทีหลังว่าเราจ่ายแพงไปไหม แพงกว่าค่าโดยสารของคนเสียอีก พอดีเราพึ่งจะมึนงงกับค่าของเงินอยู่ด้วย ถนนออกจากเมียวดีถึงกอกะเร็กดีเพราะพึ่งสร้างเป็นทางกว้างรถวิ่งสวนทาง แต่จากกอกะเร็กไปถึงเมืองไจ๊ก่อค่อนข้างลำบากทางแคบ หากขี่จักรยานเมื่อมีรถบรรทุกแซงคงต้องขี่หรือจอดขอบทาง ถ้ารถยนต์กำลังสวนทางติดต่อกันหลายคันก็ต้องจอดรอ มีคนแนะนำว่าจากเมียวดีไปกอกะเร็กให้ปั่นทางเส้นเดิมคือเส้นขวาจะปีนเขาหน่อยไม่ค่อยมีรถวิ่ง วิวสวยเพลินดี รถวิ่งสวนทางตลอดจนถึงเมืองพะโค(หงสาวดี)ความเร็วอย่างมากก็ 60-70กม./ชม.รถวิ่งถึงย่างกุ้งมากกว่า 10 ชั่วโมง ถึงซะมืดเลยเสียเวลากับร้านอาหารฝนเลยเทมาอย่างหนัก ไฟฟ้าดับทั้งเมือง รอตั้งนานก็ไม่หยุดเลยกรำฝนไปหาโรงแรมใกล้สุด 2กม.ห้องละ 40,000 จ๊าด 2ห้อง ไม่มีให้เลือกกว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 04:48
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
นับว่าเป็นโชคของเราพอขึ้นรถทัวร์ปุบก็เจอหญิงพม่าวัยประมาณสี่สิบปีมาทำงานที่เมืองไทยตั้งแต่อายุ13กลับไปธุระที่ย่างกุ้งมาทำความรู้จักชื่ออันอันให้เบอร์โทรฯไว้บอกว่าว่าโทรได้24ชั่วโมง เราก็ได้ประโยชน์จากเธอจริงๆเป็นล่ามทางโทรศัพท์ ถ้าเมื่อใดที่เราคุยกับพม่าไม่รู้เรื่องก็ต่อสายให้เธอคุยให้ เช้าวันต่อมาหลังจากกินอาหารเช้าฟรีของโรงแรมแล้วตั้ง GPS.ไปเจดีย์ชเวดากอง ประมาณ30กม.เปรียบไปก็คล้ายกับเราไปลงรถที่หมอชิตก่อนยังงั้นแหละ ค่อนข้างไม่ชินเพราะเลี้ยวผิดซอยบ่อยๆ ฝนโปรยมาบางครั้งหนักบ้างไม่หนักบ้าง เห็นร้านกาแฟอเมซอนแวะเข้าไป อ้าวอยู่กับสถานฑูตออสเตรเลียเลย หลังกาแฟอันอันบอกว่าบ้านเธออยู่ไม่ไกล เราบอกต้องเข้าพักโรงแรมก่อน เธอว่าโรงแรมใกล้ๆบ้านมี เธอกับน้องสาวมารับขี่สามล้อนำทางไปโรงแรมริมแม่น้ำย่างกุ้ง นัดหมายกันตอนเย็นพาไปเลี้ยงข้าวและพาเที่ยว ได้วัดเทพทันใจกับชเวดากอง 2 ที่ แต่ละแห่งดูเหมือนเสียค่าเข้าชม คนละ 10,000 จ๊าด ย่างกุ้งดีอย่างเขาไม่อนุญาตให้ขี่มอเตอร์ไซค์ รถเขาก็ขับกันไม่ค่อยไว ประมาณสัก60 คนขับแต่ละคันจิตใจดีเห็นวัดเห็นพระธาตุก็กราบกับพวงมาลัยทุกครั้ง
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 07:00
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
วันที่2ของเมืองย่างกุ้ง หลังอาหารเช้า บอกอันอันให้หารถคันใหญ่มารับไปเที่ยว พาหลานคนเล็กไปด้วย ได้รถตู้โตโยต้าสัญชาติจีน ตกลงราคา 80,000 จ๊าด วันนี้ฝนไม่ตกแค่มืดครึ้ม กินอาหารไทยรสชาติพม่าที่ชั้น 2 ของห้างแห่งหนึ่งในเมืองพะโค เมืองหงสาวดีก็เป็นส่วนหนึ่งของพะโค ได้เที่ยว 3-4 ที่ และกลับไปย่างกุ้ง การพึ่งพา GPS นำทาง สำหรับเมืองใหญ่อย่างเมืองย่างกุ้งนับว่ามีความจำเป็นมาก เช่นสถานที่เที่ยวต่างๆหรือโรงแรมที่พัก
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 09:18
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
วันที่ 3 ของเมืองย่างกุ้ง เมื่อดูสภาพอากาศแล้วครึ้มๆแต่ฝนไม่มนต์เราจึงตัดสินใจที่จะปั่นเดินทางกลับ หลังอาหารเช้าของโรงแรม ไม่ได้เจอกับอันอันและสุวินเพราะอันอันป่วยเข้าโรงพยาบาล ว่าจะให้ติ๊ปที่เธอพาเที่ยว แต่ไม่เจอได้พูดกับเธอว่าจะแนะนำเพื่อนนักปั่นจากเมืองไทย ถ้าเข้ามาย่างกุ้งให้ติดต่อกับเธอ เธอช่วยบริการ ตามความจำเป็น และอาจจะมีรายได้บ้างจากค่าติ๊ป ปั่นออกมาไม่ถึง 10 โล เป็นทางเลี่ยงเมือง ถนนโล่ง เลยแวะกินกาแฟที่ร้านแห่งหนึ่ง ที่ใหญ่พอสมควรระดับพม่า แล้วปั่นต่อไปยังเมืองพะโค เมื่อใกล้ถึงไม่กี่กิโลเมตรฝนก็เทลงมา ตกๆหยุดๆ จนยางรั่ว ..เบอร์โทรของสุวิน 09403074139
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 11:40
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
ความตั้งใจเดิมว่าจะปั่นจากเมืองพะโคไปเมืองพอ(PAW)อีก 30 กิโลเมตร ไปพักนอนที่นั่นแล้วไปต่อเมืองไจ้ถู่ ในวันรุ่งขึ้น เลี้ยวซ้ายไปไจ้ทีโยหรือพระธาตุอินทร์แขวนอีกประมาณ 30 กิโลเมตร มีปัญหาสุขภาพเล็กน้อยหวัดเริ่มมาขาเริ่มโรย จึงว่าจ้างรถสี่ล้อเล็ก 2 คัน ๆละ 50,000จ๊าดไปส่งโรงแรมที่ใกล้ที่สุดของใจ้ที่โย ยิ่งค่ำฝนยิ่งลงหนัก ในที่สุดก็ถึงโรงแรมที่พัก เตียงเดี่ยว 20,000 เตียงคู่จะคิดเป็นรายหัวจึงต่อเหลือ 35,000จ๊าด ห่างจากท่ารถที่จะขึ้นพระธาตุอินแขวนประมาณ 100 เมตร
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 13:45
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
หลังอาหารเช้าของโรงแรมเราเดินไปที่ท่ารถเพื่อขึ้นรถไป พระธาตุอินแขวน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเสื้อกันฝน เป็นรถยนต์ขนาดกลางมีเบาะนั่งเป็นแถวๆเรียงไป ผู้โดยสารจะต้องขึ้นทางด้านข้าง ซึ่งจะมีบันไดขึ้นไปเหมือนกับบันไดขึ้นเครื่องบิน เมื่อผู้โดยสารเต็มก็จะมีพนักงานมาเก็บค่าโดยสาร และออกรถ เป็นทางชันและคดเคี้ยว ซึ่งรถโดยทั่วไปไม่น่าจะอนุญาตให้ผ่านได้ เขาจะมีวิทยุรับส่งระหว่างรถเพื่อจอด รอในการขึ้นและลง พระธาตุห่างจากท่ารถไป 12 กิโลเมตร จุดแรกรถยนต์จะไปจอด ที่ สำนักงานกระเช้า ลอยฟ้า ให้ผู้โดยสารที่จะขึ้นกระเช้าลง ส่วนผู้โดยสารอื่นก็จะขึ้นต่อไป จนถึงลานจอดรถเพื่อเดินไปพระธาตุอีกครั้งหนึ่ง ค่าโดยสารรถยนต์ขึ้น 2,000 ค่าลง 2,000จ๊าด(40บาท)สำหรับคนที่จะขึ้นกระเช้าเสียค่ารถขึ้น 2,000 ค่ากระเช้าคนต่างชาติคนละ 10,000 จ๊าด ถูกหลอกชัดๆใช้เวลาแค่ 7 นาทีเองกระเช้าไปสุดที่รถยนต์จอดนั่นเองจะต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที ปะปนไปกับคนที่โดยสารรถขึ้นมา ท่ามกลางละอองฝน ขาลงต้องจ่ายค่ารถอีก 2,000จ๊าด
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 14:29
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
หลังจาก check out ที่โรงแรมไจ๊ทิโยแล้ว ก็ปั่นฝ่าสายฝนมาถึงปากทางเมืองไจ๊ถู่ ที่จะเป็นทางแยกไปเมืองเมวดี พี่จิตมีเวลาแค่ 2 วันต้องกลับถึงไทยเพื่อไปทำธุระ อีก 2 คนเรามีเวลาเหลือเฟือ แต่เนื่องจากฝนตกตลอดเวลาไม่สามารถที่จะปั่นไปเที่ยว อย่างสะดวกสบายได้ เสื้อผ้าก็ไม่แห้ง ทั้งนี้ก็ได้บรรลุจุดประสงค์โดยรวมแล้วว่าจะมาสำรวจเส้นทางการท่องเที่ยวพม่า แม้ว่าจะมีอะไรติดค้างอยู่บ้างคงต้องมีนัดล้างตาได้มาพม่าอีกครั้งหนึ่ง จึงตัดสินใจว่าจะเดินทางกลับด้วยกันทั้งหมด หากจะปั่นจักรยานไปต้องใช้เวลาอีก 2 คืนเป็นอย่างน้อย จึงตัดสินใจเหมารถแท็กซี่ ที่หลังคามีตะแกรงใส่ของได้ ตกลงกันในราคา 70,000 จ๊าด ปลายทางเมืองเมียวดี กว่าจะถึงและได้พักก็เกือบเที่ยงคืน
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 15:02
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
เช้าวันใหม่ที่เมืองเมียวดีหลังอาหารเช้าแล้วว่าจะตามรอยบุญน้อมไปเที่ยวหมู่บ้านห้วยส้านซึ่งเป็นชุมชนของคนไทยพลัดถิ่น แต่เมื่อดูจาก GPS แล้ว เป็นระยะทางถึง 18 กิโลเมตร ทั้งไปและกลับก็ 36 กิโลเมตรจึงยังไม่พร้อมที่จะไปได้แต่ตระเวนเที่ยวตามตรอกซอกซอยของเมืองเมียวดี และไปจบลงที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เป็นการอำลาก่อนที่จะข้ามสะพานมิตรภาพไปสู่อำเภอแม่สอด นำสัมภาระไปขึ้นรถยนต์ที่จอด ฝากไว้เสร็จแล้วเดินไปช้อปปิ้งที่ตลาดริมเมย ได้ของ 2-3 ชิ้นพี่จิตรเลี้ยงฉลองจบทริป ที่ร้านกระเพาะปลาริมสะพาน จากนั้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน ก็ขับคลอเคลียกันมาจนถึงตลาด ชนเผ่าระหว่างทางไปจังหวัดตาก ได้ซื้อผลไม้และแยกย้ายกันกลับ
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 15:52
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
พูดถึงคนไทยพลัดถิ่น ที่เมืองเมียวดีบุญน้อมได้ไปเที่ยวพบว่า มีคนไทยอยู่ 7 หมู่บ้านในตำบลห้วยส้านซึ่งคนไทยมักจะไปถ่ายทำรายการสัมภาษณ์ รายการโทรทัศน์ถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของ ชุมชนแห่งนี้ คุณบุญน้อม ได้เก็บภาพมาบางส่วนก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศไทย
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 12 ก.ค. 2019, 16:05
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
ตลาดริมเมย แหล่งช้อปปิ้งใต้สะพานมิตรภาพฝั่งไทยอำเภอแม่สอด มีของต่างๆ ให้เลือกช็อปเลือกซื้อ ทั้งของประดับตกแต่งบ้าน ร้านค้า ของเก่าเก็บจากพม่า และของเก่าทำเทียมสามารถซื้อหาได้ รวมทั้งจักรยานมือสองจากญี่ปุ่นด้วยแต่เมื่อซื้อแล้วจะผ่านด่านกลางทางราบรื่นหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ พี่เขาแต่งตัวคล้ายตำรวจไม่ทราบสังกัดสวมแมสสีดำ(ไม่น่าใส่ถ้าบริสุทธิ์ใจ) พี่ยิงคำถามอย่างกับว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรซะงั้น(ของนี้ได้มายังไง ซื้อที่ไหน..)ซึ่งพี่เขาน่าจะทำหน้าที่ด้านความมั่นคงมากกว่าเช่นขอตรวจบัตรประชาชนอะไรประมาณนี้.. เฮ้อ.พูดไปก็เท่านั้น
Re: บุเรง(คึกคะ)นองลั่นกลองรบ แม่สอด-ย่างกุ้ง (1-8 ก.ค.2562)
โพสต์: 13 ก.ค. 2019, 05:55
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
เชื่อว่าหลายท่านได้อ่านแล้ว ตั้งคำถามในใจว่า ทำไมค่าใช้จ่ายสูงจัง โดยเฉพาะเรื่องที่พัก อยากจะบอกว่าค่าใช้จ่ายในพม่า ถูกมาก ถ้าเรามีการวางแผน ล่วงหน้า ในการหาที่พักไว้ก่อน ที่พักราคาถูกมีมากมายสบายกระเป๋า ใช้ GPS นำทาง หรือมีการจองทางอินเตอร์เน็ต ไว้ล่วงหน้า แต่เนื่องจากเรา ไปอย่างกะทันหัน ไม่ได้วางแผนมาก่อน เรื่องอาหารการกินรสชาติพอไปได้ หลายอย่างจะออกรสชาติแบบ มัสมั่น แต่อย่าไปสั่งสลัดแบบพม่านะ มันคือยำดีๆนี่เอง เผ็ดมากกก (ขอบอก) ภาษาที่ใช้ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาใบ้ ภาษา GPS หรือ ใช้ App แปลภาษาพม่าเป็นไทย ไทยเป็นพม่าก็ได้ แต่อย่าเผลอไปด่าคนพม่าเข้าส่วนมากก็เคยมาทำงานเมืองไทยทั้งนั้น พวกพนักงานเงินเดือน 2พันกว่าบาท จบปริญญาตรีก็ได้ 4 พันกว่า ข้อมูลบางอย่างอาจจะคลาดเคลื่อนเพราะศึกษามาน้อย โดยเฉพาะ ด้านประวัติศาสตร์ ชื่อเรียกสถานที่ อย่ากระนั้นเลย แม้แต่เมืองมะละแหม่งยังเรียกหลายๆอย่างเหมาะลำไยก็เรียกเมาะลำเลิงก็เรียก เพราะแต่ละคนก็ออกเสียงไม่เหมือนกัน เรื่องเงินใช้เงินจ๊าดก็สะดวกกว่า ผมมีบัตร ATM กสิกรไทย VISA กดเงินจ๊าดได้สบาย เพื่อนมีบัตรกรุงเทพฯโดนดูดซะงั้น US Dollar พกไว้ก็ได้ พกน้อยแต่ค่ามันสูง สรุปได้ว่าการไปเที่ยวพม่า ไม่ยุ่งยากอะไรเลย ใครจะไปเที่ยวขอให้โชคดี พบกันใหม่ทริปหน้าสวัสดีครับ