หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 14:34
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
ว่าจะปั่นจักรยานออกจากไทยที่มุกดาหารเข้าลาวที่แขวงสะหวันนะเขตตรงไปด่านชายแดนเวียดนามที่ด่านลาวบ๋าว ไปเที่ยวเมืองเว้-ดานัง แล้วกลับซึ่งเส้นทางนี้ถือว่าลัดสั้นที่สุด(ผมว่า)แต่เราผิดพลาดที่ต้นทางเลยทำให้หลงทาง(นิดหน่อย) 24 กุมภาพันธ์ 2562 เรา3คน(เสือภูเขา)ประกอบด้วยบุญน้อม ปัญโญใหญ่ .พ.ต.อ.พรต พรมวิชัย และผม(จขกท.)บรรทุกจักรยานจากเชียงรายถึงอุบลราชธานี ต้องทนทรมานกับการนั่งรถทั้งคืนสิบกว่าชั่วโมง ถึงอุบลฯเช้าปั่นต่อไปทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าไปด่าน "ช่องเม็ก" ชายแดนไทยลาว เยอะนะสัก 60 โลได้มั้ง และเราต้องพักนอนคืนหนึ่งก่อนเพื่อตั้งหลักเข้าด่านในเช้าวันรุ่งขึ้น เราแลกเงินกีบจากหน้าด่าน 1-2 พันบาทก็พอมีบัตรVISA ค่อยไปกดเอาที่ตู้ ATM ลาว(ตู้สีแดง)ดูเหมือนจะมีคำว่า International ด้วย เงินลาว 1,000 กีบเท่ากับ 4 บาท ของส่วนมากก็จะ 5,000 - 10,000 (สิบพัน) 15,000 (สิบห้าพัน) 20,000 (ซาวพัน)ซื้อซิมลาวแบบเติมเงินเปลี่ยนลองใช้กันเลย ด่านช่องเม็กปลอดโปร่งโล่งสบายครับ ไม่ค่อยมีผู้ใช้บริการด่านนี้สักเท่าไร ใครเดินทางคนเดียวก็ขอแนะนำเลยครับด่านนี้ไม่ต้องมีใครคอยเฝ้าจักรยานให้เรา เมื่อผ่านกระบวนการเข้าประเทศแล้วขี่เลียบถนนด้านขวาไปเรื่อยๆบรรยากาศแห้งแล้งหน่อยครับ ผ่านฝูงวัวผอมๆเพราะกินแต่หญ้าแห้ง ฝูงแพะอ้วนๆ(แพะกินทุกอย่าง) สัก 3-40 โลก็ถึงเมืองปากเซ ตัวเมืองต้องข้ามน้ำโขงไปด้วยสะพานญี่ปุ่นสร้าง ยาวเป็นกิโลเชียว เราเลือกช่องทางข้างสะพานด้านขวาครับ เลยสะพานผ่านวงเวียนตรงไปอีกหน่อยสุดถนนก็เลี้ยวซ้ายถนนเจ้าอนุวงไปเรื่อยๆมองหาเรือนพักกันทันที เราพักเมืองปากเซ2คืนครับ เช้าวันที่2ปั่นข้ามสะพานเดิม ทางที่เรามาขึ้นภูสะเหลาที่มองเห็นพระพุทธรูปเด่นเป็นสง่าแต่ไกลๆ ปั่นขึ้นเขาไปไม่สูงชัน น่าจะสัก4-5โลได้ครับ วิวสวย คนลาวบอกว่าถ้าใครไม่ได้ขึ้นมาภูสะเหลาถือว่าไม่ได้มาถึงปากเซว่างั้น ที่เมืองปากเซคนลาวหลายคนพยายามจะพูดถึงน้ำใจคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือภัยเขื่อนลาวแตก ความรู้สึกที่ดีความเป็นมิตรกับคนไทยจึงมีมากๆ

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 16:07
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
เช้าวันที่สองของเมืองปากเซ ตื่นกันแต่เช้าก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือบ่ายคล้อยก็ถึงเมืองคง เราเลี้ยวขวาไปแขวงสาละวัน
แต่ได้แวะพักที่เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งก่อนถึงสาละวัน ชื่อว่าเมืองวาปี มีรีสอร์ท 2-3 แห่ง มีร้านค้าประมาณ 10-20 ร้าน ร้านอาหาร 2-3 ร้าน บรรยากาศยังคงแห้งแล้งเหมือนเดิม เช้าวันต่อมาก็เดินทางต่อไปแขวงสาละวันหยุดพักคืนหนึ่ง เมืองนี้ไม่มีอะไรพิเศษ เจ้าของเรือนพักบอกว่ามีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอาวุธสงคราม ไปถามใครก็ไม่รู้เรื่อง แม้ไปถามทหารดาวเต็มบ่าก็บอกว่าไม่มี นี่ล่ะลักษณะคนลาวเขา เช้าวันรุ่งขึ้นเราไปต่อเมืองตุ้มลาน ระยะทางร่วม70 โล เพื่อจะหาทางลัดไปเมืองพิน เพื่อจะไปต่อด่านลาวบ๋าวเข้าเวียดนาม แต่ไปเจอทางฝุ่นซึ่งเป็นระยะทาง ร่วม 100 กม. ไม่มีรถวิ่งมีแต่คนท้องถิ่น เราจึงต้องถอยกลับว่าจ้างรถยนต์กลับมาส่งที่เมืองคงเพื่อจะโบกรถไปเซโน เสียเวลาที่นี่ไป 2 คืน แต่เราก็ได้สัมผัสเมืองสาละวันเมืองในตำนานเพลงฮิตในอดีตของไวพจน์ เพชรสุพรรณ เออแต่ว่าก่อนถึงเมืองตุ้มลานจะมีทางเลี้ยวขวาไปเป็น 100 โลเหมือนกัน ผ่านเมืองตะโอ๊ย ไปจนถึงชายแดนด่านลาไล เข้าเวียดนามอีกช่องทางหนึ่ง เป็นทางดำ เห็นว่าข้อมูลคนลาวชาวบ้านแม้เจ้าหน้าที่ก็เชื่อถือไม่ค่อยได้นะ บางคนบอกว่าเคยไป ไปได้ อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า ( ปล. หลังจากเดินทางกลับมีเพื่อนนักปั่นบอกว่าน่าจะเป็นด่านที่เขาเคยเข้าลาวหลังจากที่เดินทางกลับออกจากเมืองเว้ และผ่านเมืองสาละวันไปปากเซและกลับไทยที่ช่องเม็ก โดยทีมนี้เริ่มต้นจากช่องเม็กเหมือนกันแต่ไปปากเซ เข้าอัตตะปือเข้าฮอยอัน ผ่านดานังและเว้ดังว่า
ยังไงท่านใดจะตามรอยขอให้เช้คข้อมูลอีกทีนะครับ)

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 16:54
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
ยังไงไม่ถึงเมืองเว้-ดานัง เสียทีชักจะถอดใจกลับบ้านจบทริปเสียแล้ว สุมหัวกันใหม่เอ้าไปต่อแต่ใช้ตัวช่วย เราจึงโบกรถบังเอิญได้รถปากเซ-เวียงจันทน์ 4 ชั่วโมงก็ถึงเมืองเซโน (อุทุมพร) จุดนี้ใกล้จากมุกดาหารเพียง 30 โลเอง เกือบ2ทุ่มจึงหาเรือนพัก เช้าวันรุ่งขึ้นเรามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกอีกครั้งหนึ่ง ปั่นไปได้ 70-80 โล ยังไม่ถึงเมืองพิน (ทางลัดที่เราจะมาจากตุ้มลาน) เพื่ออยากให้ถึงเป้าหมายเร็วๆ พวกเราต้องใช้ตัวช่วยอีกครั้งหนึ่ง ระยะทางช่วงนี้(เซโนถึงด่านลาวบ๋าว)ร่วม 300โล (ใช่ย่อยซะเมื่อไร) ถึงชายแดนก็เกือบค่ำ หาที่พักนอนเลยท่ารถไป ตั้งหลักวันพรุ่งนี้เช้าเข้าด่าน

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 17:47
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
จากที่พักไปไม่ถึงกิโลก็ถึงด่านลาวบ๋าว ใช้เวลาที่นี่เป็นชั่วโมง พวกลัดคิวเยอะถือพาสปอร์ตมาเป็นปึกๆ คงเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย)เราต้องเฝ้ารถไว้คนหนึ่ง เห็นฝรั่งคู่หนึ่งเขามาจอดทิ้งไว้เฉยเลย เราวิตกเกินเหตุไปหรือเปล่า อาจจะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วยหรือเปล่ามันจึงดูพลุกพล่านโดยเฉพาะพวกเวียดนามมาซื้อกล้วยจากลาวไปขาย เยอะจริงๆ พอเข้าเขตเวียดนามแล้วเขียวชอุ่มเย็นสบาย ผิดกับลาวลิบลับ เราแวะเมืองๆหนึ่งชื่อจำยากมาก เพื่อรอธนาคารเปิดนานทีเดียว แลกเงินดง คนละ 300 USD. เออแต่มาถึงบ้านเงินก็เหลือตั้ง 130 USD.นะครับ เทียบค่าเงิน 10.000 ดงเท่ากับเงินไทย 15 บาท เวลาบอกจำนวนเงิน เวียดนามจะตัดศูนย์ออก 3 ตัว เช่น 10.000 ก็บอก 10 (นับ 1 ถุึง 10 ว่า หมวด/ฮาย/บา/บ๋น/นำ/สาว/ให้/ตาม/จิน/เม่ย) กำเอิ้น=ขอบคุณ ก๊ก=แก้ว ด๋า=น้ำแข็ง ซินจ่าว=สวัสดี COM' =เกิ๋ม(ข้าว) PHO"= เฝอ (ก๋วยเตี๋ยว) BO'=โบ (เนื้อวัว) KA'=กา(เนื้อไก่) BA'NH=บ๋าน (ขนมปังแข็ง) BA'HN MY'=บ๋าน มี่ (ขนมปังแข็งยัดไส้) BUN'= บุ๋น (ขนมจีน)คล้ายๆไทยบางแห่งเรียกข้าวปุ้น ก็คงจะมาจากคำนี้เองนะ

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 18:31
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
ผ่านเมืองที่เราแลกเงินกันแล้ว เป็นขาลงเสียส่วนใหญ่ครับมุ่งหน้าสู่เมืองดองฮา เกือบถึงครับอีกสัก 30 โลก็ต้องพักนอนเป็นเมืองเล็กๆครับ เจ้าของโรงแรมเป็นตำรวจ พี่ใจดีให้ยืมเครื่องซักผ้า เช้าต่อมาจึงได่้เดินทางต่อทางทิศตะวันออกยังเมืองดองฮา พรรคพวกว่าอยากไปพักแถวริมทะเลสักคืน ชาวบ้านบอกว่าต้องไปอีก 30 โล เราจึงตัดใจผ่านเมืองเลี้ยวขวาไปต่อเมืองเว้ คู่ขนานไปกับรางรถไฟ แดดร้อนๆลมโชยกลิ่นปัสสาวะมาเป็นระยะ บ่ายเกือบเย็นก็ถึงเมืองเว้ เราผ่านเมืองเก่าไปเพื่อจะหาที่พักราคาถูกหน่อย แวะ ถามไปเรื่อยเก้ๆกังๆ ในที่สุดก็มีน้องใจดีคนหนึ่ง เธอเป็นนักแปลเอกสาร ขี่มอไซค์นำไปยังบ้านพักแห่งหนึ่งและเธอก็จากไป การสื่อสารก็ยากกว่าจะจูนกันรู้เรื่อง ลูกสาวก็เด็กมัธยม มีเปลี่ยนห้องวุ่นวายเธอแปลเวียดนามเป็นอังกฤษให้เราดูในจอ เช้าวันใหม่เราบุกเมืองเก่ากันเลยทีเดียว เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน พักที่เมืองเว้ 2 คืน แล้วเดินทางมุ่งลงใต้สู่เมืองดานังเป็นเป้าหมายต่อไป

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 19:46
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
จากเมืองเว้ ( Unseen สุดๆ) ไปต่อเมืองดานังเช้าวันต่อมา ความรู้สึกเหมือนเลียบฝั่งทะเลนะ กะว่าสัก 100 โลนะ ไปสักครึ่งทางก็แวะกินข้าวก่อนจะขึ้นเขา เจอทาง 2 แพร่ง เราเลือกเส้นขวา เพราะดูว่าเส้นซ้ายมันจะสูงไป พอขากลับจึงรู้ว่าทางซ้ายเป็นอุโมงค์ลอดเขาครับ ยาวเป็น ุ6 กิโลเชียว ถ้าไปเส้นนี้ก็จะไม่ได้ปั่นเลียบฝั่งทะเลที่สวยงามนะซี โชคดีเราเลือกได้เหมาะดีได้บรรยากาศ มันจะลอดทางเส้นซ้ายไปแล้วปีนเขาไปเรื่อยๆ ฝั่งทะเลสูงชันมาก สัก 10 โลนิดๆก็ถึงจุดสูงสุด มีรถทัวร์จอด มีร้านขายของ โอยตื่นตาตื่นใจสายหมอกดังกับควันไฟ พัดโหมมาในเวลา 4 โมงเย็น พอๆกับเมืองซาปาเลยทีเดียว บอกไว้อย่าง "ซื้อของร้านไหนเข้าห้องน้ำร้านนั้น" (เท่านั้น)จะเข้ากันฟรีๆไม่ได้ ปั่นลงถึงตีนเขาประมาณ 10 โล ที่เหลือเป็นทางเรียบสู่เมืองดานัง อีก 20-30 โล

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 20:45
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
และแล้วเราก็เข้าสู่เมืองดานังเกือบค่ำเราขี่มุ่งสายตรงเรื่อยๆไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาดานังเป็นเมืองใหญ่ สุดท้ายสมควรแก่เวลาก็หาที่พักได้โรงแรมขวามือ ราคาแพงนิดหนึ่งก็สมราคาครับ หาอาหารกินแถวร้านใกล้ๆ เจ้าของโรงแรมบอกเที่ยงคืนจะมีการจุดพลุสวยอลังการมาก แต่พวกเราก็อยากจะพักผ่อนมากกว่า ก็เลยไม่รู้ว่าพลุตรุษจีนของเมืองเวียดนามเป็นยังไง เช้าต่อมาก็เดินทางต่อไปยังเมืองฮอยอันเป็นเป้าหมายสุดท้ายเป็นของแถม ช่วงนี้ไม่ไกลเพียง 3-40 โลเอง (ว่าไปแล้วแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถาน ดูตามโบรชัวร์ไม่น่าสนใจจะคล้ายๆทางเขมรแต่เล็กกว่ามาก) ขี่ไปสักพักก็ชนเข้ากับแม่น้ำเลยหามุมถ่ายรูปกันใหญ่ ถามทางเขาบอกต้องข้ามสะพานหัวมังกรไป ตามทางเลียบฝั่งทะเลไปจนถึงฮอยอันในเวลาบ่าย เลือกพักริมทะเล หากเข้าตัวเมืองต้องแยกไปอีก5-6โล เป็นเมืองจีนโบราณ มีพวกวัยรุ่นไทยนิยมมาเที่ยว เพื่อตามรอยของภาพยนตร์เรื่อง "ฮอยอันฉันรักเธอ" เป็นบ้านริมน้ำ มีบ้านบางหลังที่เก็บค่าเข้าชมเพราะเขาอนุรักษ์และจัดเครื่องใช้ต่างๆไว้ให้ชม เราเคยเห็นชุมชนชาวจีนในภูเก็ตแล้วก็ไม่เห็นแปลกอะไรมาก

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 04 มี.ค. 2019, 21:32
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
การเดินทางของพวกเรามาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจแล้วครับว่าจะเดินทางกลับยังไง ทางเลือกที่ 1 ขึ้นรถไฟไปลงไซ่ง่อนเกือบ 1,000 กม. ปั่นเข้าเขมร 3-4 วัน ผ่านพนมเปญถึงชายแดนไทยอีก 5-6 วัน เข้าไทยที่จันทบุรี หารถไฟกลับลำปางแล้วปั่นต่อถึงเชียงราย ทางเลือกนี้น่าจะเป็นเดือน ทางเลือกที่ 2 ขึ้นรถไฟผ่านฮานอยไปลงลาวไกและปั่นขึ้นซาปา ต่อเมืองโพงโถ เมืองไล เมืองจา เดียนเบียนฟู ผ่านลาวเข้าไทย เส้นทางนี้ 10 วันอั้พ เราเลือกข้อ 3 ขึันรถกลับไทยดีกว่า วันเดียว 4 ต่อ ขากลับจากดานังต้องลอดอุโมงค์หลายกิโลนะ สุดท้ายถึงเมืองเซโนค่ำๆ พักกินไก่ปิ้ง เบียร์ลาวท่านรองเลี้ยงฉลองจบทริปกันที่นี่ วันสุดท้ายปั่นจากเซโนถึงสะหวันนะเขต 30 โล ติดฝั่งไทยผ่านด่านลาวข้ามน้ำโขง เข้าด่านไทย ปั่นไปมุกดาหารอีก 8 กม. จบทริปเพียงนี้ สวัสดีครับผม ( ปล.พี่หนวดดื้อไม่ยอมขึ้นรถกลับปั่นต่อมาถึงจังหวัดเลย ก็เซาอ้อดลอด ขึ้นรถ Go home )

Re: เมื่อหลงทางไปปากเซก็ถึงเว้-ดานังจนได้

โพสต์: 05 มี.ค. 2019, 13:55
โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว
ภาพเหล่านี้เป็นของแถมแล้วกัน เหนือคำบรรยาย