นายอิสระ
โพสต์: 26 เม.ย. 2010, 12:26
ฝรั่งหัวใจไทยชื่อ 'นายอิสระ'
ด้วยวัย 44 คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชายคนหนึ่งจะปั่นจักรยาน รอบโลก หากร่างกายและจิตใจไม่กล้าแกร่งพอ แต่ภารกิจนี้เพื่อ “พ่อหลวง” หัวใจฝรั่งคนนี้ยอมรับว่า มีเกินร้อย ในการทุบสถิติเดิมที่ จูเลี่ยน ซาเยอร์ ได้ปั่นจักรยานรอบโลก 28,970 กิโลเมตร ในเวลา 165 วัน
ผู้ที่จะทำลายสถิติครั้งใหม่คือ อลัน เบท (นายอิสระ) นักปั่นน่องเหล็กจาก เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ซึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน ได้พักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ทำให้ฝรั่งคนนี้หลงรักเมืองไทยและประทับใจในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว จนทำให้เขาเตรียมตัวที่จะเปลี่ยนสัญชาติเป็นคนไทยใช้นามใหม่ว่า“นายอิสระ”
การปั่นจักรยานเพื่อทำลายสถิติครั้งนี้ “นายอิสระ” ตั้งเป้าปั่นให้ได้ไกลกว่าสถิติเดิม 500 กิโลเมตรในเวลาที่เร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน
“ผมว่าพ่อสุดยอดที่สุด ผมรักพ่อ” นายอิสระ กล่าวถึงถ้อยคำที่พูดกับเพื่อนคนไทยและชาวต่างชาติอยู่เสมอ ในการชื่นชมพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สะท้อนผ่านโครงการหลวง จนทำให้ฝรั่งอย่างเขา “รักในหลวง” และพร้อมฝากชีวิตที่เหลือไว้ในอ้อมกอดของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในฐานะประชาชนชาวไทยของ “พ่อหลวง”
จากการอยู่เมืองไทยมา 3 ปี จนได้แต่งงานกับภรรยาชาวไทยมีลูกชาย 1 คน “นายอิสระ” มองว่า พระราชกรณียกิจหลายสิ่งที่ในหลวงได้ทรงมีพระราชดำริต่างมุ่งเน้นพัฒนาให้ ประชาชนอยู่ดีกินดี ตนและครอบครัวก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของสังคมไทยที่ได้รับประโยชน์จากพระราช กรณียกิจ จึงอยากตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ จึงคิดโครงการปั่นจักรยานรอบโลกเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เพราะเป็นสิ่งที่ถนัดและสามารถทำให้ชาวโลก รู้จักประเทศไทยได้
ตอนแรกที่มาเมืองไทยไม่เคยรู้ถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงมาก่อน แต่พอนานเข้าเพื่อนและภรรยาเล่าให้ฟัง และเข้าไปชมโครงการพระราชดำริต่าง ๆ จึงรู้สึกปลาบปลื้มในน้ำพระทัย ของพระองค์ที่เห็นได้จาก เมื่อ 30 ปีก่อนในภาวะที่โลกเกิดวิกฤติน้ำมัน พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟ ทั้งที่มีทางเลือกในการเสด็จพระราชดำเนินทางรถและเครื่องบิน แต่พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงภาวะวิกฤติเหล่านั้น
ทุกวันนี้ “นายอิสระ” อาศัยอยู่กับลูกและภรรยาใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย การปั่นจักรยานรอบโลกถวายในหลวงก็เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มี ต่อประชาชนชาวไทย และหวังจะให้การเดินทางครั้งนี้เป็นอีกแรงบันดาลใจให้กับเด็กไทยรุ่นใหม่ใน การก้าวมาเป็นนักกีฬาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้สอนเด็กท้องถิ่นเพื่อให้ก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาปั่นจักรยานเพื่อถวายในหลวงเพราะที่ผ่านมา 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2549 ปั่นจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ 760 กิโลเมตรใช้เวลา 26.04 ชั่วโมง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2550 ปั่นจากภูเก็ต-กรุงเทพฯ ระยะทาง 860 กิโลเมตร ใช้เวลา 29.15 ชั่วโมง และครั้งที่ 3 ปั่นจาก อ.เชียงของ เข้าตัวเมืองเชียงราย 105 กิโลเมตร ด้วยเวลา 2.42 ชั่วโมง สามารถทำลายสถิติโลกได้ทั้งหมด แต่ การปั่นรอบโลกครั้งนี้ เสมือนการเป็นตัวแทนคนไทยเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและบอกเล่าพระราชกรณียกิจของ ในหลวง ที่มีต่อประชาชน
ขณะเดียวกันก็มีคำถามตามมาถึงเหตุผลที่นักปั่นตาน้ำข้าวผู้นี้อยากเป็นคนไทย ซึ่งหากเป็นไปได้การทำลายสถิติโลกในครั้งนี้จึงอยากจดในฐานะคนไทยที่ชื่อ นายอิสระ ประชาชนผู้รักในหลวงและทำให้คนทั่วโลกตลอดเส้นทางการปั่นจักรยานรอบโลกได้ รู้จักวัฒนธรรมไทยมากขึ้น
“ผมอยากใช้ชื่อไทยว่า นายอิสระ เพราะปัจจุบันคนเกิดมาพร้อมประสาทสัมผัสที่เย้ายวนให้คนหลงในวัตถุจนเกินไป แต่จากประสบการณ์ ปั่นจักรยานมาหลายแห่งในเมืองไทยได้เห็นความงดงามหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ทำให้ รู้สึกชีวิตมีอิสระ”
สำหรับการปั่นจักรยานรอบโลกในครั้งนี้จะเริ่มสตาร์ตในวันที่ 31 มีนาคม 2553 ช่วงเวลา 20.00 น. บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยก่อนออกเดินทางจะไปร่วมลงนามถวายพระพรในหลวงที่ รพ.ศิริราช พร้อมทีมงานเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางก่อนจะปั่นจักรยานลงใต้ของไทย สู่มาเลเซีย สิงคโปร์ นั่งเครื่องบินไปลงยังเมืองเพิร์ท และปั่นไปที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย
ต่อยังเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ปั่นต่อไปที่เมืองซานฟรานซิสโกและนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา สู่เมืองฮาลิแฟกซ์ ทะลุอเมริกาใต้ ไปยังอาร์เจน ตินา อุรุกวัย บราซิล โปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส ข้ามฝั่งสู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้วย้อนไปฝรั่งเศสสู่เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี ตุรกี ลัดเลาะไปถึงเมืองอัมริตสาร ทางตะวันออกของ ประเทศอินเดีย ต่อไปถึงเมืองกัลกัตตา ตบท้ายด้วยปั่นระยะทาง 5 กิโลเมตรในพม่า มุ่งตรงสู่เมืองเชียงของประเทศไทย แล้วมาสิ้นสุดที่กรุงเทพฯ
เส้นทางที่ยากในการปั่นจักรยานครั้งนี้อยู่ที่ออสเตรเลีย เพราะเป็นระยะทางไกลและมีอุปสรรคของภูมิประเทศมากมาย โดยตอนนี้ตนพยายามใช้หลักจิตวิทยาในการไม่หาข้อมูลของพื้นที่เพิ่มเพื่อให้ เวลาปั่นจะได้ไม่รู้สึกท้อ และเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาน่าจะช่วยให้ผ่านไปได้ ส่วนเส้นทางสหรัฐอเมริกา สเปน อิตาลี เป็นระยะทางที่ไกลมีภูเขาซึ่งไม่เหมาะกับการปั่นจักรยานจึงต้องเพิ่มความ ระมัดระวัง และเส้นทางที่น่าเป็นห่วงอีกที่คือ ช่วงสุดท้ายในการปั่นเข้ากรุงเทพฯ เป็นช่วงที่ล้ามากที่สุดเพราะจะปั่นแบบไม่หยุด
“ไม่ว่าสุดท้ายจะปั่นจักรยานรอบโลกสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่เผยแพร่วัฒนธรรมไทยเพื่อให้ชาวโลกเห็นถึงความงดงาม ของประเทศและรับรู้ถึงพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยม ไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชน จึงอยากให้คนไทยร่วมเชียร์ ซึ่งตลอดการเดินทางจะมีการสื่อสารผ่านเฟซ บุ๊ก ไฮไฟว์และเว็บไซต์ตลอดการเดินทางเพื่อให้คนไทยและคนทั่วโลกได้รับรู้ถึงการ ทำลายสถิติในครั้งนี้ และขอขอบคุณ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ที่เป็นสปอนเซอร์ ในการเดินทางครั้งนี้”
นายอิสระ หรือ อลัน เบท เริ่มปั่นจักรยานมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ด้วยความที่ครอบครัวอัตคัดเพราะพ่อและน้องมีความพิการ ภาระทุกอย่างจึงตกมาอยู่ที่แม่ซึ่งมีอาชีพเพียงพนักงานทำความสะอาด ซึ่งความฝันของเขาถูกจุดประกายขึ้นด้วยนายจ้างในร้านซ่อมจักรยานที่เขาเป็น ลูกจ้าง ทั้งที่เริ่มแรกเขาคลั่งไคล้กีฬารักบี้จนหัวปักหัวปา แต่ในที่สุดนายจ้างในร้านจักรยานเห็นแววเลยพาเขาปั่นจักรยานไปบนยอดเขาแห่ง หนึ่งของเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เพื่อดักรอดูการแข่งขันปั่นจักรยาน และเมื่อแสงไฟของรถนำทางแยงตาและตามมาด้วยนักแข่งจักรยานหลายคัน เสียงโซ่และเกียร์จักรยานปลุกเร้าให้เด็กอย่างเขาเปลี่ยนฝันจากนักรักบี้ กลายมาเป็นนักปั่น จนช่วงแรกพ่อโกรธมาก แต่พ่อก็ยิ้มออกเมื่อลูกคว้ารางวัลชนะเลิศการปั่นจักรยานได้ และหลังจากนั้นก็ได้รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แข่งขันในรายการต่าง ๆ ทั่วโลก
ชาวไทยยังคงต้องคอยลุ้นกับภารกิจครั้งสำคัญของ “นายอิสระ” ว่าจะสามารถทำลายสถิติเดิมได้หรือไม่ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เห็นในดวงตาของเขาคือ ความมุ่งมั่นและศรัทธาต่อในหลวง
ด้วยวัย 44 คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชายคนหนึ่งจะปั่นจักรยาน รอบโลก หากร่างกายและจิตใจไม่กล้าแกร่งพอ แต่ภารกิจนี้เพื่อ “พ่อหลวง” หัวใจฝรั่งคนนี้ยอมรับว่า มีเกินร้อย ในการทุบสถิติเดิมที่ จูเลี่ยน ซาเยอร์ ได้ปั่นจักรยานรอบโลก 28,970 กิโลเมตร ในเวลา 165 วัน
ผู้ที่จะทำลายสถิติครั้งใหม่คือ อลัน เบท (นายอิสระ) นักปั่นน่องเหล็กจาก เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ซึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน ได้พักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ทำให้ฝรั่งคนนี้หลงรักเมืองไทยและประทับใจในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว จนทำให้เขาเตรียมตัวที่จะเปลี่ยนสัญชาติเป็นคนไทยใช้นามใหม่ว่า“นายอิสระ”
การปั่นจักรยานเพื่อทำลายสถิติครั้งนี้ “นายอิสระ” ตั้งเป้าปั่นให้ได้ไกลกว่าสถิติเดิม 500 กิโลเมตรในเวลาที่เร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน
“ผมว่าพ่อสุดยอดที่สุด ผมรักพ่อ” นายอิสระ กล่าวถึงถ้อยคำที่พูดกับเพื่อนคนไทยและชาวต่างชาติอยู่เสมอ ในการชื่นชมพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สะท้อนผ่านโครงการหลวง จนทำให้ฝรั่งอย่างเขา “รักในหลวง” และพร้อมฝากชีวิตที่เหลือไว้ในอ้อมกอดของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในฐานะประชาชนชาวไทยของ “พ่อหลวง”
จากการอยู่เมืองไทยมา 3 ปี จนได้แต่งงานกับภรรยาชาวไทยมีลูกชาย 1 คน “นายอิสระ” มองว่า พระราชกรณียกิจหลายสิ่งที่ในหลวงได้ทรงมีพระราชดำริต่างมุ่งเน้นพัฒนาให้ ประชาชนอยู่ดีกินดี ตนและครอบครัวก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของสังคมไทยที่ได้รับประโยชน์จากพระราช กรณียกิจ จึงอยากตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ จึงคิดโครงการปั่นจักรยานรอบโลกเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เพราะเป็นสิ่งที่ถนัดและสามารถทำให้ชาวโลก รู้จักประเทศไทยได้
ตอนแรกที่มาเมืองไทยไม่เคยรู้ถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงมาก่อน แต่พอนานเข้าเพื่อนและภรรยาเล่าให้ฟัง และเข้าไปชมโครงการพระราชดำริต่าง ๆ จึงรู้สึกปลาบปลื้มในน้ำพระทัย ของพระองค์ที่เห็นได้จาก เมื่อ 30 ปีก่อนในภาวะที่โลกเกิดวิกฤติน้ำมัน พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟ ทั้งที่มีทางเลือกในการเสด็จพระราชดำเนินทางรถและเครื่องบิน แต่พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงภาวะวิกฤติเหล่านั้น
ทุกวันนี้ “นายอิสระ” อาศัยอยู่กับลูกและภรรยาใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย การปั่นจักรยานรอบโลกถวายในหลวงก็เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มี ต่อประชาชนชาวไทย และหวังจะให้การเดินทางครั้งนี้เป็นอีกแรงบันดาลใจให้กับเด็กไทยรุ่นใหม่ใน การก้าวมาเป็นนักกีฬาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้สอนเด็กท้องถิ่นเพื่อให้ก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาปั่นจักรยานเพื่อถวายในหลวงเพราะที่ผ่านมา 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2549 ปั่นจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ 760 กิโลเมตรใช้เวลา 26.04 ชั่วโมง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2550 ปั่นจากภูเก็ต-กรุงเทพฯ ระยะทาง 860 กิโลเมตร ใช้เวลา 29.15 ชั่วโมง และครั้งที่ 3 ปั่นจาก อ.เชียงของ เข้าตัวเมืองเชียงราย 105 กิโลเมตร ด้วยเวลา 2.42 ชั่วโมง สามารถทำลายสถิติโลกได้ทั้งหมด แต่ การปั่นรอบโลกครั้งนี้ เสมือนการเป็นตัวแทนคนไทยเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและบอกเล่าพระราชกรณียกิจของ ในหลวง ที่มีต่อประชาชน
ขณะเดียวกันก็มีคำถามตามมาถึงเหตุผลที่นักปั่นตาน้ำข้าวผู้นี้อยากเป็นคนไทย ซึ่งหากเป็นไปได้การทำลายสถิติโลกในครั้งนี้จึงอยากจดในฐานะคนไทยที่ชื่อ นายอิสระ ประชาชนผู้รักในหลวงและทำให้คนทั่วโลกตลอดเส้นทางการปั่นจักรยานรอบโลกได้ รู้จักวัฒนธรรมไทยมากขึ้น
“ผมอยากใช้ชื่อไทยว่า นายอิสระ เพราะปัจจุบันคนเกิดมาพร้อมประสาทสัมผัสที่เย้ายวนให้คนหลงในวัตถุจนเกินไป แต่จากประสบการณ์ ปั่นจักรยานมาหลายแห่งในเมืองไทยได้เห็นความงดงามหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ทำให้ รู้สึกชีวิตมีอิสระ”
สำหรับการปั่นจักรยานรอบโลกในครั้งนี้จะเริ่มสตาร์ตในวันที่ 31 มีนาคม 2553 ช่วงเวลา 20.00 น. บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยก่อนออกเดินทางจะไปร่วมลงนามถวายพระพรในหลวงที่ รพ.ศิริราช พร้อมทีมงานเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางก่อนจะปั่นจักรยานลงใต้ของไทย สู่มาเลเซีย สิงคโปร์ นั่งเครื่องบินไปลงยังเมืองเพิร์ท และปั่นไปที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย
ต่อยังเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ปั่นต่อไปที่เมืองซานฟรานซิสโกและนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา สู่เมืองฮาลิแฟกซ์ ทะลุอเมริกาใต้ ไปยังอาร์เจน ตินา อุรุกวัย บราซิล โปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส ข้ามฝั่งสู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้วย้อนไปฝรั่งเศสสู่เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี ตุรกี ลัดเลาะไปถึงเมืองอัมริตสาร ทางตะวันออกของ ประเทศอินเดีย ต่อไปถึงเมืองกัลกัตตา ตบท้ายด้วยปั่นระยะทาง 5 กิโลเมตรในพม่า มุ่งตรงสู่เมืองเชียงของประเทศไทย แล้วมาสิ้นสุดที่กรุงเทพฯ
เส้นทางที่ยากในการปั่นจักรยานครั้งนี้อยู่ที่ออสเตรเลีย เพราะเป็นระยะทางไกลและมีอุปสรรคของภูมิประเทศมากมาย โดยตอนนี้ตนพยายามใช้หลักจิตวิทยาในการไม่หาข้อมูลของพื้นที่เพิ่มเพื่อให้ เวลาปั่นจะได้ไม่รู้สึกท้อ และเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาน่าจะช่วยให้ผ่านไปได้ ส่วนเส้นทางสหรัฐอเมริกา สเปน อิตาลี เป็นระยะทางที่ไกลมีภูเขาซึ่งไม่เหมาะกับการปั่นจักรยานจึงต้องเพิ่มความ ระมัดระวัง และเส้นทางที่น่าเป็นห่วงอีกที่คือ ช่วงสุดท้ายในการปั่นเข้ากรุงเทพฯ เป็นช่วงที่ล้ามากที่สุดเพราะจะปั่นแบบไม่หยุด
“ไม่ว่าสุดท้ายจะปั่นจักรยานรอบโลกสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่เผยแพร่วัฒนธรรมไทยเพื่อให้ชาวโลกเห็นถึงความงดงาม ของประเทศและรับรู้ถึงพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยม ไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชน จึงอยากให้คนไทยร่วมเชียร์ ซึ่งตลอดการเดินทางจะมีการสื่อสารผ่านเฟซ บุ๊ก ไฮไฟว์และเว็บไซต์ตลอดการเดินทางเพื่อให้คนไทยและคนทั่วโลกได้รับรู้ถึงการ ทำลายสถิติในครั้งนี้ และขอขอบคุณ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ที่เป็นสปอนเซอร์ ในการเดินทางครั้งนี้”
นายอิสระ หรือ อลัน เบท เริ่มปั่นจักรยานมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ด้วยความที่ครอบครัวอัตคัดเพราะพ่อและน้องมีความพิการ ภาระทุกอย่างจึงตกมาอยู่ที่แม่ซึ่งมีอาชีพเพียงพนักงานทำความสะอาด ซึ่งความฝันของเขาถูกจุดประกายขึ้นด้วยนายจ้างในร้านซ่อมจักรยานที่เขาเป็น ลูกจ้าง ทั้งที่เริ่มแรกเขาคลั่งไคล้กีฬารักบี้จนหัวปักหัวปา แต่ในที่สุดนายจ้างในร้านจักรยานเห็นแววเลยพาเขาปั่นจักรยานไปบนยอดเขาแห่ง หนึ่งของเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เพื่อดักรอดูการแข่งขันปั่นจักรยาน และเมื่อแสงไฟของรถนำทางแยงตาและตามมาด้วยนักแข่งจักรยานหลายคัน เสียงโซ่และเกียร์จักรยานปลุกเร้าให้เด็กอย่างเขาเปลี่ยนฝันจากนักรักบี้ กลายมาเป็นนักปั่น จนช่วงแรกพ่อโกรธมาก แต่พ่อก็ยิ้มออกเมื่อลูกคว้ารางวัลชนะเลิศการปั่นจักรยานได้ และหลังจากนั้นก็ได้รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แข่งขันในรายการต่าง ๆ ทั่วโลก
ชาวไทยยังคงต้องคอยลุ้นกับภารกิจครั้งสำคัญของ “นายอิสระ” ว่าจะสามารถทำลายสถิติเดิมได้หรือไม่ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เห็นในดวงตาของเขาคือ ความมุ่งมั่นและศรัทธาต่อในหลวง