ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพชรบูรณ์..ที่พอจะหาได้

ผู้ดูแล: เสือเพชรบูรณ์, V3 ป่าเลา

กฏการใช้บอร์ด
ที่อยู่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
ตอบกลับ
เสือเพชรบูรณ์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5735
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:50
Tel: 0801187686
team: ทีมเสือเพชรบูรณ์
Bike: Bianchi MUTT - Cannondale F3-Six13
ตำแหน่ง: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
ติดต่อ:

ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพชรบูรณ์..ที่พอจะหาได้

โพสต์ โดย เสือเพชรบูรณ์ »

ศาลหลักเมือง
สำหรับความเป็นมาของ "ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง" แห่งนี้ ได้รับการเล่าขานจาก คุณวิศัลย์ โฆษิตานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ได้ให้รายละเอียดไว้อย่างน่าสนใจว่า
เป็นศาลหลักเมืองที่มีลักษณะเด่นไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆก็คือ เป็นศาลหลักเมืองที่ทำด้วยหินทรายเป็นเสมาหินไม่ใช่ไม้ ซึ่งตามบันทึกกรมศิลปากรระบุว่า เป็นใบเสมาหินนี้นำมาจากอุทยานเมืองประวัติศาสตร์ศรีเทพสมัยทวารวดีที่มีความหลั่งไหลทางอารยธรรมขอมที่มีอายุกว่า 1,200 ปี เพราะฉะนั้นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงถือว่า ศาลหลักเมืองแห่งนี้มีความเก่าแก่มากที่สุดในประเทศไทย
ตำนานความเชื่อของคนเพชรบูรณ์จึงเชื่อกันว่า เป็นศาลหลักเมืองที่ตั้งอยู่บนกำแพงเมืองโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง เพราะมีกำแพงเป็นอิฐปนศิลาที่สามารถป้องกันปืนไฟที่นำมาใช้ในการรบยุคนั้น น่าจะเป็นสมัยสมเด็จพระชัยราชา สมเด็จพระจักรพรรดิ ซึ่งได้มีการโยงตำนานความเชื่อของคนโบราณว่า เวลาที่มีการสร้างกำแพงเมือง ตรงประตูเมืองจะต้องมีการฝัง อิน จัน มั่น คง ได้มีเรื่องเล่าสืบมาว่า คนชื่ออิน ชื่อจัน หาได้แล้ว แต่คนชื่อมั่น ชื่อคงยังหาไม่ได้ ปรากฏว่า ระหว่างที่หาอยู่นั้นก็ไปพบเณร 2 รูป ชื่อมั่น กับชื่อคงอยู่ที่วัดไตรภูมิ
ทหารจึงได้นำตัวไปให้เจ้าเมืองทำพิธีฝังทั้งเป็นที่ประตูเมือง แต่ก่อนที่จะนำสามเณรทั้ง 2 องค์นี้ไปฝังเจ้าอาวาสวัดไตรภูมิได้ร้องขอให้สามเณรทั้ง 2 ฉันอาหารเพลก่อน แต่เนื่องจากทหารตระเวนหามาหลายวันและกลัวจะไม่ทันพิธีจึงไม่ยอมตามคำขอร้องของเจ้าอาวาส
เจ้าอาวาสก็เลยโกรธสาปแช่งไว้ว่า ใครที่จะมาเป็นเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ขอให้อยู่ได้ไม่เกิน 3 ปีต้องมีอันเป็นไปและนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยมีเจ้าเมืองคนใดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดคนไหนอยู่ได้ถึง 3 ปีสักคนเดียวและสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเป็นปาฏิหาริย์ที่หาคำตอบไม่ได้


ศาลหลักเมืองแห่งนี้จึงถือเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของผู้คนเมืองเพชชรบูรณ์ทั้งหลายในแต่ละวันจะมีคนเดินทางมาสักการบูชา ขอพร บนบานศาลกล่าวตามความเชื่อของผู้คนเมืองนี้ก็คือ เวลาที่มีความทุกข์ร้อนและสิ่งที่ต้องการสิ่งใดเช่น ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งการรับราชการ ดำเนินธุรกิจ ลูกสอบเข้าเรียนก็จะมากราบขอพรจากองค์เจ้าพ่อหลักเมืองกันเป็นจำนวนมากและถ้าได้สมความปรารถนาก็จะมีการมาแก้บนด้วยการแสดงมโหรสพ อาทิ ลิเก ภาพยนตร์ตลอดทั้งปี หรือถ้าขับรถยนต์ผ่านก็จะพบว่า มีการให้สัญญาณแตร 3 ครั้ง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อหลักเมืองแสดงให้เห็นถึงการเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในจังหวัดนี้อย่างแท้จริง
คุณวิศัลย์ได้แสดงความรู้สึกที่มีต่อศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์ต่อว่า
"ปาฏิหาริย์ของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่ปรากฏชัดเจนที่สัมผัสได้ก็คือ ความสงบ ร่มเย็นเป็นสุขที่เกิดขึ้นแก่ชาวเมืองเพชรบูรณ์ เพราะเป็นเมืองที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ประชาชนมีความรักใคร่กลมเกลียวกัน และเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์เกี่ยวกับพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำอีกแห่งหนึ่งของประเทศ"
"... นอกจากนี้เวลาที่มีคู่บ่าวสาวแต่งงานใหม่ ๆ ก็มักจะต้องเดินทางไปกราบขอพรจากเจ้าพ่อหลักเมือง ให้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข และปกปักรักษาคุ้มครองเหมือนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวเมืองเพชรบูรณ์มาช้านาน"
ไม่ปั่นตอนนี้ แล้วจะไปปั่นตอนไหน..ล่ะ โดย..เสือคลองคล้า
เสือเพชรบูรณ์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5735
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:50
Tel: 0801187686
team: ทีมเสือเพชรบูรณ์
Bike: Bianchi MUTT - Cannondale F3-Six13
ตำแหน่ง: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
ติดต่อ:

Re: ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพชรบูรณ์..ที่พอจะหาได้

โพสต์ โดย เสือเพชรบูรณ์ »

ประวัติวัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๗ ถนนนิกรบำรุง ตำบลในเมืองอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๗ ไร่๓งาน ๓๓ ตารางวาตามโฉนดที่ดินเลขที่๘๓๐เล่ม๙หน้า๓๐อาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับที่ดินของเอกชนทิศใต้ติดต่อกับคลองตลุกทิศตะวันออกติดต่อกับถนนนิกรบำรุงทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินของเอกชน
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ การคมนาคมสะดวก อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถหลังใหม่ ศาลาการเปรียญเป็นอาคารไม้ยกพื้นสูง กุฎีสงฆ์ จำนวน ๑๓ หลัง อาคารเรียน พระปริยัติธรรม ๒ ชั้น พระวิหารหลวงพ่อเพชรมีชัย ศาลาธรรมสังเวชและฌาปนสถาน ปูชนียวัตถุของวัดมี พระประธานในพระอุโบสถ มีพระนามว่า “หลวงพ่องาม” พระประธานในพระวิหารมีพระนามว่า “หลวงพ่อเพชรมีชัย” นอกจากนี้มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ บูรณะเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุพระอรหันต์ และพระพุทธรูปบูชา พระเครื่อง พระพิมพ์ต่าง ๆ ตลอดจนวัตถุโบราณอื่น ๆ อีกด้วย
วัดมหาธาตุ สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๑๙๒๖ พระเจ้าเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเพชรบูรณ์เป็นผู้สร้างขึ้น ตามการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ซึ่งขุดพบลานทองจารึกในพระเจดีย์องค์ใหญ่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐ คงเป็นวัดที่ได้รับการทะนุบำรุงจากเจ้าเมืองให้เจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมาได้กลายสภาพเป็นวัดร้าง เล่ากันว่า เจ้าพระยาจักรี(สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) กับเจ้าพระยาสุรสีห์ (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท) เมื่อคราวยกทัพไปรบกับพม่าที่พิษณุโลก ได้นำไพร่พลมาทางเมืองเพชรบูรณ์ และได้กระทำพิธีบวงสรวงเพื่อชัยชนะที่วัดมหาธาตุ นอกจากนี้แล้วทางราชการยังเคยใช้สถานที่นี้ประหารนักโทษสำคัญอีกด้วย
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๔๗ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะประทับอยู่ที่เมืองเพชรบูรณ์ มีรับสั่งให้พระยาเพชรรัตน์ (เฟื่อง) เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ เกณฑ์ผู้คนมาทำการบูรณะวัดมหาธาตุครั้งใหญ่ ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ราว พ.ศ.๒๔๕๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกทรงรับน้ำจากหัวเมืองต่าง ๆ โดยเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ได้นำน้ำจากสระมนในวัดมหาธาตุไปร่วมพิธีด้วย
วัดมหาธาตุ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแต่เดิม ซึ่งมีใบเสมาของเก่าทำจากหินทรายปรากฏอยู่ แต่ได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้ผูกพัทธสีมาใหม่ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ มีพระภิกษุจำพรรษาประมาณปีละ ๕๐ รูป สามเณร ๘๐ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ.๒๔๘๓ มีทั้งแผนกธรรมและบาลี เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ.๒๕๐๙ ได้รับการสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๕ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๕
วัดมหาธาตุ มีพระเจดีย์ ทรงพุ่ม ข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สูง ประมาณ 4 วาเศษ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้คงสร้างมา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 2510 ทางกรมศิลปกรได้บูรณะพระเจดีย์องค์นี้ ได้ขุดพบลานทองจารึกใน พระเจดีย์องค์ใหญ่ หลังพระอุโบสถ และได้นำ โบราณวัตถุที่บรรจุเจดีย์นั้นขึ้นมาด้วย มีสิ่งหนึ่งที่ได้มาพร้อมกับพระเครื่อง พระบูชา เป็นรูปช้าง รูปหมู ในท้องหมูมีลานทองจาลึกอยู่ 3 แผ่น มีข้อความตามจารึกว่า "พระเจ้าเพชรบุรเป็นลูกพระญาอนรงปรดิสถาแล" เขียน เป็นคำปัจจุบันได้ "พระ เจ้าเพชรบุรเป็นลูก พระยาอันรงประดิษฐานไว้"จึงทำให้เราทราบว่า"เพชรบูรณ์"แต่เดิมนั้นเป็น "เพชรบุร"
ตั้งอยู่ถนนนิกรบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์
ประวัติความเป็นมาของวัดมหาธาตุ
นับ ตั้งแต่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ที่เมืองกุสินาราราชธานี ตราบเท่าจนถึงถวายพระเพลิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กษัตริย์เมืองต่าง ๆ มีความประสงค์จะได้พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ จึงพากันมายังเมืองกุสินารา เป็นเหตุให้เกิดการยื้อแย่งพระบรมสารีริกธาตุ จนในที่สุดโทณพราหมณ์ ได้ทำหน้าที่ตัดสินความ และได้จัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้โดยยุติธรรม
เรื่อง นี้ เป็นเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดนิยมเคารพบูชา โดยคิดว่าเมืองไหนที่มีพระบรมสารีริกธาตุ เมืองนั้นจะมีความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน ตามความในมงคลข้อว่า
เมื่อ พุทธปรินิพพานล่วงไปแล้วได้ประมาณ ๓๐๐ ปีเศษ พระสมณทูตสองรูป คือพระโสณและพระอุตตระ ได้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในท้องที่เขตสุวรรณภูมิ คนไทยและคนชาติอื่น ๆ ในเอเซียอาคเนย์ต่างก็ตื่นตัว และยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และถือคติเหมือนอินเดีย คือแต่ละประเทศ จะต้องมีสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ จึง ถือเป็น คตินิยมของคนไทยในสมัยต่อมาว่า ตรงไหนที่เป็นเมือง ตรงนั้นจะต้องมีพระบรมสารีริกธาตุประจำเมือง โดยถือว่าเป็นองค์แทนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นประมุขของพระพุทธศาสนา แต่ดูเหมือนจะมีได้เฉพาะแต่พระมหากษัตริย์ผู้ครองเมืองเท่านั้น สามัญชนหามีได้ไม่ พระบรมสารีริกธาตุ เป็นของควรแก่สักการะบูชาอย่างสูง คือเป็นของสูงสุด ไม่เหมาะสมที่จะครอบครองไว้เป็นส่วนตัว จำเป็นที่จะต้องประดิษฐานไว้ ณ สถานที่อันเหมาะสมพระเกียรติ เพื่อให้เป็นที่สักการบูชาของประชาชนทั่วไปทั้งเมืองเมื่อ จะ สร้างพระเจดีย์ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ควรที่จะต้องอยู่ในวัด จึงต้องมีการสร้างวัด ชื่อวัดก็จะต้องพิเศษกว่าวัดอื่น ๆ เพราะเป็นวัดสร้างถวายพระพุทธเจ้า และวัดดังกล่าวนี้ สมควรจะต้องอยู่ในวัง พร้อมกับให้ชื่อว่า วัดมหาธาตุ แปลว่า วัดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ควรแก่การสักการะบูชายิ่งใหญ่ ถึงแม้บางเมือง จะมีชื่อแตกต่างกันไปบ้าง ก็ย่อมจะไม่ทิ้งความหมายเดิมเพราะอยู่ต่างเมืองที่ห่างไกลกัน เช่น วัดมหาตุ วัดธาตุ วัดบรมธาตุ วัดพระศรีรัตนะมหาธาตุ เป็นต้น จึงถือว่าเป็นขัตติยประเพณีการสร้างเมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสมัยสุโขทัยเป็นราชธานีว่า จะสร้างเมืองก็ต้องสร้างวัดมหาธาตุ ที่เรียกว่า สร้างวังสร้างวัด ตรงไหนมีเมือง ตรงนั้นก็จะต้องมีวัดมหาธาตุเช่นวัดมหาธาตุเมืองศรีสัชชนาลัย เมืองสุโขทัย เมืองพิษณุโลก เป็นต้น
ดังนั้น จึงเห็นว่า วัดที่มีชื่อว่า วัดมหาธาตุ จึงมีอยู่มาก
ไม่ปั่นตอนนี้ แล้วจะไปปั่นตอนไหน..ล่ะ โดย..เสือคลองคล้า
เสือเพชรบูรณ์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5735
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:50
Tel: 0801187686
team: ทีมเสือเพชรบูรณ์
Bike: Bianchi MUTT - Cannondale F3-Six13
ตำแหน่ง: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
ติดต่อ:

Re: ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพชรบูรณ์..ที่พอจะหาได้

โพสต์ โดย เสือเพชรบูรณ์ »

อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกตามทางหลวงหมายเลข 2006 ประมาณ 8 กม. เป็นแหล่งพักผ่อนริมน้ำที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นห้วยป่าแดงในเขตตำบลป่าเล่า อ่างเก็บน้ำนี้แวดล้อมด้วยทัศนียภาพของขุนเขาและสายน้ำที่งดงามโดยเฉพาะในยามเช้าตรู่และยามเย็น ช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น-ลง ประชาชนนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งรับประทานอาหาร สังสรรค์กับเพื่อฝูง ในบริเวณมีร้านขายอาหารบริการ อาหารที่ขึ้นชื่อคือ อาหารจำพวกปลาน้ำจืด เช่น ปลาเผา ปลาทอด

เมื่อฤดูแล้ง เกษตรกรในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ต้องเดือดร้อน ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักมาทุก ๆ ปี ด้วยเหตุนี้ กรมชลประทานจึงได้ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงขึ้น เมื่อ พ.ศ.2500 แล้วเสร็จใน พ.ศ.2550 เพื่อเก็บกักน้ำในลำห้วยป่าแดงไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม ตลอดจนการประปา ของราษฎรในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามแผนพัฒนาของคณะกรรมการจังหวัดภาคเหนือ
โครงการฯ นี้ สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรใช้ในการเพาะปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกสำหรับการปลูกข้าวนาปี ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน - ต้นเดือนพฤศจิกายน พื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 13,560 ไร่ ส่วนครั้งที่ 2 ส่งน้ำให้ใช้เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ได้แก่ ถั่วเขียว ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม - ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยปริมาณน้ำที่ใช้ปีละประมาณ 1,800,000 - 2,500,000 ลบ.ม.
อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง ตั้งอยูู่ที่บ้านป่าแดง หมู่ที่ 3 ตำบลป่าเลา อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ทั้งปี ประมาณ 25 ล้าน ลบ.ม. ระดับเก็บกัก +158.60 ม. (รทก.) ความจุของอ่างฯ 20,700,000 ลบ.ม.
ในการส่งน้ำให้เกษตรกร ทางโครงการฯ จะส่งด้วยระบบคลองส่งน้ำ โดยแบ่งพื้นที่ส่งน้ำออกเป็น 2 โซน โซนแรกอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำห้วยป่าแดง รับน้ำจากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายคลองซอย 1 ขวา และคลองซอย 2 ขวา ส่งผ่านคูน้ำจำนวน 35 สาย และท่อส่งน้ำเข้านาจำนวน 8 ท่อ โซนที่ 2 อยู่ฝั่งขวาของลำห้วยป่าแดง รับน้ำจากคลองสายใหญ่ฝั่งขวา คลองซอย 1 ซ้าย และคลองซอย 2 ซ้าย ส่งผ่านคูน้ำจำนวน 18 สาย และท่อส่งน้ำเข้านาจำนวน 9 ท่อ รวมพื้นที่ส่งน้ำทั้ง 2 โซน จำนวน 13,560 ไร่
ปัจจุบัน กรมชลประทานอนุญาตให้ 3 หน่วยงาน สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงไปผลิตน้ำประปา เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนและให้หน่วยทหารในสังกัดใช้อุปโภคบริโภค ได้แก่ การประปาเพชรบูรณ์ จังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ และกองพลทหารม้าที่ 1 รวมปริมาณน้ำทั้ง 3 หน่วยงาน ที่สูบไปใช้ผลิตน้ำประปาได้ เฉลี่ยปีละประมาณ 3,240,000 ลบ.ม.
ไม่ปั่นตอนนี้ แล้วจะไปปั่นตอนไหน..ล่ะ โดย..เสือคลองคล้า
เสือเพชรบูรณ์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5735
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:50
Tel: 0801187686
team: ทีมเสือเพชรบูรณ์
Bike: Bianchi MUTT - Cannondale F3-Six13
ตำแหน่ง: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
ติดต่อ:

Re: ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพชรบูรณ์..ที่พอจะหาได้

โพสต์ โดย เสือเพชรบูรณ์ »

ถ้าใครมี อุทยานวิทยาศาสตร์หนองนารี อ่างเก็บน้ำห้วยป่าเลา สำนักสงฆ์เขาธงทอง โหลดข้อมูลมาเพิ่มเติมให้ด้วยครับ
ไม่ปั่นตอนนี้ แล้วจะไปปั่นตอนไหน..ล่ะ โดย..เสือคลองคล้า
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือเพชรบูรณ์”