หลักๆ การใช้งาน Wko สิ่งหลักคือ สร้างระบบ fitness level
CTL ATL TSB
CTL ค่าฟิตเนส สะสม Aerobic capacity หรือ long term training สร้างมาจาก Point ของ ATL ประกอบด้วย ความหนัก Intensity (IF) ///
TSS (intensity ความหนัก % LT Power หรือ LT HR ข+ Duration เวลา) **Lactate threshold*** Power และ HR
ATL ความหนักประจำวัน อาจจะลง คอท หรือ ไปขึ้นเขาเวลา นานๆ เส้นกราฟ ของ ATL จะพุงขึ้นสูง หมายถึง if และ tss hr
TSB จะเป็นตัวบ่งบอกถึง การพัก หรือ ซ้อมหนักไปหรือ ไม่ซ้อมเลย ส่วนมากค่าจะอยู่แดน ติดลบ - แดน +คือไม่ซ้อมเลย
แล้วเมื่อไหร่ ควรพัก tsb - มากกว่า -30 // -40 -30 ยังคงซ้อมไหว -40 ควรหยุดซ้อมให้พัง อาจจะให้ Tsb -20 ถึงกลับมาซ้อมใหม่
CTL นั้นสำคัญ ฉนัย
เช่น CTL มีค่า 50 LTPower 260w LTHR 175
ถ้าสร้าง form ของ CTL ได้ถึง 100 CTL อาจจะมีค่า LTPower 300w LTHR 170
เรียกว่า Peak แต่ Peak ไม่สามารถ แช่ได้ทั้งปี อาจจะทำ Peak ที่ 120 3-4 Peak ในรอบ 1 ปี เมื่อตัวเลข แตะถึง 120 ก่แข่งเสร็จ recovery ให้ตัวเลข อาจจะไปอยู่ ctl 80 หรือ 100 ก่ได้
แต่รายกายใหญ่ รายการเดี่ยวกะหวังผล อาจจะซ้อม ที่ CTL 60 ต้นปี แล้วสร้างไปถึง 140 CTL และ off season เลย
สำหรับ ส่วนของ activity
เอาไว้หา zone ซ้อม ว่าเราต้องการซ้อมช่วงใหนของระบบ vo2max เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการเช่น
ยากเพิ่มระดับ vo2max อาจจะสร้างคอท ให้ Peak ของ vo2max ชนขอบที่ 100%
หรือต้องการให้ทนในช่วง **Lactate threshold*** ให้ซ้อมช่วง 65-85% ของ vo2max use current

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ อันหลักๆของ WKO4 /// TP เน้นสร้าง Peak ส่วนกราฟอื่นๆ เป็นส่วนเสริม Detail เล็กๆน้อย พอให้รู้
