หน้า 1 จากทั้งหมด 2
สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 12 เม.ย. 2010, 15:49
โดย macma
ผมมีโปรแกรมจะไปไหว้พระ 9 วัด โดยจะขับรถไปจอดที่วัดสระเกศ แล้วนั่งแท็กซี่หรือเดินไปตามวัดต่างๆ มานึกๆ ดู ขี่จักรยานไปก็ได้นี่นา เดี๋ยวเอาใส่รถไปด้วย 2 คัน โดยจะเริ่มต้นจากวัดสระเกศ ขี่มาไหว้ศาลหลักเมือง วัดโพธิ์ วัดสุทัศน์ วัดพระแก้ว ทีนี้ มันต้องข้ามไปวัดอรุณ วัดระฆัง ด้วย อยากทราบว่าผมเอาจักรยานข้ามไปได้ด้วยไหม ต้องเข้ายังไง เสียค่าข้ามเพิ่มหรือปล่าว (พอดีไม่เคยเห็นเลยครับ อีกอย่างเคยข้ามเรือตั้งแต่สมัยค่าข้าม 1 บาทเอง จะได้รู้ว่าควรเอาไปหรือไม่เอาไปดี)
อีกอย่าง เอาไป 2 คัน มีโซ่ล๊อคแบบเป็นรหัส เวลาไปนี่ จอดกันแถวไหนยังไงครับ อย่างเช่นไปวัดพระแก้ว ควรจอดที่ไหนดี ผมสอนอยู่ที่ศิลปากรด้วย หรือต้องเอาไปจอดในมหาวิทยาลัย กลัวหายครับ เดี๋ยวจะไม่สนุกเอา
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 12 เม.ย. 2010, 15:49
โดย macma
เอาข้อมูลมาฝากด้วยเลยครับ
ไหว้พระ 9 วัด เป็นคำเรียกการตระเวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดและศาลเจ้าที่มีชื่อ เสียง 9 แห่งในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมเพราะเชื่อว่าจะเกิดสิริมงคลตามชื่อของสถานที่ โดยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่งเหล่านั้นได้แก่
• วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วัดกัลยา, วัดซำปอกง) เชื่อว่าจะทำให้ "เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรี"
• วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร (วัดชนะสงคราม) เชื่อว่าจะทำให้ "มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง"
• วัดพระเชตุพนวิมล มังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เชื่อว่าจะทำให้ "ร่มเย็นเป็นสุขดุจอยู่ใต้ร่มโพธิ์"
• วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เชื่อว่าจะทำให้ "แก้วแหวนเงินทองไหลมาเทมา"
• วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) เชื่อว่าจะทำให้ "ชื่อเสียงโด่งดังดุจเสียงระฆัง"
• วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดสุทัศน์) เชื่อว่าจะทำให้ "มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป"
• วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) เชื่อว่าจะดลให้ "ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน"
• ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าจะเป็น "หลักชัยชีวิตใหม่" (ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนา บารมี)
• ศาลเจ้าพ่อเสือ เชื่อว่าจะ "เสริมอำนาจบารมี"
อนึ่ง บางตำราจะให้ไปไหว้วัดราชนัดดารามวรวิหาร (วัดราชนัดดา) แทนศาลเจ้าพ่อเสือ ด้วยเหตุที่วัดราชนัดดาเป็น "โลหะปราสาทหนึ่งเดียวในสยาม"
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 12 เม.ย. 2010, 15:52
โดย macma
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
คติ : วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ประวัติ/ความเป็นมา วัดสุทัศเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นพระอามามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสิน...
คติ : วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป
เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดสุทัศเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นพระอามามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อ "วัดมหาสุทธาวาส" วันนี้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2350 เสร็จสมบูรณ์ พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุทัศเทพวราราม"
ที่พระวิหารมี "พระศรีศากยมุนี" เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วย สำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา บานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์อื่น ๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ. 2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน
การ เดินทาง
วัดสุทัศเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร สามารถโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 42 รถปรับอากาส สาย ปอ. 10, 12, 42
............................................................
ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร
คติ : "ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนา บารมี" บูชาพระด้วย ดอกบัวกับธูป 3 ดอก ไหว้องค์เสาหลักเมืองจำลองด้วยผ้าแพร 3 สี พวงมาลัย แล้วนำพวงมาลัยไปไหว้เสาหลักเมืององค์จริง เสร็จแล้วไหว้เทพเทพารักษ์ ทั้ง 5) ...
คติ : "ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนา บารมี"
บูชาพระด้วย ดอกบัวกับธูป 3 ดอก ไหว้องค์เสาหลักเมืองจำลองด้วยผ้าแพร 3 สี พวงมาลัย แล้วนำพวงมาลัยไปไหว้เสาหลักเมืององค์จริง เสร็จแล้วไหว้เทพเทพารักษ์ ทั้ง 5)
ประวัติ / ความเป็นมา
การสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ได้โปรดเกล้าฯ ให้กระทำพิธียกเสาหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2326 เวลา 6.45 น. ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะซ่อมแซมใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2395 เสาหลักเมืองสร้างด้วยไม้ชัยพฤกษ์ สูงพ้นดิน 108 นิ้ว ส่วนที่ฝังอยู่ในดินยาว 79 นิ้ว มียอดสวมลงบนเสา ลงรักปิดทองสำหรับบรรจุชะตาเมือง ต่อมาในปี 2523 ได้มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ ในบริเวณนี้ยังมีศาลเทพารักษ์ ประดิษฐานเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี และมีการจัดละครรำ ละครชาตรี ไว้สำหรับให้ผู้ต้องการแสดงคารวะได้ว่าจ้างด้วยการรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ ตรงด้านข้างด้วย
สถานที่ตั้ง
บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนมหาไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การ เดินทาง
เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 15, 19, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 59, 60, 64, 65, 70, 80, 82, 91, 123, 201, 203 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 1, 6, 7, 8, 12, 25, 38, 39, 44
............................................................
ศาล เจ้าพ่อเสือ
คติ : "เสริมอำนาจบารมี" เครื่องสักการะ ธูป 15 ดอก เทียนแดงคู่-เทียนจีน ประวัติ / ความเป็นมา ตั้งอยู่ที่ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ เขตพระนคร บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุง...
คติ : "เสริมอำนาจบารมี"
เครื่อง สักการะ
ธูป 15 ดอก เทียนแดงคู่-เทียนจีน
ประวัติ / ความเป็นมา
ตั้งอยู่ที่ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ เขตพระนคร บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง เป็นศาลขนาดใหญ่ ภายในเคยมีเทพเจ้าจีน ทำด้วยทองคำหนัก 120 บาท แต่ถูกโจรปล้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 5 ขยายถนน ได้โปรดให้พระยาโชฎีราชเศรษฐีย้ายศาล มาไว้ที่ถนนตะนาว ตอนแรกชาวจีนไม่ยอมให้ย้าย อ้างว่าเจ้าไม่พอใจ บอกผ่านคนทรงว่าจะเกิดเหตุร้าย ในบ้านเมือง รัชกาลที่ 5 ต้องประกาศว่า ถ้าเจ้ายังทำนายดังนั้นจะเอาผิดกับคนทรง ชาวจีนจึงได้ยอมย้ายมาอยู่ในที่ปัจจุบัน อ้างว่าเจ้าพอใจสถานที่ใหม่แล้ว ภายในศาลเจ้าเป็นที่ประดิษฐานเจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เป็นที่เคารพนับถือของชาวจีน ชาวไทยเป็นอย่างมาก
สถานที่ตั้ง
ถนน ตะนาว เยื้องกับวัดมหรรณพาราม แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร
การเดินทาง
เดิน ทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96 รถปรับอากาศ สาย ปอ.42
............................................................
วัดบวรนิเวศวิหาร
คติ : พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก ประวัติ/ความเป็นมา วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวรมหาศักดิพ...
คติ : พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต
เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ.ศ. 2367 - 2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จมาประทับเมื่อปี พ .ศ. 2375 นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันทรงผนวช เป็นวัดของคณะ สงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย
สิ่ง สำคัญภายในวัดบวรนิเวศวิหาร ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นอาคารแบบตรีมุข หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบ ตรงกลางมีตรามหามงกุฎ พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธชินสีห์ วิหารพระศาสดา พระเจดีย์ใหญ่ และพระตำหนักปั้นหยา สถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้าฟ้าที่ทรงผนวช
การเดินทาง
วัด บวรนิเวศวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร สามารถโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 56, 68
............................................................
วัดชนะสงครามวรมหาวิหาร
คติ : มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง เครื่องสักการะสำหรับพระประธานในโบสถ์ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก เครื่องสักการะสำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท : ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบั...
คติ : มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง
เครื่อง สักการะสำหรับพระประธานในโบสถ์ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก
เครื่อง สักการะสำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท : ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตรโกสินทร์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายราชสามัญ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุ รสิงหนาท ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกถึง 3 ครั้ง จึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดชนะสงคราม"
วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย เป็นพระประธาน มีพระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ" ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ
การเดินทาง
วัด ชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่บนถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร สามารถเดินทางโดยรถประจำทาง สาย 33, 64, 65 หรือรถปรับอากาศ สาย ปอ. 3, 32, 33, 64, 65
............................................................
วัด พระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
คติ : เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้ ประวัติ/ความเป็นมา วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้...
คติ : เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย
เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อความสะดวกเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราช ประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดินเจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาว ที่สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1- 8
มีพระศรีรัตน เจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรม สารีริกธาตุมีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังที่มีระฆังซึ่งตีมีเสียงดังกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์และยัง มีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้นทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ สูงประมาณ 6 เมตร ตั้งประจำที่ช่องประตูพระระเบียง
การเดินทาง
วัด พระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งอยู่บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร สามารถโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 25, 32, 33, 59, 60, 70, 82, 91, 201, 203 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 2, 3, 6, 25, 32, 59, 60, 70, 82, 91, 201, 203, 512
............................................................
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
คติ : ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว ประวัติ/ความเป็นมา วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม วัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า “ว...
คติ : ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ
เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม วัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า “วัดบางว้าใหญ่” เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า "พระประธานยิ้มรับฟ้า" นอกจากนี้ ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่งทั้งบานประตู และฝาผนังรวมทั้งตู้พระไตรปิฏกสมัยกรุงศรีอยุธยา
วัดระฆังเคยเป็น ที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน การไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล
การเดินทาง
วัด ระฆังโฆสิตารามมรมหาวิหาร ตั้งอยู่บนถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย สามารถโดยรถประจำทาง สาย 19, 57 ส่วนทางเรือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยาแล้วลงที่ท่ารถไฟ หรือท่าวังหลัง หรือข้ามฝากที่ท่าช้างแล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง
............................................................
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
คติ : ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียนคู่ ประวัติ/ความเป็นมา วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็...
คติ : ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน
เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียนคู่
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดแจ้ง" ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอรุณราชวราราม"
ในสมัยกรุงธนบุรีวัดอรุณราชวรารามเคยเป็นที่ ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "ยักษ์วัดแจ้ง"
ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก" ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์
การเดินทาง
วัด อรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ สามารถโดยรถประจำทาง สาย 19, 57 หรือนั่งเรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน มาขึ้นที่วัดอรุณ
............................................................
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
คติ : ร่มเย็นเป็นสุข เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น ประวัติ/ความเป็นมา วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม "วัดโพธิ์" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ "...
คติ : ร่มเย็นเป็นสุข
เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดพระเชตุพนวิมล มังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม "วัดโพธิ์" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ "วัดโพธาราม" พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ. 2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า "พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ" และทรงสร้าง "พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกนิธาน" เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น "มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน" จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้
ที่วัดโพธิ์มี "พระพุทธเทวปฏิมากร" ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนพื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น 99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชการที่ 1- 4 แห่งกรุงรัตรโกสินทร์
ในปัจจุบันวัดโพธิ์เปิด อบรมเผยแพร่วิชาการแพทย์แผนโบราณ โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข
การเดินทาง
วัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร สามารถโดยรถประจำทาง สาย 12, 44, 82, 91 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 12, 32, 44, 91, 51
............................................................
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
คติ : เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก ประวัติ/ความเป็นมา วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เ...
คติ : เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล
เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแรัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โปรดให้ขุดคลองรอบพระอารามและพรราชทานนามว่า วัดสระเกศ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง
สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดทังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมับรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยาบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ
การเดินทาง
วัด สระเกศราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมหานาค แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
............................................................
วัด กัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
คติ : เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ ดอกไม้พวงมาลัย ประวัติ/ความเป็นมา วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร)
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 12 เม.ย. 2010, 21:04
โดย เสือทุ้ย
สำหรับท่าช้างหรือท่าพระจันทร์ ผมยังไม่เคยเอารถข้ามเองครับ
แต่เคยเห็นมีนักปั่นเอารถข้ามครับ รถผ่านช่องจ่ายเงินไม่ได้
แต่เขาจะเปิดประตูเลื่อนให้ เจ้าหน้าที่อาจหน้างอนิดๆ เราก็ทำไม่เห็นซะ
ค่าเรือสำหรับรถนั้นต้องเสียแน่ครับ ผมไม่ทราบว่าเท่าไรสำหรับท่าทั้งสองนั้น
แต่หากเป็นท่าน้ำเมืองนนท์(หอนาฬิกา) ผมเอาข้ามประจำ ค่าเรือของคน ๓ บาท
ของรถบาทเดียว น่าจะใกล้เคียงกันครับ
ส่วนการจอด ผมใช้วิธีฝากครับ ฝากตามที่จอดซึ่งมีเจ้าหน้าที่และรถเราอยู่ในสายตา
มือประนมสิบทิศ ทำตาแดงๆด้วยยิ่งดี แล้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
ว่าหาที่จอดไม่ได้เลยฮะ เมตตาผมเถอะก๊าบ ผมมันจน กลัวรถจะหาย ส่วนมาก จนท.
เขาจะสงสาร แล้วบอกให้ผูกไว้ตรงนี้แหละ ล๊อคให้ดีนะ เราก็จะได้ที่จอดฟรีแล้วครับ
หรือขอฝากตามร้านขายน้ำ อุดหนุนน้ำเขาหน่อย ส่วนมากจะโอครับ
แล้วขากลับเราก็ซื้อน้ำเขาอีกที ผมว่าชาวเสือเรากินน้ำจุทุกคน
เท่านี้ก็ได้ที่จอดอีกแล้วครับ ค่าจอดไม่เสีย เสียแต่ค่าน้ำ
ผมสนใจทริปของอาจารย์มากครับ เพราะผมสนใจงานศิลปะไทย
หากจะกรุณาและโอกาสตรงกัน ผมอยากติดตามผู้รู้ไปดูศิลปะไทยบ้าง
ปัญญาจะได้เกิด หากอาจารย์จะกรุณา ก็จะเป็นพระคุณแก่ผมอย่างสูงครับ
ขอบพระคุณครับ
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 13 เม.ย. 2010, 07:14
โดย จักรยานสีฟ้า
ท่าปิ่นเกล้าครับ คน 3 บาท จักรยาน 3 บาท ครับ
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 13 เม.ย. 2010, 11:34
โดย suktesud
จะไปข้ามแถวสาทรเดี๋ยวมาบอก
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 13 เม.ย. 2010, 11:46
โดย veenono
ข้ามได้ทุกท่าครับ แต่ก็ต้องเกรงใจเหมือนรถไฟฟ้าครับ คือ หากคนแน่นหรือเยอะมาก
เราก็ไปเที่ยวหน้า เพราะจักรยานเราจะเกะกะพอสมควร ผมเคยเอาข้ามมาหลายท่าแล้ว
ครับไม่มีปัญหาอะไร.
.
รอชมสรุปทริปอยู่นะครับ การไปไหว้พระแล้วใส่รายละเอียดมาแบบนี้ยอดมากๆครับ
เพิ่มเสน่ห์ให้ผู้ที่ยังไม่เคยไปได้เกิดความอยากไปดูไปรู้ตามที่เที่ยวต่างๆ
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 13 เม.ย. 2010, 12:30
โดย kwan it
เมื่อก่อนไปพระประแดง เคยแต่เอาขึ้นแพข้ามฝั่ง แต่ถ้าเป็นเรือข้ามฝั่งไม่แน่ใจครับ
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 13 เม.ย. 2010, 15:29
โดย ALMOND
พ่มเคยข้ามที่ท่าปากคลองตลาดไปวัดกัลยา ฯ คับ
เสียเจ็ดบาทคับ สามารถทำได้
(แต่เอา จย. ลงเรือด่วนไม่ได้คับ เขาไม่ให้ กะว่าจะไปเที่ยวเมืองนนท์ซะหน่อยเลยอด)
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 14 เม.ย. 2010, 10:09
โดย โอ๊ก
เรือข้ามฟากข้ามได้หมดครับ แต่เรือด่วนเจ้าพระยาห้ามจักรยานขึ้นนะครับ
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 18 เม.ย. 2010, 21:21
โดย จักรยานลูกอ่อน
ขอบคุณครับ สำหรับความรู้
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 02 พ.ค. 2010, 21:30
โดย crow
ขอบคุณเช่นกันครับ
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 08 พ.ค. 2010, 01:49
โดย Dhandranunda
แล้วถ้าเป็นจักรยานพับได้ จะนำขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยาได้มั้ยครับ?
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 10 พ.ค. 2010, 17:08
โดย Patov74
ค่าเรือข้ามฟาก
ท่าน้ำสาธุประดิษฐ์-ฝั่งพระประแดง คน 5 บาท จักรยาน 5 บาท รวม 10 บาทเรือจะคล้ายๆ เรือหางยาวแต่ขนาดใหญ่ ขึ้นลงลำบากหน่อยแต่ก็ดีกว่าปั่นอ้อมไปสะพานกรุงเทพฯครับ
ท่าน้ำสี่พระยา-คลองสาน 5 บาท เที่ยวสุดท้ายเที่ยงคืน ขึ้นลงระวังโดนประตูดีดใส่
ท่าวัดบางน้ำผึ้ง(พระประแดง)-ุถนนสรรพาวุธ 5 บาท ทั้งคนและรถ เที่ยวสุดท้าย 20.20 (จากสรรพาวุธ) เป็นเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ ปรกติชาวบ้านจะขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาด้วย เราก็ตามๆเขาไป
ท่าพระจันทร์-วังหลัง 7 บาท (คน+รถ) ท่านี้เวลาขึ้นลงระวังโดนชนนะครับ ให้วัยรุ่นเค้าขึ้นลงก่อน เรามีรถไปทีหลังปลอดภัยกว่า
ถ้าจะจอดตามวัด ระวังดีๆนะครับ ของที่ติดกับรถต้องเก็บไปใ้ห้หมด
ไม่งั้นจะมีคนมาเก็บให้ครับ(แต่ไม่คืน) ผมว่าซื้อน้ำแล้วก็ฝากให้เขาดูให้ตามความเห็นข้างบนดีสุดครับ ได้ทั้งน้ำ ได้ทั้งน้ำใจ
Re: สอบถามหน่อยครับ เอาจักรยานข้ามเรือข้ามฝากได้ไหมครับ
โพสต์: 11 พ.ค. 2010, 00:49
โดย Dhandranunda
โอ๊ก เขียน:เรือข้ามฟากข้ามได้หมดครับ แต่เรือด่วนเจ้าพระยาห้ามจักรยานขึ้นนะครับ
แล้วจักรยานพับล่ะครับ สามารถขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยาได้รึเปล่าครับ?