โอภาส บัวลอยแซงยุ่นซิวแชมป์สเตจ4ปั่นทางไกล 04/04/2010
โพสต์: 05 เม.ย. 2010, 08:03
น่องเหล็กทีมชาติไทย โอภาส บัวลอย โชว์แกร่งแซง "หนุ่มปลาดิบ" โนดาระ ฮิดินาริ ขึ้นเขาซิวแชมป์เจ้าความเร็วสเตจที่ 4 ในขณะที่ "เจ้าบาส" ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ หลุดผู้นำอาเซียน หลัง อานัว มานาน เจ้าของแชมป์ทัวร์ ลังกาวี สปรินต์หน้าเส้นคว้าแชมป์ประจำวัน และมีเวลารวม 4 สเตจ เท่ากับนักปั่นไทย แต่สเตจที่ 4 ปั่นทำอันดับดีกว่า จึงพลิกกลับมานำเจ้าอาเซียนในการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2010
การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2010 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เส้นทาง อุบลราชธานี-มุกดาหาร-นครพนม รวมระยะทาง 933.7 กม. และเข้ามาสู่สเตจที่ 4 ของการแข่งขันในวันที่ 4 เม.ย. 53 ออกสตาร์ตจากตลาดอินโดนจีน จ.นครพนม ซึ่งทำให้นักแข่งได้เห็นบรรยากาศในยามเช้าของริมฝั่งโขง และหลังออกจากจุดสตาร์ตแล้ว ขบวนนักปั่นจะปั่นผ่านไปยัง จ.สกลนคร และไปเข้าเส้นชัยที่ จังหวัดมุกดาหาร รวมระยะทาง 207 กม. ซึ่งถือเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้
ส่วนเส้นทางแข่งขันในสเตจนี้ถือเป็นทางที่โหดที่สุด เพราะเหล่านักปั่นได้โชว์ความแกร่งกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขา และทันทีที่สัญญาณการแข่งขันเริ่มขึ้น เหล่านักปั่นออกโรงซัดกันทันที แต่นักปั่นจากทีมเจอรี่ เบอรี่ "รีจเนล เคียล" ที่มีเวลา 3 สเตจ เป็นผู้นำไม่ยอมให้ใครหนีออกจากกลุ่มไปได้ ตั้งทีมขึ้นมาอยู่ด้านหน้าเพื่อคุมเกม แต่นักปั่นหลายคนยังหาจังหวะที่จะหนีกลุ่มเพื่อไปขึ้นเขาก่อน
เกมจึงดุเดือดและเร้าใจตั้งแต่เริ่มต้น เพราะกลุ่มที่พยายามหนีจะถูกกลุ่มใหญ่ไล่ และสวนต่อทันที เมื่อถูกสวนกลุ่มใหญ่ก็ต้องตั้งทีมไล่กันอย่างสนุก จนกระทั่งเห็นว่าหนีกันไม่ออก จึงหยุดพักขา จนกระทั่งผ่านไป 20 กม. เกมกลับมาดุเดือดอีกครั้ง เมื่อนักปั่นจากทีมชิโมโน่ ประเทศญี่ปุ่น กระชากหนีออกมากลุ่มใหญ่ จากนั้นก็มีนักปั่นไล่ตามมาอีก 8 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมี "เจ้าโอ" โอภาส บัวลอย น่องเหล็กทีมชาติไทยหลุดออกมาด้วย เมื่อทั้ง 9 คน เข้ามารวมกลุ่มกันได้ ต่างช่วยกันผลัดนำเพื่อทำเวลาหนีจากกลุ่มใหญ่ และเมื่อเริ่มไต่เขาสูง กลุ่มนำเริ่มยืดเวลาออกจากกลุ่มใหญ่จนทิ้งห่างนานถึง 3 นาที และเมื่อเหลือระยะทางอีก 1 กม. ก่อนถึงเส้นชัย เจ้าความเร็ว โอภาส ที่มีความสามารถเฉพาะตัวในการขึ้นเขา ยกสองล้อคู่ใจหนีกลุ่ม โดยมี โนดาระ ฮิดินาริ ไล่มาติดๆ แต่จังหวะของโอภาสดีกว่า จึงเบียดน่องเหล็กจากแดนปลาดิบ หยิบเจ้าความเร็วในสเตจที่ 4 ไปครอง
ความมันส์เริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อผ่านเส้นชัยเจ้าภูเขาและเป็นทางลงเขายาว นักปั่นในกลุ่มนำตั้งความเร็วกันเกือบ 100กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อทำเวลาหนีจากกลุ่มใหญ่ ที่กำลังไล่บี้ขึ้นเขาขึ้นมา และเมื่อกลุ่มใหญ่มาถึงจุดลงเขา ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อน่องเหล็กจากอิหร่าน ซาฮัด นาสฮิ ที่ซัดเข้าโค้งมาเต็มที่ แต่กลับแหกจนตกเขา ต้องหามส่งโรงพยาบาลเต่างอยทันที และผลจากการเอกซเรย์ นักกีฬาไม่มีอาการแตกหัก แต่มีบาดแผลจากการล้ม
แม้จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่เกมการแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป จนมาถึงทางราบ กลุ่มใหญ่กลับมาประสานใจตั้งกลุ่มไล่ผู้นำอีกครั้ง โดยการไล่ล่าครั้งนี้มีน่องเหล็กจากทีมไจแอนเอเชีย, มาโคโปโล และ เคลลี่ เบเนฟิก มาช่วยกันไล่จาก 4นาที เหลือ 57 วินาที และไล่ทันกลุ่มผู้นำใน 2 กม. สุดท้าย จึงต้องชิงดำหาแชมป์ประจำวันกันหน้าเส้น และปรากฏว่าน่องเหล็กจากแดนเสือเหลือง อานัว มานาน ดีกรีแชมป์ทัวร์ ลังกาวี 2010 ยังแรงต่อเนื่อง ที่ปั่นเข้าวินด้วยเวลา 5.04.39 ชั่วโมง พร้อมขยับขึ้นมาเป็นผู้นำเวลารวม อาเซียน แทน "เจ้าบาส" ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ ที่มีเวลารวม 4 สเตจเท่ากัน คือ 13.22.33 ชม. แต่ อานัว คว้าแชมป์ประจำวัน จึงรั้งผู้นำอาเซียนไปด้วย
ในขณะที่ผู้นำเวลารวม 4 สเตจ ยังเป็นของ รีจเนล เคียล จากทีมเจอรี่ เบอรี่ ที่ปั่นเข้ามาเป็นอันดับ 2 ในสเตจที่ 4 โดยมีเวลารวม 4 สเตจ 13.21.55 ชม.
สำหรับวันที่ 5 เมษายน 2553 เป็นการแข่งขันในสเตจที่ 5 สตาร์ตจาก จ.มุกดาหาร- จ.อำนาญเจริญ ระยะทาง 186.3กม. สตาร์ตเวลา 10.00 น.
ข่าวจาก.............สยามกีฬา
การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2010 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เส้นทาง อุบลราชธานี-มุกดาหาร-นครพนม รวมระยะทาง 933.7 กม. และเข้ามาสู่สเตจที่ 4 ของการแข่งขันในวันที่ 4 เม.ย. 53 ออกสตาร์ตจากตลาดอินโดนจีน จ.นครพนม ซึ่งทำให้นักแข่งได้เห็นบรรยากาศในยามเช้าของริมฝั่งโขง และหลังออกจากจุดสตาร์ตแล้ว ขบวนนักปั่นจะปั่นผ่านไปยัง จ.สกลนคร และไปเข้าเส้นชัยที่ จังหวัดมุกดาหาร รวมระยะทาง 207 กม. ซึ่งถือเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้
ส่วนเส้นทางแข่งขันในสเตจนี้ถือเป็นทางที่โหดที่สุด เพราะเหล่านักปั่นได้โชว์ความแกร่งกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขา และทันทีที่สัญญาณการแข่งขันเริ่มขึ้น เหล่านักปั่นออกโรงซัดกันทันที แต่นักปั่นจากทีมเจอรี่ เบอรี่ "รีจเนล เคียล" ที่มีเวลา 3 สเตจ เป็นผู้นำไม่ยอมให้ใครหนีออกจากกลุ่มไปได้ ตั้งทีมขึ้นมาอยู่ด้านหน้าเพื่อคุมเกม แต่นักปั่นหลายคนยังหาจังหวะที่จะหนีกลุ่มเพื่อไปขึ้นเขาก่อน
เกมจึงดุเดือดและเร้าใจตั้งแต่เริ่มต้น เพราะกลุ่มที่พยายามหนีจะถูกกลุ่มใหญ่ไล่ และสวนต่อทันที เมื่อถูกสวนกลุ่มใหญ่ก็ต้องตั้งทีมไล่กันอย่างสนุก จนกระทั่งเห็นว่าหนีกันไม่ออก จึงหยุดพักขา จนกระทั่งผ่านไป 20 กม. เกมกลับมาดุเดือดอีกครั้ง เมื่อนักปั่นจากทีมชิโมโน่ ประเทศญี่ปุ่น กระชากหนีออกมากลุ่มใหญ่ จากนั้นก็มีนักปั่นไล่ตามมาอีก 8 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมี "เจ้าโอ" โอภาส บัวลอย น่องเหล็กทีมชาติไทยหลุดออกมาด้วย เมื่อทั้ง 9 คน เข้ามารวมกลุ่มกันได้ ต่างช่วยกันผลัดนำเพื่อทำเวลาหนีจากกลุ่มใหญ่ และเมื่อเริ่มไต่เขาสูง กลุ่มนำเริ่มยืดเวลาออกจากกลุ่มใหญ่จนทิ้งห่างนานถึง 3 นาที และเมื่อเหลือระยะทางอีก 1 กม. ก่อนถึงเส้นชัย เจ้าความเร็ว โอภาส ที่มีความสามารถเฉพาะตัวในการขึ้นเขา ยกสองล้อคู่ใจหนีกลุ่ม โดยมี โนดาระ ฮิดินาริ ไล่มาติดๆ แต่จังหวะของโอภาสดีกว่า จึงเบียดน่องเหล็กจากแดนปลาดิบ หยิบเจ้าความเร็วในสเตจที่ 4 ไปครอง
ความมันส์เริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อผ่านเส้นชัยเจ้าภูเขาและเป็นทางลงเขายาว นักปั่นในกลุ่มนำตั้งความเร็วกันเกือบ 100กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อทำเวลาหนีจากกลุ่มใหญ่ ที่กำลังไล่บี้ขึ้นเขาขึ้นมา และเมื่อกลุ่มใหญ่มาถึงจุดลงเขา ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อน่องเหล็กจากอิหร่าน ซาฮัด นาสฮิ ที่ซัดเข้าโค้งมาเต็มที่ แต่กลับแหกจนตกเขา ต้องหามส่งโรงพยาบาลเต่างอยทันที และผลจากการเอกซเรย์ นักกีฬาไม่มีอาการแตกหัก แต่มีบาดแผลจากการล้ม
แม้จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่เกมการแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป จนมาถึงทางราบ กลุ่มใหญ่กลับมาประสานใจตั้งกลุ่มไล่ผู้นำอีกครั้ง โดยการไล่ล่าครั้งนี้มีน่องเหล็กจากทีมไจแอนเอเชีย, มาโคโปโล และ เคลลี่ เบเนฟิก มาช่วยกันไล่จาก 4นาที เหลือ 57 วินาที และไล่ทันกลุ่มผู้นำใน 2 กม. สุดท้าย จึงต้องชิงดำหาแชมป์ประจำวันกันหน้าเส้น และปรากฏว่าน่องเหล็กจากแดนเสือเหลือง อานัว มานาน ดีกรีแชมป์ทัวร์ ลังกาวี 2010 ยังแรงต่อเนื่อง ที่ปั่นเข้าวินด้วยเวลา 5.04.39 ชั่วโมง พร้อมขยับขึ้นมาเป็นผู้นำเวลารวม อาเซียน แทน "เจ้าบาส" ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ ที่มีเวลารวม 4 สเตจเท่ากัน คือ 13.22.33 ชม. แต่ อานัว คว้าแชมป์ประจำวัน จึงรั้งผู้นำอาเซียนไปด้วย
ในขณะที่ผู้นำเวลารวม 4 สเตจ ยังเป็นของ รีจเนล เคียล จากทีมเจอรี่ เบอรี่ ที่ปั่นเข้ามาเป็นอันดับ 2 ในสเตจที่ 4 โดยมีเวลารวม 4 สเตจ 13.21.55 ชม.
สำหรับวันที่ 5 เมษายน 2553 เป็นการแข่งขันในสเตจที่ 5 สตาร์ตจาก จ.มุกดาหาร- จ.อำนาญเจริญ ระยะทาง 186.3กม. สตาร์ตเวลา 10.00 น.
ข่าวจาก.............สยามกีฬา
