หน้า 1 จากทั้งหมด 2

สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 02:56
โดย แม่โปเต้
สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โดย แม่โปเต้
รูปภาพ


เคยปั่นจักรยานผ่านเข้ามาใน ม.มหิดล ศาลายามั้ยคะ?

ใครที่เคยปั่นรถผ่านเข้ามาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตอนเช้าๆ วันธรรมดา
แล้วเห็นหญิงสาวผิวคล้ำรูปร่างสมบูรณ์ (ออกแนวล่ำสัน) เดินลงจากรถ Honda Jazz สีขาวที่มีจักรยานอยู่ข้างใน
ถือหนังสือ กระเป๋า และคอมพิวเตอร์พะรุงพะรัง พลางส่งยิ้มหวานทักทายแก๊งค์จักรยานไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่
หรือบางครั้งก็แอบมองตามตาละห้อยล่ะก็ ไม่ต้องแปลกใจนะคะ

แม่โปเต้เอง!!!

แม่โปเต้ทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยใกล้เมืองแห่งนี้มาห้าปีกว่าแล้วค่ะ
วันทำงานก็มักจะเห็นคนปั่นจักรยานผ่านเข้ามาเป็นกลุ่มๆ
ส่วนวันเสาร์อาทิตย์นี่ไม่ต้องพูดถึง ที่นี่แทบจะกลายเป็นชุมทางแก๊งค์จักรยานเลยทีเดียว
เพราะความที่มีที่จอดรถสะดวกสบาย ปลอดภัย มีห้องน้ำ โรงอาหาร 7-11 ครบครัน
อีกทั้งยังเป็นจุดตั้งต้นในการปั่น ทั้งแบบระยะทางสั้นๆ สำหรับมือใหม่
ประเภทปั่นรอบม. ปั่นจากมหิดล ข้ามสะพานลอย(ในเรื่อง Season Change)
ไปทางพุทธมณฑล-ถนนอุทยาน-ตลาดดอนหวาย
หรือไกลขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นกลุ่มที่ปั่นไปวัดไร่ขิง-สามพราน นครชัยศรี นครปฐม
ไม่ก็ไปทางตลาดลำพญา บางเลน บางหลวง
และกลุ่มที่ปั่นจริงจังอย่างเส้นกาญจนบุรี สุพรรณบุรี
หรือคนที่จะปั่นลงใต้ผ่านทางเส้นราชบุรี เพชรบุรี
หลายคนก็มาตั้งต้นหรือแวะพักที่นี่ด้วยเหมือนกัน
หรือบางคนอยากทุ่นแรงหน่อย จะจอดรถไว้ แล้วไปขึ้นรถไฟที่สถานีศาลายา
เพื่อย่นระยะทางปั่นออกไปอีกนิด ก็ไม่ผิดกติกาค่ะ :D

ยิ่งตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยกำลังปรับภูมิทัศน์คืนถนนให้คนและจักรยาน :o
คือลดช่องทางจราจรสำหรับรถยนต์ลงเหลือเพียง 2 เลน
แล้วปรับเป็นทางสำหรับจักรยานและคนเดินโดยเฉพาะ ก็ยิ่งปั่นสบายใหญ่เลยค่ะ :P :P :P

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:05
โดย แม่โปเต้
ที่สำคัญมากๆ (โดยเฉพาะสำหรับแม่โปเต้ หุหุ)
คือแถวนี้ของกินเพียบตั้งแต่เช้าไปยันย่ำรุ่ง
มีให้เลือกทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ อาหารไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น
อาหารคาว-หวาน ของรับประทานเล่น

ราคาก็มีตั้งแต่ระดับแผงลอยไปจนถึงระดับหูฉลามขึ้นเหลา
หรือถ้าอยากจะซื้อผัก-ผลไม้ ต้นไม้ กล้วยไม้ ของฝาก
ก็มีสารพัดทั้งแบบซื้อจากตลาด หรือจะลุยไปเลือกซื้อจากมือชาวสวนเองก็ย่อมได้
แถมยังมีตลาดนัดวันศุกร์ในมหาวิทยาลัยที่รวมเอาร้านอร่อยและของดีจากที่ต่างๆ
มาให้ชิมให้ช้อปกันตามอัธยาศัยอีก ถูกใจสาวนักเปิบอย่างแม่โปเต้เป็นที่ซู้ด.... :mrgreen:
(ล่าสุด แม่โปเต้ออกหนังสือกับเพื่อนๆ ชื่อ “เปิดตำรับ สำรับศาลายา” แล้ว มีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ค่ะ)

ด้วยเหตุนี้ล่ะค่ะ เวลาที่คิดไม่ออกว่าจะไปปั่นที่ไหนกันดี
เส้นทางของแม่โปเต้กับคุณสามีก็เลยมักจะมาตั้งต้นออกสตาร์ทกันที่มหิดล ศาลายาอยู่เรื่อย

ก็เลยเป็นที่มาของการ “ปั่นรอบ ม.” ในวันนี้

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:07
โดย แม่โปเต้
วันนี้อยู่ๆ ตื่นเช้าขึ้นมา ก็พบว่ากรุงเทพฯ ที่เคยร้อนอบอ้าว
กลับมีลมหนาวนิดๆ มาสะกิดให้ตื่นเต้นซะอย่างงั้น

คุณสามีซึ่งตื่นก่อนก็เลยรีบมาตะโกนปลุกให้ลุกมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปลองรถกัน

:o โอ้ว...ไม่นะ!!! (แอบร้องอยู่ในใจ)

เรื่องของเรื่องคือคุณหนุ่มนักปั่นเค้าไปรับอุปการะ
“น้องยักษ์” (GIANT Hardline 7200) กับ “น้องข้าวต้มมัด” (Bridgestone MUDROCK) มาจากเซียงกง

หลังจากปลุกปล้ำ เอ๊ย! ปลุกปั้นกันอยู่พักใหญ่
น้องทั้งสองก็แปลงร่างจากสุดโทรมเหลือแต่ซาก กลับมารับใช้ชาติได้อีกครั้งหนึ่ง
และหลังจากที่ลองปั่นเทสต์ระยะทางสั้นๆ วนๆ อยู่แถวบ้าน 2-3 ครั้งจนโอเคแล้ว
วันนี้ก็เลยอยากจะพาไปลองปั่นยาวๆ ดูบ้าง
ขอมาขนาดนี้ แถมลมฟ้าอากาศเป็นใจ ก็เลยจัดให้ค่ะ ตามประสาภรรยาที่ดี (รึเปล่า!!!)

เราขับรถออกจากบ้านกันแต่เช้าตรู่ โดยเปิดกระจกรับลมหนาวหลงฤดูกันไปตลอดทาง
พอถึงที่ศาลายาก็จัดการประกอบรถทั้งสองคันให้เรียบร้อย จากนั้นก็เริ่มออกสตาร์ท

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:12
โดย แม่โปเต้
สำหรับเส้นทางการปั่นในวันนี้ก็สบายๆ ค่ะ จากมหิดล
เราปั่นขึ้นสะพานลอยข้ามถนนบรมราชชนนี มุ่งหน้าไปทางพุทธมณฑลสาย 6
แวะซื้อแกงป่าแบบพื้นบ้านรสชาติเผ็ดร้อนจากร้าน “แกงป่านครสวรรค์” กลับไปฝากที่บ้าน
ก่อนจะกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามถนนรพช. นฐ. 3173
ลัดผ่านสวนและทุ่งนาไปออกวัดไทยาวาส หรือวัดท่ามอญ
ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ มีพระพุทธรูปเก่าแก่ล้ำค่าสมัยต้นรัตโกสินทร์
และมีชื่อเสียงในเรื่องวัตถุมงคลด้วย

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:13
โดย แม่โปเต้
...

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:14
โดย แม่โปเต้
...

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:16
โดย แม่โปเต้
...

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:20
โดย แม่โปเต้
วันนี้ “น้องยักษ์” กับ “น้องข้าวต้มมัด” โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียว แต่ละคันก็เด่นกันไปคนละแบบ
น้องยักษ์ นุ่มนวลแต่ไม่นุ่มนิ่ม ปั่นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนเจ้าข้าวต้มมัดที่ดูโบราณไม่แพ้กัน ก็ดีมีตรงที่ปั่นนิ่ง ควบคุมง่ายและปราดเปรียวออกแนวรถสปอร์ต

เราแวะจอดพักดื่มน้ำและเติมพลังกันเล็กน้อย ก่อนจะข้ามแม่น้ำท่าจีนไปทางตำบลขุนแก้ว
ที่ตำบลขุนแก้วนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตขนมชื่อดังคือ “ขนมเปี๊ยะหอมบ้านขุนแก้ว”
แม่โปเต้เคยชิมขนมเปี๊ยะของร้านนี้ที่สาขาตลาดดอนหวายแล้วติดใจในความหอมและนุ่ม
จนเวลากลับบ้านที่ต่างจังหวัดต้องซื้อไปฝากญาติผู้ใหญ่เป็นประจำ
นอกจากนี้ที่ร้านยังทำขนมปังสังขยาสารพัดไส้ อาทิ ใบเตย ชาเย็น และไส้โอวัลตินด้วย
(ร้านนี้มีหลายสาขา ใครสนใจเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ http://bankhunkeaw.com ค่ะ ของเค้าดีจริงๆ) :lol:

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:22
โดย แม่โปเต้
:D :D :D ...

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:24
โดย แม่โปเต้
หลังจากปั่นเลียบแม่น้ำท่าจีนไปตามถนนขุนแก้วสักพักหนึ่ง
แวะชมจักรยานร้านข้างทางเล็กน้อย ก็ถึงตัวอำเภอนครชัยศรี
ปกติถ้าปั่นมาทางนี้แม่โปเต้ก็มักจะชวนคุณสามีแวะรับประทานอาหารที่ร้านในตลาดท่านา
แต่วันนี้ เนื่องจากมีเวลาไม่มาก ก็เลยปั่นย้อนกลับมาทางถนนเส้นในที่มุ่งไปทางศาลายา หรือทางหลวงชนบท นฐ.4006
เพื่อแวะรับประทานอาหารเช้าควบเที่ยงกันที่ร้านอาหารอีสานเจ้าประจำอีกร้านหนึ่ง
คือ “ร้านตู่ ส้มตำ” แทน

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:25
โดย แม่โปเต้
...

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:27
โดย แม่โปเต้
พอไปถึงคุณสามีก็ร้องสั่งแบบไม่ต้องดูเมนูว่า

“เอาไก่ย่างครึ่งตัว ตำปูลาร้า ตำซั่ว ลาบปลาดุก ข้าวเหนียว 2”

เล่นเอาแม่โปเต้อ้าปากค้าง เพราะปกติคุณสามีจะเป็นประเภท “ปั่นแหลก”
ขณะที่แม่โปเต้จะหนักไปทาง “ปั่งปายแหลก” มากกว่า :mrgreen:
แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าคุณสามีเป็นฝ่ายหิวจนหน้ามืดแทนไปได้ยังไงก็ไม่รู้ :lol:

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:32
โดย แม่โปเต้
ทันทีที่อาหารมาถึง แม่โปเต้ก็เตรียมจะถ่ายรูปตามสไตล์
ขณะที่คุณสามีก็ส่งเสียงเร่งยิกๆ ว่า “ถ่ายเสร็จยังๆ” เพราะทนกลิ่นหอมเย้ายวนใจของไก่ย่างไม่ไหว
ในที่สุดก็เลยถ่ายได้ไม่กี่รูป เพราะตบะแตกกันทั้งคนถ่ายทั้งนายแบบ

แม่โปเต้รีบคว้ากระติ๊บมาเปิด ปั้นข้าวเหนียวร้อนๆ จิ้มแจ่วกินก่อนเป็นอันดับแรก โอ้โห! แซ่บสะใจ
จากนั้นก็มาถึงคิวของไก่ย่างที่หมักซอสและสมุนไพรจนรสเข้มข้นเข้าหนังเข้าเนื้อ
ไก่ร้านนี้จะย่างไปขายไปไม่มีการย่างทิ้งไว้นาน ย่างแบบใจเย็นจนหอมนุ่มสุกทั่วถึงเนื้อใน
ไม่มีเลือดซึมๆ ให้ได้ฟีลปอบเหมือนบางร้าน

จานต่อมาที่ไม่พลาดคือลาบปลาดุกสีสันจัดจ้านที่ปรุงได้ถึงรสข่าตะไคร้และหอมกลิ่นข้าวคั่ว
จานนี้เล่นเอาข้าวเหนียวพร่องไปเกือบครึ่ง ก่อนจะคว้าส้อมมาชิมส้มตำและตำซั่วต่อแบบไม่ให้เสียจังหวะ
ระหว่างที่แม่โปเต้กำลังบรรเลงอยู่นี้ คุณสามีก็ไม่ยอมน้อยหน้า ไม่พูดไม่จา ช้อนส้อมไม่สน
ใช้มือข้างเดียวปั้นข้าวเหนียวสลับกับหยิบไก่และจกส้มตำส่งเข้าปากอย่างชำนิชำนาญสมเป็นลูกอีสานตัวจริง :lol:

แต่แล้วเราทั้งสองคนก็ได้รู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า “อย่าสั่งอาหารเวลาหิว”
เพราะพอลุยไปได้สักพักหนึ่ง คุณสามีก็เงยหน้าขึ้นมาสบตา หัวเราะแหะๆ แล้วบอกว่า “อิ่มแล้ว”
เล่นเอาแม่โปเต้แทบร้องกรี๊ด เพราะไก่ย่างกับส้มตำยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง (ส่วนลาบปลาดุก อิชั้นฟาดเรียบไปแล้ว)
แต่จะให้เหมาคนเดียวก็คงไม่ไหว สุดท้ายเลยต้องร้องขอถุงมาใส่ไก่ย่างกลับไปฝากลูกน้องที่บ้าน (สบายโปเต้ไปเลย :mrgreen: )

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:33
โดย แม่โปเต้
ลูกหลานชูชกทั้งสองคนค่อยๆ ประคองพุงมาขึ้นนั่งบนหลังอาน
ตอนแรกก็ปั่นเอื่อยๆ เพราะกลัวจุก จนอาหารเริ่มย่อย ร่างกายเริ่มอยู่ตัว
เลยค่อยๆ เร่งสปีดขึ้นจนสามารถกลับถึงที่มหิดล ศาลายาได้ในเวลาไม่นาน

Re: สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น “ปั่นรอบ ม.”

โพสต์: 02 เม.ย. 2010, 03:36
โดย แม่โปเต้
แม่โปเต้ใช้เวลาก่อนกลับปั่นพาคุณสามีทัวร์รอบ ม.
เพื่อโชว์ทางจักรยานที่ทางมหาวิทยาลัยเพิ่งปรับปรุงเสร็จ
หนุ่มนักปั่นเห็นแล้วถึงกับออกปากว่า “เจ๋งว่ะ”
เล่นเอาแม่โปเต้ยิ้มภูมิใจจนแก้มแทบปริ

อันที่จริงใน ม. และ รอบ ม.มหิดล ศาลายา ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายที่
ใครอยากพาคนรู้ใจ มาลองปั่นเส้นทางชิลๆ ม.มหิดล ศาลายาก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่ง
หรือจะให้แม่โปเต้ จัดโปรแกรมนำเที่ยวแถบศาลายาและบริเวณใกล้เคียงให้ก็ยินดีค่ะ


อ้อ! ผ่านมาทางนี้เมื่อไหร่ ถ้าเจอแม่โปเต้ ก็อย่าลืมทักทายกันบ้างนะคะ :mrgreen: