8 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนออกทริป (สำหรับชาวทัวร์ริ่ง)
โพสต์: 31 ต.ค. 2017, 09:31
8 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนออกทริป (สำหรับชาวทัวร์ริ่ง)
ใกล้หมดฤดูฝน หลายคนก็กำลังวางแผนจะออกทริปทัวร์ริ่งกันแล้ว วันนี้เราเลยมาแนะนำ 8 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนออกทริป (สำหรับชาวทัวร์ริ่ง) ไปดูกันเลย!
1. เตรียมร่างกายให้พร้อม ฝึกความอดทนและความแข็งแกร่งของร่างกายและกล้ามเนื้อ เพราะไม่ใช่ว่าถึงวันออกทริปแล้วเราจะสามารถเอารถออกไปปั่นได้เลย อาจจะเกิดอาการ ตะคริวกิน กล้ามเนื้อล้าหรือเกิดการอักเสบได้ การหมั่นฝึกซ้อมกับจักรยานที่ใช้ปั่นในวันจริงจะช่วยให้เราคุ้นเคย ทรงตัวกับจักรยานได้ดี แบกรับน้ำหนักร่างกายได้นานขึ้น และยังช่วยลดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย
2. ศึกษาเส้นทางในการปั่น หาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางหรือสภาพทางที่เราจะต้องปั่นไป การวางแผนนั้นสำคัญมากเพราะการเดินทางด้วยจักรยานนั้นหากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งผิดพลาดระหว่างการเดินทางจะทำให้เสียเวลาและไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ของวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นการหลงทาง ยางแตก หรืออุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ
3. เช็คสิ่งของและอุปกรณ์ที่พกไปในช่วงทริป หลังจากวางแผนเส้นทางเราต้องมาดูว่าจะใช้เวลาในการเดินทางกี่วัน เพื่อเตรียมอุปกรณ์และสัมภาระที่จะนำไปด้วย เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค อุปกรณ์ที่ใช้ซ่อมรถยามฉุกเฉิน ลองเขียน packing list ดูก่อน และจัดของลงกระเป๋าพร้อมชั่งน้ำหนักล่วงหน้าเพื่อให้ไม่หนักจนเกินไป
4. เอารถไปติดตะแกรง ตะแกรงเป็น item ที่ขาดไม่ได้หากคุณจะเริ่มปั่นทัวร์ริ่ง ควรเลือกตะแกรงที่แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ตะแกรงหลังรุ่น C035 ทำจาก Stainless และรับน้ำหนักสูงสุดได้มากถึง 25 kg สามารถติดกระเป๋าข้างตะแกรง (pannier) ได้ 2 ใบและกระเป๋าวางบนตะแกรง (rack bag) ได้ 1 ใบ ได้แบบสบายๆ
5. แพ็คสัมภาระลงกระเป๋า หากคุณพึ่งเริ่มปั่นทัวร์ริ่งและยังไม่แน่ใจว่าอยากจะลงทุนกับมันแค่ไหน กระเป๋าแพนเนียร์ (pannier) รุ่น B060-V เป็นกระเป๋าที่เหมาะกับคุณ ขนาดใหญ่ จุของได้ถึง 14.3 ลิตร น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับขนาดกระเป๋าเพราะข้างละไม่เกิน 1 kg คลิปแบบปลดเร็ว ติดกับจักรยานได้ง่าย มาพร้อม ผ้าคลุมกันฝน (rain cover) ให้ของด้านในแห้งเมื่อถึงที่หมาย
6. เตรียมกล้องให้พร้อม การปั่นท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ควรพลาดการถ่ายรูปเก็บความทรงจำระหว่างทาง กระเป๋าติดหน้าแฮนด์ (handlebar bag) รุ่น B010WP-A สามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 5 kg สามารถใส่กล้อง mirrorless หรือ DSLR ได้ แถมยังกันน้ำ 100% เพราะใช้เทคโนโลยีประกอบกระเป๋าโดยไร้การเย็บและใช้ผ้าทาโปลีน (tarpaulin) การใส่กล้องและของมีค่าติดไว้ด้านหน้ารถเป็นข้อดีอย่างนึงเพราะเราจะอุ่นใจ เห็นของได้ตลอดเวลา
7. น้ำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การปั่นจักรยานทั้งวันนั้น ยิ่งต้องทำให้เราดื่มน้ำมากกว่าวันปกติหลายเท่า โดยเฉพาะเมื่อปั่นเส้นทางร้อนๆคงจะดีหากได้ดื่มน้ำเย็นๆทันทีที่แวะพัก ขวดน้ำแสตนเลสรุ่น A051 สามารถเก็บอุณหภูมิไม่ว่าจะเย็นหรือร้อนได้มากถึง 6 ชั่วโมงและมีความจุถึง 800 ML
8. โหลดจักรยานขึ้นรถ มีหลายๆคนที่อยากจะปั่นจักรยานในที่ไกลๆแต่มีเวลาไม่มากจึงอาจต้องเอาจักรยานขึ้นรถขับไปถึงจุดหมายแล้วค่อยลงปั่น ในการโหลดจักรยานขึ้นรถ การยึดจักรยานที่รถด้วยตัวจับขาตะเกียบรุ่น A113 ช่วยให้การโหลดจักรยานนั้นเป็นเรื่องง่ายและช่วยลดโอกาสที่จักรยานจะไปกระแทกกับสิ่งของอื่นๆ ถ้าไม่ได้ใช้ติดกับรถก็สามารถใส่ไว้ด้านในกระเป๋าใส่จักรยานได้
1. เตรียมร่างกายให้พร้อม ฝึกความอดทนและความแข็งแกร่งของร่างกายและกล้ามเนื้อ เพราะไม่ใช่ว่าถึงวันออกทริปแล้วเราจะสามารถเอารถออกไปปั่นได้เลย อาจจะเกิดอาการ ตะคริวกิน กล้ามเนื้อล้าหรือเกิดการอักเสบได้ การหมั่นฝึกซ้อมกับจักรยานที่ใช้ปั่นในวันจริงจะช่วยให้เราคุ้นเคย ทรงตัวกับจักรยานได้ดี แบกรับน้ำหนักร่างกายได้นานขึ้น และยังช่วยลดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย
2. ศึกษาเส้นทางในการปั่น หาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางหรือสภาพทางที่เราจะต้องปั่นไป การวางแผนนั้นสำคัญมากเพราะการเดินทางด้วยจักรยานนั้นหากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งผิดพลาดระหว่างการเดินทางจะทำให้เสียเวลาและไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ของวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นการหลงทาง ยางแตก หรืออุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ
3. เช็คสิ่งของและอุปกรณ์ที่พกไปในช่วงทริป หลังจากวางแผนเส้นทางเราต้องมาดูว่าจะใช้เวลาในการเดินทางกี่วัน เพื่อเตรียมอุปกรณ์และสัมภาระที่จะนำไปด้วย เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค อุปกรณ์ที่ใช้ซ่อมรถยามฉุกเฉิน ลองเขียน packing list ดูก่อน และจัดของลงกระเป๋าพร้อมชั่งน้ำหนักล่วงหน้าเพื่อให้ไม่หนักจนเกินไป
4. เอารถไปติดตะแกรง ตะแกรงเป็น item ที่ขาดไม่ได้หากคุณจะเริ่มปั่นทัวร์ริ่ง ควรเลือกตะแกรงที่แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ตะแกรงหลังรุ่น C035 ทำจาก Stainless และรับน้ำหนักสูงสุดได้มากถึง 25 kg สามารถติดกระเป๋าข้างตะแกรง (pannier) ได้ 2 ใบและกระเป๋าวางบนตะแกรง (rack bag) ได้ 1 ใบ ได้แบบสบายๆ
5. แพ็คสัมภาระลงกระเป๋า หากคุณพึ่งเริ่มปั่นทัวร์ริ่งและยังไม่แน่ใจว่าอยากจะลงทุนกับมันแค่ไหน กระเป๋าแพนเนียร์ (pannier) รุ่น B060-V เป็นกระเป๋าที่เหมาะกับคุณ ขนาดใหญ่ จุของได้ถึง 14.3 ลิตร น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับขนาดกระเป๋าเพราะข้างละไม่เกิน 1 kg คลิปแบบปลดเร็ว ติดกับจักรยานได้ง่าย มาพร้อม ผ้าคลุมกันฝน (rain cover) ให้ของด้านในแห้งเมื่อถึงที่หมาย
6. เตรียมกล้องให้พร้อม การปั่นท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ควรพลาดการถ่ายรูปเก็บความทรงจำระหว่างทาง กระเป๋าติดหน้าแฮนด์ (handlebar bag) รุ่น B010WP-A สามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 5 kg สามารถใส่กล้อง mirrorless หรือ DSLR ได้ แถมยังกันน้ำ 100% เพราะใช้เทคโนโลยีประกอบกระเป๋าโดยไร้การเย็บและใช้ผ้าทาโปลีน (tarpaulin) การใส่กล้องและของมีค่าติดไว้ด้านหน้ารถเป็นข้อดีอย่างนึงเพราะเราจะอุ่นใจ เห็นของได้ตลอดเวลา
7. น้ำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การปั่นจักรยานทั้งวันนั้น ยิ่งต้องทำให้เราดื่มน้ำมากกว่าวันปกติหลายเท่า โดยเฉพาะเมื่อปั่นเส้นทางร้อนๆคงจะดีหากได้ดื่มน้ำเย็นๆทันทีที่แวะพัก ขวดน้ำแสตนเลสรุ่น A051 สามารถเก็บอุณหภูมิไม่ว่าจะเย็นหรือร้อนได้มากถึง 6 ชั่วโมงและมีความจุถึง 800 ML
8. โหลดจักรยานขึ้นรถ มีหลายๆคนที่อยากจะปั่นจักรยานในที่ไกลๆแต่มีเวลาไม่มากจึงอาจต้องเอาจักรยานขึ้นรถขับไปถึงจุดหมายแล้วค่อยลงปั่น ในการโหลดจักรยานขึ้นรถ การยึดจักรยานที่รถด้วยตัวจับขาตะเกียบรุ่น A113 ช่วยให้การโหลดจักรยานนั้นเป็นเรื่องง่ายและช่วยลดโอกาสที่จักรยานจะไปกระแทกกับสิ่งของอื่นๆ ถ้าไม่ได้ใช้ติดกับรถก็สามารถใส่ไว้ด้านในกระเป๋าใส่จักรยานได้