ชมรมดอนเมืองวันศุกร์ที่ 12 มี.ค.ใครไปที่ศาลา กทม.บ้างครับ
โพสต์: 14 มี.ค. 2010, 12:47
เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มี.ค.เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ขณะที่ผมกับเพื่อนอีกคนปั่นจักรยานไปนั่งตาก-ลม ที่หน้าศาลาว่าการ กทม.ก็มีจักรยานประมาณ 4-5 คันปั่นเข้ามาบริเวณที่นั่งวงกลมที่ผมกับเพื่อนั่งๆนอนๆกันอยู่ มีผู้ชายคนที่ปั่นเข้ามาก่อนใครใส่เสื้อดอนเมืองมองมาทางผม ด้วยความที่เป็นคนปั่นจักรยานเหมือนกัน และด้วยความสำนึกที่ผมนับถือคุณเอกดอนเมืองเป็นอาจารย์ในใจผมเองจากกระทู้ต่างๆของคุณเอกที่ผมเข้าไปอ่าน ผมจึงได้ยิ้มและพยักหน้าให้ท่านที่ใส่เสื้อดอนเมืองนั่นครับ แต่ท่านทำหน้าแหยๆ ตีความได้ว่าอะไรของมึงวะ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรและก็ไม่ได้สนใจคนที่เหลือเพราะหน้าแตกแล้วไม่อยากหน้าแตกซ้ำครับ ก็เลยนอนลงคุยกับเพื่อนผมต่อ
แต่ทันใดนั้นท่านที่ผมยิ้มให้นั้นก็เริ่มแจกแจงเรื่องราวต่างๆของกลุ่มท่านซึ่งผมก็จับเนื้อหาไม่ได้ แต่รู้สึกเพียงว่าทำไมต้องตะโกนคุยกับเพื่อนท่านด้วยนะ ผมรู้สึกอย่างไรท่านที่เข้ามาอ่านคงจะพอเดากันได้ ผมนอนคุยกับเพื่อผมโดยมีเสียงตะโกนท่านั้นผสมไปด้วยจนกระทั่งท่านบอกว่าจะไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อน บริเวณนั้นจึงได้กลับเข้าสู่ความสงบเหมือนเดิม พร้อมทั้งทิ้งน้องอีก 3 คนที่มาด้วยกันคุยกันเองเงียบๆต่อไป
ได้เวลาผมต้องไปบ้างผมลุกขึ้นใส่หมวก ถุงมือเรียบร้อยก่อนออกไปก็ได้ยิ้มและพยักหน้าให้น้องที่เหลือทั้ง 3 คน ที่น่าจะเป็นกลุ่มดอนเมืองเหมือนกัน น้องในนั้น ทั้งหมดต่างก็ยิ้มตอบด้วยอัทธยาศัยอันดีงาม และยังมีบางคนยกมือสวัสดีตามธรรมเนียมไทย น่าชื่นชมเป็นที่ยิ่งนัก
ที่เล่าทั้งหมดนี่ เพียงอยากจะบอกท่านที่เสียงดังท่านนั้นว่าท่านลืมขวดชาเขียวที่ท่านทานทิ้งไว้เหลือแต่ขวดที่บริเวณที่ท่านนั่งครับ น้องที่เหลือทั้ง 3 ท่านอาจจะบอกว่าไม่เห็นมีซักขวด และผมเชื่อว่าถ้าน้องเห็นก็น่าจะเก็บไปทิ้งให้ครับ แต่ขวดที่ว่ามันตั้งอยู่ไม่นานก็โดนลมพัดตกลงไปในปล่องระบายอากาศครับ
แต่ทันใดนั้นท่านที่ผมยิ้มให้นั้นก็เริ่มแจกแจงเรื่องราวต่างๆของกลุ่มท่านซึ่งผมก็จับเนื้อหาไม่ได้ แต่รู้สึกเพียงว่าทำไมต้องตะโกนคุยกับเพื่อนท่านด้วยนะ ผมรู้สึกอย่างไรท่านที่เข้ามาอ่านคงจะพอเดากันได้ ผมนอนคุยกับเพื่อผมโดยมีเสียงตะโกนท่านั้นผสมไปด้วยจนกระทั่งท่านบอกว่าจะไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อน บริเวณนั้นจึงได้กลับเข้าสู่ความสงบเหมือนเดิม พร้อมทั้งทิ้งน้องอีก 3 คนที่มาด้วยกันคุยกันเองเงียบๆต่อไป
ได้เวลาผมต้องไปบ้างผมลุกขึ้นใส่หมวก ถุงมือเรียบร้อยก่อนออกไปก็ได้ยิ้มและพยักหน้าให้น้องที่เหลือทั้ง 3 คน ที่น่าจะเป็นกลุ่มดอนเมืองเหมือนกัน น้องในนั้น ทั้งหมดต่างก็ยิ้มตอบด้วยอัทธยาศัยอันดีงาม และยังมีบางคนยกมือสวัสดีตามธรรมเนียมไทย น่าชื่นชมเป็นที่ยิ่งนัก
ที่เล่าทั้งหมดนี่ เพียงอยากจะบอกท่านที่เสียงดังท่านนั้นว่าท่านลืมขวดชาเขียวที่ท่านทานทิ้งไว้เหลือแต่ขวดที่บริเวณที่ท่านนั่งครับ น้องที่เหลือทั้ง 3 ท่านอาจจะบอกว่าไม่เห็นมีซักขวด และผมเชื่อว่าถ้าน้องเห็นก็น่าจะเก็บไปทิ้งให้ครับ แต่ขวดที่ว่ามันตั้งอยู่ไม่นานก็โดนลมพัดตกลงไปในปล่องระบายอากาศครับ