ผมดู Touring 2 คันนี้มันคล้ายๆเสือหมอบเลยครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=59&t=15669
ถ้าถอดตะแกรงแล้วมันจะเป้นเสือหมอบไหมครับ
ใช้แทนกันได้ไหมครับ
คือผมอยากได้รถที่
1.ปั่นทางเรียบอย่างเดียวแล้วทำเวลาได้ดีกว่าเสือภูเขา(เอาไว้ปั่นออกกำลังกายตอนเย็นในช่วงเวลาที่จำกัด แต่อยากได้ระยะทางเท่าเดิม)
2.และอยากได้รถที่ใช้เดินทางไกลได้ เวลาปั่นนานๆแล้วแล้วไม่ปวดหลัง(อยากเอาเสือภูเขาของตัวเองปั่น 100 km up ติดกัน 2-3 วัน แต่ตอนนี้ปั่นเกิน 80 km ก็ปวดหลัง ปวดคอแล้วครับ)
Touring กับ เสือหมอบ (มันคล้ายกันจัง งง )
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- JIMBEAM
- ขาประจำ
- โพสต์: 1013
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 21:12
- Tel: 0898345544
- team: อิสระชล 2012
- Bike: GIANT LOVER
-
city-man
- ขาประจำ
- โพสต์: 102
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2008, 20:53
- Tel: 027561171
- Bike: trek
Re: Touring กับ เสือหมอบ (มันคล้ายกันจัง งง )
1 เฟรมมันเป็นเหล็กโครโมลี่ครับ หนักกว่าเสือหมอบทั่วๆไปเยอะ วันนั้นผมลองเอาไปชั่ง (โปรไบค์มีเฟรมเปล่าถอดไว้) เฉพาะเฟรมกับตะเกียบหน้า สองกิโลกว่าๆ ถ้าจำไม่ผิดนะ ข้อดีของเฟรมเหล็กเค้าบอกว่าถ้าไปเดินทางไกล เฟรมเกิดชำรุดระหว่างทางยังพอหาร้านเชื่อมได้ แต่ถ้าเป็นเฟรมอลู มันหาช่างเชื่อมกับอุปกรณ์ยากกว่า แล้วก็มันไม่มีโช๊ค เฟรมเหล็กจะมีความยืดหยุ่นในตัวเองมากกว่าเฟรมอลูมิเนียม ทำให้ผู้ขี่สบายขึ้น ไม่ต้องรับแรงกระแทกจากถนนมากนัก
2 มันใช้ยางหน้ากว้างกว่าเสือหมอบ trek 520 คันสีส้มใช้ยาง 700x32 ขณะที่เสือหมอบใช้ยางหน้าแคบกว่าเยอะครับ ถ้าเอายางหน้ากว้างมากไปใส่หมอบมันติดเฟรมครับ
3 ล้อมันแข็งแรงครับ เอาไว้ให้บรรทุกหนักได้ ล้อนึงซี่ลวด 36 ซี่ ล้อเสือหมอบใช้ซี่ลวดไม่มาก เน้นเบาไว้ก่อนครับ
4 ช่วงฐานล้อจากดุมล้อหน้าถึงดุมล้อหลังมันยาวครับ มันจะมั่นคงดี เวลาบรรทุกกระเป๋าสำหรับเดินทางไกล ของ trek น่าจะฐานล้อยาว 105 cm ได้ครับ
5 ตะเกียบหลังมันยาวครับ ทำให้ส้นเท้าเราไม่ชนกระเป๋า
6 คนขี่จะหน้าเงยมากกว่าขี่เสือหมอบครับ เอาไว้ชมนกชมไม้
7 ถอดตะแกรงออกเอามาทำหมอบได้ครับ เพราะมันคือรถเสือหมอบที่ออกแบบให้แข็งแรง ทนทานรับน้ำหนักได้ครับ แต่ว่าเอาไปแข่งกับหมอบเราจะแย่ครับ เพราะมันหนักกว่าเค้าเยอะครับ มันไม่พุ่ง แต่ถ้าเราทำความเร็วเท่าเค้าแล้ว เราก็จะไหลดี เอามาทำเป็นรถขี่ในเมืองได้ดีครับ คนชอบเอามาทำเป็นรถcommuter กัน คือเอามาทำเป็นรถขี่ในเมือง ไปทำงาน ไปเรียนทำนองนี้ แต่จริงๆมันออกแบบมาเป็นรถเดินทางท่องเที่ยวครับ บรรทุกกระเป๋าเยอะๆ
8 ชุดจานหน้ามันใช้ของหมอบเลย เมื่อก่อนให้จาน 105 เลยปัจจุบันให้ Tiagra แต่ชุดเกียร์หลังมันใช้ของเสือภูเขารู้สึกจะเป็น LX ครับ
2 มันใช้ยางหน้ากว้างกว่าเสือหมอบ trek 520 คันสีส้มใช้ยาง 700x32 ขณะที่เสือหมอบใช้ยางหน้าแคบกว่าเยอะครับ ถ้าเอายางหน้ากว้างมากไปใส่หมอบมันติดเฟรมครับ
3 ล้อมันแข็งแรงครับ เอาไว้ให้บรรทุกหนักได้ ล้อนึงซี่ลวด 36 ซี่ ล้อเสือหมอบใช้ซี่ลวดไม่มาก เน้นเบาไว้ก่อนครับ
4 ช่วงฐานล้อจากดุมล้อหน้าถึงดุมล้อหลังมันยาวครับ มันจะมั่นคงดี เวลาบรรทุกกระเป๋าสำหรับเดินทางไกล ของ trek น่าจะฐานล้อยาว 105 cm ได้ครับ
5 ตะเกียบหลังมันยาวครับ ทำให้ส้นเท้าเราไม่ชนกระเป๋า
6 คนขี่จะหน้าเงยมากกว่าขี่เสือหมอบครับ เอาไว้ชมนกชมไม้
7 ถอดตะแกรงออกเอามาทำหมอบได้ครับ เพราะมันคือรถเสือหมอบที่ออกแบบให้แข็งแรง ทนทานรับน้ำหนักได้ครับ แต่ว่าเอาไปแข่งกับหมอบเราจะแย่ครับ เพราะมันหนักกว่าเค้าเยอะครับ มันไม่พุ่ง แต่ถ้าเราทำความเร็วเท่าเค้าแล้ว เราก็จะไหลดี เอามาทำเป็นรถขี่ในเมืองได้ดีครับ คนชอบเอามาทำเป็นรถcommuter กัน คือเอามาทำเป็นรถขี่ในเมือง ไปทำงาน ไปเรียนทำนองนี้ แต่จริงๆมันออกแบบมาเป็นรถเดินทางท่องเที่ยวครับ บรรทุกกระเป๋าเยอะๆ
8 ชุดจานหน้ามันใช้ของหมอบเลย เมื่อก่อนให้จาน 105 เลยปัจจุบันให้ Tiagra แต่ชุดเกียร์หลังมันใช้ของเสือภูเขารู้สึกจะเป็น LX ครับ
“Life is like riding a bicycle. To keep your balance you must keep moving” Albert Einstein
"ชีวิตก็เหมือนกับการขี่จักรยาน เราต้องถีบไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้มันล้ม" อัลเบิต ไอสไตน์
"ชีวิตก็เหมือนกับการขี่จักรยาน เราต้องถีบไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้มันล้ม" อัลเบิต ไอสไตน์
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: Touring กับ เสือหมอบ (มันคล้ายกันจัง งง )
เหล็ก หรือ โครโมลี่ (ฝรั่งเรียกรวมกันว่า steal )
มันนุ่มกว่าอลูมินั่มมาก ในทางกลับกันมันไม่ stiff (แข็ง) ทำให้การส่งแรงลงไปที่ส่วนต่างๆทำได้ไม่ดีเท่าอลูมินั่มเวลาออกแรงลงไปจะไม่มีอาการพุ่งทันใจเหมือนอลูมินั่มครับ ดังนั้นโดยวัสดุนิยมแล้วทัวริ่งจึงนิยมเหล็กมากกว่า
คาร์บอนนุ่มเหมือนกันแต่ไม่ได้ฟิลลิ่งที่ดีเหมือนเหล็ก และคาร์บอนปัจจุบันก็ทำให้แข็งสูสีอลูมินั่มได้ในบางจุด แต่คาร์บอนซ่อมบำรุงยากกว่าเหล็กมาก
รถทัวริ่งที่แพงๆมากๆใช้ไทเทเนียมแทน
เรื่ององศาและมิติก็มีคนตอบให้แล้ว รถทัวริ่งนั้นออกแบบมาสำหรับการปั่นที่ไกลมากๆ ซึ่งบ้านเราน้อยคนจะเล่นแบบนั้นครับ ต้องบรรทุกของเยอะๆไปค้างอ้างแรมกันเลย ถ้าปั่นระยะทั่วไป (ไม่เกิน 200 กิโล) ไม่ต้องแบกของเยอะๆ ปั่นเสือหมอบธรรมดาๆก็ไปกันได้สบายๆ ดังนั้นบ้านเราจึงสับสนและเลือกยากระหว่างทัวริ่งกับเสือหมอบ
แต่สำหรับฝรั่งหัวแดงทั้งหลายพวกนี้มัน"บ้า"ครับ มันปั่นกันทีข้ามรัฐข้ามประเทศกันมันจำเป็นต้องออกแบบรถมาให้สอดคล้องแบบนั้น ผมเคยเห็นคนไทยปั่นทัวริ่งแต่ปั่นไม่เคยเกิน 120 กิโลก็มี บรรทุกของเหมือนจะไปอ้างแรมห้าวันเลยทีเดียว
รถทัวริ่งจะเหมาะกับกิจกรรมผสมผสานทั้งหลายเช่นพวกดูนก ถ่ายรูป แล้วปั่นจักรยานครับ ถ้าไม่คิดว่าจะได้ใช้การบรรทุกขนาดนั้นแน่ๆ ก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องเล่นทัวริ่ง เสือหมอบธรรมดาๆเลือกมิติและขนาดให้เหมาะกับการขี่สบายก็ไปได้ทั้งวันเช้ายันเย็นแล้ว เพราะสุดท้ายถ้าซื้อทัวริ่งมาแล้วแทบไม่เคยบรรทุกใช้งานเต็มที่ ก็จะได้เสือหมอบหนักๆไม่พุ่งมาหนึ่งคัน ขี่ไปขี่มาก็ไม่ถูกใจพาลเสียเงินซื้อคันใหม่อีกอยู่ดี
ดูจุดประสงค์ของการปั่นเป็นหลักครับ
มันนุ่มกว่าอลูมินั่มมาก ในทางกลับกันมันไม่ stiff (แข็ง) ทำให้การส่งแรงลงไปที่ส่วนต่างๆทำได้ไม่ดีเท่าอลูมินั่มเวลาออกแรงลงไปจะไม่มีอาการพุ่งทันใจเหมือนอลูมินั่มครับ ดังนั้นโดยวัสดุนิยมแล้วทัวริ่งจึงนิยมเหล็กมากกว่า
คาร์บอนนุ่มเหมือนกันแต่ไม่ได้ฟิลลิ่งที่ดีเหมือนเหล็ก และคาร์บอนปัจจุบันก็ทำให้แข็งสูสีอลูมินั่มได้ในบางจุด แต่คาร์บอนซ่อมบำรุงยากกว่าเหล็กมาก
รถทัวริ่งที่แพงๆมากๆใช้ไทเทเนียมแทน
เรื่ององศาและมิติก็มีคนตอบให้แล้ว รถทัวริ่งนั้นออกแบบมาสำหรับการปั่นที่ไกลมากๆ ซึ่งบ้านเราน้อยคนจะเล่นแบบนั้นครับ ต้องบรรทุกของเยอะๆไปค้างอ้างแรมกันเลย ถ้าปั่นระยะทั่วไป (ไม่เกิน 200 กิโล) ไม่ต้องแบกของเยอะๆ ปั่นเสือหมอบธรรมดาๆก็ไปกันได้สบายๆ ดังนั้นบ้านเราจึงสับสนและเลือกยากระหว่างทัวริ่งกับเสือหมอบ
แต่สำหรับฝรั่งหัวแดงทั้งหลายพวกนี้มัน"บ้า"ครับ มันปั่นกันทีข้ามรัฐข้ามประเทศกันมันจำเป็นต้องออกแบบรถมาให้สอดคล้องแบบนั้น ผมเคยเห็นคนไทยปั่นทัวริ่งแต่ปั่นไม่เคยเกิน 120 กิโลก็มี บรรทุกของเหมือนจะไปอ้างแรมห้าวันเลยทีเดียว
รถทัวริ่งจะเหมาะกับกิจกรรมผสมผสานทั้งหลายเช่นพวกดูนก ถ่ายรูป แล้วปั่นจักรยานครับ ถ้าไม่คิดว่าจะได้ใช้การบรรทุกขนาดนั้นแน่ๆ ก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องเล่นทัวริ่ง เสือหมอบธรรมดาๆเลือกมิติและขนาดให้เหมาะกับการขี่สบายก็ไปได้ทั้งวันเช้ายันเย็นแล้ว เพราะสุดท้ายถ้าซื้อทัวริ่งมาแล้วแทบไม่เคยบรรทุกใช้งานเต็มที่ ก็จะได้เสือหมอบหนักๆไม่พุ่งมาหนึ่งคัน ขี่ไปขี่มาก็ไม่ถูกใจพาลเสียเงินซื้อคันใหม่อีกอยู่ดี
ดูจุดประสงค์ของการปั่นเป็นหลักครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- TSK
- ขาประจำ
- โพสต์: 609
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 11:27
- Tel: 053329167
- Bike: MIYATA TRYCROSS
Re: Touring กับ เสือหมอบ (มันคล้ายกันจัง งง )
คุณ JIMBEAM ถามว่าถ้าถอดตะแกรงแล้วเป็นเสือหมอบไหม อันนี้ตอบยาก เพราะถ้าหมายถึงเสือหมอบที่ออกแบบมาเพื่อแข่งขัน อย่างไรเสียมันก็ไม่ได้องศานั้น และเอาไปไล่เขาจริงก็คงไล่ไม่ทันเพราะอัตราทดและน้ำหนักตัวมันสู้กันไม่ได้
แต่ถ้าคิดจะเอาไว้ใช้ออกกำลังกายและท่องเที่ยวบ้าง ก็ให้ดูราคาที่เหมาะที่ควรแล้วกันครับ
ผมใช้มิยาต้ามือสองขี่ออกกำลังกายประจำวัน แต่ผมมีทั้งตะแกรงหน้าหลัง ไฟหน้าไฟหลังติดไปด้วยเสมอเพราะขี้เกียจถอด ได้ผลอย่างที่คุณต้องการคือเร็วกว่าเสือภูเขาพอสมควรทีเดียวในกรณีที่เป็นรถเปล่าไม่มีสัมภาระ แต่มันเร่งได้ไม่มันเหมือนเสือหมอบสำหรับแข่งขัน เคยเจอเสือหมอบกลางทางลองไล่กันดู โดนทิ้งไม่เห็นฝุ่นเลยครับ
แต่ถ้าคิดจะเอาไว้ใช้ออกกำลังกายและท่องเที่ยวบ้าง ก็ให้ดูราคาที่เหมาะที่ควรแล้วกันครับ
ผมใช้มิยาต้ามือสองขี่ออกกำลังกายประจำวัน แต่ผมมีทั้งตะแกรงหน้าหลัง ไฟหน้าไฟหลังติดไปด้วยเสมอเพราะขี้เกียจถอด ได้ผลอย่างที่คุณต้องการคือเร็วกว่าเสือภูเขาพอสมควรทีเดียวในกรณีที่เป็นรถเปล่าไม่มีสัมภาระ แต่มันเร่งได้ไม่มันเหมือนเสือหมอบสำหรับแข่งขัน เคยเจอเสือหมอบกลางทางลองไล่กันดู โดนทิ้งไม่เห็นฝุ่นเลยครับ