นักไตรกีฬามีจุดด้อย ขอปรึกษาเรื่องแนวทางเลือกจักรยานคันที่ 2
โพสต์: 19 ม.ค. 2017, 15:29
ตอนนี้ผมอายุ 38 ปี สูง 169 cm. หนัก 55 กก. FTP 180 (Power to weight = 3.27 W/kg) ใช้จักรยาน trek 1.1 ล้อ zonda ติด aerobar น้ำหนักรวมกระเป๋าใต้อาน น้ำ 2 กระติก ประมาณ 12-13 kg
เล่นไตรมา 2 ปีกว่า ผ่าน Sprint 3 สนาม, Standard 4 สนาม,Challenge (70.3) 1 สนาม และสนามล่าสุด คนเหล็กไทย (ระยะ 5k/100k/10k)
จุดด้อยของผมคือเป็นคนผอม ซึ่งน้ำหนักที่น้อยมันก็ทำให้กล้ามเนื้อน้อยตามไปด้วย (คนหนัก 55 จักยานหนัก 10 กิโล)
ในการแข่ง การซ้อมปกติ น้ำหนักจักรยาน ไม่ค่อยมีผลกับผมซักเท่าไหร่ เพราะผมปั่นเดี่ยว ความเร็วคงที่ ไม่หมก ไม่กระชาก น้ำหนักจักรยานเยอะออกจะดีด้วยซ้ำ รักษาความเร็วได้คงที่ดี
แต่เมื่อปลายปีที่แล้วปัญหาใหญ่เกิดขึ้น คือผมได้ลงแข่ง Challenge กาญจนบุรี (ระยะ 70.3) ซื่งเส้นทางปั่น 90k เป็นทางเขา คือตอนซ้อมทดสอบเส้นทางก็ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะจักรยานเราหนัก เราก็ค่อย ๆ ไต่ข้ึนเรื่อย ๆ ช้า ๆ สะสมพลังงานเอาไว้ แล้วไปเอาคืนช่วงลงเขา ตามกฏการทรงพลังงาน จักรยานหนัก ๆ จะลงเขาได้เร็ว ชดเชยกับความช้าตอนไต่ ทำให้ได้ av ที่ยอมรับได้ (ทัน cut off) แต่ตอนแข่งจริงมันไม่ใด้เป็นแบบซ้อม เพราะตอนลงเขาจะมีนักกีฬาที่ทักษะลงเขาไม่ดี ขี่ชะลอความเร็วขวางหน้าอยู่ (ติดธงแดง ธงส้ม แซงไม่ได้) ที่เคยซ้อมลงเขาแบบไม่ต้องเบรคเยอะ (Max Speed 70กว่า ๆ) กลายเป็นต้องเลียเบรคชะลอตลอดทางลงเขา (เหลือ Max speed แค่ 50 กว่า ๆ) และเป็นลักษณะนี้อยู่เกือบ 50% ของเส้นทาง คือตอนปั่นขึ้นเนินปล่อยคนตัวใหญ่รถเบา ๆ เค้าแซงไปก่อน แต่ตอนขาลงปล่อยไหลไปทันก็ต้องเบรคชะลอตามตูด แซงคืนไม่ได้ (ทางแคบ คดเคี้ยว ธงแดง) ตอนแข่งก็ได้รู้ซึ้งถึงข้อด้อยของจักรยานหนัก ๆ กฏการทรงพลังงานของนิวตั้น นำมาใช้ไม่ได้กับสนามนี้
ตอนนี้มีโครงการหยอดกระปุก งอกจักรยานคันใหม่ครับ
เคยปรึกษาเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักไตร ว่าจักรยานใหม่ของผมจะเป็นแบบไหนดี ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ถอยจักยาน TT คาร์บอนไปเลย มีเหตุผลว่า aero กว่า ท่าปั่นสบายกว่า ยังไงซะเล่นไตร ก็ต้อง TT อยู่ดี
แต่ด้วยงบที่จำกัดไว้แค่ 60-70k จักรยาน TT ในงบนี้มันจะหนักประมาณ 10 กิโล ซึ่งน้ำหนักมันก็ไม่ได้ต่างจาก trek 1.1 คันเดิมของผมซักเท่าไหร่
และอีกอย่างที่ยังคาใจคือ ผมแตกต่างจากนักไตรทั่ว ๆ ไปที่มีหุ่นชายไทยมาตรฐาน น้ำหนักประมาณ 65-80 กก. แต่ผมหนักแค่ 55 กก.
ยกตัวอย่างความเสียเปรียบ
ถ้าคู่แข่งที่หนัก 70 กก. มี
Power to weight Ratio = 3.27 W/kg (เท่า ๆ กับผม)
จะมี FTP = 229 W
ใช้ TT หนัก 10 kg รวมกระติดน้ำ และ อื่น ๆ เป็น 12 kg.
น้ำหนักรวมคนกับจักรยานจะเป็น 82 kg
เมื่อคิด Power to weight Ratio ใหม่จะได้ 2.79 W/kg (229W/82kg)
ส่วนผมหนัก 55 มี FTP 180
ถ้าเลือกงอก TT หนัก 10 kg รวมกระติดน้ำ และ อื่น ๆ เป็น 12 kg. เหมือนกัน
น้ำหนักรวมคนกับจักรยานจะเป็น 67 kg
เมื่อคิด Power to weight Ratio ใหม่จะได้ 2.69 W/kg (น้อยกว่าคู่แข่งอยู่ 4.5%)
อันนี้ยังไม่นับพวกหนัก 75 ร่างกายกำยำล่ำสัน+น่องโตที่ใช้จักรยานหนัก 8 กิโลนะ มีเยอะแยะ
ผมคิดไว้มีอีกทางเลือก ในงบนี้หาหมอบหนัก 7 โลครึ่งได้ไม่ยาก ใส่ Aerobar หนักประมาณ 3-4 ขีดเพิ่ม
รวม ๆ หนักประมาณ 7.9 กิโล และถ้ารวมกระติก+น้ำและอื่น ๆ ตีว่า 10 กิโล
คำนวน Power to weight Ratio จากน้ำหนักรวม ใหม่ จะได้ 2.76 W/kg ซึ่งสูสีกับคู่แข่ง
จาก Case ของผมเพื่อน ๆ พี่ ๆ (ทั้งนักไตรและนักปั่น) มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ ผมควรจะเลือก TT หรือ หมอบเบา ๆ มาเป็นจักรยานคันที่ 2 รบกวนขอความเห็นของทุกท่านครับ ขอบคุณทุกความคิดเห็น
เล่นไตรมา 2 ปีกว่า ผ่าน Sprint 3 สนาม, Standard 4 สนาม,Challenge (70.3) 1 สนาม และสนามล่าสุด คนเหล็กไทย (ระยะ 5k/100k/10k)
จุดด้อยของผมคือเป็นคนผอม ซึ่งน้ำหนักที่น้อยมันก็ทำให้กล้ามเนื้อน้อยตามไปด้วย (คนหนัก 55 จักยานหนัก 10 กิโล)
ในการแข่ง การซ้อมปกติ น้ำหนักจักรยาน ไม่ค่อยมีผลกับผมซักเท่าไหร่ เพราะผมปั่นเดี่ยว ความเร็วคงที่ ไม่หมก ไม่กระชาก น้ำหนักจักรยานเยอะออกจะดีด้วยซ้ำ รักษาความเร็วได้คงที่ดี
แต่เมื่อปลายปีที่แล้วปัญหาใหญ่เกิดขึ้น คือผมได้ลงแข่ง Challenge กาญจนบุรี (ระยะ 70.3) ซื่งเส้นทางปั่น 90k เป็นทางเขา คือตอนซ้อมทดสอบเส้นทางก็ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะจักรยานเราหนัก เราก็ค่อย ๆ ไต่ข้ึนเรื่อย ๆ ช้า ๆ สะสมพลังงานเอาไว้ แล้วไปเอาคืนช่วงลงเขา ตามกฏการทรงพลังงาน จักรยานหนัก ๆ จะลงเขาได้เร็ว ชดเชยกับความช้าตอนไต่ ทำให้ได้ av ที่ยอมรับได้ (ทัน cut off) แต่ตอนแข่งจริงมันไม่ใด้เป็นแบบซ้อม เพราะตอนลงเขาจะมีนักกีฬาที่ทักษะลงเขาไม่ดี ขี่ชะลอความเร็วขวางหน้าอยู่ (ติดธงแดง ธงส้ม แซงไม่ได้) ที่เคยซ้อมลงเขาแบบไม่ต้องเบรคเยอะ (Max Speed 70กว่า ๆ) กลายเป็นต้องเลียเบรคชะลอตลอดทางลงเขา (เหลือ Max speed แค่ 50 กว่า ๆ) และเป็นลักษณะนี้อยู่เกือบ 50% ของเส้นทาง คือตอนปั่นขึ้นเนินปล่อยคนตัวใหญ่รถเบา ๆ เค้าแซงไปก่อน แต่ตอนขาลงปล่อยไหลไปทันก็ต้องเบรคชะลอตามตูด แซงคืนไม่ได้ (ทางแคบ คดเคี้ยว ธงแดง) ตอนแข่งก็ได้รู้ซึ้งถึงข้อด้อยของจักรยานหนัก ๆ กฏการทรงพลังงานของนิวตั้น นำมาใช้ไม่ได้กับสนามนี้
ตอนนี้มีโครงการหยอดกระปุก งอกจักรยานคันใหม่ครับ
เคยปรึกษาเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักไตร ว่าจักรยานใหม่ของผมจะเป็นแบบไหนดี ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ถอยจักยาน TT คาร์บอนไปเลย มีเหตุผลว่า aero กว่า ท่าปั่นสบายกว่า ยังไงซะเล่นไตร ก็ต้อง TT อยู่ดี
แต่ด้วยงบที่จำกัดไว้แค่ 60-70k จักรยาน TT ในงบนี้มันจะหนักประมาณ 10 กิโล ซึ่งน้ำหนักมันก็ไม่ได้ต่างจาก trek 1.1 คันเดิมของผมซักเท่าไหร่
และอีกอย่างที่ยังคาใจคือ ผมแตกต่างจากนักไตรทั่ว ๆ ไปที่มีหุ่นชายไทยมาตรฐาน น้ำหนักประมาณ 65-80 กก. แต่ผมหนักแค่ 55 กก.
ยกตัวอย่างความเสียเปรียบ
ถ้าคู่แข่งที่หนัก 70 กก. มี
Power to weight Ratio = 3.27 W/kg (เท่า ๆ กับผม)
จะมี FTP = 229 W
ใช้ TT หนัก 10 kg รวมกระติดน้ำ และ อื่น ๆ เป็น 12 kg.
น้ำหนักรวมคนกับจักรยานจะเป็น 82 kg
เมื่อคิด Power to weight Ratio ใหม่จะได้ 2.79 W/kg (229W/82kg)
ส่วนผมหนัก 55 มี FTP 180
ถ้าเลือกงอก TT หนัก 10 kg รวมกระติดน้ำ และ อื่น ๆ เป็น 12 kg. เหมือนกัน
น้ำหนักรวมคนกับจักรยานจะเป็น 67 kg
เมื่อคิด Power to weight Ratio ใหม่จะได้ 2.69 W/kg (น้อยกว่าคู่แข่งอยู่ 4.5%)
อันนี้ยังไม่นับพวกหนัก 75 ร่างกายกำยำล่ำสัน+น่องโตที่ใช้จักรยานหนัก 8 กิโลนะ มีเยอะแยะ
ผมคิดไว้มีอีกทางเลือก ในงบนี้หาหมอบหนัก 7 โลครึ่งได้ไม่ยาก ใส่ Aerobar หนักประมาณ 3-4 ขีดเพิ่ม
รวม ๆ หนักประมาณ 7.9 กิโล และถ้ารวมกระติก+น้ำและอื่น ๆ ตีว่า 10 กิโล
คำนวน Power to weight Ratio จากน้ำหนักรวม ใหม่ จะได้ 2.76 W/kg ซึ่งสูสีกับคู่แข่ง
จาก Case ของผมเพื่อน ๆ พี่ ๆ (ทั้งนักไตรและนักปั่น) มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ ผมควรจะเลือก TT หรือ หมอบเบา ๆ มาเป็นจักรยานคันที่ 2 รบกวนขอความเห็นของทุกท่านครับ ขอบคุณทุกความคิดเห็น