
ประสบการณ์การเดินทางกับ Fuji Touring
@ เชียงใหม่ ไป กระบี่ 2 ครั้ง
@ เชียงใหม่ ไปกลับ หลวงพระบาง สปป.ลาว
@ เชียงใหม่ เมืองน่าน เชียงใหม่
@ เชียงใหม่ เชียงของ เชียงใหม่ 2 ครั้ง
@ เชียงใหม่ ไป สิบสองปันนา (จิงหง) 2 ครั้ง
@ ทัวร์รอบประเทศเมียนมาร์
@ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ วงกลม 3 ครั้ง
ความคิดเห็น:
จักรยานประเภททัวร์ริ่ง ถือว่าเป็นตลาดสำหรับจักรยานที่ถือว่าเล็กมากๆ จึงมีไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่จะผลิตจักรยานประเภทนี้ และหนึ่งในบริษัทจักรยานที่ผลิตจักรยานสายทัวร์ริ่งมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 100 ปี ก็คือ Fuji Bike
กว่า 100 ปี ของ Fuji Touring ได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาตลอด จนมาถึง Fuji Touring 2016 ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจก็คือ Fuji ได้ร่วมมือกับฝ่ายพัฒนาของ Seven Cycling พัฒนาเหล็กที่เป็นสูตรเฉพาะของตนเองที่ให้ชื่อว่า Fuji Custom Elios 2 มาผลิตเฟรมของตนเอง โดยทาง Fuji ได้ให้เหตุผลว่าเฟรมที่ผลิตจากเหล็กตัวนี้ จะมีน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง และ มีความยืดหยุ่น สูงกว่าเหล็กรุ่นเก่าที่เคยใช้ผลิตจักรยานทัวร์ริ่งของตนเอง
เอาละครับ เรามาตัดประเด็นเรื่องเทคนิคต่างๆ และมาดูกันว่า พอถึงเวลาในการใช้งานจริงๆ ในภาคสนาม จะเป็นอย่างไร
จากประสบการณ์ในการเดินทางกับจักรยานทัวร์ริ่งรุ่นนี้กว่า 18,000 km ทั้งในและต่างประเทศ ทุกสภาพของการเดินทาง ทุกสภาพของพื้นผิวถนน ถือว่าจักรยานรุ่นนี้ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการลงเขาที่ชันและลงด้วยความเร็วสูงๆ (ความเร็วสูงสุดที่ผมเคยลงเขาก็คือ 60 km/h) ความมั่นใจในการควบคุมตัวรถจักรยาน ยังอยู่ในระดับปรกติ ไม่มีอาการที่บ่งบอกเลยว่าสั่นทางตอนท้าย ยิ่งเป็นทางลงเขาที่มีก้อนกรวด หรือ สภาพพื้นผิวถนนที่เป็นลูกคลื่น ผู้ปั่นจักรยานก็ยังรู้สึกได้ถึงการควบคุมที่อยู่ในความสามารถของตนเอง
แต่จุดหนึ่งที่ผู้ใช้จักรยานทัวร์ริ่งต้องทราบคือ รถในสายนี้ จะมีการออกแบบที่เน้นในเรื่องของความสบายในการเดินทาง และสามารถบรรทุกสัมภาระที่มีน้ำหนักมากได้ ดังนั้น จะมีความเร็วไม่สูงมากนัก ซึ่งหากคุณต้องการความเร็วระดับความเร็วเฉลี่ย 25-30 km/h แล้วคุณบรรทุกของแบบฟูลโหลดด้วย ตรงนี้คงจะไม่เหมาะกับคุณ
จุดหนึ่งของฟูจิ ทัวร์ริ่ง ที่ในรุ่นใหม่มานี้ถือว่าทำได้เยี่ยมยอดมาก นั่นคือการเดินทางเมื่อต้องอยู่ในสภาพถนนที่เป็นลูกคลื่น หรือ พื้นผิวถนนขรุขระมาก และเละเป็นขี้โคลน เฟรมของฟูจิ ให้ความยืดหยุ่นตัวที่ดีมาก ไม่ทำให้คุณเสียความรู้สึกในการควบคุมรถจักรยาน หรือส่งแรงกระแทกต่างๆ มาที่ตัวของผู้ปั่นจักรยานเลย
รถทัวร์ริ่งของฟุจิ ถูกออกแบบมาให้ช่างจักรยานทั่วไปสามารถทำการซ่อมแซมได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่พิเศษหรือต้องสั่งจากโรงงานเป็นกรณีเฉพาะแต่อย่างไร ซึ่งนี่เป็นจุดที่ดีมากสำหรับนักทัวร์ริ่งที่ต้องเดินทางไกล เพราะหากรถมีปัญหา ก็สามารถจัดการแก้ไขได้อย่างไม่ยุ่งยาก และ เดินทางต่อได้อย่างต่อเนื่อง
มาดูกันที่ตะแกรงหลังของฟูจิกัน ตามสเปคของฟูจิ แจ้งไว้ว่าสามารถรับน้ำหนักได้ 25 kg ซึ่งก็ถือว่าเป็นน้ำหนักที่พอเพียงสำหรับการบรรทุกสัมภาระทั่วๆ ไปในการเดินทางได้อยู่แล้ว ถึงแม้ตะแกรงหลังของฟูจิ จะไม่ได้ดีเยี่ยม แต่ก็ถือว่าสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจได้ว่าไม่มีการงอแงในระหว่างทางแน่นอน
ปัจจุบัน ราคาของ Fuji Touring ที่ขายอยู่ในตลาดเมืองไทย ราคาจะอยู่ประมาณ THB32,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับราคาของรถทัวร์ริ่งต่างๆ ที่มีในบ้านเรา และหากคุณต้องการรถทัวร์ริ่งที่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว คือมาถึงก็สามารถเดินทางกับมันได้เลยอย่างยาวๆ (อาจจะมีเปลี่ยนบ้าง เช่นเบาะ) ฟูจิ ทัวร์ริ่งน่าจะเป็นตัวเลือกตัวหนึ่งที่น่าจับตาดูอย่างมาก (อีกตัวคือ Kona Sutra ตัวนี้เสียดาย มีตัวแทนที่ได้รับสิทธิในการนำเข้า แต่ไม่ยอมสั่งเข้ามาจำหน่าย)
Fuji Touring ไม่ใช่รถทัวร์ริ่งระดับไฮเอนด์ แต่เป็นรถที่เป็นเพื่อนตายในการเดินทางกับคุณได้ ที่สำคัญราคาของรถจักรยานรุ่นนี้ ถือว่าสามารถจับต้องได้แบบไม่รุนแรงมากนัก และทำไมฟุจิ ถึงสามารถทำราคานี้ได้
ข้อแรก เพราะเป็นรถคอมพลีท ไบค์ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ที่คุณภาพระดับเดียวกัน จะมีค่าใช้จ่ายลดไปได้มากกว่า 15-20%
ข้อที่สอง เพราะฟูจิ ผลิตตัวเฟรม จากเทคโนโลยี่ของตนเอง ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าสิทธิทางปัญญาไปได้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตตัวเฟรม ลดลงไปไม่น้อยกว่า 15%
ดังนั้น หากคุณจะมองหารถจักรยานทัวร์ริ่ง ที่ราคาไม่เกิน 35,000 บาทแล้วจบ จักรยานตัวนี้เป็นตัวที่ผมขอแนะนำครับ เพราะจากการเดินทางที่ผมได้บอกแต่ต้น มันเป็นคำตอบในตัวเองอยู่แล้ว ว่าหากมันไม่ดีจริง ไม่สามารถลุยไปด้วยกันได้ถึงขนาดนี้แน่นอน
สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยว และถ้ามีโอกาสมาร่วมเดินทางด้วยกันนะครับ