หน้า 1 จากทั้งหมด 1

[เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 27 พ.ย. 2016, 15:22
โดย iamwutdy
เหตุเกิดเริ่มเมื่อ 2 ปีก่อน คนเริ่มหันมานิยมปั่นจักรยานกันมากขึ้น โดยเฉพาะเสือหมอบและเสือภูเขา

แต่เดิมปั่นเสือภูเขาเพราะเป็นคันที่ปั่นกันมานาน จนวันนึงก็ได้รู้จักกับ Canyon Aeroroad มันเป็นรถที่มีเสน่ห์มากในยุคนั้น เพราะรถ aero พึ่งเริ่มเป็นที่นิยม แต่มีเฉพาะรถราคาสูง ๆ จนคิดว่าสักวันต้องครอบครองรถ aero เป็นหมอบคันแรกให้ได้ และวันนึงฝันก็เป็นจริง เมื่อได้พบกับ Merida Reacto ตอนนั้นเรียกว่าเห็นแล้วชอบ ทั้งเป็น aero และราคาเอื้อมถึงกับเฟรมอลู ซึ่งถือว่าเป็นรถที่ทำให้เริ่มขี่จักรยานอย่างจริงจัง

ตอนได้ใหม่ ๆ นี่แอบปลื้มเพราะมีแต่คนมองก็ว่าได้ในตอนนั้น (ตอนนี้ aero เริ่มเกลื่อน) ปั่นเร่งช้า แต่คงความเร็วดีพอตัว แต่พอปั่นนานเข้า ๆ ก็เริ่มมองหาสถานที่ใหม่ ๆ ในการปั่นไม่ซ้ำแต่ละครั้ง บางครั้งในเมือง บางครั้งทางแคบ บางครั้งทางไม่เรียบ บางทีก็เขา เรียกว่าเป็นสถานที่ ๆ ต้องอาศัยตีนต้นอยู่พอสมควร เลยเริ่มคิดว่าเจ้า aero อาจไม่ใช่ทาง เลยเริ่มมองหารถที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ จนได้คำตอบว่า Endurance อาจเป็นคำตอบของตัวเองก็ได้ (ตอนนั้นก็พึ่งรู้ว่ามีรถสายนี้ด้วย)

หลังจากที่ไดศึกษาหาข้อมูลก็เลยตระเวนหารถ endurance แต่ว่าคนไม่ค่อยเล่นนัก ประกอบกับตัวผมที่ใหญ่เลยหาไซต์ค่อนข้างยากไม่ว่าถามยี่ห้อไหนก็ไม่มีไซต์ จนเริ่มถอดใจ แต่แล้วก็ได้พบกับรถ Endurance แท้ ๆ ก็คือเจ้า Scott Solace premium ที่เหลือคันสุดท้าย เลยตกลงสั่ง ใช้เวลาเดินทางกว่า 45 วันก็มาถึง (เฟรมคาร์บอน)

Test แรก
หลังจากประกอบเสร็จก็ลองระยะสั้น 50 km กับเส้นทางที่คุ้นเคย สิ่งแรกเลยที่คิดก่อนปั่น สงสัยมีย้วย และเร่งช้าพอ ๆ เดิมแน่ ๆ เลย แต่เอาน่าแรกกับความสบายแล้วกัน
พอกดบันไดลงไป อ้าวพุ่งแหะ เร่งติดเท้ากว่าเดิมมาก ความนุ่มนวลก็นุ่มขึ้น แต่ก็รู้สึกไม่ได้นุ่มกว่ามากนัก ก็แอบผิดหวังเล็ก ๆ นัก แต่สุดท้ายผลมันมาอยู่หลังเลิกปั่นเนี่ยแหละ
ปกติถ้าระยะขนาดนี้ สัก 25 km จะเริ่มปวดตามตัว พอปั่นเสร็จจะปวดมือและไหล่ หมดแรง แต่นี่ไม่เป็นอะไรเลย ตลาด 50 km ไม่เมื่อย ไม่ปวดส่วนไหนเลย แถมแรงเหลือ ๆ ทำอย่างอื่นได้สบาย เลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่รู้สึกดี

สรุป พอปั่นจักรยานนาน ๆ หน้าตาเริ่มไม่สำคัญ เท่ากับว่าเรามีความพอใจแค่ไหนเมื่อเราอยู่บนอานนะครับ

ปล.ตอนประกอบช่างบอกรถคันนี้แปลก อะไหล่ทุกชิ้นส่วนคนละยี่ห้อกันหมดเลย :)

ปล2.ตอนประกอบเสร็จ ช่างพึ่งบอกว่า รุ่นนี้ในไทยมีแค่ 4 คัน เพราะคันนี้คันสุดท้ายแล้ว ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ย :roll:

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 27 พ.ย. 2016, 15:53
โดย compass
หลังจบ Audax ชุมพรเมื่อวานผมก็คิดถึงรถ Endurance ขึ้นมาเลย แต่ด้วยความที่ยังไม่รู้จะออกทางไกลบ่อยแค่ไหนเลยยังไม่แน่ใจว่าจะงอกดีรึเปล่า ส่วนตัวยังชอบรถสไตล์ All Around แต่ก็อยากได้ Endurance อีกสักคันไว้ออกทางไกลหรือเส้นทางที่ลุยหน่อย

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 27 พ.ย. 2016, 17:13
โดย kai9121
ผมก็อารมณ์คล้ายๆ จขกท เลยครับ เมื่อก่อนใช้ all around พอเริ่มมีกระแส aero ก็เริ่มคัน ไปจัดมาลองดู โดนไปเกือบแสน ส่วนตัวผมชอบขี่ทางใกลพวกงาน audax ได้มาเอาไป 400 ชัยนาท ช่วงแม่น้ำน้อยนี่มันคือนรกดีๆ แต่ก็ทนได้เพราะขี่แล้วมันมีความฮึกเหิม555 ปั่นจบนี่เอวล้า ก้นระบม แต่ไม่เป็นไร พอมาอีกงาน 300 เขาใหญ่ ก็เอาแอโร่ไปไต่เนิน กลับมาปวดเอว เริ่มคิดว่าไม่ใช่แล้ว ร่างกายเราคงไม่เหมาะ เริ่มหา endurance ก็มาพบกับ look 765 มันคือสวรรค์ชัดๆ ไป 300 ชะอำกลับมา อุ้ยอาการปวดหลังหายไปทั้งๆที่ระยะความสูงของแฮนด์เท่ากับคันแอโร่ ไม่เมื่อยไม่ล้าเท่าเก่า คงพอแล้วครับเพราะผมเองก็ปั่นไม่เร็วอยู่แล้ว รถประเภทนี้คงเหมาะกับผมแล้ว

เล่าสู่กันฟังครับ

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 27 พ.ย. 2016, 18:26
โดย kataladmai
แบบนี้ใช่ endurance ไหมครับ

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 27 พ.ย. 2016, 20:44
โดย Wimpy
อยากลองแนวAero ครับ แต่ด้วยวัย 40+ แล้ว และเพิ่งปั่นมาได้ปีกว่า ถามใจตัวเองแล้วคงไม่ใช่ขาซิ่งแบบวัยรุ่นแน่นอน ชอบปั่นไปไหนก็ได้ ปั่นAudax ใกล้-ไกล ไปได้หมด แนว All aroud น่าจะเหมาะในขณะนี้ แต่พออายุมากขึ้นจนถึงวัยหนึ่งผมคิดว่าคงจะหันไปจับแนว Endurace แทน

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 27 พ.ย. 2016, 20:50
โดย iamwutdy
ผมว่ามันเหมาะกับถนนเมืองไทยมากมาย

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 28 พ.ย. 2016, 08:46
โดย chaysil
เคยใช้หมอบ คาร์บอน ตอนนี้ใช้ giant defy ซื้อมือสองมาในนี้แหละ เฟรมปีเก่า 13 ราคาไม่แพง ขาดชุดเกียร์ อย่างเดียว ราคา 9000 บาท จัดชุดเกียร์ rival+force ยาง conti 2 รวมทั้งคัน ประมาณ 20000กว่า บาท คิดว่าจะใช้แก้ขัดไปก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเฟรม กะล้อ แต่พอลองครั้งแรก ชอบเลยครับ นุ่ม ขี่สบาย ใหล
สรุปชอบมากกว่าเฟรมเก่าคับ ตอนนี้ คิดว่าจบที่ ตัวนี้แหละ เล่าสู่กันฟังครับ

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 28 พ.ย. 2016, 13:56
โดย cjlift
รูปภาพ

ใช้เฟรม Endurance เหมือนกันครับ แต่ปรับให้หมอบเท่าๆสาย all-round อยากให้มาลองสายนี้กันเยอะๆครับ
ได้เฟรมนุ่มแต่ถ้าอยากจะยิงก็ไม่แพ้สายอื่นหรอกน่า ไม่งั้นลุงแคนแกคงไม่ปั่น Domane คว้าแชมป์จนเป็นตำนาน 8-)

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 29 พ.ย. 2016, 22:26
โดย Nut kosalavit
เข้ามาเก็บข้อมูลครับกำลังจะเปลี่ยนแนวพอดีเพราะไซ
โครฯหาเพื่อนปั่นน้อยมากๆประกอบกับอายุใกล้เลข 5
เลยอยากเปลี่ยนดูบ้างครับผม

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 29 พ.ย. 2016, 23:40
โดย mazzazo
ใช้ bh quartz อยู่ ว่าจะจบก็ไม่จบนะครับ

ปีหน้าว่าจะลอง swork รูเบ

และก็แอบๆ มอง BH quartz disc อยู่

ได้ลองแล้วอาจจะจบครับ

ติดใจสายนี้ คงไม่ไปสายอื่นแหละ

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 30 พ.ย. 2016, 06:11
โดย IDragon
Nut kosalavit เขียน:เข้ามาเก็บข้อมูลครับกำลังจะเปลี่ยนแนวพอดีเพราะไซ
โครฯหาเพื่อนปั่นน้อยมากๆประกอบกับอายุใกล้เลข 5
เลยอยากเปลี่ยนดูบ้างครับผม
แหม คนน้อยแล้วยังจะหนีกันอีก :lol:

รถไซโคลครอสเรานี่จับเปลี่ยนยางให้แคบลงหรือจะเปลี่ยนล้อให้เบาลงด้วยก็ได้ มันก็คือรถเอ็นดูร้านซ์ดีๆนี่เองครับ จีโอเมทรี่ต่างกันนิดเดียว สแต็กสูงพอกัน บีบีดร็อปพอๆกัน แปลว่าองศาท่าปั่นกับศูนย์ถ่วงใกล้เคียงกัน องศาท่อคอกับท่อนั่งชันต่างกันประมาณ 1 องศา เชนสเตย์กับวีลเบสยาวกว่านิดหน่อย ผมว่าให้ผลไม่ต่างกันมากนัก (เชนสเตย์ยาวอาจมีผลกับความพุ่งของรถ แต่ท่อคอลาดกับวีสเบสยาวให้ผลกับความนิ่งของรถและการเลี้ยวที่เสถียรกว่า) ยกเว้นว่าอยากจะเปลี่ยนรถใหม่อันนี้ก็อีกเรื่องนึง :mrgreen:

ผมก็ใกล้เลข5เหมือนกันแฮะ ยังปั่นฟิกซ์เพอซูตอยู่เลย ถึงว่าทำไมปวดหลัง (ฮา) :lol:


ปล.เพิ่มเติมอีกเรื่องที่ควรคำนึงถึงนอกจากองศาท่าปั่นก็คือความสามารถในการซับแรงสะเทือนของรถที่ส่งผลต่อความล้าในการปั่นทางไกล

ความสามารถนี้ส่วนหนึ่งอยู่ที่เฟรมและตะเกียบ แต่องค์ประกอบอื่นๆก็มีผลด้วยเช่น ยาง หลักอาน แฮนด์ สเต็ม ถ้าเฟรมที่เรามียังซับแรงสะเทือนได้ไม่ดีพอ องค์ประกอบเหล่านี้ก็ช่วยได้อีก

ผมเคยทดลองระหว่างยางขนาด 23 25 และ28 โดยใช้ยางรุ่นเดียวกันคือวิตตอเรียซาฟฟิโร่ ก็พบว่าซับแรงสะเทือนต่างกันจริง และยังพบว่าถ้าใช้หลักอานคาร์บอนก็ยิ่งซับแรงเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะระหว่าง ยาง23+หลักอานอลูมีเนียม กับยาง25+หลักอานคาร์บอน ความนุ่มต่างกันมาก

ส่วนการใช้แฮนด์คาร์บอนก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ผมรู้สึกว่ามันให้ตัวจนรู้สึกได้เลยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

เพราะฉะนั้น Giant TCX ของคุณ Nut ใช้หลักอานคาร์บอนกับยาง 35 อยู่แล้วน่าจะพอรู้สึกถึงความนุ่มอยู่บ้างแต่อาจจะรู้สึกว่ามันหนืด แค่เปลี่ยนยางให้หน้าแคบลงเจ้า TCX ก็พุ่งกระฉูดแล้วครับ กลายเป็นรถเอ็นดูร้านซ์สบายๆ :D

Re: [เล่าสู่กันฟัง] จากสายล่าท้าลมกับ Aero สู่สายชิว ๆ อย่าง Endurance

โพสต์: 30 พ.ย. 2016, 11:36
โดย Nut kosalavit
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆครับ...ไม่หนีไซโครหรอกครับรักเหมือนเดิม