
มาปั่นพิชิตครั้งนี้ ไม่ได้ปั่นหลังจากกลับจากทริปแม่ฮ่องสอนเลย จักรยานจอดทิ้งไว้เฉยๆ แต่ยังงัยก็ต้องมาพิชิตยอดดอยต่อเนื่องให้ได้ เหมือนได้พบเพื่อนนักปั่นจากทั่วสารทิศ ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น บางคนเห็นแต่ให้เวปเท่านั้น มาได้เจอตัวจริงเสียงจริงกันหลายๆ คนเลย

ผม หนุ่ย + แฟน และน้องใหม่ ก็มาโดยรถทัวร์จากหมอชิต ถึงเชียงใหม่เช้าวันเสาร์ เหมือนเดิมผมจะไม่นอน หรือนอนไม่ค่อยหลับ บนรถทัวร์เท่าไร นัดกับน้องเบิร์ดที่สมายโฮม ให้คอนเฟิร์มห้องก่อน เพราะจะปั่นเที่ยวเชียงใหม่กันก่อน

หนุ่ยมีแผนว่าจะเช่ามอเตอร์ไซต์ ให้แฟนขี่ตามเซอร์วิส แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับแฟนหนุ่ย ตอนปั่นไปน้ำตกแม่ยะ ขับมอร์เตอร์ไซต์หลุดโค้งตอนลงเขาชันจะไปน้ำตกแม่ยะ ทำให้กระดูกหน้าแข้งหัก และข้อเท้ากระดูกร้าว ส่งโรงพยาบาลที่ตัวเมืองเชียงใหม่ด่วน ทำให้หนุ่ยที่เตรียมตัวจะมาพิชิตครั้งนี้อย่างดี ต้องยกเลิกปั่นทันที เพื่อไปดูอาการของแฟน ผมก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่อยากให้เกิดเลย แต่โอกาสก็เกิดได้ทุกเมื่อ ก็หวังให้แฟนหนุ่ยหายเป็นปกติไวๆ

เมื่อคืนคุยกับน้องว่า เป็นงัยบ้างปั่นไหวไหม เพราะขึ้นน้ำตกแม่ยะที่ไปทดสอบเมื่อวาน หนักเอาการ และน้องยังไม่ค่อยถนัดเรื่องเปลี่ยนเกียร์ ใช้เกียร์หนักตอนขึ้นเขา ทำให้เจ็บเข่าขึ้นมาด้วย แต่ก็ใจสู้อยากจะมาพิชิตยอดดอยให้ได้ในครั้งแรก เมื่อคืนเลยขาดหนุ่ยไปทำให้เหงาๆ ชวนกันไปทานข้าวเย็น เจอพี่ตั๊ม พี่ธานินท์ และเสือท่านอื่นๆ เข้ามาทักทายกันอย่างอบอุ่น

ตื่นเช้ามาตีห้า เพื่อเตรียมตัวตั้งแต่เช้า ทานข้าวเหนียว และข้าวต้มที่ทางฝ่ายจัดการแข่งขันเตรียมไว้ให้ และเตรียมกล้วยน้ำว้าหวีหนึ่งด้วย ก็ยังแบกเยอะเหมือนเดิม วันนี้เจอชาวเสือมากหน้าหลายตาเยอะจริงๆ ทั้งที่รู้จัก และไม่รู้จัก ก็ได้ทักทาย ยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น ที่ปีหนึ่งมารวมกันอย่างนี้

ช่วงปล่อยตัวประมาณ 7.40 น.ตามนาฬิกาของผม ตามแผนที่ผมได้วางไว้ ว่าจะทำให้ได้ โดยปั่นไปกับน้องตั๊มที่มาด้วยกันก่อน บอกน้องว่าอย่าเพิ่งไปเร่งมากนัก ความเร็ว 25-30 กม. ถ้าลงเขาก็ 35 กม. จนเหมือนตัวเองค่อยๆ รั้งท้ายไปเรื่อยๆ แฮะ จนน้องตั๊มนำพี่ไปก่อน จนกม.20 กม. เหมือนตัวเองจะอยู่ท้ายๆ จริงๆ และต้องเติมน้ำตาลแล้วด้วยก่อนขึ้นเนินแรกยาวๆ ก่อน เวลาช้ากว่ากำหนด 15 นาทีเลย

จนช่วงเนินแรก น้ำตกวชิรธาร ยาว 3 กม. ก็ปั่นรวดเดียวถึงจุดพักทางเรียบ ก็ไปต่อถึงจุดให้น้ำป้องกันไฟป่า จากนั้นขึ้นน้ำตกสิริธาร เป็นเนินยาวตรงๆ เริ่มมีแซงคนอื่นๆ บ้างที่จอดพักกันบ้าง สำหรับผมถ้ายังไม่ถึงทางเรียบจะไม่จอดพักเลย ยิงรวดเดียวเลย ไม่ใช่อะไรจอดแล้วขึ้นคลีตไม่ได้นั่นเอง อิๆๆๆ

ปั่นจนมาถึงบ้านแม่กลางหลวงแล้ว รู้สึกทำเวลาดีขึ้น จนต้องพักเติมน้ำตาลอีกรอบ และเห็นหลังน้องตั๊มไวๆ จากนั้นก็ยิงขึ้นเนินต่อ จนแซงน้องเค้าได้ เพราะเริ่มจะเข็นกันแล้ว จนมาถึงอุทยานฯ ที่ทำการก็เลยจอดซื้อน้ำดื่มสปอนเซอร์ก่อน กลัวตะคริว ช่วงนี้ใช้เวลาไป 3 ชม.พอดี และเรียกให้น้องจอดทานน้ำกันก่อน แวะกันนานร่วม 30 นาที เพราะต้องตรวจระดับน้ำตาล และเติมช๊อกโกแล๊กด้วยเลย เพราะคิดว่าจะเจอทางชันๆ ยาวร่วม 7 กม.

เมื่อออกมาจากอุทยานฯ มีพี่สมศักดิ์ และคนอื่นๆ ปั่นมาด้วยกัน น้องตั๊มเริ่มอาการไม่ดี ผมเลยต้องปั่นแซงขึ้นไปก่อน และตอนนี้ผมก็ปั่นแซงคนอื่นๆ มาหลายคนเพราะยิงยาวไม่ได้พักเลยตลอด 7 กม.ที่เป็นทางชัน จนเกือบถึงด่านสอง ก็เลยจอดแวะพักทานน้ำ และเติมน้ำตาลต่อ จนพี่สมศักดิ์ และพี่ธานินท์ตามมาทัน ตอนนี้ก็เจอของจริงแล้ว

ปั่นมาซักพัก ก็ลุยขึ้นไปเลยเริ่มต้องใช้กำลังขาช่วงนี้มาก ผมเติมช็อกโกแล็กไปอีก อาจจะเป็นเพราะร่างกายไม่ได้ซ้อมเลย ทำให้ต้องจอดเข็นเมื่อปั่นไปได้แค่โค้งแรกเท่านั้น เมื่อปีก่อนปั่นไปถึงโค้งหักศอกจุดชมวิว แต่ก็ไม่อยากฝืนขาตัวเอง ก็เลยต้องเข็นไปจนถึงลานจอด ฮ.เลย ทำให้เสียเวลามาก และก็คิดว่าไม่ทันแล้วช้ากว่าแผนที่วางไว้ร่วม 30 นาทีเลย มองเห็นอาจารย์โล พักในร่มไม้ ตอนแรกเข้าใจว่าอาจารย์ลงมาแล้ว แต่ผิดคาดอาจารย์ยังไม่ได้ขึ้นเลย ก็เลยเข็นมากับอาจารย์พร้อมๆ กัน จนหนุ่ยขี่มอร์เตอร์ไซต์มาพอดี ช่วยถ่ายรูปให้ เพราะผมไม่ได้ถ่ายรูปเลย อยากทำเวลาให้ดี

จนมาถึงช่วงไฮไลท์ของรายการที่เนินขึ้นไปยังเรดาห์ สองปีที่ผ่านมาผมไม่ได้ปั่นเลย เข็นก่อนเลย หลังจากผมเข็นมานาน ก็เลยลองปั่นดู โอ้โหทำไมมันหนักอย่างนี้ล่ะ เหมือนแบบสัมภาระร่วม 20 กม. ทั้งที่ไม่ได้แบกอะไรเลย กดบันไดแถบไม่ไหว ได้ซัก 300 เมตรก็จอดเข็นเลย ดูเวลาเห็นว่ายังทำเวลาน้อยกว่าปีก่อนได้ ต้องวิ่งเข็นกันเลย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะปวดน่องมาก และหลังด้วย มีหนุ่ยคอยช่วยลุ้นตลอด ก็ทำให้เร่งขึ้นช่วงสุดท้าย จนเข้าเส้นชัยใช้เวลา 6 ชม. 23 นาที มากกว่าปีก่อน 10 นาที เหมือนจะเหนื่อยกว่าปีก่อนจริงๆ

ก็มาคอยลุ่นน้องตั๊มต่อ คิดว่าจะปั่นลงจากดอยด้วย แต่น้องเข้ามาใช้เวลา 8 ชม. 23 นาที อากาศก็เย็นมากๆ เลยต้องนำจักรยานขึ้นรถบรรทุกกลับลงมาแทน ก็มาพักที่สมายโฮมต่ออีกคืน จากที่คิดว่าจะกลับกรุงเทพฯกันเลย ก็เลยได้แวะเที่ยวงานทอผ้าพื้นเมืองจอมทองก่อน ฟังดนตรีกันเพลินเลย พรุ่งนี้ก็นั่งรถสองแถวเหลืองไปเยี่ยมแฟนหนุ่ยกันก่อน จากนั้นก็ขึ้นดอยสุเทพกันต่อ ใช้เวลา 1 ชม. 4 นาที ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพครับ

ก็ต้องขอบคุณคณะจัดงานทุกๆ ท่านที่เหนื่อยกัน และก็ดีขึ้นกว่าปีก่อนมากๆ ก็ไม่มีอะไรติมากนัก ขอแค่จุดให้น้ำตรงทางเรียบๆ หน่อยเป็นพอครับ เผื่อผมจะได้จอดทานได้ ซึ่งผมก็เตรียมน้ำไปเผื่อถึง 3 ขวดเลย ไว้เจอกันใหม่ปีหน้าครับ รับรองว่าจะต้องดีกว่าให้ได้ เริ่มรู้ว่าเนินแต่ละเนินหนักเพียงไร
ปล. อาจจะมีรูปไม่ค่อยเยอะนัก เพราะถ่ายมาน้อยครับ ยังดีที่ได้หนุ่ยมาช่วยบันทึกภาพของผมบ้าง