
แม้ว่าจะถือสัญชาติออสเตรเลียอย่างเต็มตัว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าหนูกิมจิ หรือที่สื่อต่างประเทศให้สมญานามว่า "จรวดจิ๋ว" (The Pocket Rocket) เป็นหนุ่มลูกครึ่งเกาหลี ที่ทำลายกำแพงเชื้อชาติ เข้ามายืนอยู๋กับแถวหน้าของวงการจักรยานโลกได้อย่างเต็มตัว ด้วยส่วนสูงเพียง 165 ซม. และนำหนัก 61 กก. (หนักกว่าผมอีก) คาเล็บ ยวน เป็นหนึ่งในสปรินท์เตอร์ที่จัดจ้านและถูกจับตามองมากที่สุด กลายเป็นอีกหนึ่งพลพรรคสำคัญของทีม โอริก้า-ไบค์เอ็กซ์เชนจ์ ในสนามระเบิดพลังหน้าเส้น และเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของทีมชาติออสเตรเลียในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่กรุงโดฮา ประเทศ กาตาร์ ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้

เจ้าหนูเริ่มแข่งจักรยานอย่างจริงจังตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบเท่านั้น และด้วยอายุเพียง 16 ปี (6 ปีหลังจากเริ่มแข่งจักรยาน) ก็ได้ขึ้นมาอยู๋แถวหน้าของดาวรุ่งที่มีแววจรัสแสงในอนาคตด้วยการคว้าแชมป์ของประเทศในรุ่นเยาวชนมาครองได้ ปีต่อมาเมื่ออายุเพียง 17 ปีก็คว้าแชมป์โลกในการแข่งขันประเภทลู่ ในประเภทโอมเนี่ยม เยาวชนชาย และหลังจากนั้นไม่นาน จวบจนอายุ 19 ปี จึงได้เริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางของนักแข่งอาชีพในสังกัดทีมอะคาเดมี่ของ เจย์โค่-เอไอเอส และเพียงหนึ่งปีถัดมา โอริก้า-กรีนเอจ ก็จับเอาดาวรุ่งคนนี้มาเซ็นต์สัญญาร่วมเป็นนักปั่นอาชีพของทีม

แต่ ยวน ต้องใช้เวลาถึงเกือบ 2 ปีจึงจะสามารถคว้าชัยชนะในฐานะนักปั่นอาชีพแรกมาได้ (ก็ไม่ได้เลวร้ายนะครับ โปรบ้างคนแข่งมาจะสิบปียังชนะไม่กี่ที พอชนะรายการใหญ่ที น้ำตาไหลพรากเลย) และหนึ่งในชัยชนะที่น่าจดจำและกลายเป็นแม่เหล็ฏดึงดูดสายตามาสู๋เขาคือการเอาชนะเสตจในรายการ ทัวร์ เดอ ลังกาวี ประเทศมาเลย์เซีย แถมขึน้มานำในการสะสมเวลารวม แม้จะรักษาตำแหน่งผู้นำเวลารวมไม่ได้แต่ก็สามารถเก็บเสตจทางราบเพิ่มและกลายเป็นจ้าวความเร็วของรายการนี้ไปในที่สุด ในปีต่อมาก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมแกรนด์ทัวร์เป็นครั้งแรก โดยได้ลงในรายการ เวลต้า เอ เอสปันญ่า หรือทัวร์ ออฟ สเปน และสามารถเก็บเสตจมาครองได้สมหวัง

ปัจจุบันด้วยอายุเพียง 22 ปี คาเล็บ พิสูจน์ตัวเองว่าในการสปริในดาวรุ่งที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ว่าฟอร์มจะยังไม่สุดยอดเทียบเท่ากับสปรินท์เตอร์รุ่นพี่ๆอย่าง คาเวนดิช, คิทเทล, ไกรเพล หรือไฟแรงอย่าง กาวีเรีย หรือ บูฮานนี่ แต่ประสการณ์และความเก๋าจะ่อยๆถูกขัดเกลาจากการกรำศึกหนักในการแข่งระดับสูงสุดในโลกอย่างต่อเนื่องในฐานะสมาชิกคนสำคัญของทีม โอริก้า-ไบค์เอ็กซ์เชนจ์ในปัจจุบัน

ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยวน สะสมชัยชนะเอาไว้มากมาย ไล่มาตั้งแต่รายการไครทีเรียมชิงแชมป์แห่งชาติออสเตรเลีย ต่อมาด้วยการคว้าแชมป์เวลารวมและแชมป์เสตจ 1,2 และ 4 รายการ มิทเชลตั้น ไวน์เบย์คลาสสิค และ 2 เสตจจากรายการสำคัญที่สุดของออสเตรีเลียจากเสตจ 1 และ 6 รายการทัวร์ ดาวน์ อันเดอร์ (ทัวร์ ออฟ ออสเตรเลีย) รวมถึงแชมป์เสตจ 8 ทัวร์ ออฟ บริเตน, เสตจ 2 เฮอร์ราลด์ ซันทัวร์, แชมป์รายการพิเพิลชอยส์ คลาสสิค และ ยูโรอาย ไซคลาสสิค
เนื่องจากคาเล็บ ยวน เริ่มต้นเป็นโปรระดับสูงสุดและไล่เก็บความสำเร็จเรื่อยมากัยบทีมปั้นทีมเดิม ในชายคาของบ้าน โอริก้า นั่นทำให้ทุกอย่างที่ได้มาของ ยวน ได้มาจาก "ยาน" คู่ใจ Scott Foil (สก็อต ฟอยล์) รถเสือหมอบสายแอโร่ไดนามิคส์ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาไปโดยปริยาย ด้วยรถประจำตำแหน่งไซส์ XS เสต็มยาวพิเศษ และเซ็ทอัพที่ดุดัน ทำให้ ฟอยล์ ของเจ้าหนูกิมจิ เป็นหนึ่งในรถที่มีเสน่ห์ล้ำหน้าแม้ยามจอดอยู๋เฉยๆ
และสิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนกับ "สัญลักษณ์" ประจำตัวของ ยวน คือท่าสปรินท์ที่สุดก้าวร้าวที่สุดคหนึ่งในการแข่งเสือหมอบอาชีพ ด้วยพื้นฐานการแข่งขันจากรถลู่และกลายมาเป็นสปรินท์เตอร์ถนน ทำให้แนวทางการสปรินท์ของเขา มีแนวที่คล้ายกับ มาร์ค คาเวนดิช และ ไบรอัน คอคอร์ด สองสปรินท์เตอร์ที่มีปูมหลังลักษณะเดียวกัน แต่สิ่งที่ตลกคือเจ้าตัวเองไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองถนดการสปรินท์จนปาเข้าไปอายุ 17 เมื่อชนะการแข่งไครทีเรียม ด้วยร่างกายที่สูงเพียง 165 และน้ำหนกตัวน้อยเมื่อเทียบกับนักปั่นเชื้อชาติผมทอง ทำให้ ยวน คิดมาตลอดว่าตนเองถนัดการขึ้นเขา และมุ่งมั่นเป็นนักไต่เขาที่ดี แต่สุดท้าย ไม่มีอะไรฝืนพรหมลิขิตได้ เมื่อ ยวน ก้าวขึ้นมาบนเส้นทางแห่งความเร็ว และประสบความสำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า
ท่าสปรินท์จอง คาเล็บ ยวน ถูกพัฒนามาพร้อมๆกับการออกแบบ ฟอยล์ ที่ถูกสร้างและเจียรนัยรูปทรงภายในอุโมงค์ลมมาอย่างดี ด้วยการหาความได้เปรียบที่สุดของท่าสปรินท์ จากร่างกายที่เล็กของเขา อาจไม่สามารถสร้างกำลังสูงสุดได้มากเท่ากับคู่แข่งสปรินท์เตอร์ร่างยักษ์หลายๆคน ดังนั้น แนวคิดที่มาชดเชยคือการลดแรงต้านอากาศให้ได้มากที่สุด ทีมโอริก้าฯ จึงพาตัวเขาเข้าไปทดสอบท่าต่างๆจนได้จุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดออกมา ประกอบกับการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อสร้างกล้ามเนื้อที่สามารถระเบิดพลังสูงได้ในท่าที่ทิ้งตัวไปข้างหน้าสุดขีด จนคางแทบจะติดกับล้อหน้า ผู้เี่ยวชาญจึงมักกล่าวว่าท่าสปรินท์ของ ยวน มีสิ่งที่ไม่เหมือนใครในโลกนี้ผสมอยู่มากมาย
น้ำหนักตัวของเขาถูกส่งลงไปที่ชุดขับเคลื่อนเต็มที่ในตำแหน่งหน้าที่สุดของวงรอบการปั่น ซึ่งสร้างแรงบิดสูงที่สุดในเวลาสั้นๆ ผสมกับกล้ามเนื้อที่ถูกฝึกมาให้กระชากแรงจากขาอีกข้างส่งต่ออย่างต่อเนื่อง ด้วยรอบขาที่เหมาะสม ทำให้เหมือนลูกสูบที่ผลักดันรถให้ทะยานไปในแนวเฉียงไปด้านหน้า มากกว่าการทิ้งน้ำหนักตัวลงมาตรงๆและดันรถไปซ้ายขวาของสปรินท์เตอร์อื่นๆ ลึงจินตนาการว่าท่านกำลังพุ่งทะยานถีบตัวไปข้างหน้า พร้อมกับกระชากขาอีกข้างขึ้นมาอย่างแรง แบบนักวิ่งร้อยเมตรยามออกตัว นั่นล่ะ คือสิ่งที่ทำให้ท่าสปรินท์ของ คาเล็บ ยวน ประสบความสำเร็จ


เป็นที่เชื่อกันมานานว่า การเป็นสปรินท์เตอร์ที่ดี ต้องมีร่างกายที่ใหญ่โต แข็งแรง และระเบิดพลังได้มาก ต่อมาความเชื่อนี้ได้ปรับเปลี่ยนไป แน่นอนว่า ร่างกายที่ใหญ่โตย่อมสามารถระเบิดพลังได้มากกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าร่างกายที่เล็กกว่าจะไม่สามารถระเบิดพลังได้ดีพอจะเป็นสปรินท์เตอร์ที่ดีได้ สปรินท์เตอร์ร่างใหญ่ อาจสามารถสร้างกำลังมหาศาลทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุดได้ราวกับเครื่องจักร แต่ร่างกายของสปรินท์เตอร์ "มะขามข้อเดียว" จะสามารถทะยานออกไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วต้นที่สูงกว่า และหากฝึกมาอย่างดีจะสามารถรักษาความเร็วสูงเอาไว้ได้นานกว่า แม้จะมี top speed ต่ำกว่าก็ตาม นั่นคือปัจจัยของความสำเร็จของการเป็นสปรินท์เตอร์ร่างเล็ก

สตีฟ จอกิน
อดีตนักปั่นสหราชอาณาจักร ที่เป็นเจ้าของสมญา "จรวดจิ๋ว" คนแรก (Pocket Rocket หรือ The Little Big Man) เป็นสปรินท์เตอร์คนแรกๆที่มีส่วนสูงไม่ถึง 170 ซม. แต่ประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่ลุงสตีฟ ใช้เป็นกุญแจของความสำเร็จได้แก่ "จังหวะ" และการรักษาความเร็วต่อเนื่อง เขารู้ว่ามีความเร็วสูงสุดสู้กับคู่แข่งร่างใหญ่ไม่ได้ จึงอาศัยจังหวะที่สั้นกว่า พุ่งจากความเร็วที่มีไล่ไปสู่ความเร็วสูงสุดที่ทำได้และรักษาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด เมื่อคู่แข่งเริ่มแผ่วลง ก็จะเข้าทางของลุงสตีฟไปเอง
และในเวลาต่อมานั่นเอง เมื่อ "มนุษย์จรวด" ได้กำเนิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน ทุกคนย้อนภาพไปเห็นสปรินท์เตอร์ร่างเล็กนามว่า มาร์ค คาเวนดิช แจ้งเกิดและโดดเด่นบนเวทีหน้าเส้นชัยความเร็วสูง ในลักษณะที่คล้ายกัน เพียงแต่มีท่าสปรินท์ที่แตกต่างออกไป ด้วยลีลาละม้ายคล้ายเทคนิคของรถลู่ เข้ามาผสมผสาน ทำให้เขาคือสปรินท์เตอร์ที่โดดเด่นที่สุดของยุคอย่างไม่ต้องสงสัย

และ สำหรับเจ้าหนู คาเล็บ หยวน ที่ถูกมองในเบื้องแรกว่า มีการ"ลอกเลียน" ท่าของ มาร์ค คาเวนดิชมาเป็นไม้ตายหน้าเส้น แต่ด้วยกายภาพที่แตกต่างกันของทั้งคู่ ในขณะที่ คาเวนดิช สูง 172 ซม. น้ำหนัก 71 กก. ส่วน ยวน สูงเพียง 165 ซม. และหนักเพียง 61 กก. อาจมีปัจจัยอื่นที่ทฃำให้เขาไม่สามารถลอกเอาท่านั้นมาใช้ได้เต็มที่ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ความต่างของท่าการสปรินท์ของทั้งคู่ ก็พบว่า จุดต่างสำคัญที่สุดคือการบาลานซ์น้ำหนักบนจักรยาน และลักษณะของการออกแรงที่กล่าวมาแล้ว คาเวนดิช มีท่าสปรินท์ที่ต่ำก็จริง แต่ทิ้งน้ำหนักลงไปตรงๆ เหนือแฮนด์ แต่ ยวน เทน้ำหนักร่างกายเกือบทั้งหมดไปเบื้อหน้า และถ่ายน้ำหนักลงไปยังบันไดที่จุดต่างกัน ก็น่าเสียดายที่เราคงไม่สามารถเห็น ยวน ในยุคที่คมที่สุด สปรินท์เทียบกับคาเวนดิชในยุคที่แรงที่สุดเช่นกัน

ทริคสำคัญของการสปรินท์ของ คาเล็บ ยวน ไม่ใช่เพียงเรื่องของแอโร่ไดนามิคส์จากท่าทางที่ต่ำ และการระเบิดพลังในลักษณะดังกล่าวเท่านั้น แต่มาจากการเสริมความแขงแกร่งของกล้ามเนื้อและฝึกซ้อมอย่างหนัก แม้ว่าจะยังไม่ถึงช่วงสูงสุดของกายภาพด้วยวัยเพียง 22 ปี เขายังอยู่ในกระบวนการค่อยเป็นค่อยไปในการสร้าง ภายใต้การจับตามองอย่างดีจากโค้ชและนักวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายท่อนบนที่แข็งแกร่ง สามารถจับโยกเอาจักรยาน "ยัด" เข้าหาเท้่าได้อย่างทรงพลัง ผสมผสานกับการทิ้งน้ำหนักและกระชากส่งแรงอย่างต่อนเื่อง
คนที่ฝึกหัดเลียนแบบท่าของ ยวน หลายๆคนจะพบกับปัญหาเมื่อก้มลงต่ำและไม่สามรถออกแรงได้เต็มที่ รวมถึงเหนื่อยมากโดยที่ไม่ได้ความเร็วที่ต้องการ เนื่องจากปัญหาหลักๆ 2 ประการได้แก่
1.น้ำหนักตัวและการกระชากแรงไม่สัมพันธ์กับรอบการออกแรง หากยังรู้สึกว่ากระทืบแรงลงไปตรงๆ ก็จะพบว่าเกิดจุดบอดบนรอบวงการปั่นมากขึ้น เนื่องจากร่างกายเกือบทั้งหมดล้ำมาอยู่ด้านหน้ามากขึ้น ช่วงระยะเวลาที่น้ำหนักตัวส่งผลขับเคลื่อนรถไปจึงมีอยู่สั้นๆเท่านั้น
2.ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่แฮนด์มากเกินไป จนร่งากายท่อนบนต้องรับภาระน้ำหนักตัวของเราโดยที่ไม่เกิดผลกระโยชน์ต่อการขับเคลื่อนจักรยานไปเบื้องหน้า และกลายเป็นภาระของการออกแรงในที่สุด เทคนิคของ ยวน ยังคงทิ้งน้ำหนักตัวลงไปขับเคลื่อนจักรยานแต่ในองศาที่เปลี่ยนไป ส่วนแขนและร่างกายท่อนบนจับรถโยกเข้าหาแรงจากขา หากสังเกตุจากภาพช้าดีๆก็จะพบว่า เขากำลัง "พุ่ง" ตัวไปข้างหน้าจากการถีบตัวไปด้านหลัง ดังนั้น น้ำหนักตัวท่อนบนจึงไม่ "ตาย" อยู่บนแฮนด์นั่นเอง

เป็นความพอดี ลงตัวกันระหว่าง จักรยานเสือหมอบที่สมดุลย์ระหว่างความแอโร่ฯ น้ำหนัก ความสบาย และความสติฟ มากที่สุดคันหนึ่งของโลก กับท่าสปรินท์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับประสิทธิผลสูงสุดในการสปรินท์เพื่อชัยชนะที่สุดจะมีเอกลักษณ์ของ คาเล็บ ยวน ติดตามเส้นทางของ "เจ้าหนูกิมจิ" คนนี้กันต่อไป ว่าบนเส้นทางอันยาวไกล ดาวดวงนี้จะไปสิ้นสุดลงปลายทางที่แห่งใด แต่ที่แน่ๆตอนนี้ เขาคือ หนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองไปเรียบร้อยแล้ว[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 042249.jpg[/homeimg]
