D.I.Y. อัดน้ำมันหล่อลื่นใส่สายเบรค โดยไม่ต้องถอดสายเบรคออก..
โพสต์: 03 ก.พ. 2010, 12:17
D.I.Y. อัดน้ำมันหล่อลื่นใส่สายเบรค โดยไม่ต้องถอดสายเบรคออกจากปลอกสาย
...
สืบเนื่องจากการออกไปร่วมงานวันเดย์ทริป เที่ยวบางปะกง ดูปลาโลมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. 2553
ทำให้ผมได้พบกับน้อง Printer และครอบครัวที่มาร่วมปั่นในทริปนี้ด้วย น้อง Printer คนนี้เป็นเจ้าของผลงาน
การโมดิฟายรถจักรยานพับได้ ที่มีชื่อเสียงลือลั่นไปทั่ววงการรถพับ รถจักรยานพับได้ และพับไม่ได้ที่ผ่าน
มือน้อง Printer ล้วนแล้วกดดันให้ผู้เข้าชมน้ำลายกระฉอกกันมาแล้ว
(ตามดูผลงานของน้อง Printer ได้ที่นี่ครับ ...http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=63&t=29605 )
หลังจากแนะนำตัวกัน เจรจาต๊าอ่วยกันพอสมควร น้อง Printer ก็เดินเข้ามาดูรถจักรยาน YEAH by DAHON
รุ่นปี 2008 ของผม พลางบอกว่าเคยเห็นแต่รูปในเว๊ปบอร์ด ได้ข่าวว่าพี่จ่าแต่งรถแนวพอเพียง (สำหรับผม ..
เรียกการแต่งรถแนวนี้ว่า แต่งตามมีตามเกิด .. ไม่ก็แนวอนาถา "__"! ) จะเรียกว่าภูมิใจก็ใช่ที่ ผมได้แต่
บอกน้อง Printer ไปเบา ๆ ว่า .. พี่มันจน น้องเอ๊ย เมียก็ดุ จะไปหาซื้ออุปกรณ์แพง ๆ มาใส่ เดี๋ยวก็โดนเมีย
เอาสากกะเบือแพ่นกบาลกันพอดี
หนุ่มน้อยหน้ามล หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลองเอามือมาบีบเบรคหน้า-หลังของรถจักรยานผม ก่อนจะหันมาบอกว่า
"พี่จ่า .. รถพี่ตั้งเบรคกินสองข้างไม่เท่ากันนี่พี่ ... !!! "
ชะอุ๋ย ... งานเข้าแล้วไง ไอ้เราก็ว่าเราตั้งเบรคมาดีแล้วนะ แต่เมื่อมือโปรด้านการโมดิฟายรถท้วงติงมาอย่างงี้
ผมเลยรีบปลดกระเป๋าคาดเอว ซึ่งภายในบรรจุชุดเครื่องมือพื้นฐานในการซ่อม อันประกอบไปด้วย ยางในสำรอง
1 เส้น ชุดปะยางฉุดเฉิน 1 ชุด คีมขนาดเขื่อง ๆ 1 ตัว ไขควงชนิดเปลี่ยนหัวได้ 1 อัน ...
(อันว่าชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉินสำหรับคนขี่จักรยานแบบนี้ ผมแนะนำว่าสมควรมีติดตัวไว้เวลาออกทริปนะครับ
อุ่นใจเมื่อขาไป .. แต่หนักใจเมื่อขากลับ ฮ่วย ..... เมื่อเช้าตอนขี่ออกจากบ้าน ทำไมไม่เห็นมันหนักอย่างนี้ฟะ)
ก่อนจะหันไปทำหน้ากระลิ้มกระเหลี่ยกับน้อง Printer และบอกไปว่า ...
"ช่วยพี่นิดเถอะจ๊ะ .. ถึงพี่จะแก่ แต่พี่ก็โง่ "
(แอบซ่อนความดีใจไว้อย่างแนบเนียน รถเราได้น้อง Printer ตั้งเบรคให้เฟ้ย .. รับรอง ไปเล่าให้ใครฟังต้องมีแต่
คนอิจฉาแน๊นวลลล)
...
ไขโน่น ขันนี่ .. แป๊บเดียวเท่านั้น ให้ตายเถอะ .. ผมไม่รู้มาก่อนนะว่ามันต้องตั้งวีเบรคแบบนี้ ขอบคุณน้อง Printer
มาก ๆ เลยครับ ที่ช่วยชี้ทางสว่างให้พี่ ก่อนเก็บเครื่องมือ น้อง Printer ยังบอกมาอีกว่า
"สายเบรคหลังรถพี่มันฝืด ๆ นะ กลับไปนี่ลองถอดออก เอาจารบีรูดสายสักรอบ ไม่ก็เอาน้ำมันหล่อลื่นหยอดนะพี่"
หนุ่มน้อยหน้ามล ยิ้มให้ผมอย่างเต็มเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ... ขอบคุณมาก ๆ ครับสำหรับคำแนะนำ
...
หลังจากกลับมาจากทริป .. หยุดพักร่างกายที่สะบักสะบอมราวกับไปขึ้นชกมวยศึกลุมพินีเกริกไกร วันนี้ผมก็เริ่ม
ทำการบำรุงรักษารถจักรยานคู่ใจ ตามคำแนะนำของน้อง Printer ....
แล้วก็เจอปัญหา !!!
สายเบรค โดยส่วนใหญ่ จะย้ำหมุดปลายสาย เพื่อไม่ให้ปลายสายเบรคที่มีสภาพเหมือนกับเกลียวเชือก แตก หรือ
บานออกยามโดนเกี่ยว เมื่อปลายสายถูกย้ำด้วยหมุด ก็ถอดสายออกจากปลอกสายเบรคไม่ได้ ถ้าจะถอดก็ต้อง
ใช้คีมดึงหมุดออก ซึ่งความจริงหมุดปลายสายเบรคก็มีขายกันอยู่แล้ว ทั้งตามร้าน และในอินเตอร์เน๊ต
แต่มีหรือ .. ที่คนแต่งรถจักรยานตามมีตามเกิดอย่างจ่าโจจะซื้อหาอะไรมาใช้ง่าย ๆ ผมเริ่มนั่งคิดว่าจะเอาอะไร
มาหล่อลื่นสายเบรค จารบีตัดไปเพราะไม่อยากถอดหมุดปลายสาย งั้นก็เปลี่ยนมาเป็นน้ำมันหล่อลื่น ผมเดินเข้า
ไปหยิบขวดน้ำมันหยอดจักรซิงเกอร์ในบ้านออกมาลองหยอดที่ขั้วสาย
ช่องว่างระหว่างขั้วสาย กับตัวสายเบรคช่างน้อยนิด .. บีบลงไปได้ทีละหยด แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่มันจะไหลลงไป
ทั่วสายกันล่ะเนี่ย ไม่เวิรค์แล้ว ... เอาไงดี
...
ได้ยินแว่ว ๆ จากข่าวรอบดึก ที่ออกสกู๊ปเรื่องเครื่อง GT 200 กับประโยคที่ว่า แนวคิดการแก้ปัญหาโดยยึดหลักการ
ทางวิทยาศาสตร์ ผมเริ่มนั่งไล่เรียงนึกถึงความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เท่าที่ผมมีในหัวสมอง อะไรที่ผมจะนำมาใช้แก้ปัญหา
ของผมได้ ผมนึกถึงภาพในชั้นเรียนตั้งแต่สมัยประถม มาจนถึง ปวส.
ทันใดนั้น ... คำว่า "กลศาสตร์ของไหล" วิชาบังคับกลศาสตร์พื้นฐาน สมัยผมเรียน ปวส. แผนกสถาปัตยกรรม ก็ไหล
วาบเข้ามาในความคิด ความจริงวิชากลศาสตร์ เป็นวิชาหลักของแผนกช่างก่อสร้าง แต่เป็นวิชาบังคับให้ต้องเรียนของ
แผนกสถาปัตยกรรม เพราะในบ้านเรือนของเราเองก็มีหลักการของกลศาสตร์ตั้งแต่ฐานรากไปยันหลังคา ไหนจะไฟฟ้า
ไหนจะน้ำประปาที่นำมาใช้ในบ้าน และน้ำเสียจากการใช้งานที่ต้องถูกระบายออกไป ... ยูเรก้า กลศาสตร์ของไหล
ใช้แก้ปัญหาของผมได้แล้ว .....................
อะไรคือกลศาสตร์ของไหล ... ของไหลในที่นี้ก็คือของเหลวทุกชนิดที่มีอยู่บนโลกใบนี้ น้ำ .. น้ำมัน .. ลาวา .. ยางไม้
ธรรมชาติของเหลว จะไหลได้ประกอบด้วยหลักการ 3 อย่างหลัก ๆ
1. มวล , ความหนาแน่น , ความถ่วงจำเพาะ ... เป็นค่าเฉพาะตัวของ ของเหลวแต่ละชนิด เช่นน้ำ มีความหนาแน่นน้อย
กว่าน้ำมัน จึงไหลได้ดีกว่า เป็นต้น
2. แรงโน้มถ่วง ... ของเหลว ย่อมไหลลงที่ต่ำเสมอ
3. แรงดัน ... เมื่อของเหลวอยู่ในที่จำกัด และมีแรงดันเข้ามาเกี่ยวข้อง มันจะไหลไปตามแรงดัน
ไม่รอช้า ... ผมเริ่มทำการประมวลความคิดในสอมงราวกับการทำงานของชิพ intel อินไซต์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์
แล้วก็เริ่มลงมือ
...

ปลดสายเบรคหลังจากวีเบรค
...

ปลดหมุดปลายสายออกจากมือเบรค แล้วดึงออกมาให้สุด
...

ตัดถุงพลาสติกใส่กับข้าว เฉพาะตรงมุมถุงออกมาดังภาพ
...

พับด้านกว้างของถุงพลาสติกเข้าหากัน แล้วใช้กรรไกรตัดปลายออก
...

จะได้มุมถุงพลาสติก ที่ถูกตัดปลายด้านแหลมออกตามรูป
...

นำไปสวมปลายสายเบรค
...

รัดโคนถุงด้วยหนังยางให้พอแน่น
...

เติมน้ำมันหล่อลื่นลงไปพอประมาณ พอดีผมมีน้ำมันเครื่องดั๊กแฮม ที่เหลือมาจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์
เอามาใช้ได้เลย (ไม่ควรใช้น้ำมันเก่า เนื่องจากประสิทธิภาพการหล่อลื่นจะลดลง)
...

รัดปากถุงพลาสติกด้านบน เราก็จะได้กระเปาะน้ำมันหล่อลื่นที่พร้อมจะทำงานตามหลักการกลศาสตร์ของไหล
เมื่อมีแรงดัน น้ำมันเครื่องในกระเปาะถุงพลาสติกของผมจะไหลวาบเข้าไปในสายเบรคทันที
แต่ .. ยัง ... อย่าเพิ่งรีบบีบกระเปาะสร้างแรงดัน !!!
...

กลับมาที่ปลายสายเบรคอีกข้าง ด้่านที่เข้าล๊อควีเบรค เมื่อตอนแรกเราดึงสายสวนกลับไปด้านบน มันจึงเหลือ
ปลายสายอีกข้างอยู่สั้น ๆ
...

ดึงปลายสายด้านนี้ออกมาให้สุด .. เท่านี้สายเบรคก็แทบจะกลายเป็นไซริงค์ฉีดยา แรงดึงสายเบรคจะลาก
เอาน้ำมันหล่อลื่นส่วนนึงให้ไหลเข้ามาในสาย และเมื่อมันปิดทางเดินอากาศไปสิ้น น้ำมันหล่อลื่นแทบทั้งกระเปาะ
ก็จะไหลวาบเข้ามาในสายเบรคโดยที่ไม่ต้องไปนั้งบีบกระเปาะใด ๆ ทั้งสิ้น
ทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยปลดทุกอย่างออกจากสายเบรค และกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนที่ว่ามาแล้วอีกครั้ง
ที่ปลายสายด้านวีเบรค เพียงเท่านี้ ... เราก็จะได้สายเบรคที่ลื่นปรื๊ด .... โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ
...
อย่าลืม .. เช็ดน้ำมันส่วนเกินออก ตรวจสอบความขันแน่นของน๊อตทุกตัวที่ถูกคลายออกกับกระบวนการนี้
...
ขี่จักรยานให้สนุก อย่าลืมดูแลรักษาเขาด้วยนะครับ ... เดี๋ยวเขาจะน้อยใจ
...

...
สืบเนื่องจากการออกไปร่วมงานวันเดย์ทริป เที่ยวบางปะกง ดูปลาโลมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. 2553
ทำให้ผมได้พบกับน้อง Printer และครอบครัวที่มาร่วมปั่นในทริปนี้ด้วย น้อง Printer คนนี้เป็นเจ้าของผลงาน
การโมดิฟายรถจักรยานพับได้ ที่มีชื่อเสียงลือลั่นไปทั่ววงการรถพับ รถจักรยานพับได้ และพับไม่ได้ที่ผ่าน
มือน้อง Printer ล้วนแล้วกดดันให้ผู้เข้าชมน้ำลายกระฉอกกันมาแล้ว
(ตามดูผลงานของน้อง Printer ได้ที่นี่ครับ ...http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=63&t=29605 )
หลังจากแนะนำตัวกัน เจรจาต๊าอ่วยกันพอสมควร น้อง Printer ก็เดินเข้ามาดูรถจักรยาน YEAH by DAHON
รุ่นปี 2008 ของผม พลางบอกว่าเคยเห็นแต่รูปในเว๊ปบอร์ด ได้ข่าวว่าพี่จ่าแต่งรถแนวพอเพียง (สำหรับผม ..
เรียกการแต่งรถแนวนี้ว่า แต่งตามมีตามเกิด .. ไม่ก็แนวอนาถา "__"! ) จะเรียกว่าภูมิใจก็ใช่ที่ ผมได้แต่
บอกน้อง Printer ไปเบา ๆ ว่า .. พี่มันจน น้องเอ๊ย เมียก็ดุ จะไปหาซื้ออุปกรณ์แพง ๆ มาใส่ เดี๋ยวก็โดนเมีย
เอาสากกะเบือแพ่นกบาลกันพอดี
หนุ่มน้อยหน้ามล หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลองเอามือมาบีบเบรคหน้า-หลังของรถจักรยานผม ก่อนจะหันมาบอกว่า
"พี่จ่า .. รถพี่ตั้งเบรคกินสองข้างไม่เท่ากันนี่พี่ ... !!! "
ชะอุ๋ย ... งานเข้าแล้วไง ไอ้เราก็ว่าเราตั้งเบรคมาดีแล้วนะ แต่เมื่อมือโปรด้านการโมดิฟายรถท้วงติงมาอย่างงี้
ผมเลยรีบปลดกระเป๋าคาดเอว ซึ่งภายในบรรจุชุดเครื่องมือพื้นฐานในการซ่อม อันประกอบไปด้วย ยางในสำรอง
1 เส้น ชุดปะยางฉุดเฉิน 1 ชุด คีมขนาดเขื่อง ๆ 1 ตัว ไขควงชนิดเปลี่ยนหัวได้ 1 อัน ...
(อันว่าชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉินสำหรับคนขี่จักรยานแบบนี้ ผมแนะนำว่าสมควรมีติดตัวไว้เวลาออกทริปนะครับ
อุ่นใจเมื่อขาไป .. แต่หนักใจเมื่อขากลับ ฮ่วย ..... เมื่อเช้าตอนขี่ออกจากบ้าน ทำไมไม่เห็นมันหนักอย่างนี้ฟะ)
ก่อนจะหันไปทำหน้ากระลิ้มกระเหลี่ยกับน้อง Printer และบอกไปว่า ...
"ช่วยพี่นิดเถอะจ๊ะ .. ถึงพี่จะแก่ แต่พี่ก็โง่ "
(แอบซ่อนความดีใจไว้อย่างแนบเนียน รถเราได้น้อง Printer ตั้งเบรคให้เฟ้ย .. รับรอง ไปเล่าให้ใครฟังต้องมีแต่
คนอิจฉาแน๊นวลลล)
...
ไขโน่น ขันนี่ .. แป๊บเดียวเท่านั้น ให้ตายเถอะ .. ผมไม่รู้มาก่อนนะว่ามันต้องตั้งวีเบรคแบบนี้ ขอบคุณน้อง Printer
มาก ๆ เลยครับ ที่ช่วยชี้ทางสว่างให้พี่ ก่อนเก็บเครื่องมือ น้อง Printer ยังบอกมาอีกว่า
"สายเบรคหลังรถพี่มันฝืด ๆ นะ กลับไปนี่ลองถอดออก เอาจารบีรูดสายสักรอบ ไม่ก็เอาน้ำมันหล่อลื่นหยอดนะพี่"
หนุ่มน้อยหน้ามล ยิ้มให้ผมอย่างเต็มเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ... ขอบคุณมาก ๆ ครับสำหรับคำแนะนำ
...
หลังจากกลับมาจากทริป .. หยุดพักร่างกายที่สะบักสะบอมราวกับไปขึ้นชกมวยศึกลุมพินีเกริกไกร วันนี้ผมก็เริ่ม
ทำการบำรุงรักษารถจักรยานคู่ใจ ตามคำแนะนำของน้อง Printer ....
แล้วก็เจอปัญหา !!!
สายเบรค โดยส่วนใหญ่ จะย้ำหมุดปลายสาย เพื่อไม่ให้ปลายสายเบรคที่มีสภาพเหมือนกับเกลียวเชือก แตก หรือ
บานออกยามโดนเกี่ยว เมื่อปลายสายถูกย้ำด้วยหมุด ก็ถอดสายออกจากปลอกสายเบรคไม่ได้ ถ้าจะถอดก็ต้อง
ใช้คีมดึงหมุดออก ซึ่งความจริงหมุดปลายสายเบรคก็มีขายกันอยู่แล้ว ทั้งตามร้าน และในอินเตอร์เน๊ต
แต่มีหรือ .. ที่คนแต่งรถจักรยานตามมีตามเกิดอย่างจ่าโจจะซื้อหาอะไรมาใช้ง่าย ๆ ผมเริ่มนั่งคิดว่าจะเอาอะไร
มาหล่อลื่นสายเบรค จารบีตัดไปเพราะไม่อยากถอดหมุดปลายสาย งั้นก็เปลี่ยนมาเป็นน้ำมันหล่อลื่น ผมเดินเข้า
ไปหยิบขวดน้ำมันหยอดจักรซิงเกอร์ในบ้านออกมาลองหยอดที่ขั้วสาย
ช่องว่างระหว่างขั้วสาย กับตัวสายเบรคช่างน้อยนิด .. บีบลงไปได้ทีละหยด แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่มันจะไหลลงไป
ทั่วสายกันล่ะเนี่ย ไม่เวิรค์แล้ว ... เอาไงดี
...
ได้ยินแว่ว ๆ จากข่าวรอบดึก ที่ออกสกู๊ปเรื่องเครื่อง GT 200 กับประโยคที่ว่า แนวคิดการแก้ปัญหาโดยยึดหลักการ
ทางวิทยาศาสตร์ ผมเริ่มนั่งไล่เรียงนึกถึงความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เท่าที่ผมมีในหัวสมอง อะไรที่ผมจะนำมาใช้แก้ปัญหา
ของผมได้ ผมนึกถึงภาพในชั้นเรียนตั้งแต่สมัยประถม มาจนถึง ปวส.
ทันใดนั้น ... คำว่า "กลศาสตร์ของไหล" วิชาบังคับกลศาสตร์พื้นฐาน สมัยผมเรียน ปวส. แผนกสถาปัตยกรรม ก็ไหล
วาบเข้ามาในความคิด ความจริงวิชากลศาสตร์ เป็นวิชาหลักของแผนกช่างก่อสร้าง แต่เป็นวิชาบังคับให้ต้องเรียนของ
แผนกสถาปัตยกรรม เพราะในบ้านเรือนของเราเองก็มีหลักการของกลศาสตร์ตั้งแต่ฐานรากไปยันหลังคา ไหนจะไฟฟ้า
ไหนจะน้ำประปาที่นำมาใช้ในบ้าน และน้ำเสียจากการใช้งานที่ต้องถูกระบายออกไป ... ยูเรก้า กลศาสตร์ของไหล
ใช้แก้ปัญหาของผมได้แล้ว .....................
อะไรคือกลศาสตร์ของไหล ... ของไหลในที่นี้ก็คือของเหลวทุกชนิดที่มีอยู่บนโลกใบนี้ น้ำ .. น้ำมัน .. ลาวา .. ยางไม้
ธรรมชาติของเหลว จะไหลได้ประกอบด้วยหลักการ 3 อย่างหลัก ๆ
1. มวล , ความหนาแน่น , ความถ่วงจำเพาะ ... เป็นค่าเฉพาะตัวของ ของเหลวแต่ละชนิด เช่นน้ำ มีความหนาแน่นน้อย
กว่าน้ำมัน จึงไหลได้ดีกว่า เป็นต้น
2. แรงโน้มถ่วง ... ของเหลว ย่อมไหลลงที่ต่ำเสมอ
3. แรงดัน ... เมื่อของเหลวอยู่ในที่จำกัด และมีแรงดันเข้ามาเกี่ยวข้อง มันจะไหลไปตามแรงดัน
ไม่รอช้า ... ผมเริ่มทำการประมวลความคิดในสอมงราวกับการทำงานของชิพ intel อินไซต์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์
แล้วก็เริ่มลงมือ
...

ปลดสายเบรคหลังจากวีเบรค
...

ปลดหมุดปลายสายออกจากมือเบรค แล้วดึงออกมาให้สุด
...

ตัดถุงพลาสติกใส่กับข้าว เฉพาะตรงมุมถุงออกมาดังภาพ
...

พับด้านกว้างของถุงพลาสติกเข้าหากัน แล้วใช้กรรไกรตัดปลายออก
...

จะได้มุมถุงพลาสติก ที่ถูกตัดปลายด้านแหลมออกตามรูป
...

นำไปสวมปลายสายเบรค
...

รัดโคนถุงด้วยหนังยางให้พอแน่น
...

เติมน้ำมันหล่อลื่นลงไปพอประมาณ พอดีผมมีน้ำมันเครื่องดั๊กแฮม ที่เหลือมาจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์
เอามาใช้ได้เลย (ไม่ควรใช้น้ำมันเก่า เนื่องจากประสิทธิภาพการหล่อลื่นจะลดลง)
...

รัดปากถุงพลาสติกด้านบน เราก็จะได้กระเปาะน้ำมันหล่อลื่นที่พร้อมจะทำงานตามหลักการกลศาสตร์ของไหล
เมื่อมีแรงดัน น้ำมันเครื่องในกระเปาะถุงพลาสติกของผมจะไหลวาบเข้าไปในสายเบรคทันที
แต่ .. ยัง ... อย่าเพิ่งรีบบีบกระเปาะสร้างแรงดัน !!!
...

กลับมาที่ปลายสายเบรคอีกข้าง ด้่านที่เข้าล๊อควีเบรค เมื่อตอนแรกเราดึงสายสวนกลับไปด้านบน มันจึงเหลือ
ปลายสายอีกข้างอยู่สั้น ๆ
...

ดึงปลายสายด้านนี้ออกมาให้สุด .. เท่านี้สายเบรคก็แทบจะกลายเป็นไซริงค์ฉีดยา แรงดึงสายเบรคจะลาก
เอาน้ำมันหล่อลื่นส่วนนึงให้ไหลเข้ามาในสาย และเมื่อมันปิดทางเดินอากาศไปสิ้น น้ำมันหล่อลื่นแทบทั้งกระเปาะ
ก็จะไหลวาบเข้ามาในสายเบรคโดยที่ไม่ต้องไปนั้งบีบกระเปาะใด ๆ ทั้งสิ้น
ทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยปลดทุกอย่างออกจากสายเบรค และกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนที่ว่ามาแล้วอีกครั้ง
ที่ปลายสายด้านวีเบรค เพียงเท่านี้ ... เราก็จะได้สายเบรคที่ลื่นปรื๊ด .... โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ
...
อย่าลืม .. เช็ดน้ำมันส่วนเกินออก ตรวจสอบความขันแน่นของน๊อตทุกตัวที่ถูกคลายออกกับกระบวนการนี้
...
ขี่จักรยานให้สนุก อย่าลืมดูแลรักษาเขาด้วยนะครับ ... เดี๋ยวเขาจะน้อยใจ
...