หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 10:24
โดย edu.singha
ขอเชิญเที่ยวงานสมโภชเมืองสิงหนคร ประจำปี 2559
ระหว่างวันที่ 27 - 31 กรกฎาคม 2559 ณ ที่ว่าการอำเภอสิงหนคร อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น แสง สี เสียงทุกค่ำคืนกับ Singora of Light and Sound เปิดตำนานย้อนรอยเมืองเก่าสิงขร
พร้อมชมการแสดงบนเวทีและชมฟรีคอนเสิร์ต จากศิลปินดังมากมาย..!!?
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม..คลิก...
http://www.singhanakorn.go.th/frontpage
ขอเชิญร่วม การแข่งขันจักรยานเสือภูเขา "Singora Moutain Bike 2016 " พิชิตยอดเขาแดง ที่ตั้ง เจดีย์องค์ดำ องค์ขาว
และ ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว "สิงหนครเมืองเก่า" Singora Bike Tour 2016
ในวันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม 2559
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 12:45
โดย edu.singha
เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว "สิงหนครเมืองเก่า" Singora Bike Tour 2016
สัมผัสร่องรอยประวัติศาสตร์ ชุมชนเมืองสงขลาเก่า โบราณสถาน โบราณวัตถุ ธรรมชาติ ตลอดเส้นทางปั่น
ประวัติความเป็นมาเมืองสงขลา
ยุคหัวเขาแดง
เมืองสงขลาเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวสืบต่อกันตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบหลักฐาน ได้แก่ ขวานหิน ซึ่งเป็นเครื่องมือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่อำเภอสทิงพระ ประวัติ ความเป็นมา และวัฒนธรรมสมัยที่เมืองสทิงพระเจริญ เค บูรล์เบท ได้ให้ทัศนะว่า สทิงพระ คือศูนย์กลางของอาณาจักรเซี้ยะโท้หรือเซ็กโท เป็นแหล่งหนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียโดยตรงในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 ศตวรรษ เพราะมีร่อยรอยทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองสทิงพระเป็นศูนย์กลางการปกครองดินแดน รอบ ๆ ทะเลสาบสงขลาในสมัยนั้น
ในพุทธศตวรรษที่ 19 ชื่อเมืองสทิงพระเริ่มเลือนหายไป และเกิดชุมชนแห่งใหม่ใกล้เคียงขึ้นแทน เรียกว่า "เมืองพัทลุงที่พะโคะ" ได้เจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ต่อมาระหว่างพุทธศตวรรษที่ 20-22 พวกโจรสลัดมลายูได้เข้าคุกคามบ่อย ๆ ทำให้เมืองพัทลุงที่พะโค๊ะค่อย ๆ เสื่อม หลังจากนั้นเกิดชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น 2 แห่ง บริเวณรอบทะเลสาบสงขลา คือ บริเวณเขาแดงปากทะเลสาบสงขลา และได้กลายเป็นเมืองสงขลาริมเขาแดง และอีกแห่งที่บางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และกลายเป็นเมืองพัทลุง ระหว่างปี พ.ศ.2162-2223 เมืองสงขลาริมเขาแดงมีความเจริญด้านการค้าขายกับต่างประเทศ โดยมีเจ้าเมืองเชื้อสายมลายูอพยพมาจากอินโดนีเซีย พวกมลายูเหล่านี้ได้หลบหนีการค้าแบบผูกขาด ของพวกดัทช์มาเป็นการค้าแบบเสรีที่สงขลา โดยมีอังกฤษ์เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ในระยะแรกระหว่าง ปี พ.ศ.2162-2185 เจ้าเมืองสงขลาเป็นมุสลิม หลังจากนั้นในช่วงปี พ.ศ.2185-2223 เจ้าเมืองสงขลาเป็นกบฎไม่ยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา ในที่สุดจึงถูกสมด็จพระนารายณ์มหาราชปราบปรามจนราบคาบ และถูกปล่อยให้ทรุดโทรม และตกเป็นเมืองขึ้นของเมืองพัทลุง จนถึงช่วงปี พ.ศ.2242-2319 เมืองสงขลาไปตั้งขึ้นใหม่ที่บริเวณบ้านแหลมสน เรียกว่า เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับที่ตั้งตัวเมืองสงขลาปัจจุบัน
เมืองสงขลาได้พัฒนาเป็นหัวเมืองขนาดใหญ่ ในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อ พ.ศ.2310 ประเทศสยามเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ได้เกิดก๊กต่าง ๆ ขึ้น เจ้าพระยานคร ซึ่งตั้งตัวเป็นใหญ่ ได้ตั้ง นายวิเถีย ญาติมาเป็นเจ้าเมือง เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีปราบก๊กเจ้านครได้แต่งตั้งให้ จีนเหยี่ยง แซ่เฮ่า ซึ่งเป็นนายอากรรังนก เป็นเจ้าเมืองในปี 2318 ได้รับพระราชทินนามเป็น "หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ" (ต้นตระกูล ณ สงขลา) เชื้อสายของตระกูลนี้ได้ปกครองเมืองสงขลาติดต่อกันมาไม่ขาดสายถึง 8 คน (พ.ศ.2318-2444)จนกระทั่ง ปี พ.ศ.2379 สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) โปรดเกล้าให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ก่อสร้างป้อมกำแพงเมือง ระหว่างที่ก่อสร้าง ตวนกู อาหมัดสะอัด ชักชวนหัวเมืองไทรบุรี ปัตตานี และหัวเมืองทั้ง 7 ยกมาตีสงขลา เมื่อปราบปรามขบถเรียบร้อยแล้ว จึงได้สร้างป้อม และกำแพงเมืองสงขลาจนเสร็จ และได้จัดให้มีการฝังหลักเมืองและได้ย้ายเมืองสงขลามายังฝั่งตะวันออกของแหลมสน "ตำบลบ่อยาง" คือ ในเขตเทศบาลนครสงขลา ปัจจุบัน[/color]
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 13:49
โดย edu.singha
สุลต่านสุไลมาน ชาห์ หรือ สุลัยมาน อดีตเจ้าเมืองสงขลา
เป็นบุตรของ ดะโต๊ะ โมกอล
นักการศาสนาและพ่อค้าชาวอาหรับ ที่แรกเริ่มมาปักหลักค้าขาย
อยู่ในชวาภาคกลางที่ เมืองสาเลห์ (Saleh) ประเทศอินโดนีเซีย
บนฝั่งแม่น้ำปรากา จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.๒๑๔๘
ฝรั่งนักล่าเมืองขึ้นได้เข้าโจมตีทางทะเลด้วยกำลังคน และอาวุธที่เหนือกว่า
จนต้องย้ายครอบครัวและสมัครพรรคพวกร่นถอยหนีมาประเทศไทย
อาหรับที่มาค้าขายในแถบอาเซียนนี้
จะมีสองกลุ่มหลักคือ นิกายสุหนี่ จะมีมากแถวอาเจะห์ มลายู
กับนิกายชีอะห์ จะมีมากในกรุงศรีอยุธยา เช่น ต้นสกุล บุนนาค
(พ.ศ.๒๐๔๑ นักเดินเรือชนชาติโปรตุเกส วาสโค ดา กามา
ได้ค้นพบเส้นทางเดินเรือผ่านแหลมโชคดี (Cape of Good Hope)
เข้าสู่อินเดีย ทวีปเอเชีย และหมู่เกาะต่างๆ ย่านทะเลใต้ได้)
ผลของการทำสงครามกับฝรั่งล่าเมืองขึ้น
ถูกโจมตีด้วยเรือไฟ ป์นไฟ และระเิบิดเพลิง จนเมืองเผาไหม้
และจะเข้าสู้รบระยะปะชิดไม่ได้เลย
ดาโต๊ะ โมกอล จึงต้องอพยพครอบครัวและบริวารลงเรือสำเภา
หนีภัยสงครามที่พ่ายแพ้กับฝรั่งนักล่าเมืองขึ้น
ฝ่าคลื่นลมเป็นเวลาหลายวัน เข้ามาสู่อ่าวไทย
ด้วยการแล่นเรือเรียบชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย
เล็งเห็นว่าปากน้ำทะเลสาบใกล้เมืองสทิงปุระ (จะทิ้งพระ) ที่บางช่วงจะเป็น
เมืองขึ้นกับพัทลุง บางช่วงจะอยู่กับนครศรีธรรมราช
แถวทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืด+กร่อย
มีภูเขาบังคลื่มลมได้ดีจึงแวะเข้าพักขึ้นในบริเวณนี้
และทำการสำรวจโดยรอบแล้วเห็นว่าเป็นทำเลที่ดี
จึงได้ยกพลขึ้นบก ณ ที่หัวเขาแดง เมือง สิงขรานคร Singora หรือ สงขลา
ในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ (พ.ศ.๒๑๔๘-๒๑๕๓)
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 13:49
โดย edu.singha
สุสานมรหุ่ม (สุสานสุลต่าน สุไลมาน) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร ตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 (สายเขาแดง-ระโนด) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 2 กล่าวกันว่าเป็นที่ฝังศพสุลต่านสุไลมาน เจ้าเมืองสงขลา คำว่า “มรหุ่ม” “มะระหุ่ม” เป็นคำที่เลือนมาจาก “บาระหุม” ซึ่งเป็นชื่อหลุมฝั่งศพของสุลต่านหรือเจ้าเมืองมลายูตามคติศาสนาอิสลาม (สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์, 2529, หน้า 1445) สภาพบริเวณโดยรอบของสุสานมรหุ่มเป็นกลุ่มต้นไม้ขนาดใหญ่ อาทิ ต้นยาง ต้นสน ต้นก้ามปู ฯลฯ 3 ด้าน พื้นเป็นทรายทะเลสีขาวละเอียด และมีหลุมฝังศพชาวบ้าน ล้อมรอบด้วยคูน้ำผู้นับถือศาสนาอิสลามกระจายทั่วไปเต็มพื้นที่ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 ใส่รูป ศาลาหลุมฝังศพสุลต่าน สุไลมาน ภายในหลุมฝังศพสุลต่าน สุไลมาน สุสานมรหุ่ม
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 14:10
โดย edu.singha
สงขลา-ป้อมปราการ
ป้อมปราการที่สงขลาฝั่งหัวเขาแดง
ที่เป็นที่ทำการตัวเมืองสมัยสุลต่านสุลัยมาน
อดีตเจ้าเมืองสงขลา ที่เคยปกครองเมืองสงขลา
สมัยพระนารายณ์มหาราช
เป็นต้นสกุลของ ณ พัทลุง (ที่ปัจจุบันแยกเป็นหลายสาย)
คาดว่าสร้างโดยชาวฝรั่งเศส
แต่มีบางความคิดเห็นทางประวัติศาสตร์
อ้างว่าสร้างโดยชาววิลันดา (เนเธอร์แลนด์)
เพราะปรากฎว่ามีหลุมศพชาววิลันดา
อยู่บริเวณมรหุ่ม(กุโบร์)สุลต่านสุลัยมาน
ป้อมปืนของท่านสุลต่านสุลัยมาน แต่ฝรั่งเศสเข้ามาเสริมแต่งเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ค่ายของตนที่มาตั้งในสงขรา ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ เพราะเจ้าพระยาวิชเยนทร์ชี้ช่องให้เข้ามายึดไว้
เดอ ลามาร์ เป็นผู้เข้ามาปักหลักสำรวจ ที่สมัยนี้เรียกว่าทำ Feasibility Study รายงานขึ้นไปว่า น่าสนใจ เพราะสามารถจะขุดคลองจากเมืองนี้ ทะลุตามแม่น้ำออกไปเชื่อมต่อกับทะเลอันดามันได้
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 14:21
โดย edu.singha
"ซุ้มประตูบ่อเก๋ง" หรือนิยมเรียกสั้นๆว่า "บ่อเก๋ง"
ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลเขาแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นโบราณสถานรูปสี่เหลี่ยม สร้างด้วยอิฐถือปูน สร้างทับบนป้อมโบราณ ลักษณะของโบราณสถานประกอบด้วย กำแพงป้อมโบราณ กำแพงและซุ้มประตู และบ่อน้ำ ซึ่งมีอายุราว 112 ปี
บ่อเก๋ง เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์โบราณคดีวัฒนธรรม เป็นหลักฐานแสดงสาธารณูปการของเมืองสงขลาประกอบด้วยป้อมปืน ที่จอดท่าเทียบเรือ ที่พักผู้รักษาป้อมและท่าน้ำ ที่อาบน้ำ บ่อน้ำ ซึ่งต่อมากรมศิลปากร ประกาศขึ้นเป็นโบราณสถานของชาติในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนพิเศษ 7 ง วันที่ 22 มกราคม 2542
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 14:26
โดย edu.singha
ศาลาหลบเสือ
ประวัติความเป็นมา
ศาลาหลบเสือหรือศาลาจอม สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 24
(รัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ) เนื่องจากแถบเมืองสงขลา ฝั่งแหลมสนมีเสืออยู่ชุกชุมจึงมีศาลาเพื่อพักหลบเสือลักษณะอาคารแสดงสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์โบราณคดีวัฒนธรรม
ที่พักคนเดินทางยามค่ำคืนเพื่อหลบภัยจากเสือและเป็นอนุสรณ์สถานแห่งการปราบเสือของพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง)
สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน
1. ศาลาหลบเสือ
อายุสมัย
ระหว่าง พ.ศ. 2361-2389
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 16:27
โดย edu.singha
พระเจดีย์สองพี่น้อง (เจดีย์องค์ขาว องค์ดำ)
ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร บริเวณเดียวกับป้อมหัวเขาแดงถัดขึ้นไปบนยอดเขาค่ายม่วง มีเจดีย์อยู่ 2 องค์นิยมเรียกกันว่า “เจดีย์องค์ดำ - องค์ขาว ” มีลักษณะสีที่แตกต่างกัน คือ องค์หนึ่งมีสีดำคล้ำและอีกองค์หนึ่งมีสีขาวตามธรรมชาติ เจดีย์ องค์ดำ : เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองก่อด้วยหินฉาบปูนส่วนยอด เจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) สมุนพระกลาโหมหรือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ เป็นผู้สร้างเมื่อครั้งมาปราบกบฏไทรบุรี เมื่อปี พ.ศ.2373 เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ได้มาตั้งทัพที่เมืองสงขลา เจดีย์องค์ขาว : เป็น เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานสี่เหลี่ยม องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐฉาบปูนสีขาว พระยาศรีพิพัน์รัตนราชโกษา (ทัด บุนนาค) น้องชายร่วมมารดาเดียวกันกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2381 ครั้งยกกองทัพเมืองหลวงออกมาปราบกบฏเมืองไทรบุรี ปัตตานี ปีนัง และมลายู เมื่อปราบกบฏได้แล้วพระยาศรีพิพัฒน์รับราชการเมืองสงขลาอยู่ 2 ปี จึงได้สร้างเจดีย์ไว้บนยอดเขากลางเมืองสงขลาอีกองค์หนึ่งคู่กันแล้วจึงยก ทัพกลับพระนครระหว่างเจดีย์ทั้งสอง มีศาลาเก๋งจีนชำรุดเหลือแต่พื้นกับผนังที่เจาะช่องหน้าต่างเป็นวงกลม ปัจจุบันองค์เจดีย์ทั้งสองได้รับการขุดแต่บูรณะจากหน่วยศิลปากรที่ 9 สงขลา กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 21:24
โดย edu.singha
ทวดหัวเขาแดง
เป็นเทพที่สถิตอยู่ที่หัวเขาแดงปากน้ำเมืองสงขลา และเป็นที่ยอมรับนับถือของคนทั่ว ๆ ไป มาแต่สมัยโบราณว่า ทวดคอยอภิบาลคุ้มครองปัองกันรักษาความปลอดภัย ประสิทธิ์โชคลาภนานาประการแก่เมืองสงขลา ประชาชนชาวสงขลาและผู้ที่เดินทางผ่านไป-มา ทั้งทางบกและทางทะเล
ต่อมา ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตัวเมืองสงขลา ในขณะนั้น ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านบ่อเตย ตำบลหัวเขา เจ้าเมืองสงขลา และประชาชนที่ศรัทธา ได้สร้างศาลาเป็นที่ประดิษฐาน สักการะทวดเขาแดงขึ้นโดยถาวร ลักษณะการสร้างเป็นแบบสถาปัตยกรรมจีน คล้ายศาลา หรือศาลเจ้า มีความสวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมภายในประดิษฐานรูปจำลองของทวดเขาแดง และรูปจำลองมีแกะสลักศิลปะจีนของ เอ็งบ้วนต๊ะ ง้วนช้วย หรือ องค์ว่านต๊ะ เหยียนช้วย ซึ่งเป็นเทพที่สำคัญองค์หนึ่งทางฝ่ายบุ๋น เป็นแม่ทัพที่ชาวจีนที่นับถือมาก
สมัยญี่ปุ่นขึ้น พ.ศ.2484 มีระเบิดลงมา 6 ลูก ที่หน้าศาลของปู่ทวดหัวเขาแดง แต่ระเบิดไม่ปะทุ (ไม่ระเบิด) มีเรือญี่ปุ่นจอดอยู่ด้วย แต่ไม่ได้รับอันตรายและชาวสงขลาส่วนใหญ่จะหลบภัยอยู่ตามถ้ำ ซึ่งในปัจจุบันคือถ้ำแม่นาง
ก่อนสมัยสงคราม มีชาวไทยผู้หนึ่งได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศจีน เมื่อสงครามสงบลง ทางประเทศจีนก็ให้ชาวไทยผู้นี้เดินทางกลับสู่ประเทศไทย ชาวไทยผู้นี้ชื่อ นางเผ็ก ไม่ทราบนามสกุล ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2488 ในการเดินทางกลับมาสู่ประเทศไทยนี้ นางเผ็กได้อัญเชิญพระเอ็งบ้วนต๊ะ องค์เล็กมาด้วย 1 องค์ เพื่อคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัย เมื่อเดินทางมาถึงสงขลา ก็ได้อัญเชิญพระเอ็งบ้วนต๊ะ ประดิษฐานไว้ ณ ศาลของปู่ทวดหัวเขาแดง ต่อมาพระเอ็งบ้วนต๊ะ ได้อันตรธานไปโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นเวลานานเท่าไรไม่ปรากฏ
ด้วยกาลเวลาราว 175 ปี ศาลาทวดหัวเขาแดงชำรุดทรุดโทรมเป็นที่น่าสังเวช ดังนั้นในปี พ.ศ.2516 นางเปีย ฮวดอุปัต ได้ขออนุญาตบูรณะศาลเจ้าแป๊ะกง (ศาลาทวดหัวเขาแดง) ต่อกองโบราณคดี กรมศิลปากร ตามสำเนาหนังสือหน่วยศิลปากรที่ 1 รับที่ 174 ลว. วันที่ 17 สิงหาคม 2516 เวลา 10.00 น. พร้อมแบบแปลนตามสถาปัตยกรรมเดิม
เมื่อนางเปีย ได้เริ่มทำการบูรณะศาลเจ้า พระเอ็งบ้วนต๊ะ ได้ประทับทรง บอกให้ไปตามเอารูปปั้น หรือ กิมสิน กลับมา แล้วทางนางเปียได้ไปตามหาจนได้องค์พระกลับคืนมา โดยได้มาจากบ้านของชาวจีนผู้หนึ่ง ที่ถนนเพชรคีรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา ในขณะที่บูรณะศาลเจ้ายังไม่แล้วเสร็จ ได้มีชาวจีนปีนังเดินทางมาที่อำเภอหาดใหญ่ นำพระเอ็งบ้วนต๊ะ องค์ใหญ่ มาประดิษฐาน ณ ศาลเจ้า จนกระทั่งศาลเจ้าบูรณะเสร็จเรียบร้อยสวยงามแล้วมีพิธีสมโภชตามประเพณีทุกปี มาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่ได้บูรณะศาลเจ้าของปู่ทวดหัวเขาแดงเสร็จแล้ว นางเปีย ก็ได้สร้างรูปปั้นของปู่ทวดหัวเขาแดง เป็นรูปปั้นปูนขึ้นเพื่อให้ประชาชนชาวสงขลา และประชาชนทั่วทุกจังหวัดที่เดินทางผ่านไปมา ได้สักการะ
ในปีพ.ศ.2517 ได้มีงานประจำปี มีพิธีลุยไฟ ณ ป่าสนแหลมทราย เป็นประจำทุกปี เป็นเวลาถึง 6 ปี นางเปียได้เห็นว่ายุ่งยากเรื่องการเงิน เนื่องจากไม่ได้นำรายได้ไปบูรณะศาลเจ้า นางเปียจึงได้สละสิทธิ์งานประจำปีทางป่าสน แล้วไปจัดงานประจำปีของทวดเขาแดงทางฝั่งหัวเขาแดงทุก ๆ ปี หลังจากเสร็จงานประจำปีของทวดหัวเขาแดง ทางฝั่งหัวเขาแดงแล้ว 2 วัน คณะผู้จัดงานทางป่าสนได้ไปยืมองค์ทวดและอัญเชิญองค์ทวดหัวเขาแดงมาเพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาในงานประจำปีของป่าสนเมื่อเสร็จงานแล้วจึงได้อัญเชิญองค์ปู่ทวดหัวเขาแดงกลับคืนสู่ศาล
ในปี พ.ศ.2522 นางเปีย ได้สร้างพระพิฆเนศวร เป็นรูปปูนปั้นขึ้น ประดิษฐานไว้ ณ ศาลของปู่ทวดหัวเขาแดง ในปี พ.ศ. 2525 นางเปีย ฮวดอุปัต ได้ชวนนายเม้ง แซ่โคว้ ร่วมกันสร้างถ้ำแม่นาง การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2527 และได้มีการแห่องค์ทวดและองค์พระรอบเมืองสงขลาทุก ๆ ปี มาจนถึงทุกวันนี้
ปู่ทวดหัวเขาแดง คอยอภิบาลคุ้มครองประชาชนชาวสงขลาให้แคล้วคลาดจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น เช่นในปี พ.ศ. 2505 ได้เกิดวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พายุไต้ฝุ่นได้พัดเข้ามาที่ปากอ่าวสงขลา ปู่ทวดหัวเขาแดงและศักดิ์สิทธิ์หลาย ๆ องค์ ได้ช่วยกันต้านทานไม่ให้ลมพายุไต้ฝุ่นพัดเข้าสู่เมืองสงขลา
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 16 ก.ค. 2016, 22:09
โดย edu.singha
ศาลเจ้าปู่เจ้าเขาเขียว
ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 บ้านสวนจันทร์ ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ตามตำนานเล่าว่า “ปู่เจ้าเขาเขียว” เป็นเทพพิทักษ์ผืนป่าดูแลไม่ให้ใครล่วงละเมิด หากใครละเมิดมักไม่รอดชีวิต ปู่เจ้าเขาเขียวหรือท้าวพนัสบดีเป็นเจ้าชั้นจาตุมหาราชิกาภูมิ คือ สวรรค์ชั้นที่ ๑ มีตำแหน่งเป็น พนัสบดีคือเจ้าแห่งป่าเขาลำเนาไพร
ทั้งปวงครั้งหนึ่งมีอสูรตนหนึ่งชื่อ “ท้าวกกขนาก” ซึ่งเป็นเพื่อนกับปู่เจ้าเขาเขียวถูกพระรามเอาต้นกกแผลงไปถูกทรวงอกแล้วตรึงร่างติดไว้กับเขาพระสุเมรุแล้วสาปว่าตราบใดที่บุตรสาวของท้าวกกขนากทอใยบัวเป็นจีวรเพื่อถวายแด่พระศรีอาริยเมตไตรที่จะเสด็จตรัสรู้ในอนาคตกาลเมื่อบุตรสาวของท้าวกกขนากมาคอยดูแลพระบิดาอยู่ที่เขาพระสุเมรุนั้นทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของนางลำบากยากเข็ญยิ่งนักฝ่ายปู่เจ้าเขาเขียวทราบเรื่องจึงเกิดความสงสารเลยส่งนางกวักบุตรสาวมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย
บุญฤทธิ์ของนางกวักจึงบันดาลให้พ่อค้าวาณิชและผู้คนเกิดความสงสารเมตตาพาเอาทรัพย์สินเงินทอง พร้อมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคมาให้ยังที่พักของนางประจันต์ จำนวนมากมายทำให้ความเป็นอยู่ของนางประจันต์สมบูรณ์พูลสุข และเจริญด้วยลาภทั้งปวงเมื่อนางกวักสิ้นชีวิตแล้ว ชาวบ้านจึงปั้นรูปนางกวักไว้บูชาเพื่อหวังอนิสงส์เมตตามหานิยมโชคลาภในการค้าขายได้ปรากฏอยู่ตามอาคาร ร้านค้า และบริษัทต่างมากมายซึ่งความเชื่อดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายมาถึงทุกวันนี้ หรืออีกตำนานจากการบอกเล่าขณะประทับ ร่างทรง คุณโกมล กลายเจริญ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ ในครั้งนั้นเล่าว่า “ปู่เจ้าเขาเขียว” เดิมชื่อ “โหม่งซัน” เป็นลูกชายคนเดียว ของ “ตระกูลโหม่ง” พ่อชื่อ “โหม่งสี” แม่ชื่อ “กิมเหง็ก” เกิดที่มณฑลแต้จิ๋ว ประเทศจีน เกิดเมื่อเดือน ๓ ขึ้น ๙ ค่ำ เดินทางมาทำการค้าขายตั้งแต่ อายุ ๑๘ – ๑๙ ปี โดยเรือ สำเภา จนถึงประเทศสยามใน สมัยอโยธยาในหัวเมืองทางตอนใต้เดินทางออกจากประเทศ
จีนสมัยแมนจูเรืองอำนาจ สินค้าที่นำมาค้าขาย คือผ้าแพร ถ้วยชาม มุก เครื่องประดับ ตลอดแพรพรรณ
“ปู่เจ้าเขาเขียว” หรือ พ่อค้าโหม่งซัน จะมีความเสื่อมใสในไสยเวทย์เป็นพิเศษ
และมีการศึกษาไสยเวทย์อย่างเก่งกล้าว่ากันว่า
สามารถเสกเม็ดทับทิมที่ใส่ไว้ในดอกบัวให้มีชีวิต เป็นมนุษย์ได้ ๑ คนชื่อว่า “แม่นางสุภาวดี” หรือนางกวักโดยท่านรับไว้เป็นลูกสาวไว้ช่วย
ทำมาค้าขายการแสวงหาโชคลาภแก้วแหวนเงินทอง
นางกวักเป็นผู้หญิงที่งดงามมีเสน่ห์ มีเมตตา ใครพบใครเห็นจะนิยมชมชอบ ด้วยบารมีเมตตา
มหานิยมและนางกวักได้สลายธาตุไป
เมื่อปู่เจ้าเขาเขียวละสังขาร เมื่ออายุ ๘๓ ปี"
เมื่อปู่เจ้าเขาเขียวละสังขารแล้วดวงจิตของท่านได้แบ่งเป็น ๙ ภาค แต่ใหญ่มี ๓ ภาค คือ ภาคเจ้าเขา ทำหน้าที่ดูแลป่าและขุนเขา ภาคเจ้าทาง ดูแลการเดินทางสัญจร และภาคเจ้าน้ำ ดูแลการเดินทางทางน้ำ ปู่เจ้าละสังขารเมื่อขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปัจจุบันผู้มีจิตศรัทธาและศิษยานุศิษได้สร้างศาลปู่เจ้าเขาเขียว ตั้งอยู่อาคารเลขที่ ๘๒/๓ หมู่ ๗ บ้านสวนจันทร์ ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ศิษยานุศิษและผู้มีจิตศรัทธาร่วมจัดพิธีสมโภชขึ้นในวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี(หลังวันตรุษจีน 7 วัน)
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 17 ก.ค. 2016, 10:03
โดย edu.singha
วัดสุวรรณคีรี
ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสงขลาสมัยเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน ชาวบ้านเรียกว่า “วัดออก” เพราะตั้งอยู่ทิศตะวันออกของวัดบ่อทรัพย์ สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นรัชกาลที่ 1 เป็นวัดประจำตระกูล ณ สงขลา สันนิษฐานว่าเจ้าเมืองสงขลาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้สร้างวัดสุวรรณคีรีได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ระหว่าง พ.ศ.2516-2517 ภายในวัดสุวรรณคีรีมีเจดีย์แบบจีนหรือถะ ประดิษฐานอยู่หน้าพระอุโบสถสร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเจดีย์หินแกรนิตที่สั่งทำจากเมืองจีนรูปทรง 6 เหลี่ยม สูง 7 ชั้น เจ้าพระยาสงขลา (บุญหุ้ย) สร้างเมื่อ พ.ศ.2341 วัดสุวรรณคีรีมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี คือ พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูนมีบันไดขึ้นลงพระอุโบสถ 4 ทาง ด้านหน้าและด้านหลังมีรูปสิงโตจีนจำหลักหินเฝ้าบันไดละ 2 ตัว ที่ประตูด้านหน้าพระอุโบสถ 2 ประตู มีตุ๊กตาจีนจำหลักหินเฝ้า 2 ตัว ที่หน้าบันพระอุโบสถด้านหน้าและด้านหลัง มีลวดลายปูนปั้นรูปดอกไม้และสัตว์ป่า เช่น กระจง กระรอก ประดับด้วยถ้วยชามจีนสวยงามมากภายในพระอุโบสถนอกจากมีพระประธานองค์ใหญ่แล้วยังมีพระหินอ่อนศิลปะพม่า 2 องค์ และพระพุทธรูปจำหลักไม้สวยงามมาก
วัดแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดสำคัญของเมืองสงขลาตั้งแต่ยังตั้งเมืองที่ท่าแหลมสน กล่าวกันว่า วัดสุวรรณคีรีใช้เป็นสถานที่ถือน้ำพิพิฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองสงขลา
สำหรับประวัติการสร้างวัดไม่ปรากฏชัดเจน บ้างว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา บ้างว่าสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทั้งนี้หากพิจารณาจากถะศิลาที่มีจารึกศักราชแบบจีนซึ่งเทียบได้กับปีพ.ศ. 2342 จึงกล่าวได้ว่า ข้อสันนิษฐานประการหลังเป็นไปได้มากกว่า ทั้งนี้ วัดแห่งนี้มีงานศิลปกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น จิตรกรรมฝาผนัง พระพุทธรูป หอระฆัง ถะศิลา ซุ้มใบเสมา เป็นต้น
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 19 ก.ค. 2016, 07:56
โดย edu.singha
อีกหนึ่งโบราณสถานที่เหล่านักปั่นจะได้ปั่นผ่านชมร่องรอยประวัติเก่าแก่ คือ กำแพงเมืองสงขลาเก่า
กำแพงเมืองสงขลาที่หัวเขาแดง เป็นกำแพงก่อด้วยอิฐและหินโบกปูนเดิมเข้าใจว่ามีทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านทิศเหนือ ด้านทิศตะวันออก และด้านทิศตะวันตก สำหรับทางด้านใต้มีเขาค่ายม่วงเป็นป้อมปราการธรรมชาติที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ตัวกำแพงที่เหลือในปัจจุบันเริ่มจากป้อมหมายเลข 1 ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือถึงป้อมหมายเลข 13 มีความยาวประมาณ 12.3 เมตร กว้าง 7.5 เมตร สภาพพังทลายทั้งหมดบางช่วงเห็นเพียงเนินดินที่มี วัชพืชปกคลุม
ใส่รูป กำแพงเมืองเก่าสงขลาที่หัวเขาแดง
ป้อมหมายเลข 1-14 หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของเมืองสงขลาหัวเขาแดงที่ยังปรากฏร่องรอยให้ศึกษาค้นคว้าถึงปัจจุบัน ได้แก่ ป้อมและเนินดินมีอยู่ทั้งหมด 14 ป้อม เป็นป้อมที่ก่อด้วยหินชั้นสีแดงสอปูน มี การวางหินโดยใช้ด้านกว้างวางทับกันช่วยให้ตัวป้อมมีความมั่นคงและแข็งแรง แสดงให้เห็นว่าเมืองสงขลาหัวเขาแดงเป็นเมืองที่มีป้อมปราการ ประตู หอรบ ที่มั่นคงแข็งแรงมาก บ่งบอกว่าจะต้องเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านต่างๆ ได้แก่
ด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองท่าและศูนย์กลางการค้าขายสินค้าพื้นเมือง (พริกไทย รังนก ข้าวและของป่า เป็นต้น) จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันตนเองจากการปล้นสะดมของพวกโจรสลัดและการโจมตีจากเมืองอื่น
ด้านการปกครอง เนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากกรุงศรีอยุธยามาก หากเกิดศึกสงครามคงขอความช่วยเหลือไม่ทันจึงต้องพึ่งตนเองโดยการ
ป้อมเมืองเก่าสงขลาหัวเขาแดง
ด้านการทหาร มีการฝึกฝนอย่างมีประสิทธิภาพในการรบ การรู้จักการใช้ปืนไฟและปืนใหญ่เป็นอย่างดียิ่ง
Re: ปั่นท่องเที่ยว เมืองเก่าสิงหนคร สงขลา
โพสต์: 20 ก.ค. 2016, 10:13
โดย edu.singha
อีกหนึ่งจุดที่สำคัญที่เหล่านักปั่นจะได้แวะชมบรรยากาศ..คือสะพานติณสูลานนท์ ฝั่งสิงหนคร
สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตที่ยาวที่สุดในประเทศไทย อยู่ในอำเภอเมืองสงขลา และอำเภอสิงหนคร โดยเชื่อมเกาะยอ 2 ด้าน ระหว่างฝั่งบ้านน้ำกระจาย อำเภอเมืองสงขลา และบ้านเขาเขียว อำเภอสิงหนคร ความยาวของสะพาน 2 ช่วงแรก 940 เมตร และ 1,700 เมตร ตามลำดับ รวมเป็น 2,640 เมตร ก่อสร้างขึ้นในสมัย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
จุดประสงค์ของการสร้างสะพานแห่งนี้ คือ การรองรับการคมนาคมทางรถยนต์ โดยไม่ต้องรอข้ามแพขนานยนต์ซึ่งมีไม่เพียงพอกับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การเดินทางต้องใช้เวลานาน ทั้งเมื่อข้ามฝั่งมาแล้วก็ยังทำให้การจราจรติดขัดในตัวเมืองอีกด้วย ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2524 รัฐบาลจึงมีนโยบายจะพัฒนาจังหวัดสงขลา และอำเภอหาดใหญ่ให้เป็นเมืองหลัก โดยกรมทางหลวงเป็นเจ้าของโครงการ และบริษัทจากประเทศไต้หวันเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง เปิดให้ใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2527
สะพานติณสูลานนท์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 4146 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 4083 (ระโนด-เขาแดง) กับทางหลวงหมายเลข 407 (สงขลา-หาดใหญ่) ชาวจังหวัดสงขลานิยมเรียกสะพานนี้ติดปากว่า "สะพานป๋าเปรม" "สะพานติณ" หรือ "สะพานเปรม" และถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัด