คริส ฟรูมวิ่ง! เกิดขึ้นได้ยังไง? วินาทีประวัติศาสตร์ของการแข่งจักรยานที่จะอยู่ไปตลอดกาล
โพสต์: 15 ก.ค. 2016, 09:34
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนมองต์ วองตู
ตูร์เดอฟร็องซ์ เสตจ 12 เมื่อผู้จัดตัดสินใจยกเลิกเส้นทางบนยอดเขาช่วงไม่กี่กิโลเมตรสุดท้าย และปรับเส้นชัยลงมาเพื่อหลีกเลี่ยง ลมที่มีความเร็วลมแรงกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้คนดูจำนวนมหาศาลต้องลงมาเบียดเสียดกันอยู่ในช่วงเส้นชัยใหม่ ผู้จัดก็ไม่สามารถเลื่อนรั้วกั้นคนดู ลงมาตั้งก่อนถึงเส้นชัยใหม่ได้ นักกีฬาบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือเส้นชัยแล้ว
อีกปัจจัยประกอบที่สำคัญได้แก่ รถจักรยานยนต์บันทึกภาพ ที่มีความชำนาญและเข้าใจในกีฬาจักรยานน้อยเกินไป ริชชี่ พอร์ท ชนเข้ากับมอเตอร์ไซค์กล้อลนำ ที่โดนคนดูขวางจนต้องเบรคกระทันหัน มอเลม่าและฟรูมจึงอัดก็อปปี้มา ส่วนจักรยานยนต์คันหลังตามมาทับเฟรมของฟรูมหักทันที ฟรูมจึงตัดสินใจวิ่งเมื่อรู้ว่ารถทีมตนเองติดคน ขึ้นมาไม่ได้ ส่วนรถเซอร์วิสกลางอยู่ห่างออกไป 5 นาที เค้าวิ่ง เพื่อลดเวลาที่เสียให้น้อยที่สุด และจะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดีผู้จะได้แสดงความรับผิดชอบ หลังจากที่ผลการแข่งขันออกมา ในครั้งแรกมีผลกับลำดับการแข่งขันเวลารวม ทว่าหลังจากนั้น ฝ่ายจัดการแข่งขันกับเวลา ช่วงก่อนถึงเส้นชัยของกลุ่มผู้นำ ให้ได้เวลาเดียวกันทั้งหมดจึงไม่ส่งผลกับลำดับการสะสมเวลารวม โมเลม่า ลุกขึ้นมาก่อนและพุ่งออกไปทันที ทำเวลาห่างอย่างสุดชีวิตและเข้าเส้นชัยไปพร้อมเสียงโห่จากแฟนๆ ซึ่งมันทำให้เค้าพลิกตำแหน่งได้ในตอนแรก จากนั้นเมื่อผู้จัดปรับแก้เวลา เขาได้โพสท์ทวีตเตอร์แสดงความไม่พอใจ นัยว่า
"เหมือนเป็นการให้โบนัสคนที่ล้ม แล้วตัวผมล่ะ จะเป็นอย่างไรถ้าผมล้มแบบเดียวกันแต่คนอื่นไม่ล้ม"
โมเลม่าฉวยจังหวะวุ่นวายแล้วหนีเข้าเส้นชัยได้เวลามาแบบไม่คิดชีวิต แต่ ฟรูม, พอร์ท และอีกหลายๆคนได้ปรับให้เวลาเดียวกับเขาไปโดยปริยายเท่ากับ การต่อสู้ 1000 เมตรสุดท้ายของโมเลม่าเสียเปล่า
อย่างไรก็ดี แฟนๆจักรยานร้องหาสปิริทและจิตวิญญาณ เทียบเคียงกับอดีตที่ อัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ หนีแอนดี้ ชเล็ค เมื่อแอนดี้โซ่ตกบนเขา ว่าเลวร้ายและแต่โมเลม่าถือว่าไร้สปิริทมากกว่า โชคดีที่ผู้จัดตัดสินใจปรับแก้เวลาให้เป็นกลางแทนในท้ายที่สุด
ตูร์เดอฟร็องซ์ เสตจ 12 เมื่อผู้จัดตัดสินใจยกเลิกเส้นทางบนยอดเขาช่วงไม่กี่กิโลเมตรสุดท้าย และปรับเส้นชัยลงมาเพื่อหลีกเลี่ยง ลมที่มีความเร็วลมแรงกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้คนดูจำนวนมหาศาลต้องลงมาเบียดเสียดกันอยู่ในช่วงเส้นชัยใหม่ ผู้จัดก็ไม่สามารถเลื่อนรั้วกั้นคนดู ลงมาตั้งก่อนถึงเส้นชัยใหม่ได้ นักกีฬาบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือเส้นชัยแล้ว
อีกปัจจัยประกอบที่สำคัญได้แก่ รถจักรยานยนต์บันทึกภาพ ที่มีความชำนาญและเข้าใจในกีฬาจักรยานน้อยเกินไป ริชชี่ พอร์ท ชนเข้ากับมอเตอร์ไซค์กล้อลนำ ที่โดนคนดูขวางจนต้องเบรคกระทันหัน มอเลม่าและฟรูมจึงอัดก็อปปี้มา ส่วนจักรยานยนต์คันหลังตามมาทับเฟรมของฟรูมหักทันที ฟรูมจึงตัดสินใจวิ่งเมื่อรู้ว่ารถทีมตนเองติดคน ขึ้นมาไม่ได้ ส่วนรถเซอร์วิสกลางอยู่ห่างออกไป 5 นาที เค้าวิ่ง เพื่อลดเวลาที่เสียให้น้อยที่สุด และจะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดีผู้จะได้แสดงความรับผิดชอบ หลังจากที่ผลการแข่งขันออกมา ในครั้งแรกมีผลกับลำดับการแข่งขันเวลารวม ทว่าหลังจากนั้น ฝ่ายจัดการแข่งขันกับเวลา ช่วงก่อนถึงเส้นชัยของกลุ่มผู้นำ ให้ได้เวลาเดียวกันทั้งหมดจึงไม่ส่งผลกับลำดับการสะสมเวลารวม โมเลม่า ลุกขึ้นมาก่อนและพุ่งออกไปทันที ทำเวลาห่างอย่างสุดชีวิตและเข้าเส้นชัยไปพร้อมเสียงโห่จากแฟนๆ ซึ่งมันทำให้เค้าพลิกตำแหน่งได้ในตอนแรก จากนั้นเมื่อผู้จัดปรับแก้เวลา เขาได้โพสท์ทวีตเตอร์แสดงความไม่พอใจ นัยว่า
"เหมือนเป็นการให้โบนัสคนที่ล้ม แล้วตัวผมล่ะ จะเป็นอย่างไรถ้าผมล้มแบบเดียวกันแต่คนอื่นไม่ล้ม"
โมเลม่าฉวยจังหวะวุ่นวายแล้วหนีเข้าเส้นชัยได้เวลามาแบบไม่คิดชีวิต แต่ ฟรูม, พอร์ท และอีกหลายๆคนได้ปรับให้เวลาเดียวกับเขาไปโดยปริยายเท่ากับ การต่อสู้ 1000 เมตรสุดท้ายของโมเลม่าเสียเปล่า
อย่างไรก็ดี แฟนๆจักรยานร้องหาสปิริทและจิตวิญญาณ เทียบเคียงกับอดีตที่ อัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ หนีแอนดี้ ชเล็ค เมื่อแอนดี้โซ่ตกบนเขา ว่าเลวร้ายและแต่โมเลม่าถือว่าไร้สปิริทมากกว่า โชคดีที่ผู้จัดตัดสินใจปรับแก้เวลาให้เป็นกลางแทนในท้ายที่สุด