ดูอาจจะยาก แต่ตามชมนั้นไม่ซับซ้อน

กีฬาแต่ละชนิดนั้นมีกติกาและมีรูปแบบการแข่งขันหรือเรียกกันง่ายๆว่า "เกมส์" ที่เฉพาะตัว กีฬาบางอย่างคนไทยไม่คุ้นชินดูอย่างไรก็ไม่สนุก ไม่เข้าใจ แต่ชาวต่างชาติดูกันลุ้นกันจนออกอารมณ์ ลองนึกภาพชาวอเมริกันนั่งเชียร์อเมริกันฟุตบอลสิครับ คนไทยเราส่วนมากดูก็หงุดหงิด มันเตะๆกันนิดๆหน่อยๆ วิ่งไปแล้วก็หยุด มาตั้งแล้วก็ชนกันอีก คะแนนก็นับกันงงๆ ดูเท่าไหร่ก็ไม่สนุก หรือจะไปถึงระดับคนออสเตรีเลียชมคริคเก็ทที่แข่งกันทีครึ่งค่อนวัน นับแต้มกันกันอัลไซเมอร์ได้ และคนญี่ปุ่นที่นิยมชมชอบเบสบอล ก็ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากับจริตคนไทยเท่าไหร่
จักรยานเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมากในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่วิ่งตามกระแสดังกล่าวมากนักคือความนิยมของกีฬาจักรยาน นั่นก็เพราะการที่จักรยานได้รับความนิยมอยู๋ในลักษณะของกิจกรรมนันทนาการ การออกกำลัง มากกว่าในรูปแบบของเกมส์กีฬา ดังนั้นกีฬาจักรยานจึงดูแล้วห่างไกลจากจริตของนักปั่นที่เข้ามาสัมผัสจักรยาน เบื้องลึกแล้วมันดูช่างน่าฉงนนักว่า การปั่นจากจุด A ไปจุด B มันจะต้องแข่งขันกันเป็นร้อยๆกิโล ติดกันหลายๆวัน เพื่อหาผู้ชนะอย่างนั้นหรือ? ซึ่งนี่แหละครับคือความมีเรื่องราวที่หากอธิบายพอเข้าใจ รับรองว่าคนที่ปั่นจักรยาน เกือบจะร้อยทั้งร้อย สามารถชมการแข่งจักรยานได้อย่างแน่นอน
เอาล่ะครับ มาลองเริ่มกันเลยดีกว่า

นักแข่งมีหลายประเภท
นักปั่นจักรยานอาชีพ มีความพิเศษหลากหลายแตกต่างกัน เนื่องจากกายภาพของแต่ละคนที่ต่างกันถ้าจะมองให้กว้างจริงๆก็แบ่งได้เป็นทั้งเสือหมอบ(จักรยานถนน) เสือภูเขา(ก็เสือภูเขา) และจักรยานแบบลู่(แข่งในเวโลโดรม) ที่มีความต้องการความถนัดทางกายภาพแตกต่างกัน แต่ถ้าเจาะมองเฉพาะในเสือหมอบ ก็ยังคงมีความต่างกันอยู่ ผมยกตัวอย่างง่ายๆครับ บอลยังมีกองหน้า กลองกลาง กองหลัง และโกล ที่แต่ละคนต้องมีความสามารถเฉพาะตัวแตกต่างกันตามหน้าที่ หรือนักมวยยังมีมวยต่อยกับมวยชั้นเชิง จักรยานเองก็ไม่พ้น เพราะเส้นทางที่เราปั่น ก็มีความท้าทายและส่งให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในแต่ละคน ซึ่งนั่นกลายมาเป็นความ พิเศษ ของแต่ละคนนั่นเอง นักปั่นแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆได้ดังนี้
สปรินท์เตอร์ หมายถึงนึกปั่นที่ทำความเร็วได้สูง เร่งกระชากอัตราเร่งได้รุนแรง ถนัดในทางราบเป็นสำคัญ มักมีร่างใหญ่โต หรือเตี้ยแต่ตัน จุดเด่นคือทางราบ การเร่งความเร็ว การรักษาความเร็วสุงมากๆในเวลาสั้นๆ จุดด้อยคือการรักษาความเร็วเฉลี่ยระยะเวลานาน และแน่นอน การขึ้นเขาก็เป็นจุดอ่อนสำคัญของนักปั่นกลุ่มนี้ ใครอยากเป็นนักปั่นกลุ่มนี้นอกจากพละกำลัง ยังต้องมีความกล้า บ้าบิ่น รับได้กับการเบียด ชน กระแทกกันหน้าเส้นชัย

นักไต่เขา หมายถึงนักปั่นที่ขึ้นเขาได้ดีเยี่ยม ทำความเร็วบนเขาได้ดีกว่าผุ้อื่น ทั้งแช่ความเร็วสูงบนเขาได้ดี และการทำอัตราเร่งบนเขาได้อย่างรุนแรง มักมีร่างกายผอมบาง ขนาดเล็ก เพราะน้ำหนักมีผลอย่างมากบนเขาและทางชัน ถนัดการขึ้นเขายาวๆ ความชันมากๆ และเสียเปรียบบนทางราบ โดยเฉพาะเมื่อมีลมกรรโชกแรง น้ำหนักตัวที่เบาก็จะกลายเป็นจุดเสียเปรียบ รวมถึงการแข่งวันเดียวที่อาจมีถนนขรุขระ หรือเนินที่ระยะไม่ยาวมาก เพราะแรงระเบิดระยะสั้นก็สู้นักปั่นแบบอื่นๆไม่ได้ จุดเด่นสำคัญของนักปั่นบนเขาคือการฟื้นตัวที่รวดเร็วได้แม้จะปั่นอยู่บนโซนที่สูง

นักปั่นไทม์ไทรอัล การแข่งไทม์ไทรอัลคือการแข่งจับเวลา มีทั้งแบบเดี่ยวจับเวลาหรือ ประเภททีม การแข่งนั้นเรียบง่ายมากๆ เป็นการวัดว่าจากจุด A ไป B ใครขี่ได้เวลาน้อยที่สุด นักแข่งที่ถนัดแบบนี้มักสามารถสร้างแรงบิดได้สูงคงที่เป็นเวลานานๆ อัตราเร่งอาจจะต่ำแต่คงรักษาความเร็วเอาไว้ได้นานกว่าคนอื่นมาก มักมีร่างกายใหญ่โต แต่ไม่หนาจนเกินไป แหวกอากาศได้ดี

นักปั่นพันเชอร์ พันเชอร์หมายถึงส่วนผสมระหว่างนักขี่ไทม์ไทรอัลกับสปรินท์เตอร์ หรือหมายถึงนักจักรยานที่ออกแรงได้สูงในระยะเวลานานและยังสามารถสปรินท์หรือกระแทกความเร็วสวนเข้าใส่เนินสั้นๆหรือทางขรุขระได้ดีด้วย นักปั่นกลุ่มนี้มักประสบความสำเร็จในการแข่งรายการคลาสสิค(การแข่งแบบวันเดียว) เมื่อมาแข่งในการแข่งอย่างตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ก็มักจะประสบความสำเร็จในเสตจทางราบกึ่งเนินเขา หรือกลุ่มนักปั่นที่หนีออกมาหวังไปคว้าเอาเสตจต่างๆมานั่นเอง นักปั่นแบบนี้มักไม่สามารถยืนพื้นฟอร์มต่อนเื่องหลายๆวันได้
นักปั่นเสตจเรส เสตจเรสหรือเรียกง่ายๆว่า"ทัวร์" หมายถึงการแข่งจักรยานที่ต่อเนื่องกันหลายๆวันแบ่งเป็นเสตจๆ มีทั้งแบบทางราบหรือภูเขา สั้นและยาวต่างกันไป บางรายการอาจมีเพียง 2 วัน แต่รายการอย่างตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เรียกว่า "แกรนด์ทัวร์" มีระยะเวลาแข่งกันยาวนานถึง 21 เสตจเลยทีเดียว นักขี่ทัวร์ที่ดีต้องมีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดี คงรักษาฟอร์มได้ตลอดระยะเวลาการแข่งทุกวัน หรือแม้กระทั่งฟอร์มพัฒนาขึ้นเรื่องๆเมื่อการแข่งผ่านไปวันต่อวัน จุดอ่อนของนักปั่นแบบนี้คือมักจะมีเป้าหมายการวางความฟิตเอาไว้ช่วงหนึ่งของปีเท่านั้น หลังจากนั้นต้องฟื้นฟูกันอีกหลายสัปดาห์ ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการแข่งหลายๆรายการต่อเนื่องกัน

นักปั่นแบบออลราวเดอร์ ออลราวเดอร์หมายถึงนักปั่นที่มีความครบเครื่อง อาจไม่ได้เป็นยอดในทิศทางใดทิศทางหนึ่งแต่มีความสามารถในระดับสูงในแต่ละรูปแบบของการปั่น ส่วนมากออลรีาวเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ควรมีความสามารถของนักปั่นเสตจเรสที่ดี และเชี่ยวชาญการปั่นไทม์ไทรอัลบวกกับขึ้นเขาได้ยอดเยี่ยมด้วย อย่างไรก็ดี ส่วนผสมที่ลงตัวก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะออลราวเดอร์บางคนเด่นที่การขึ้นเขาในขณะที่บางคนเด่นที่การขี่ไทม์ไทรอัลนั่นเอง ข้อด้อยของออลราวเดอร์ก็คือความไม่เป็นยอดเลยสักอย่างเดียว ดังนั้นทีมจำเป็นต้องมีผู้ช่วยในสถานการณ์ต่างๆเอาไว้ช่วยออลราวเดอร์เสมอ ส่วนออลราวเดอร์ที่ไม่ถึงขั้นผู้นำ ก็จะเป็นได้เพียงตัวช่วยคนอื่นๆในทีมต่อไป

จักรยานเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีม
ในเมื่อนักปั่นแต่ละคน ต่างมีความสามารถแตกต่างกัน ทีมเองก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันในการเข้ามาแข่ง เส้นทางก็แตกต่างกันในแต่ละวัน มีสถานการณ์ต่างๆมากมาย ทำให้การแข่งขันจักรยานอาชีพกลายเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมอย่างชัดเจน นักปั่นแต่ละคนมีหน้าที่ของตนเอง สปรินท์เตอร์ มีบทบาทบางทางราบมากกว่า นักไต่เขาแท้ๆมักเป็นตัวช่วยบนเขาที่ดี พันเชอร์เหมาะจะออกไปหนีกลุ่มใหญ่ ส่วนนักปั่นไทม์ไทรอัลเองก็สามารถเข้ามาช่วยลากความเร็วสูงระยะเวลานานๆให้ทีมได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเข้าไปสู๋ขั้น "กลยุทธ" การใช้นักแข่งแต่ละคนในทีมแล้วนั่นเอง สามารถอ่านได้จากบทความเก่าอันนี้ได้เลยครับ
กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1268718

ทีมจักรยานมีเป้าหมายและระดับที่แตกต่างกัน
ระดับของทีมจักรยานถูกแบ่งออกเป็นแต่ละระดับ หรือดิวิชั่น แม้แต่ในดิวิชั่นเดียวกัน แต่ละทีมก็มีเป้าหมายที่ต่างกันออกไป ยิ่งทีมใหญ่มาก ก็สามารถมีนักปั่นที่เป็นตัวเลือกได้มาก ทีมเล็กก็มีนักปั่นเลือกได้น้อยกว่าและมีค่าจ้างน้อยกว่า นั่นทำให้การแข่ง ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ทีมสามารถเลือกผู้เล่น 9 คนต่อทีมจากรายชื่อนักปั่น 20-30 คน (คร่าวๆ) ที่ทีมมีมาเพื่อบรรลุเป้าหมายได้ หากทีมนั้นต้องการแชมป์ในประเภทไหนก็เน้นการเลือกตัวมาหใ้เหมาะแบบนั้น ทว่า จักรยานเป็นกีฬาที่เอาแน่เอานอนได้ยาก ดังนั้นทีมโดยส่วนมากเน้นการจัดตัวนักปั่นมาแบบสมดุลย์ หากพลาดกลุ่มรางวัลไหน ก็สามารถไปเอารางวัลอื่นได้ อีกประการหนึ่ง การจะเอาชนะตูร์ เดอ ฟร็องซ์ น้นต้องพร้อมทั้งนักปั่น ระบบทีม การใช้กลยุทธ การวางแผน วิทยาศาสตร์ และดวงด้วย ดังนั้น มีไม่กี่ทีมที่จะพุ่งเป้าไปที่การคว้าแชมป์เท่านั้น อย่าบืมว่าแข่งกัน 21 เสตจ แต่ละเสตจก็เป็นเกียรติยศของการเอาชนะ และยังมีรางวัลหลายประเภทอีกด้วย
แต่ละวัน ทีมต่างๆจึงแข่งขันไปด้วยเป้าที่ต่างกัน บางวันบางทีมอาจจะแค่แข่งๆไปให้ผ่านวันนั้น รอวันสำคัของตนต่อไป บางทีมอาจจะเน้นบางวันมากเป็นพิเศษ และกลายเป็นตัวผลักดันให้วันนั้นดูแล้วมีสีสันน่าสนใจขึ้นมาทันที หากต้องการข้อมูลระบบทีมจักรยาน ลองอ่านได้จากบทความเก่านี้ได้เลยครับ
มาทำความรู็จักระบบทีมจักรยานอาชีพกัน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1348013

เส้นทางแต่ละเสตจแตกต่างกัน
ก็เป็นที่แน่นอนครับว่าการเดินทางรอบฝรั่งเศสแบ่งออกเป็น 21 ช่วงเส้นทาง ย่อมผ่านภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่งผลให้เส้นทางการแข่งแต่ละวันยากลำบาก เป็นอุปสรรคที่ต่างกันสำหรับนักปั่น ซึ่งเราสามารถจำแนกแต่ละเส้นทางและความยากออกได้ดังนี้
ทางราบ มักมีระยะทางประมาณ 200 กม. อยู๋ในช่วงเลียบชายฝั่งเสียเป็นส่วนมาก ดังนั้นแม้ว่าถนนจะเรียบและราบทำความเร็วได้ดี แต่อุปสรรคสำคัญคือกระแสลมข้างที่มักกรรโชกแรง ส่งผลให้นักแข่งสามารถนำลมมาเป็นทั้งเครื่องมือในการสร้างความได้เรปียบ หรือทำเวลาห่างกันได้ง่ายแม้จะมีช่องว่างเพียงนิดเดียวก็เร่งให้ระยะห่างขาดจากกันได้ เสตจทางราบนั้น ที่เส้นชัยนักแข่งจะได้เวลาโบนัสมาตามลำดับการเข้าเส้นชัย เวลานั้น จะนำมาลบกับเวลาสะสมของตนเองได้ รวมถึงได้แต้มโบนัสสำหรับจ้าวความเร็วอีกด้วย
เสตจเนินสลับ เสตจที่โดยรวมระยะทางทั้งหมดเป็นเนินเขาสลับขึ้นลง ชันแต่สั้นหรือไม่ชันแต่เป็นเนินไปตลอดทาง ไม่ใช่ภูเขาเป็นลูกๆ ที่สำคัญมักจะจบด้วยเส้นชัยบนทางเนินระยะสั้นๆ หรือบางปีอาจมีเส้นทางบางช่วงเป็นถนนอิฐ หรือทางฝุ่น ถอดลักษณะมาจากการแข่งวันเดียว(รายการคลาสสิค) เสตจลักษณะนี้เส้นชัยจะมีแต้มโบนัสสำหรับจ้าวความเร็วเช่นกัน(แต่น้อยกว่า) และมีโบนัสเวลาพิเศษให้นำไปลดจากเวลาสะสมได้เช่นกัน อาจเรียกว่าเป็นรูปแบบย่อยของเสตจทางราบก็เป็นได้
เสตจภูเขา
หมายถึงเสตจที่สเ้นทางโดยรวมเ)็นภูเขาสูงชัน เป็นลูกๆ มักเป็นเส้นทางที่เทือกเขาแอลป์ และพีเรนีส ที่ต้องไต่ผ่านกันหลายๆลูกตลอดระยะเวลาหลายวัน และมักเป็นภูเขาสำคัญๆทั้งเส้น เสตจเหล่านาี้เส้นชัยหากอยู๋บนยอดเขา นักปั่นจะได้แต้มพิเศษสำหรับชิงรางวัลจ้าวภูเขาสองเท่าของปกติ อุปสรรคนอกจากทางขึ้นเขาที่ชันและยาว ยังรวมถึงทางลงเขาความเร็วสูงระดับดิ่งนรกอีกด้วย
เสตจไทม์ไทรอัล เสตจโดยทั่วไปจะปล่อยนักแข่งพร้อมกๆกันหมด ปั่นไปด้วยกัน แต่ไทม์ไทรอัล จะปล่อยนักแข่งทีละคน(หรือทีละทีมในรูปแบบทีมไทม์ไทรอัล) เพราะจับเวลาเฉพาะบุคคล นำไปรวมกับเวลาสะสมที่ได้จากแต่ละเสตจ ซึ่งเสตจรูปแบบนี้จะไม่มีแต้มโบนัสใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นเสตจที่สามารถเกิดช่องว่างเวลาระหว่างแต่ละคนได้ชัดเจนที่สุดเพราะเป็นการทำเวลาของแต่ละคน ไม่สามารถใช้การหลบลมเข้าช่วยได้

รางวัลของตูร์ เดอ ฟร็องซ์
การแข่งขันจักรยานทางไกลเสตจเรสแบบนี้ แตกต่างจากการแข่งวันเดียวตรงที่ตลอดการแข่งไม่ว่าจะกี่เสตจก็ตาม จะมีรางวัลแต่ละประเภทสอดแทรกไปพร้อมๆกันตามเส้นทาง เพื่อให้การแข่งไม่น่าเบื่อและสอดคล้องกับนักแข่งแต่ละปรเภท ไม่เช่นน้น แต่ละคนก็จะปั่นกันไปเรื่อยๆรอรวมเวลา 21 เสตจดูผู้ชนะนั่นเอง มาดูกันว่าการแข่งนี้มีรางวัลอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละรางวัลถือว่ามีเกียรติยศ และเป็นที่ต้องการของนักปั่นกับทีมต่างๆ ไม่แพ้กันเลย

ผู้นำเวลารวม
นักแข่งทุกคน จะสะสมเวลาของตนเองในแต่ละเสตจเอาไว้ เช่นวันแรกขี่ไปด้วยเวลา 3 ชั่วโมง วันที่สองใช้เวลาอีก 3 ชั่วโมงก็เท่ากับใช้เวลารวมไป 6 ชั่วโมง จนจบ 21 เสตจ ใครที่ใช้เสลาน้อยที่สุด คือผู้ชนะการแข่งขันนั่นเอง โดยที่ได้สัญลักษณ์เป็นเสื้อสีเหลือง ดังนั้นในแต่ละเสตจที่แข่งขัน จะมี 1 คนที่ได้ใส่เสื้อสีเหลือง แทนสัญลักษณ์ว่า จนจบเสตจก่อนหน้านั้นใครที่ทำเวลาสะสมน้อยที่สุด(เป็นผู้นำ ณ เวลานั้น) และเสื้อเหลืองก็สามารถเปลี่ยนไปได้ในการแข่งแต่ละวัน การปกป้องเสื้อเหลือง(ได้ใส่เสื้อเหลือง) จะได้เงินรางวัลในแต่ละวันที่ทำได้อีกด้วย ยิ่งปกป้องได้มาก เงินก็จะทำได้มากไปด้วยนั่นเอง เวลารวมดังกล่าว คือเวลาสุทธิที่หักลบจากเวลาโบนัสต่างๆแล้ว เช่นเวลาโบนัสจากเสตจทางราบ หรือโทษปรับเวลาบวกเข้าไปตามกติกาต่างๆ

ผู้นำเวลารวมอายุไม่เกิน 25 ปี
หลักการเดียวกันกับรางวัลเสื้อสีเหลืองหรือเวลารวมทั่วไป แต่นับเฉพาะกลุ่มนักแข่งที่มีอายุไม่เกิน 25 ปีเท่านั้น มีสัญลักษณ์เป็นเสื้อสีขาว ดังนั้น นักแข่งอายุไม่เกิน 25 ปี มีโอกาสได้ทั้งการทำเวลาในอันดับทั่วไปและเฉพาะรุ่นอายุตนเอง กล่าวคือ หาผู้นำเวลารวมอายุไม่เกิน 25 ปี ก็หมายถึงนักปั่นคนนั้น ได้ทั้งรางวัลเสื้อเหลือง และเสื้อขาวนั่นเอง อย่างไรก็ตามมีนักจักรยานไม่มากที่สามารถทำได้แบบนั้น ดังนั้น เสื้อขาวจึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ(ที่มีคู่แข่งน้อยกว่า) ของนักปั่นและทีมจักรยานไม่น้อย

รางวัลจ้าวความเร็ว
เป็นรางวัลที่มอบให้กับนักปั่นที่สามารถสะสมแต้มโบนัสการสปรินท์ในจุดต่างๆได้ ซึ่งมี 2 ลักษณะได้แก่ เส้นชัยเสตจทางราบ(ทั้งสองชนิด) จะมีแต้มให้กับนักปั่นในแต่ละอันดับลดหลั่นกันลงไป เช่นอันดับ 1 จะได้แต้มมากกว่าอันดับ 2 และ 3 ไล่ลงไปเรื่อยๆ อีกลักษณะคือแต้มที่ได้จากจุดสปรินท์พอยท์ที่ตั้งเอาไว้กลางทางตามที่ผู้จัดจะออกแบบ ซึ่งอาจจะมีมากกว่า 1 จุดก็ได้ (นักแข่งและทีมรู็ล่วงหน้าจะข้อมูลการแข่ง) แต่ละเสตจก็จะมีจุดสปรินท์เหล่านี้อยู่ นักปั่นที่ผ่านจุดสปรินท์ในลำดับต่างๆก็จะได้แต้มลดหลั่นกันลงไปเช่นกัน ดังนั้นเมื่อจบแต่ละเสตจใครที่ทำแต้มสะสมนี้ได้มากที่สุด ก็จะเป็นผุ้นำในการสะสมแต้มโบนัสในวันนั้น และได้รางวัลเป็นสัญลักษณ์เสื้อเขียวใส่ในวันต่อไป เมื่อจบการแข่งใครสะสมได้มากที่สุดตอลด 21 เสตจ ถือว่าเป็นจ้าวความเร็วของตูร์ เดอ ฟร็องซ์ นั่นเอง
รางวัลจ้าวภูเขา
ภูเขาแต่ละลูกในการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ จะถูกแบ่งความยากออกเป็นระดับต่างๆ โดยพิจารณาจากความชันเฉลี่ย และความยาวของเขาลูกนั้น ที่ยอดเขาแต่ละลูกจะมีจุดจ้าวภูเขาซึ่งมีแต้มสะสมให้กับรางวัลจ้าวภูเขาให้กับนักปั่นแต่ละลำดับที่ผ่านไป ยิ่งเป็นภูเขาที่มีระดับยากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแต้มให้มากขึ้นเท่านั้น และแต้มนั้นจะมีค่าเป็น 2 เท่าหากภูเขา(ยอดเขานั้น) นั้นเป็นเส้นชัยของเสตจ โดยระดับของภูเขาแบ่งจากระดับต่ำสุดที่ระดับ 5 ไล่ไปจนสูงสุดที่ระดับ 1 และระดับเหนือชั้น(HC) ที่มีแต้มมากเป็นพิเศษ รางวัลสำหรับผู้สะสมจ้าวภูเขาได้มากที่สุดในแต่ละเสตจได้แก่สัญลักษณ์เสื้อลายจุด(พื้นขาวจุดแดง) และเมื่อจบ 21 วัน ใครที่สะสมแต้มนี้ได้มากที่สุดก็คือจ้าวภูเขานั่นเอง

รางวัลผู้ชนะเสตจ
การชนะเสตจตูร์ เดอ ฟร็องซ์ สักครั้งอาจเปลี่ยนชีวิตนักจักรยานอาชีพได้เลย เพราะตลอด 21 เสตจของการแข่งขันไม่ใ่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะในแต่ละวันได้ รางวัลนี้ไม่ต้องสะสม ไม่ต้องเก็บแต้ม แค่ทำอย่างไรก็"ด้ตามกติกาให้ตัวเองจบการแข่งเป็นคนแรก แซงคู่แข่งอีก 197 คนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเสตจรูปแบบไหนก็ตาม จะหนีออกมาจากกลุ่มแล้วเข้าเส้นชัยไปก่อน หรือจะขึ้นเขาไปเป็นคนแรก หรือสปรินท์พร้อมๆกันหลายๆสิบคนแล้วเฉือนเอาชนะไปได้ ก็คือความยิ่งใหญ่เดียวกับการชนะรายการแข่งจักรยาน 1 รายการนั่นเอง หรือคิดง่ายๆว่าเสตจทั้ง 21 ของตูร์ เดอ ฟร็องซ์ แท้ที่จตริงคือการแข่งจักรยานติดต่อกัน 21 รายการนั่นเอง

รางวัลประเภททีม
นอกจากให้รางวัลแต่ละบุคคลแล้ว ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ยังให้คะแนนเวลารวมของนักปั่นในทีมอีกด้วย ทีมไหนที่ทำเวลารวมของนักปั่นในทีม(5 คน ที่เวลาดีที่สุดของทีม) น้อยที่สุดในแต่ละวันก็ถือว่าทีมนั้นเป็นผุ้ชนะประเภททีมในวันนั้นไปนั่นเอง รางวัลนี้ไม่มีสัญลักษณ์มอบให้แต่เป็นอีกหมวดรางวัลที่สำคัญ เพราะทีมที่ชนะในประเภทนี้ในแต่ละวันหมายถึงทีมที่บริหารการใช้นักปั่นได้ดีที่สุดนั่นเอง นอกจากนั้น เมื่อรวมทั้ง 21 เสตจทีมไหนที่มีเวลารวมของนักปั่นในทีมตลอดทั้ง 21 เสตจดีที่สุด ถือว่าเป็นผู้ชนะประเภททีมของตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ในปีนั้นๆ

รางวัลบู๊ยอดเยี่ยม
ในแต่ละวัน คณะกรรมการจะเลือกนักแข่งมา 1 คนที่ทำการรุกไล่ ร้อนแรงที่สุด มักจะตกเป็นของนักแข่งที่ทำความเร็วหรือเร่งหนีกลุ่มออกมา และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หนีแล้วหนีอีก ไม่ว่าคนนั้นจะชนะการแข่ง สะสมแต้มได้มากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม ก็จะได้มอบรางวัล"บู๊ยอดเยี่ยม" ไปในแต่ละวัน ซึ่งจะได้สัญลักษณ์เป็นป้ายหมายเลขประจำตัวสีแดง(แทนสีขาวดำตามปกติ) และมีเกียรติพร้อมเงินรางวัลไม่น้อยเลยเช่นกัน เพื่อผลักดันให้นักแข่งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทั้งนี้เพราะกีฬาจักยานจุดแรกของการก้าวสู่กีฬานี้คือการ"ไม่ยอมแพ้"นั่นเอง
ดังนั้นหากเข้าใจในกรอบทั้งหมดนี้ก็จะพอติดตามการแข่งต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่านักแข่งกำลังทำอะไรกันอยู่นั่นเอง แท้ที่จริงแล้วการชมกีฬาจักรยานเราไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ผลของการแข่งขันเท่านั้น หากแต่เสน่ห์ของมันอยู่ที่การให้กำลังใจนักปั่น ที่กำลังต่อสู้อยู่ โดยเแฑาะพวกเรานักปั่นใจรักทุกคนที่ย่อมผ่านความรู้สึกเหนื่อย ล้า ไม่ไหวกันมาทั้งสิ้น แต่ลองติดตามชมสิครับ และนำเอาตนเองเข้าไปแทนใจของนักปั่นในนั้น ว่ากำลังต่อสู้แย่งชิงรางวัลแบบไหน กำลังช่วยเพื่อนหรือขับเคี่ยวคู่แข่งอย่างไร ก็จะติดตามชมทั้งสดและย้อนหลังได้อย่างมีอรรถรสขึ้น
ที่สำคัญ มันคือแรงบันดาลใจชั้นยอดที่จะทำให้เราอยากจับเอาจักรยานคนโปรดออกไปปั่นบ้างโดยเร็วพลันนั่นเอง
สรุปการแข่งขัน Tour de France ช่วงที่ 1 ความเดือดที่เริ่มตั้งแต่ต้น พลิกทุกวันเปลี่ยนทุกเสตจ!
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1470302
ลองดูคำแนะนำในบทความเก่า
5 วิธีเริ่มต้นดูการแข่งจักรยานให้สนุก
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1382882[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 906520.jpg[/homeimg]