Stage 7


"ไดเมนชั่นเดต้า" (Dimension Data) ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู๋ดิวิชั่นสูงสุดของจักรยานอาชีพในปีนี้ เดิมทีปีที่แล้วชื่อว่า"เอ็มทีเอ็น-ชูเบ็คก้า" ปีนี้ได้ทุนสนับสนุนจากไดเมนชั่นเดต้า จึงเปลี่ยนชื่อและเลื่อนตัวเองขึ้นมา แต่ทีมนี้ไม่ใช่ทีมใหม่แต่อย่างไรเนื่องจากในอดีตย้อนกลับไปเกือบสิบปีก่อนมีทีมที่ชื่อว่า "บาร์โลเวิลด์" ก็ได้รับเชิญเข้าร่วมตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เช่นกัน ซึ่งในครั้งนั้นทำผลงานจบรายการด้วยการคว้ารางวัลจ้าวภูเขาโดยนักปั่นโคลัมเบีย ฮวน เมาริซิโอ้ โซแลร์ ใช้จักรยาน เบียงคี่ จากนั้นทีมก็เงียบไป การกลับมาอีกครั้งของไดเมนชั่นเดต้า ถูกมองในระยะแรกว่าเป็นทีมสปรินท์เตอร์ เน้นดาวเด่น มาร์ค คาเวนดิช ที่ถ้าใครติดตามตอนแรกมาจะพบว่า จากเสตคจทางราบ 5 เสตจ สามารถเอาชนะไปได้ถึง 3 เสตจ แต่วันนี้ ไดเมนชั่นเดต้า (ชื่อเล่น ไดฯเดต้า) สามารถคว้าเสตจได้ด้วยนักปั่นสหราชอาณาจักร สตีเฟ่น คัมมิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในนักปั่นสหราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งและทำผลงานได้โดดเด่นคนหนึ่ง แม้จะไม่ใช่นักแข่งที่โด่งดังแบบ เซอร์แบรดลีย์ วิกกินส์, คริส ฟรูม และ มา์ค คาเวนดิช แต่ สตีเฟ่น คัมมิ่ง เป็นหนึ่งในนักปั่นที่อดทน และสู้ เหมาะกับการแข่งวันเดียว โดยเฉพาะเส้นทางขึ้นเขาที่ยากลำบากแบบนี้
1 Stephen Cummings (GBr) Dimension Data 3:48:09
2 Daryl Impey (RSA) Orica-BikeExchange 0:01:04
3 Daniel Navarro (Spa) Cofidis, Solutions Credits
4 Vincenzo Nibali (Ita) Astana Pro Team 0:01:58
5 Greg Van Avermaet (Bel) BMC Racing Team 0:02:57
จะเห็นได้ว่า คัมมิ่ง สามารถหนีและทำระยะห่างนำเข้าเส้นชัยไปได้มากกว่า 1 นาที ตามมาด้วยนักแข่งที่ทำการ Break Away หรือหนีกลุ่มขึ้นเขามาได้อีกหลายคนรวมถึง วินเชนโซ่ นิบาลี ที่วันนี้น่าจะมุ่งหมายไปเอาเสตจนี้ให้ได้ ด้วยการพยายามข้ามภูเขาลูกสุดท้ายให้ได้อันดับต้นๆและใช้ความสามารถในการลงเขาที่โดดเด่นไปแซงเอาเสตจ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ รวมถึง เกร็ก แวน อาเวอร์เมท เจ้าของเสื้อเหลืองสัญลักษณ์ผู้นำเวลารวมก็ใช้วิธีรุกหนีเพื่อรักษาเสื้อเอาไว้ เข้าตำรา การรุกคือการตั้งรับที่ดีที่สุด แต่ทั้งหมดนี้ ไม่เพียงพอที่จะสร้างจะเปลี่ยนได้มากนักเมื่อกลุ่มหลักก็ยังคงเกาะกันมาเหนียวแน่น ประกอบไปด้วยตัวเต็งหลักๆอย่าง คริส ฟรูม ที่ควงมากับคู่หูผู้ช่วยสำคัญ แกเร็นท์ โธมัส, อเลฮานโดร วาลเวอร์เด้ และเจ้าไนโร ควินทาน่า สองคู่ดูโอ้จากทีมโมวี่สตาร์, ริชชี่ พอร์ท และ ทีเจย์ แวนแกรเดรียน จากบีเอ็มซีเรสซิ่ง และตัวแข็งๆอย่าง โรมัน บาเดต์, ปีแอร์ โลลองด์ และ โยฮาคิม โรดิเกซ รวมถึง โรแมน ครูซิเกอร์ จากธิงคอฟ ก็เกาะกันมาเต็มไปหมด ทำเวลาห่างจาก อาเวอร์เมทเพียง 40 นาที เท่านั้น เหมือนกับจะบอกว่า วันนี้ เกาะกันไปเบาๆก่อน ภูเขายังมีให้ต่อกันอีก 2 วันติดๆ
1 Greg Van Avermaet (Bel) BMC Racing Team 34:09:44
2 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:05:50
3 Julian Alaphilippe (Fra) Etixx - Quick-Step 0:05:51
4 Alejandro Valverde (Spa) Movistar Team 0:05:53
5 Joaquim Rodriguez (Spa) Team Katusha 0:05:54
เวลารวมหลังจบเสตจนี้จึงเป็นดังเช่นด้านบน ตามมาอันดับที่ 6 จ่อมาเพียง 3 วินาที คือคริส ฟรูมนั่นเอง วันนี้ถือว่าเสื้อเหลืองยังคงรอดปลอดภัยได้อยู่ แต่เสื้อขาวกลับถูก อดัม เยตส์ นักปั่นสหราชอาณาจักร สังกัดทีม โอริก้า-ไบค์เอ็กซ์เชนจ์ พลิกขึ้นมานำกระชาก จูเลี่ยน อลาฟิลิปเป้ ทีมอีติกซ์-ควิกเสต็ปที่ได้ครองอยู่ ไปสวมได้ด้วยเวลาเพียง 1 วินาทีเท่านั้น
Stage 8


ไม่มีอะไรจะคลาสสิคเท่ากับการที่แชมป์เก่าของตูร์ เดอ ฟร็องซ์ปี 2015 ขึ้นนำมาคว้าชัยชนะในเสตจและทำเวลารวมขึ้นนำได้สวมเสื้อเหลืองได้อีกแล้ว แผนของทีมสกาย ที่รักษาเวลารวมให้อยู่ในตำแหน่งต้นๆเอาไว้ตลอดสัปดาห์แรกและมาเก็บเสตจภูเขาสำคัญ ก่อนช่วงวันพักแรก ที่จะวนกลับไปทางราบอีกครั้งในเสตจที่ 10-12 กลายเป็นจริงเข้าจนได้
1 Christopher Froome (GBr) Team Sky 4:57:33
2 Daniel Martin (Irl) Etixx - Quick-Step 0:00:13
3 Joaquim Rodriguez (Spa) Team Katusha
4 Romain Bardet (Fra) AG2R La Mondiale
5 Roman Kreuziger (Cze) Tinkoff Team
6 Fabio Aru (Ita) Astana Pro Team
7 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange
8 Alejandro Valverde (Spa) Movistar Team
9 Bauke Mollema (Ned) Trek-Segafredo
10 Richie Porte (Aus) BMC Racing Team
เวลานำจากกลุ่มตัวเต็งด้วยกัน 13 วินาที ในวันนี้อาจจะไม่ใช่ระยะห่างชี้ขาดสำคัญสำหรับการพิสูจน์ว่าใครจะเป็นผู้ชนะเมื่อครบ 21 เสตจ แต่มันคือการบุกทางจิตวิทยาที่ทำให้เห็นว่า ปีนี้คริส ฟรูม และทีมสกาย มาพร้อมความแกร่ง ส่วนตัวเต็งอื่นๆยังคงเกาะกลุ่มกันมาเป็นก้อน รวมถึงอันดับ 11 และ 12 ไนโร ควินทาน่า และ ทีเจย์ แวนเกรเดร็นตามลำดับ และแน่นอนว่าวันนี้ย่อมส่งผลต่อเสื้อเหลืองอย่างชัดเจน เมื่อ เกร็ก แวนอาเวอร์เมท เข้าเส้นชัยในอันดับ 86 ด้วยเวลาที่ตามหลังถึง 25 นาทีกว่า เสื้อเหลืองจึงตกมาเป็นของ ฟรูม โดยปริยาย
1 Christopher Froome (GBr) Team Sky 39:13:04
2 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:00:16
3 Joaquim Rodriguez (Spa) Team Katusha
4 Daniel Martin (Irl) Etixx - Quick-Step 0:00:17
5 Alejandro Valverde (Spa) Movistar Team 0:00:19
6 Nairo Quintana (Col) Movistar Team 0:00:23
7 Fabio Aru (Ita) Astana Pro Team
8 Tejay Van Garderen (USA) BMC Racing Team
9 Romain Bardet (Fra) AG2R La Mondiale
10 Bauke Mollema (Ned) Trek-Segafredo
อันดับที่ 1-3 ต่างกันอยู่ราวๆ 30 วินาที ดูเหมือนไม่เยอะมากสำหรับการแข่งยาวนาน 21 เสตจ แต่สุดท้ายแล้วแทคติคและกลยุทธของทีมสกาย อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการพลิกขึ้นนำของคู่แข่ง เมื่อทีมสกายเป็นทีมที่ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ยากที่ใครจะหนีทำเวลาคืนมาได้ ที่สำคัญ ฟรูม เองก็เป็นนักแข่งที่ใจคอโหดเหี้ยม แกร่งและสู้ นอกจากสามารถตรึงเกมส์การรุกได้ดี หากมีโอกาสและเหมาะกับรูปการณ์ เค้าก็จะออกรุกหนีทำเวลาห่างออกไปอีก เรียกว่า ตั้งรับและซ้ำ ทีมสกายพร้อมที่จะทำได้อย่างแน่นอน โจทย์จะตกเป็นของบรรดาคู่แข่งที่ต้องเข้ารุกและรอจังหวะที่กองทัพทีมสกายรับมือจนกรอบแล้วสู้กับฟรูมให้ได้ ซึ่งแผนนี้เกือบสำเร็จในปีที่แล้วเมื่อฟรูม เกิดอาการออกแววแผ่วในช่วงท้ายๆ
ข้าวภูเขา
1 Rafal Majka (Pol) Tinkoff Team 31 pts
2 Thibaut Pinot (Fra) FDJ 30
ฮีโร่ของวันนี้คือ ทีโบต์ ปีโน่ต์ ที่หนีออกมาเก็บภูเขาโหดๆไปได้หลายลูก และขึ้นมาจ่อจองอันดับสองจ้าวภูเขา ตามหลังราฟาล มาจ์ก้าอยู๋เพียง 1 แต้ม หากมาจ์ก้า เข้าเส้นชัยช้ากว่านี้อีกเพียงไม่กี่อึดใจ เสื้อลายจุดจะตกเป็นของปีโน่ต์อย่างแน่นอน นับว่าเป็นการเดินเกมส์ที่เด็ดขาดแต่ยังไม่มีโชคเข้าข้าง อย่างไรก็ดี วันนี้ทำให้ค่อนข้างการันตีได้ว่าทีมเอฟดีเจ ทีมใหญ่จากเจ้าถิ่นฝรั่งเศส ปีนี้มีเป้าหมายอย่างน้อยๆส่งปีโน่ต์สวมเสื้อลายจุดให้ได้ ส่วนธิงคอฟที่แม้ว่าคอนทาดอร์ จะบาดเจ็บจนมองไม่เห็นหนทางสู่ชัยชนะอีกแล้ว ยังมีทั้ง มาจ์ก้า และ โรแมน ครูซิเกอร์ ที่ยังทำผลงานได้ดีบนเขา ส่วนปีเตอร์ ซากานเองก็แอบหยอดกระปุกแต้มสปรินท์ในวันนี้ขยับลดช่องว่างอยู๋ทีละนิดๆเช่นกัน
Stage 9


ไจแอ็นท์ เป็นแบรนด์จักรยานสัญชาติไต้หวันแท้ๆ ที่สามารถพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่า แบรนด์เอเชีย ก็สามารถขึ้นมาเทียบกับจักรยานแบรนด์ยุโรปที่เคยเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของจักรยานได้ และไจแอ็นท์เองก็ร่วมสนับสนุนและทำทีมจักรยานระดับสูงสุดชื่อทีม ไจแอ็นท์-อัลเปซีน สัญชาติเยอรมัน ร่วมกับบริษัทใหญ่ของเยอรมันที่ทำแชมพู"อัลเปซีน" (มีขายในบ้านเราด้วยนะครับ) ทีมนี้มีอายุต่อเนื่องมายาวนานหลายปีเริ่มจากทีม "สกิล-ชิมาโน่" สัญชาติดัทช์(ฮอลแลนด์) เมื่อหลายปีก่อน พาเอา ฟูมิยูกิ เบปปุ ฮีโร่ชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้เข้าแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ และจบได้ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น "อาโกส์-ชิมาโน่" ใช้จักรยาน "เฟลท์"(Felt) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น ไจแอ็นท์-ชิมาโน่ในปีถัดมาแจ้งเกิดในฐานะทีมสปรินท์เตอร์ที่ประสบความสำเร็จจากดาราดัง มาร์เซล คิทเทล ซึ่งปีนี้ย้ายไปสังกัดอีติกซ์-ควิกเสต็ป และเปลี่ยนมาเป็น ไจแอ็นท์-อัลเปซีน ในปัจจุบัน

จากทีมสปรินท์เตอร์ สู่ทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการคว้ารายการวันเดียวในปีที่แล้ว จากอาการ"แผ่ว" ของคิทเทล ดาราดังที่ฟอร์มไม่คมในปี 2015 ทำให้เกิดนักแข่งของทีมคนอื่นๆที่เฝ้าปั้นสร้างทีมมาตั้งแต่สมัยเป็นทีมฮอลแลนด์อย่างไซม่อน เกชเก้ ที่ปีที่แล้วคว้าเสตจไปได้แบบเกินคาด และ จอห์น เดเก้นคอล์ป ที่ทำได้ดีในการแข่งวันเดียวระดับแถวหน้าของโลก รวมถึงสปรินท์ทำคะแนนสะสมเสื้อเขียวได้อันดับ top 5 แต่ที่เกินคาดที่สุดของทีมนี้คือ ทอม ดูเมอแล็ง ที่ทำผลงานสุดยอดเกินคาดที่รายการ เวลต้า เอ เอสปันญ่า หรือทัวร์ออฟสเปน เกือบคว้าแชมป์เวลารวมไปได้ ดูเมอแล็ง เป็นนักปั่นไทม์ไทรอัลที่ทรงพลังคนหนึ่งของยุค สามารถทำเวลาได้ดีบนการแข่งเดี่ยวจับเวลา และพอจะขึ้นเขาได้ดีพอที่จะรักษาให้เวลาไม่ห่างจนเกินไป นั่นคือกุญแจสำคัญของเขาในการแข่งแกรนด์ทัวร์
1 Tom Dumoulin (Ned) Team Giant-Alpecin 5:16:24
2 Rui Costa (Por) Lampre - Merida 0:00:38
3 Rafal Majka (Pol) Tinkoff Team
4 Daniel Navarro (Spa) Cofidis, Solutions Credits 0:01:39
5 Winner Anacona (Col) Movistar Team 0:01:57
6 Thibaut Pinot (Fra) FDJ 0:02:30
7 George Bennett (NZl) Team LottoNl-Jumbo 0:02:48
8 Diego Rosa (Ita) Astana Pro Team 0:02:52
9 Mathias Frank (Swi) IAM Cycling 0:03:44
10 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:06:35
การที่ทอม ดูเมอแล็ง สามารถหนีออกมาทำเวลาชนะ รุย คอสต้า อดีตแชมป์โลก ทีมแลมเพร-เมอริด้า อีกหนึ่งแบรนด์จักรยานไต้หวันไปได้กว่าครึ่งนาที น่าจะเป็นอีกสัญญาณที่บอกว่าปีนี้ดูเมอแล็งก็เตรียมความพร้อมมาไม่น้อยเช่นกัน ลองดูรายชื่อลำดับเสตจนี้จะเห็นว่า ราฟาล มาจ์ก้า ขึ้นมาทำเวลาขยับมไม่น้อยเลย รวมถึง ทีโบต์ ปีโน่ต์ ก็เช่นกัน ทั้งสองขับเคี่ยวกันอยู่ในการแย่งเสื้อลายจุดจ้าวภูเขาอย่างร้อนแรง และการขยับขึ้นมาเช่นนี้อาจส่งผลกับเวลารวมของทั้งคู่ที่เผลอๆก็จะเข้ามาไล่หายใจรดต้นคอกลุ่มโพเดี้ยมเวลารวมเอาได้ง่ายๆด้วย เนื่องจากคริส ฟรูม, ริชชี่ พอร์ท และไนโร ควินทาน่า ดูเหมือนจะจับกลุ่มป้องกันระยะห่างกับ อดัม เยตส์ ที่ดูจะคุกคามที่สุดเท่านั้น
จ้าวภูเขา
1 Thibaut Pinot (Fra) FDJ 80 pts
2 Rafal Majka (Pol) Tinkoff Team 77
ถึงแม้ว่า มาจ์ก้า จะทำอันดับได้ดีกว่าในการเข้าเส้นชัย แต่ปีโน่ต์ ได้ตุนแต้มภูเขาต่างๆเอาไว้ตลอดทาง คว้าอันดับที่ดีกว่ามาจ์ก้า ในภูเขา 3 ลูกแรก และพลิกขึ้นมาได้แต้มนำเสื้อจ้าวภูเขาไปจนได้ ถึงแม้ว่าจะจบด้วยอันดับและแต้มภูเขาลูกสุดท้ายที่น้อยกว่า แต่ก็เพียงพอแล้วที่วันนี้ ปีโน่ต์ จะคว้าเสื้อลายจุดมาสวมเอาไว้ได้สำเร็จ และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาคือนักไต่เขาชั้นยอดที่ฝรั่งเศสมองหามาหลายปี ทางด้านเวลารวมก็น่าส่นใจ
1 Christopher Froome (GBr) Team Sky 44:36:03
2 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:00:16
3 Daniel Martin (Irl) Etixx - Quick-Step 0:00:19
4 Nairo Quintana (Col) Movistar Team 0:00:23
5 Joaquim Rodriguez (Spa) Team Katusha 0:00:37
6 Romain Bardet (Fra) AG2R La Mondiale 0:00:44
7 Bauke Mollema (Ned) Trek-Segafredo
8 Sergio Henao (Col) Team Sky
9 Louis Meintjes (RSA) Lampre - Merida 0:00:55
10 Alejandro Valverde (Spa) Movistar Team 0:01:01
ดูเผิดๆเหมือนไม่มีอะไรขยับเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวานมากนักแต่พิจารณาดูให้ดี ทั้งโรมัน บาเดต์, แดเนียล มาร์ติน, บอเก้ โมเลม่า และ ไนโร ควินทาน่า ทำอันดับขยับขึ้นมาทีละนิดซึ่งทั้งหมด ทำเวลาเบียดกันอยู๋ห่างจากคริส ฟรูม ไม่ถึง 1 นาที นั่นแปลว่า อันดับโพเดี้ยมปีนี้จะแย่งกันได้หลายคน รวมถึงตำแหน่ง top 5 ที่น่าจะเบียดพลิกกันสนุกไปจนถึงวันก่อนสุดท้าย(เสตจ 20) เลยทีเดียว
จ้าวความเร็ว
1 Mark Cavendish (GBr) Dimension Data 204 pts
2 Peter Sagan (Svk) Tinkoff Team 197
3 Marcel Kittel (Ger) Etixx - Quick-Step 182
แอบมาดูสปรินท์เตอร์ที่ช่วงนี้ดูหายๆไปบ้าง เพราะแต่ละคนขึ้นเขาได้ช้ามาก เพียงแค่ประคองตัวขึ้นเขาให้จบในเวลาที่กำหนดเท่านั้นก็ยากแล้ว แต่ปีเตอร์ ซากาน ยังแอบสปรินท์ไปเอาแต้มที่จุดสปรินท์พอยท์ สะสมหยอดกระปุกจนแซงขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 จี้มาติดๆห่างเพียง 5 แต้ม เรียกว่า เสตจต่อไปที่เป็นทางราบ หากพลิกผันอันดับกันนิดเดียว หรือแม้จะแพ้ มาร์ค คาเวนดิชที่เส้นชัยสุดท้าย แต่ถ้าเขาสามารถสะสมแต้มกลางทางเอาไว้ได้อีกและเกาะติดอันดับมาดีๆ โอกาสจ่อคอยกระตุกเสื้อเขียวก็มีไม่น้อย เพราะคงจำกันได้ว่าการแข่งขันของสปรินท์เตอร์ อันดับเฉือนกันเพียงขอบล้อเท่านั้น ก็ส่งผลถึงแต้มนำกันได้แล้ว
Stage 10


เสตจ 10 เป็นอีก 1 เสตจที่กลุ่มหนี ซึ่งรอบนี้มากันสิบกว่าชีวิต แถม 9 ในสิบกว่าคนนี้ เคยชนะเสตจมาแล้วทั้งนั้น สามารถหนีรอดไปจนถึงเส้นชัยได้ โดยที่กลุ่มใหญ่ของตัวผู้นำต่างๆไม่ขยับเข้ามารวบตัวเอาไว้ เพียงแค่จับระยะห่างไม่ให้มีผลต่อเวลารวมมากเกินไป น่าจะเป็นแทคติคแผนบริหารการแข่งเพื่อรอวันขึ้นเขาที่เทือกเขาแอลป์ซึ่งใกล้เข้ามา ในกลุ่มที่หนีมามีทั้ง ปีเตอร์ ซากาน จากธิงคอฟ แชมป์โลก และอยู๋อันดับสองในการสะสมแต้มจ้าวความเร็ว, เกร็ก ฟานอาเวอร์เมท ที่หนีจนได้เสตจไปแล้วแถมเคยสวมเสื้อเหลืองมาหนึ่งรอบในปีนี้, วินเชนโซ่ นิบาลี่ แชมป์เก่าที่ปีนี้กรอบจากการแข่งจิโร่ดิตาเลีย วันนี้หนีขึ้นมาเพื่อเผื่อติดสอยห้อยตามทำเวลาขยับขึ้นมาได้, รุย คอสต้า อดีตแชมป์โลกสังกัดทีมแลมเพร-เมอริด้า, เอ็ดเวิร์ด บอซอนฮาเก้น คู่หูของมาร์ค คาเวนดิชคนสำคัญจากทีมไดเมนชั่นเดต้าก็ขึ้นมา นอกจากมีหน้าที่ลุ้นเก็บเสตจยังต้องคอยสปรินท์เก็บแต้มกันไม่ให้ปีเตอร์ ซากาน ทำแต้มมามากเกินไป และสุดท้ายชัยชนะเสตจตกเป็นของ ไมเคิล แม็ทธิว จากโอริก้า-ไบค์เอ็กซ์เชนจ์ ที่พยุงตัวรอดปลอดภัยจนจบเสตจไม่หลุดไปก่อน สุดท้ายผู้กล้าสิบกว่าชีวิตเหลือมาเพียง 5 คนที่เกาะกลุ่มมาหน้าเส้นและสปรินท์ทำความเร็วเข้าเส้นชัย ซึ่งแม็ทธิว เฉือนชนะซากานไปได้หน้าเส้นนี้เอง
1 Michael Matthews (Aus) Orica-BikeExchange 4:22:38
2 Peter Sagan (Svk) Tinkoff Team
3 Edvald Boasson Hagen (Nor) Dimension Data
4 Greg Van Avermaet (Bel) BMC Racing Team
5 Samuel Dumoulin (Fra) AG2R La Mondiale
และด้วยเหตุที่ปีเตอร์ ซากานไล่เก็บแต้มสปรินท์กลางทาง แถมยังมาได้อันดับสองอีก ทำให้ในวันนี้ แชมป์โลกสามารถแย่งเอาเสื้อเขียวจ้าวความเร็วมาจากมาร์ค คาเวนดิชได้อีกครั้ง ทั้งคู่แย่งกันใส่สลับกันไปมาตลอดการแข่งในปีนี้ สูสี คู่คี่สมน้ำสมเนื้อกันมากๆ แต่ความสารพัดพิษของซากาน เหนือกว่าคาเวนดิชตรงที่สามารถหนีออกมาเก็บโอกาสเช่นนี้ได้ในขณะที่คาเวนดิช เน้นการสปรินท์หน้าเส้นชัยเสตจเท่านั้น อย่างไรก็ดี คาเวนดิช มีเป้าหมายหลักจริงๆอยู๋ที่การสะสมเสตจของตูร์ เดอ ฟร็องซ์ขึ้นสู่ทำเนียบของผู้ชนะมากที่สุดตลอดกาล ณ ตอนนี้ เค้าอยู่ที่อันดับที่ 2 ตลอดกาล ขาดอีกเพียง 5 เสตจ ก็จะกลายเป็นคนที่ชนะเสตจตูร์ฯมากที่สุดในโลกแล้วนั่นเอง
รางวัลจ้าวความเร็ว
1 Peter Sagan (Svk) Tinkoff Team 242 pts
2 Mark Cavendish (GBr) Dimension Data 204
3 Marcel Kittel (Ger) Etixx - Quick-Step 182
4 Michael Matthews (Aus) Orica-BikeExchange 124
5 Greg Van Avermaet (Bel) BMC Racing Team 112
ส่วนอันดับเวลารวมในวันนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อตัวหลักๆของตารางเวลารวมเกาะกลุ่มกันมาเหนียวแน่น และกลุ่มหนีทั้งหมดไม่มีใครสามารถทำเวลาห่างจนพลิกผลเวลารวมลงได้ แม้ว่าช่องว่าของเวลาในการสะสมจะห่างกันอยู๋หลักวินาทีก็ตาม ถือว่าเป็นการป้องกัน กลยุทธตั้งรับของทีมสกายและทีมตัวเต็งอื่นๆ เพื่อรอเวลาวัดกันอีกครั้งบนเขาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
1 Christopher Froome (GBr) Team Sky 49:08:20
2 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:00:16
3 Daniel Martin (Irl) Etixx - Quick-Step 0:00:19
4 Nairo Quintana (Col) Movistar Team 0:00:23
5 Joaquim Rodriguez (Spa) Team Katusha 0:00:37
Stage 11


วันนี้เป็นเสตจทางราบที่มีผลกับผลเวลารวมเข้าจนได้ เมื่อปีเตอร์ ซากาน สปรินท์ชนะเสตจไปได้ เป็นอันดับหนึ่งและตามติดมาด้วย คริส ฟรูม ที่สามารถทำเวลาห่างออกมาได้แถมด้วยโบนัสเวลาพิเศษ ผู้นำ 3 คนทำเวลาออกมาจากกลุ่มใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยทั้งสปรินท์เตอร์อย่าง เอล็กซานเดอร์ คริสตอฟจากทีมคาทูช่า หรืออังเดร ไกรเพล จากล็อตโต้-ซูดาล และตัวเต็งอื่นๆทั้งหมด ตามหลังเข้ามาช้ากว่ากัน 6 วินาที
1 Peter Sagan (Svk) Tinkoff Team 3:26:23
2 Christopher Froome (GBr) Team Sky
3 Maciej Bodnar (Pol) Tinkoff Team
4 Alexander Kristoff (Nor) Team Katusha 0:00:06
ปีเตอร์ ซากาน ขึ้นนำทิ้งห่างไปอีกได้ในการชิงจ้าวความเร็ว เสื้อสีเขียว เมื่อเก็บแต้มจากจุดสปรินท์พอยท์ได้อันดับที่ 2 ต่อจากมาร์เซล คิทเทล ส่วนมาร์ค คาเวนดิช ได้อันดับสาม และการชนะเสตจได้แต้มมาตุนอีกเต็มไม้เต็มมือ ทิ้งห่างคาเวนดิช ซึ่งเข้าเส้นมาในอันดับที่ 140 ผลทำให้การชิงเสื้อเขียวแต้มเริ่มขาดจากกันมากขึ้นในวันนี้
1 Peter Sagan (Svk) Tinkoff Team 309 pts
2 Mark Cavendish (GBr) Dimension Data 219
3 Marcel Kittel (Ger) Etixx - Quick-Step 202
ทางด้านการชิงอันดับเวลารวมหรือเสื้อเหลือง การที่คริส ฟรูมขึ้นมาทำเวลาออกไปได้อีก 6 วินทาี รวมกับเวลาโบนัส ทำให้ตอนนี้ขยายระยะห่างเวลาสะสมนำขึ้นมาอีกทีละนิดๆ เป็นอีกแทคติคหนึ่งที่ทีมสกายวางเอาไว้ แตกต่างจากตัวเต็งคนอื่นๆที่เน้นการเก็บเวลาบนภูเขาเป็นหลัก คริส ฟรูม สามารถทำเวลาบนทางราบได้ดีเช่นกัน ถึงแม้ว่าหากมองกันตามฟอร์มแล้ว ฟรูมไม่น่าจะสปรินท์เหนือกว่าสปรินท์เตอร์ไปได้ แต่การเลือกจังหวะและกลุ่มที่ร่วมกันหนีออกมาได้ถูกที่ ถูกเวลา ก็สามารถพาให้ฟรูมทำได้สำเร็จในวันนี้
1 Christopher Froome (GBr) Team Sky 52:34:37
2 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:00:28
3 Daniel Martin (Irl) Etixx - Quick-Step 0:00:31
4 Nairo Quintana (Col) Movistar Team 0:00:35
5 Bauke Mollema (Ned) Trek-Segafredo 0:00:56
6 Romain Bardet (Fra) AG2R La Mondiale
7 Sergio Henao (Col) Team Sky
8 Alejandro Valverde (Spa) Movistar Team 0:01:13
9 Tejay Van Garderen (USA) BMC Racing Team
10 Roman Kreuziger (Cze) Tinkoff Team 0:01:28
Stage 12


เสตจวันนี้เป็นการขึ้นเขาที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเส้นทางตูร์ เดอ ฟร็องซ์ กับเขาที่เรียกว่า ม็องต์ วองตู และผู้ชนะเสตจตกเป็นของ โธมัส เดอเย็นท์ จากทีม ล็อตโต้-ซูดาล แต่เรื่องราวอันน่าตื่นตกใจและจะเป็นประวัติศาสตร์ไปอีกนานแสนนานคือเหตุการณ์สำคัญของอุบัติเหตุไม่คาดฝันที่บีบให้คริส ฟรูม ต้องวิ่งขึ้นเขาตัวเปล่าในช่วงประมาณ 1 กม. สุดท้าย
1 Thomas De Gendt (Bel) Lotto Soudal 4:31:51
2 Serge Pauwels (Bel) Dimension Data 0:00:02
3 Daniel Navarro (Spa) Cofidis, Solutions Credits 0:00:14
4 Stef Clement (Ned) IAM Cycling 0:00:40
5 Sylvain Chavanel (Fra) Direct Energie
6 Bertjan Lindeman (Ned) Team LottoNl-Jumbo 0:02:52
7 Daniel Teklehaimanot (Eri) Dimension Data 0:03:13
8 Sep Vanmarcke (Bel) Team LottoNl-Jumbo 0:03:26
9 Chris Anker Sörensen (Den) Fortuneo - Vital Concept 0:04:23
10 Bauke Mollema (Ned) Trek-Segafredo 0:05:05
11 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:05:24
12 Fabio Aru (Ita) Astana Pro Team
13 Louis Meintjes (RSA) Lampre - Merida
14 Romain Bardet (Fra) AG2R La Mondiale
15 Joaquim Rodriguez (Spa) Team Katusha
16 Alejandro Valverde (Spa) Movistar Team 0:05:31
17 Nairo Quintana (Col) Movistar Team
18 Tejay Van Garderen (USA) BMC Racing Team 0:05:36
19 Richie Porte (Aus) BMC Racing Team 0:05:05
20 Daniel Martin (Irl) Etixx - Quick-Step 0:06:30
21 Sébastien Reichenbach (Swi) FDJ
22 Warren Barguil (Fra) Team Giant-Alpecin
23 Daniel Moreno (Spa) Movistar Team
24 Sergio Henao (Col) Team Sky 0:06:45
25 Christopher Froome (GBr) Team Sky 0:05:05
คริส ฟรูม เข้าเส้นชัยไปในอันดับที่ 25 แต่เวลาเป็นเวลาเดียวกับมอเก้ มอเลม่า จากทีมเทร็ค-เซกาเฟรโด้ มันเกิดอะไรขึ้น?

เหตุการณ์สำคัญ เกิดขึ้นเมื่อ คริส ฟรูม, ริชชี่ พอร็ท จากทีมบีเอ็มซี่เรสซิ่ง และ บอเก้ โมเลม่า จากเทร็ค-เซกาเฟรโด้ ทั้งสามขับเคี่ยวกันมาเพื่อผมของเวลารวมในกลุ่มชิงเสื้อเหลือง โดยมีรถจักรยานยนต์ถ่ายทอดประกบหน้า/หลัง ด้านละคัน ขณะที่กำลังทำการรุกไล่ หนีและตามกันอยู๋นั้นเอง จักรยานยนต์คันหน้าที่โดนฝูงชนบีบเข้ามาจำต้องเบรคกระทันหันเพื่อไม่ให้ชนกับคนดูที่เสียหลักอยู๋หน้ารถ ทำให้นักแข่งทั้ง 3 ที่ตามมาไม่ห่าง อัดก็อปปี้เข้าอย่างจังกับท้ายรถ ซ้ำด้วยจักรยานยนต์คันหลังก็เข้ามาทับเอาจักรยานแตกไปทันที 1 คัน ซึ่งดันเป็น พินาเรลโล่ ด็อกม่า ของคริส ฟรูมนั่นเอง

เหตุการณ์ไม่กี่วินาทีต่อมา คือช่วงเวลาที่ประวัติศาสตร์จักรยานต้องจารึกเอาไว้ เมื่อ โมเลม่า จากทีมเทร็คฯ ลุกขึ้นมาได้และออกปั่นหนีห่างออกไปแบบไม่เหลียวมองหลัง เพื่อเอาจังหวะนี้ทำเวลาขึ้นมาให้ได้ เค้าอยู่ที่อันดับ 5 ตามหลังฟรูมอยู่ 56 วินาทีจากเสตจที่ 11 ขอเพียงเค้าทำเวลาเข้าเส้นชัยไปก่อนเพียง 57 วินาที เสื้อสีเหลืองและตำแหน่งผู้นำเวลารวมจะตกอยู๋กับตัวเค้าทันที ส่วนฟรูมที่จักรยานเสียหาย วิทยุสื่อสารกับรถทีมของตนพบว่ารถทีมติดฝูงชนอยู่ไม่สามารถขึ้นมาได้ทันอย่างแน่นอน ส่วนริชชี่ พอร์ท อดีตเพื่อนร่วมทีมก็ออกตัวไปแล้ว และในที่สุดสิ่งที่ ช็อคโลกก็เกิดขึ้น เมื่อคริส ฟรูม เจ้าขงเสื้อเหลือง ตัดสินใจ ออกวิ่งขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งได้จักยานสำรองจากทีมเซอร์วิส ทำให้ฟรูมสามารถเข้าเส้นชัยไปได้ แต่นั่นส่งผลกับเวลารวมอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ดี จากต้นเหตุของเรื่องราวไม่กี่วินาทีที่เกิดขึ้น ผู้จัดตัดสินใจ ยกยอดเวลาของ ทั้งริชชี่ พอร์ท, คริส ฟรูม และ บอเก้ โมเลม่า ทั้งสามคนให้เท่ากับเวลาที่คนแรกใน 3 คนนี้เข้าเส้นชัย ซึ่งก็คือ +5:05 ของโมเลม่านั่นเอง ทำให้ผลเวลารวมในวันนี้เสื้อเหลืองก็ยังคงอยู่กับคริส ฟูม ต่อไป
1 Christopher Froome (GBr) Team Sky 57:11:33
2 Adam Yates (GBr) Orica-BikeExchange 0:00:47
3 Bauke Mollema (Ned) Trek-Segafredo 0:00:56
4 Nairo Quintana (Col) Movistar Team 0:01:01
5 Romain Bardet (Fra) AG2R La Mondiale 0:01:15
6 Alejandro Valverde (Spa) Movistar Team 0:01:39
7 Tejay Van Garderen (USA) BMC Racing Team 0:01:44
8 Fabio Aru (Ita) Astana Pro Team 0:01:54
9 Daniel Martin (Irl) Etixx - Quick-Step 0:01:56
10 Joaquim Rodriguez (Spa) Team Katusha 0:02:11
ถ้าจะมองว่ายุติธรรมสำหรับกลุ่มผู้ประสบเกตุก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่แน่นอนว่า หลายๆคนคงอดเสียดายแทน ไนโร ควินทาน่าจากโมวี่สตาร์ที่วันนี้ทุ่มกำลังกันเปิดเกมส์ทำเวลาห่าง และอดัม เยตส์จากทีมโอริก้า-ไบค์เอ็กซ์เชนจ์ ที่ได้เวลาห่างออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ดีแฟนๆบางกลุ่มก็มองว่าหากไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ฟรูม ก็จะแซงทั้ง เยตส์ และ ควินทาน่าห่างออกไปอยู่ดีเช่นกัน
หากสนใจข้อมูลรายละเอียดปัจจัยของอุบัติเหตุ ติดตามได้จากรายงานด่วน
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนมองต์ วองตู
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1476065
ส่วนเสื้อจ้าวภูเขาในวันนี้ตกเป็นของแชมป์เสตจที่เก็บแต้มใหญ่มากจากภูเขาระดับเหนือชั้นคะแนนสูงแถมยังเป็นเส้นชัยได้แต้มสองเท่า โธมัส เดอเย็นท์ ขึ้นมานำหน้า ทีโบต์ ปีนี่ และราฟาล มาจ์ก้า ทั้งสองคนไม่ได้แต้มใดๆในประเภทการชิงจ้าวภูเขาของเสตจนี้เลยในขณะที่ เดอเย็นท์นั้นหนีออกมาเก็บแต้มอันดับหนึ่งจากภูเขาทุกลูกในวันนี้ไปได้
1 Thomas De Gendt (Bel) Lotto Soudal 89 pts
2 Thibaut Pinot (Fra) FDJ 80
3 Rafal Majka (Pol) Tinkoff Team 77
ถือว่าสิ้นสุดช่วงที่ 2 ผ่านพ้นไปแล้วเกินครึ่งทางของการสรุป ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ประจำปี 2016 ทุกวันศุกร์ของ thaimtb ในสัปดาห์นี้ พบกันใหม่สัปดาห์หน้า สำหรับการสรุปช่วงที่ 3 ในสัปดาห์ต่อไป ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมมีเรื่องราวน่าติดตามเกิดขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน และเชื่อว่า ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ปีนี้จะกลายเป็นหนึ่งในปีที่ถูกจดจำและจารึกเอาไว้อีกนานแสนนาน นอกจากวินาทีระทึกใจ ยังรวมถึงเหตุการณ์พลิกผัน การเชือดเฉือนสลับกันนำในกลุ่มต่างๆก็เร้าใจตื่นเต้นทุกวัน
พบกันใหม่ ศุกร์หน้าครับ

